- หน้าแรก
- ระบบรายได้หมื่นล้าน
- บทที่ 799 เซียงจิ๋น คุณมีน้องสาวบ้างไหม?
บทที่ 799 เซียงจิ๋น คุณมีน้องสาวบ้างไหม?
บทที่ 799 เซียงจิ๋น คุณมีน้องสาวบ้างไหม?
เตียวฉานกลอกตาใส่ “นายเนี่ยขี้โม้จริงๆ พูดเหมือนหาเงินมันง่ายนักหนาอย่างนั้นแหละ”
ขณะที่คุยกัน หน่วยรักษาความปลอดภัยก็กรูเข้ามา เมื่อเห็นสภาพห้องที่พังยับเยินและประธานเกานอนน้ำลายฟูมปากอยู่ตรงนั้น ทุกคนก็พากันขวัญเสีย บางคนรีบโทรแจ้งรถพยาบาล 120 บางคนก็แจ้งตำรวจ 110 ทันที!
คราวนี้หม่าเจี้ยนกับลู่เฟยถึงอยากจะไปก็ไปไม่ได้เสียแล้ว!
เฉินเซียวกลับมาที่รถ เขารออยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่เห็นลู่เฟยตามมาก็เริ่มแปลกใจ ทันใดนั้นเขาก็ได้รับข้อความจากเตียวฉาน: “เพื่อนนายสองคนนั้นมุทะลุเกินไปแล้วนะ ทำไมถึงอัดประธานเกาซะเละขนาดนั้น คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่แน่ อีกเดี๋ยวทั้งรถพยาบาลทั้งคุณตำรวจคงมาถึงพร้อมกันแน่ๆ”
เขาถึงเพิ่งรู้ว่าข้างในมีการตะลุมบอนกันเกิดขึ้น เขาจึงพิมพ์ถามกลับไปว่า: “อัดจนตายหรือเปล่า?”
เตียวฉานถึงกับปรี๊ดแตก ส่งข้อความเสียงตอบกลับมาทันที: “ถ้าอัดจนตาย ฉันจะยังมีเวลามาส่งข้อความบอกนายไหม? ฉันไม่บอกให้นายรีบเผ่นไปก่อนแล้วเหรอ! พวกเขาลงมือหนักก็จริงแต่ยังหลีกเลี่ยงจุดสำคัญไว้ ชีวิตน่ะไม่หาไม่หรอก แต่น่าจะเจ็บหนักเอาการอยู่ ค่ารักษาคงบานเบอะแน่ๆ เพื่อนนายสองคนนั้นคงต้องไปคุยกับคุณตำรวจให้เขาช่วยดัดนิสัยหน่อยแล้วล่ะ!”
เฉินเซียวฟังเสียงที่เต็มไปด้วยความลนลานและเป็นห่วงของเธอแล้วก็หัวเราะออกมา: “ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก ให้คุณตำรวจช่วยอบรมสั่งสอนหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไอ้สองคนนี้มันก็สมควรโดนดัดสันดานบ้าง!”
“เฉินเซียว นายยังเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย? สองคนนั้นไปทำกรรมอะไรไว้ถึงได้มาเป็นเพื่อนกับคนอย่างนาย?”
เฉินเซียวไม่ถือสา พิมพ์ตอบกลับไปว่า: “เอาล่ะ ผมไปล่ะนะ ไว้คราวหน้าจะแวะมาหาใหม่”
เตียวฉานเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอีตาบ้านี่ถึงได้ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรขนาดนี้ “นายไม่ต้องมาแล้วนะ เพื่อนของนายอัดประธานเกาซะขนาดนั้น ถ้านายมาอีก เขาต้องหาทางแก้แคนนายแน่!”
เธอเว้นช่วงไปนิดก่อนจะพิมพ์ต่อ: “ประธานเกามีสายสัมพันธ์ที่สนิทกับเจ้าของบริษัทเรามากนะ เขามีธุรกิจร่วมกัน ถ้านายมาที่นี่อีก สักวันหนึ่งนายต้องเสียเปรียบแน่!”
เธอส่งข้อความรัวมาเหมือนปืนกล เฉินเซียวไม่นึกเลยว่าเธอจะพิมพ์ไวขนาดนี้ เขายังไม่ทันได้ตอบ ข้อความใหม่ก็เด้งมาอีก: “นายอย่ามาเลยนะ ถ้านายมาแล้วโดนอัดขึ้นมา ฉันคงรู้สึกแย่จนตายแน่ๆ!”
เฉินเซียวส่งสติกเกอร์รูปยิ้มกลับไป “นี่คุณกำลังบอกรักผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
“ไปตายซะไป๊! ฉันหมายความว่า—นายต้องไปล่วงเกินประธานเกาก็เพราะฉัน ฉันเลยรู้สึกผิดจนจะตายอยู่แล้ว นายจะหลงตัวเองไปถึงไหน บอกมาซิว่านายมีข้อดีอะไรให้ฉันมองออกบ้าง?”
เฉินเซียวขยี้หัวขณะนั่งอยู่ในรถ ยัยผู้หญิงคนนี้รู้ไหมว่ากำลังคุยอยู่กับใคร ช่างกล้าพูดจริงๆ
“ผมก็บอกข้อดีของตัวเองไม่ค่อยถูกเหมือนกันนะ…”
เตียวฉาน: “เห็นไหมล่ะ นายนี่ยังพอมีความสำนึกในตัวเองอยู่บ้างนะ...”
เฉินเซียว: “เปล่า ที่ผมบอกไม่ถูก เพราะว่า—ตัวผมมีแต่ข้อดีเต็มไปหมดจนบรรยายไม่จบต่างหากล่ะ!”
“จะอ้วก.JPG ลาก่อนนะ ฉันไปอ้วกแป๊บ!”
เฉินเซียวขับรถออกจาก [น้ำพุร้อนเทียนฉือ] แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทอดทิ้งหม่าเจี้ยน เขาจัดการสั่งให้จางซีชินไปประสานงานให้ทันที หม่าเจี้ยนกับลู่เฟยจะได้รับการผ่อนปรนแน่นอน เพราะประธานเกาได้รับเพียงบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น ท่า [หมัดม้าสวรรค์เสียโฉม] ของทั้งสองคนน่ะเน้นความเจ็บแสบแต่ไม่เน้นถึงชีวิต!
ภายในห้องพักพนักงานของ [น้ำพุร้อนเทียนฉือ] ชื่อเสียงของเฉินเซียวโด่งดังขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทุกคนต่างรู้กันทั่วว่า เพื่อนของหนุ่มหล่อที่ทำให้หมายเลข 8 ยอมแหกกฎต่อเวลาให้ ได้อัดประธานเกาเพื่อนของเจ้าของที่นี่จนน่วม
“เสียดายนะ แขกที่หมายเลข 8 สนิทด้วยที่สุด ต่อไปคงไม่กล้ามาเหยียบที่นี่อีกแล้วล่ะ” “ต้องไม่มาอยู่แล้วสิ ถ้ามาอีก ประธานเกาต้องเอาคืนแน่” “พวกเธอว่า เจ้าของที่นี่จะขึ้นบัญชีดำคนคนนั้นเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์หรือเปล่า?”
เฉียนเฉียนได้ยินพวกนั้นนินทาก็ลอบเสียดายในใจ คนกลุ่มนั้นถึงจะดูไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ในเมื่อเป็นคนทำธุรกิจ ย่อมมีโอกาสมาใช้บริการบ่อยกว่าพนักงานทั่วไป เพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆ กลับต้องมาแคล้วคลาดกันเสียแล้ว
[เซียงซานหลินหยู่]
เหอฉิงกลับจากทำงานต่างจังหวัดแล้ว เธอเดินเล่นอยู่ในย่านวิลล่ากับจ้าวเซียงจิ๋นเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเฉินเซียว
เฉินเซียวเดินใจลอยพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นใน [น้ำพุร้อนเทียนฉือ] ในวันนี้
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกใส่เข้ามาในกระเป๋ากางเกง เมื่อเอื้อมมือลงไปคลำดูก็พบว่าเป็นดอกมูเกิ้น หนึ่งกำมือ
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้รับยินเสียงหัวเราะคิกคักจากจ้าวเซียงจิ๋นที่เดินอยู่ข้างๆ ถึงได้รู้ว่าเธอแกล้งเขาอีกแล้ว!
“เฉินเซียว คุณคิดอะไรอยู่เหรอคะ ดูท่าทางเหมือนมีเรื่องในใจเลย”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะเข้าไปจี้เอวเธอให้หัวเราะจนตัวงอไปแล้ว แต่ตอนนี้จ้าวเซียงจิ๋นกำลังตั้งท้อง เขาก็เลยมีสถานะเป็นฝ่ายโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว
“เซียงจิ๋น คุณมีน้องสาวที่พลัดพรากกันไปบ้างหรือเปล่า?”
จ้าวเซียงจิ๋นอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ไม่มีแน่นอนค่ะ คุณแม่มีฉันแค่คนเดียวแล้วท่านก็ทำหมันเลย ทำไมคะ? คุณไปเจอคนที่หน้าตาเหมือนฉันเป๊ะเลยเหรอ?”
เฉินเซียวหัวเราะร่วน “จะเป็นไปได้ยังไง พรสวรรค์ทั่วหล้ามีสิบส่วน เซียงจิ๋นของผมคงเหมาไปแล้วแปดส่วน จะไปมีใครที่เหมือนคุณได้อีก”
“เชอะ—”
จ้าวเซียงจิ๋นกลอกตาใส่เขา แล้วเอื้อมมือไปหยิกที่เอวเขาเบาๆ
เฉินเซียวอดไม่ได้ที่จะเหม่อลอยไปอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงรู้สึกสนิทใจกับเตียวฉานนัก ท่าทางหลายอย่างของเธอช่างเหมือนกับเซียงจิ๋นไม่มีผิดเพี้ยน แม้แต่นิสัยใจคอก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอย่างประหลาด
“เซียงจิ๋น ญาติๆ ทางบ้านคุณไม่มีคนชื่อจ้าวรุ่ยจริงๆ เหรอ?”
เมื่อจ้าวเซียงจิ๋นเห็นเขาถามเป็นงานเป็นการ เธอจึงตอบว่า “พี่ชายฉันไปไล่ถามทุกคนมาให้แล้วล่ะค่ะ มีคนชื่อนี้อยู่จริงๆ หนึ่งคน—”
“หือ?!”
ดวงตาของเฉินเซียวเป็นประกาย “ว่ามาสิ ดูท่าคนนี้แหละคือตัวจริง!”
คิก!
เหอฉิงที่อยู่ข้างๆ หลุดขำออกมา เฉินเซียวมองเธอด้วยความสงสัย แล้วหันไปมองเซียงจิ๋น เห็นเธอทำสีหน้าทะเล้นใส่เขาก็รู้ทันทีว่ามีเงื่อนงำ
และก็เป็นจริงอย่างที่คิด จ้าวเซียงจิ๋นหัวเราะร่วน “นั่นเป็นญาติห่างๆ ค่ะ เป็นเด็กทารกที่เพิ่งเกิดได้ไม่ถึงเดือน เพิ่งจะตั้งชื่อว่าจ้าวรุ่ยเอง จะเป็นตัวจริงไปได้ยังไงคะ?”
เฉินเซียวถึงได้รู้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด...
เหอฉิงพูดเสริมขึ้นว่า “พวกเราเองก็ลองถามญาติๆ ของแต่ละคนดูแล้วเหมือนกันค่ะว่ามีใครชื่อจ้าวรุ่ยไหม มีอยู่สองสามคนนะคะ แต่พอตรวจสอบดูแล้ว ไม่มีทางเป็นเจ้าของ [น้ำพุร้อนเทียนฉือ] ได้เลยสักคนค่ะ!”
เฉินเซียวพยักหน้า “ไม่ใช่ก็ดีแล้ว เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะสืบดูเอง ผมอยากจะเห็นหน้าคนคนนั้นหน่อย ว่าวิเศษมาจากไหนถึงได้กล้าอ้างว่ามีความสัมพันธ์กับผม”
“คุณต้องระวังตัวด้วยนะคะ...” เหอฉิงพูดด้วยความเลิกเป็นห่วง
เขาโบกมือปัด “ผมไม่ได้จะไปเป็นสายลับสักหน่อย จะไปมีอันตรายอะไรได้ล่ะ”
ครืด… ครืด…
โทรศัพท์ของเฉินเซียวดังขึ้น...
เขาหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นสายจากจางอี้ ลูกพี่ลูกน้องของเขา เฉินเซียวจึงกดรับ “ฮัลโหล—”
“ประธานเฉินครับ—”
“พี่อี้ เรียกชื่อผมเถอะครับ พวกเราไม่ได้อยู่ข้างนอกสักหน่อย”
“ได้ครับ ได้ๆๆ! เย็นนี้ผมมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาไปร่วมด้วยไหมครับ?”
“พี่ครับ ผมคงไม่ไปหรอกนะ วันนี้รู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย อยากพักผ่อนอยู่ที่บ้านน่ะครับ”
ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ดูจะเริ่มไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนที่ไหนก็ไม่รู้ข้างนอกนั่น กล้าดีนัดเขาออกไปเพื่อใช้ชื่อเขาข่มคนอื่น เห็นเขาเป็นแค่หุ่นเชิดหรือไง
อีกอย่าง เหอฉิงเพิ่งจะกลับจากทำงานต่างจังหวัดมาได้เกือบสัปดาห์ วันนี้มีโอกาสอยู่ด้วยกันทั้งที ช่วงเย็นเขาก็อยากจะใช้เวลาดูแลเธอให้เต็มที่ จะออกไปข้างนอกได้ยังไง
“ครับๆๆ งั้นคุณพักผ่อนเถอะครับ—” จางอี้ตอบด้วยน้ำเสียงผิดหวัง แต่เขาก็เตรียมใจไว้แล้วระดับหนึ่ง
[ร้านอาหารเซียว]
จางอี้ลงมาจากรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกน้องชายคนนี้ยังถือว่ามีความเหินห่างอยู่บ้าง ดูท่าที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านในย่านเซียงซานหลินหยู่คงเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เขาต้องหาโอกาสเข้าไปคลุกคลีให้มากกว่านี้ ความสำเร็จของเขาในอนาคตจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเขาสามารถขยับเข้าไปใกล้ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ได้มากเท่าไหร่เท่านั้น
“บอสคะ พวกเราจะเข้าไปกันเลยไหมคะ หวังรุ่ยมาถึงแล้วค่ะ!” ผู้ช่วยสาวสวยที่อยู่ข้างๆ ช่วยถือกระเป๋าเอกสารให้เขา
จางอี้พยักหน้าเบาๆ “เข้าไปเถอะ—”
ทันทีที่พูดจบ ก็มีเสียงดังมาจากหน้าประตูร้าน “ประธานจางครับ ประธานจาง!”
จางอี้หันไปมอง เห็นชายวัยกลางคนร่างท้วมเดินพุงพลุ้ยกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว!
เขายิ้มออกมา หวังรุ่ย เจ้าของ [แพลตฟอร์มสินเชื่อแบล็กแคท] มหาเศรษฐีพันล้าน!
คนระดับนี้ เมื่อก่อนเขาแม้แต่จะเดินตามหลังถือรองเท้าให้ก็ยังไม่คู่ควรด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เพียงเพราะความสัมพันธ์กับเฉินเซียว คนระดับนี้กลับแทบอยากจะหมอบลงกับพื้นเพื่อเลียรองเท้าให้เขา!
อย่าว่าแต่หวังรุ่ยเลย แม้แต่ผู้บริหารธนาคารพวกนั้น พอได้ยินว่าคนที่ต้องการพบคือเขา ต่างก็ยอมเดินทางข้ามจังหวัดมาหาถึงเจียงโจว!
“ประธานหวัง—” จางอี้ยิ้มอย่างมีระดับ ยื่นมือไปจับกับหวังรุ่ยอย่างสง่างาม
“ประธานจางครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ ครับ!” หวังรุ่ยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จางอี้ยอมมาพบเขา! เดิมทีเขานัดพวกผู้บริหารธนาคารพวกนั้นแต่ไม่มีใครยอมมาพบเลย แต่พอได้ยินว่าคนที่จะมาในวันนี้คือลูกพี่ลูกน้องของเจ้าของจุนเซียวกรุ๊ป พวกนั้นก็รีบตอบตกลงและบึ่งมาที่เจียงโจวทันที
ภายในห้องวีไอพี ผู้บริหารธนาคารหลายแห่งนั่งอยู่ด้วยกัน ระหว่างที่หวังรุ่ยยังอยู่ข้างนอก พวกเขาก็แอบซุบซิบกันเบาๆ
“ประธานฉิน เรื่องนี้มันแปลกนะครับ คุณจางซีชินเป็นคนสั่งให้พวกเราบอยคอต [แพลตฟอร์มสินเชื่อแบล็กแคท] เองกับมือ แต่ตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าของจุนเซียวกรุ๊ปกลับออกมาออกตัวปกป้องพวกเขาเอง”
“หรือว่าเมื่อวานจะเป็นเพียงคำสั่งส่วนตัวของคุณจางซีชิน ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของประธานเฉิน?”
“ก็เป็นไปได้นะครับ หรือไม่ประธานจางคนนี้ก็อาจจะยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น”
ทันใดนั้น พนักงานเสิร์ฟหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามาถาม “สวัสดีครับคุณลูกค้าทุกท่าน ผมคือพนักงานดูแลห้องนี้ ชื่อจ้าวเหลียงครับ ไม่ทราบว่าจะสั่งอาหารเลยไหมครับ?”
“รอก่อนนะ เดี๋ยวแขกคนสำคัญจะมาถึงแล้ว ค่อยให้ท่านเป็นคนดู”
ประธานฉินตอบรับไปก่อนจะพูดต่อ “หวังรุ่ยบอกว่าจะให้ประธานจางช่วยนัดประธานเฉินแห่งจุนเซียวกรุ๊ปออกมาพบด้วย ไม่รู้ว่าจะยอมออกมาไหม—”
“นั่นสิครับ ถ้าได้พบกับ 'บิ๊กบอส' ผู้ลึกลับคนนั้น การมาครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเกินบรรยายแล้ว!”
จ้าวเหลียงที่ยืนอยู่นิ่งๆ แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง ในใจคิดว่า: ประธานเฉินจะมา? ก็ไม่แปลกหรอก เขาเคยเจอที่นี่มาสองครั้งแล้วเหมือนกัน เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายที่เขาจะทำงานที่ [ร้านอาหารเซียว] แล้ว เดือนหน้าเขาต้องไปเริ่มต้นตามเส้นทางที่พี่ฮุยวางไว้ให้!
ชายคนนี้ก็คือจ้าวเหลียง ลูกชายของลุงสามของจ้าวเซียงจิ๋น อดีตวัยรุ่นไม่เอาถ่านคนนั้นนั่นเอง ตั้งแต่ไปก่อเรื่องที่ [จื่อเฉินกง] จนโดนจ้าวฮุยสั่งให้ลุงสามตัดเงินเลี้ยงดู บีบให้เขาต้องออกมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง หลังจากผ่านการขัดเกลามาพักหนึ่ง เขาก็เริ่มกลับตัวกลับใจได้แล้ว เมื่อครั้งก่อนเฉินเซียวกับจ้าวฮุยมาเจอเขาที่นี่ จึงเสนอให้โอกาสเขาอีกครั้ง
ช่วงนี้คนในตระกูลจ้าวทั้งสายตรงและสายรองต่างก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จ้าวเหลียงเองก็เริ่มเข้าใจแล้วว่านี่คือวาสนาที่ยิ่งใหญ่เพียงใด และเขาก็แอบตั้งปณิธานในใจว่าจะต้องเรียนรู้จากพี่ฮุย และต้องทำตัวให้ได้ดีให้ได้!
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ประตูห้องวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออก คนในห้องพากันลุกพรวดขึ้นยืนทันที
จ้าวเหลียงรีบหันไปมองด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะรู้สึกผิดหวังที่เห็นคนเดินเข้ามาเพียงสองคน และไม่มีประธานเฉินอยู่ด้วย!
คนในห้องต่างพากันยิ้มต้อนรับจางอี้ แต่สายตากลับคอยชะเง้อมองไปข้างหลังเขาอย่างไม่หยุดหย่อน ถึงจะรู้ว่าประธานเฉินคงไม่ตามมาข้างหลังแน่ๆ แต่พวกเขาก็ยังแอบหวังอยู่ลึกๆ
“ท่านผู้บริหารทุกท่านครับ ท่านนี้คือประธานจาง ลูกพี่ลูกน้องของประธานเฉินแห่งจุนเซียวกรุ๊ปครับ!”
จ้าวเหลียงเหลือบมองจางอี้ ที่แท้ก็มีความสัมพันธ์แบบนี้เองเหรอ ดูท่าจะสนิทสนมกว่าเขาเสียอีก แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามันก็ไม่แน่เสมอไป เพราะประธานเฉินน่ะดีกับญาติฝั่งเซียงจิ๋นแบบสุดโต่ง ดูจากการที่เขาดูแลพี่ฮุยสิ ยิ่งกว่าดูแลพี่ชายแท้ๆ เสียอีก
“ประธานจาง!” “ประธานจาง ยินดีที่ได้พบครับ!” “สวัสดีครับประธานจาง—”
จางอี้รักษารอยยิ้มและท่าทางของผู้ทรงอิทธิพลไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เขาจับมือทักทายทีละคน “เชิญทุกท่านนั่งเถอะครับ วันนี้ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ประธานเฉินรู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย เดิมทีท่านตั้งใจจะออกมาพบด้วยตัวเอง แต่ผมเห็นว่าควรให้ท่านพักผ่อนดีกว่า ไว้คราวหน้าแล้วกันนะครับ!”
จ้าวเหลียงคิดในใจ: ตามที่เขารู้มา ถ้าประธานเฉินกลับถึงบ้านแล้ว เขาต้องอยู่เป็นเพื่อนเซียงจิ๋นแน่นอน ปกติไม่ยอมออกมาข้างนอกหรอก
“ไม่เป็นไรครับๆ ประธานเฉินงานยุ่งรัดตัว พวกเราไม่กล้ารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรอกครับ!” “ใช่ครับ เรื่องของพวกเราน่ะเรื่องเล็ก สุขภาพของประธานเฉินสำคัญที่สุดครับ!” “วันหลังถ้าประธานจางนัดประธานเฉินได้อีก ถ้าสะดวกช่วยพวกลูกน้องอย่างพวกเราไปทำความรู้จักด้วยนะครับ—”
บรรดาผู้บริหารธนาคารต่างพูดจารู้ความอย่างประหลาด จางอี้ยิ้มพยักหน้า “โอกาสมีอีกเยอะครับ จะว่าไป วันนี้ผมมีธุรกิจส่วนตัวอย่างหนึ่งอยากจะมาขอน้ำใจจากพวกท่านสักหน่อย ทีแรกว่าจะให้ลูกพี่ลูกน้องช่วยพูดให้ แต่พอคิดดูแล้ว สุขภาพประธานเฉินสำคัญกว่า เรื่องขี้ผงของผมแค่นี้จะไปรบกวนท่านทำไม”
“โอ้โห— ประธานจางมีธุระอะไรสั่งมาได้เลยครับ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย พวกเราไม่มีคำว่าปฏิเสธแน่นอน!” ประธานฉินประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคน
อีกสองคนก็ได้แต่เจ็บใจที่ตัวเองพูดช้าไปก้าวหนึ่ง!
“ประธานฉินพูดถูกครับ ผมเองก็คิดเช่นเดียวกัน—” “ประธานจาง ทางผมก็เหมือนกันครับ สั่งมาได้เลย—”
หวังรุ่ยเห็นท่าทีนั้นก็ลอบอุทานในใจ: แม่เจ้าโว้ย ดูท่าวันนี้เรื่องจะสำเร็จแล้วแฮะ หุ้นลมที่เขายกให้จางอี้ไปน่ะไม่เสียเปล่าจริงๆ
จ้าวเหลียงขณะที่รินเหล้าให้ทุกคน ก็คอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาไปด้วย ในใจเริ่มรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ขึ้นมา นี่น่ะเหรอคือบารมีของการเป็นญาติประธานเฉิน! มิน่าพี่ฮุยถึงได้ดูเท่ขนาดนั้น
เขาเหลือบมองจางอี้อีกครั้ง อยากรู้ว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ทำธุรกิจอะไรกันแน่
จางอี้ไม่ได้สังเกตว่ามีญาติห่างๆ ยืนอยู่ตรงนี้ เขาจิบน้ำหนึ่งอึก ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความพึงพอใจในตัวเองอย่างที่สุด!
“ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนครับ คืออย่างนี้ ผมรู้มาว่าทางธนาคารของพวกท่านในแต่ละปี จะมีหนี้เสียค้างชำระที่ตามเก็บไม่ได้เป็นจำนวนมาก สุดท้ายก็ต้องทำเรื่องตัดเป็นหนี้สูญทิ้งไป ผมอยากจะขอซื้อหนี้ส่วนนั้นแบบเหมาเข่งมาจัดการเองได้ไหมครับ...”
จ้าวเหลียงอึ้งไปครู่หนึ่งจนเผลอรินเหล้าหกใส่โต๊ะ ทำให้หวังรุ่ยตะคอกใส่ทันที “แกมันไม่มีตาหรือไงวะ รินเหล้าประสาอะไร นี่มันเหล้าเหมาไถ 30 ปีนะเว้ย แกมีปัญญาชดใช้ไหม?!”
จ้าวเหลียงปรายตามองหวังรุ่ยแวบหนึ่ง ทีแรกเขาอยากจะสวนกลับไปเหมือนกัน แต่พอนึกได้ว่าหมอนี่เป็นเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องประธานเฉิน เขาจึงข่มใจยอมทนไว้ก่อน
หนอย ไอ้หมูตอน แกยังไม่รู้ซะแล้วว่าคนล่าสุดที่บังคับให้ฉันชดใช้เหล้าเหมาไถน่ะ สุดท้ายต้องโดนบังคับให้ซดเหล้าหมดขวดจนต้องหามส่งโรงพยาบาลมาแล้ว
ไอ้คุณจางนั่นก็มหาเศรษฐีหมื่นล้านเชียวนะ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของแกกับประธานจางล่ะก็ ฉันคงส่งแกไปเป็นเพื่อนร่วมห้องในโรงพยาบาลกับไอ้หมอนั่นไปแล้ว
เขาไม่รู้หรอกว่าประธานจางคนนั้นโดนรถชนตายไปนานจนหญ้าขึ้นคลุมหลุมศพแล้ว!
จ้าวเหลียงรินเหล้าต่อพลางเหลือบมองจางอี้ เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าในเมื่อเป็นลูกพี่ลูกน้องของประธานเฉิน มีธุรกิจดีๆ ให้ทำตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงเลือกมาทำธุรกิจรับตามหนี้เสียแบบนี้
“เรื่องแค่นี้เอง จัดการได้สบายมากครับ หนี้เสียของธนาคารผมมีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านหยวน ผมยินดีขายเหมาให้ในราคา 0.8 % ครับ!”
“ทางเราก็ให้เงื่อนไขเดียวกันครับ” “ประธานจาง ทางเราก็พร้อมครับ!”
ลดเหลือ 0.8 %? จ้าวเหลียงถึงกับดวงตาหดวูบ!
(จบบท)