เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ฟู่นานโจวปลอบภรรยาตัวน้อย

บทที่ 52 ฟู่นานโจวปลอบภรรยาตัวน้อย

บทที่ 52 ฟู่นานโจวปลอบภรรยาตัวน้อย


“พี่คะ พี่...”

“ซีซี!”

เช่อหนานรีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือลู่ซีไว้ แล้วลากเธอออกไปคุยตรงมุมหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากอ้อนวอนด้วยสายตาเว้าวอน “ซีซี ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินเสี่ยวหน่ามาอ่อยพี่ก่อน เรื่องนี้เธอห้ามบอกพี่สาวเธอเด็ดขาดเลยนะ

“ตอนนี้พี่สาวเธอเพิ่งจะตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่ ถ้าเกิดสะเทือนใจจนเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?

“พี่สัญญาว่ามันจะมีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว จริงๆ นะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อไปพี่จะทำดีกับพี่สาวเธอให้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลย”

ลู่ซีจ้องมองเขาด้วยความโกรธจัด “คุณเอาอะไรมาสัญญา?! คนเราถ้าคิดจะนอกใจ มีแค่ครั้งแรกกับมีต่อไปไม่สิ้นสุดเท่านั้นแหละ สกปรกซะขนาดนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้มาแตะต้องตัวพี่สาวฉันอีกเลย!”

เช่อหนานทำสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว “ซีซี เธอเคยคิดบ้างไหมว่าหลังจากนี้พี่สาวเธอจะต้องทรมานขนาดไหน? เธอไม่เคยมีความรัก เธอไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่ถูกคนที่ตัวเองรักที่สุดหักหลังมันเจ็บปวดแค่ไหน เธอทนเห็นพี่สาวตัวเองต้องจมอยู่กับความทุกข์ได้ลงคอจริงๆ เหรอ?!”

ลู่ซีแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “คุณเป็นคนหักหลังพี่สาวฉันเองนะ แล้วทำไมถึงกลายมาเป็นความผิดของฉันที่ไม่ยอมทนเห็นพี่สาวเป็นทุกข์ล่ะ?! นี่คุณจะให้ฉันช่วยปกปิดความชั่วช้าเพื่อหลอกพี่สาวตัวเองงั้นเหรอ?”

“ซีซี พี่ขอร้องล่ะ” เช่อหนานพูดพลันคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี

ลู่ซีสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ “คุณ... คุณลุกขึ้นมานะ!”

“ซีซี พี่ขอร้องเธอเถอะนะ” แววตาของเช่อหนานเต็มไปด้วยการวิงวอน

ลู่ซีกัดริมฝีปากแน่น นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าพี่เขยจะยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อเอาตัวรอด

“ซีซี เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมพี่เขยถึงลงไปคุกเข่าให้เธอแบบนั้นล่ะ?” ลู่เหยาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ

ลู่ซีสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีอะไรค่ะ พี่เขย... แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ”

เมื่อเช่อหนานได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบยันตัวลุกขึ้นยืนทันที

ลู่ซีไม่อยากจะเหลือบสายตามองเขาแม้แต่วินาทีเดียว เธอจึงจูงมือจวงอีเดินเลี่ยงออกไปทันที

ทางด้านเฉินเสี่ยวหน่าตอนนี้สภาพสะบักสะบอมดูไม่จืด จึงทำได้เพียงเดินหนีไปอย่างอับอายขายขี้หน้า

แม้จะมีคนมุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาก็รู้แค่เพียงคร่าวๆ ว่าเป็นการรุมตบสั่งสอนเมียน้อย ส่วนรายละเอียดลึกๆ ไม่มีใครรู้แน่ชัด ฝูงชนจึงค่อยๆ แยกย้ายกันไป

ลู่เหยายังคงซักไซ้เช่อหนานไม่เลิก “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ? เมื่อกี้ซีซีเหมือนมีเรื่องสำคัญจะพูดกับฉัน แต่คุณกลับไม่ยอมให้เธอพูด?”

“ไม่มีอะไรหรอก ก็เรื่องงานของเธอนั่นแหละ ยายหนูซีซียังคงดื้อดึงไม่ยอมช่วยท่าเดียว พี่ไม่มีทางเลือกอื่นเลยต้องคุกเข่าอ้อนวอนเธอน่ะสิ”

พอลู่เหยาได้ยินแบบนั้น ในใจก็พลันเกิดความซาบซึ้งและสงสารสามีจับใจ “คุณ... คุณทำไมถึงได้ยอมทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้เพื่อฉันล่ะคะ?”

เช่อหนานดึงเธอเข้าไปโอบกอดไว้ “เพื่อภรรยาสุดที่รักแล้ว ต่อให้พี่ต้องทนอับอายขายขี้หน้าแค่นี้มันจะไปนับเป็นอะไรได้?”

ตลอดทั้งบ่ายวันนั้นลู่ซีตกอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว แม้กระทั่งตอนเลิกงานระว่างทางนั่งรถกลับบ้านเธอก็ยังนั่งเงียบไม่ยอมปริปากพูดจา

ฟู่นานโจวเหลือบมองเธอเป็นระยะ ก่อนจะเลิกคิ้วถามขึ้น “เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานมาเหรอ?”

“เปล่าค่ะ” ลู่ซีไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงคำพูดอธิบายเรื่องนี้ออกมาอย่างไรดี

ฟู่นานโจวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็หักพวงมาลัยเปลี่ยนเส้นทางในระบบนำทางทันที

“คุณฟู่ พวกเราไม่ได้จะกลับบ้านกันหรอกเหรอคะ?” ลู่ซีเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

ฟู่นานโจวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน “ในเมื่อภรรยาของผมกำลังโกรธ ในฐานะที่เป็นสามี ผมก็มีหน้าที่ต้องรับรู้ว่าอะไรที่ทำให้คุณอารมณ์ไม่ดี และมีหน้าที่ต้องง้อจนกว่าคุณจะหายดีด้วย”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ลู่ซีกลับรู้สึกว่าความอึดอัดขุ่นมัวในใจสลายไปไม่น้อย เธอจึงเอ่ยปากถามเสียงเบา “คุณฟู่ คุณตั้งใจจะพาฉันไปช้อปปิ้งเพื่อระบายอารมณ์เหรอคะ? จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเปลืองเงินหรอกนะคะ”

“ไม่ใช่พามาซื้อของหรอก” ฟู่นานโจวจอดรถเรียบร้อยแล้วเดินลงมาจูงมือลู่ซีให้ก้าวลงจากรถไปด้วยกัน

ลู่ซีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ถ้าไม่ใช่พามาซื้อของ แล้วคุณฟู่พาฉันมาที่นี่ทำไมเหรอคะ?”

ฟู่นานโจวยิ้มละมุน “ไม่ได้จะทำอะไรเป็นพิเศษหรอก เราแต่งงานกันมาได้หลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้มาเดินเล่น ทานข้าว ดูหนังเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ เลย ถือโอกาสนี้มาเดินเล่นชิลๆ กันเถอะ”

ลู่ซีพลันรู้สึกคาดหวังขึ้นมาในใจทันที

“อยากเล่นตู้คีบตุ๊กตาไหม?” ฟู่นานโจวชี้มือไปทางตู้คีบตุ๊กตาที่ตั้งอยู่ไม่ไกล

ลู่ซีพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นทันควัน “อยากค่ะ!”

ฟู่นานโจวคลี่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ในที่สุดเขาก็สามารถดึงรอยยิ้มกลับคืนมาบนใบหน้าของยัยหนูคนนี้ได้เสียที

ทว่าลู่ซีไม่เคยเล่นตู้คีบตุ๊กตามาก่อน และยังจับทิศทางไม่ถูก คีบไปตั้งหลายครั้งทั้งที่เห็นอยู่รำไรว่าตุ๊กตากำลังจะหลุดลงช่องอยู่แล้ว แต่พอถึงจังหวะสำคัญขาหนีบกลับปล่อยตุ๊กตาร่วงลงไปทุกที

เธอเริ่มรู้สึกถอดใจเล็กๆ “คุณฟู่ คุณมาเล่นแทนฉันเถอะค่ะ ฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลย เล่นต่อไปก็รังแต่จะเปลืองเงินเปล่าๆ”

ฟู่นานโจวยื่นมือไปลูบหัวเธอเบาๆ “เงินแค่นี้สามีเธอยังจ่ายไหว เล่นต่อเถอะไม่ต้องกังวล”

ลู่ซีลองพยายามดูอีกสองสามครั้ง จนกระทั่งครั้งล่าสุดเกือบจะประสบความสำเร็จอยู่แล้วเชียว แต่สุดท้ายก็ยังล้มเหลวตามเคย

ฟู่นานโจวซึ่งกำลังก้มหน้าตอบข้อความเรื่องงานอยู่ พอได้ยินเสียงอุทานอย่างนึกเสียดายของเธอว่า “เฮ้อ” เขาก็เก็บโทรศัพท์แล้วขยับเข้าไปโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล “ซีซี ดูให้ดีๆ สิ การคีบตุ๊กตามันมีเทคนิคของมันอยู่นะ”

คำว่า “ซีซี” ที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างใบหู ทำเอาหัวใจของลู่ซีสั่นไหวอย่างรุนแรง

นี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่โยคะคุณฟู่เอ่ยเรียกชื่อเล่นของเธอ

ยามที่พี่เขยเรียกชื่อนี้เธอจะรู้สึกต่อต้านและหงุดหงิดใจเป็นที่สุด แต่พอคุณฟู่เป็นคนเรียก เธอกลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

เป็นเพราะว่าน้ำเสียงของคุณฟู่ไพเราะน่าฟังเกินไปหรือเปล่านะ?

“ซีซี อย่าเพิ่งเหม่อสิ ดูให้ดี จังหวะที่ขาหนีบมันเหวี่ยงเธอต้องทำแบบนี้...”

ฟู่นานโจวกระซิบสอนข้างหูลู่ซีอย่างละเอียดลออ มือหนากุมมือบางของเธอไว้แล้วบังคับคันโยกไปพร้อมกัน เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถคีบตุ๊กตาแกะน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มออกมาได้สำเร็จ

ลู่ซีอุทานออกมาด้วยความทึ่ง “คุณฟู่ คุณเก่งจังเลยค่ะ”

ฟู่นานโจวคลี่ยิ้มบาง

ที่ผ่านมามีผู้คนนับไม่ถ้วนเอ่ยปากชื่นชมว่าเขาเก่งกาจและมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลม ทว่าคำชมเหล่านั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับคำว่า “คุณฟู่ คุณเก่งจังเลยค่ะ” ของภรรยาตัวน้อยเพียงประโยคเดียว มันสามารถเติมเต็มความภาคภูมิใจในฐานะลูกผู้ชายของเขาได้อย่างเปี่ยมล้น

“ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณนายฟู่”

“ฉันขอเผลอลองคีบเองอีกสักครั้งได้ไหมคะ?”

“ได้สิ” ฟู่นานโจวปล่อยมือออก ทว่าเขาไม่ได้ก้าวถอยห่างไปไหน แต่กลับขยับอ้อมแขนโอบรอบเอวบางของเด็กสาวไว้ หลับคางมนวางพิงอยู่บนกลุ่มผมนุ่มตรงกลางกระหม่อมของลู่ซีเบาๆ

ส่วนสูงที่แตกต่างกันของทั้งสองคน ช่างพอดิบพอดีราวกราฟที่ตัดกัน

เขาช่างดูสูงใหญ่สง่างาม ส่วนเธอช่างดูตัวเล็กน่าทะนุถนอม

ลู่ซีสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นชายที่โอบล้อมรอบตัวเธอเอาไว้ ชวนให้รู้สึกหน้าแดงใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก ทว่ามุมปากกลับกลั้นรอยยิ้มหวานเอาไว้ไม่อยู่

เธอกระทั่งลอบมองเงาสะท้อนของพวกเขาทั้งสองคนผ่านกระจกใสของตู้คีบตุ๊กตา แววตาแฝงไปด้วยความเคอะเขินปนเปี่ยมสุขโดยไม่รู้ตัว

“คุณนายฟู่ ถ้าคุณยังไม่เริ่มโยกคันขยับอีกล่ะก็ ผมจะจูบคุณแล้วนะ” ฟู่นานโจวหัวเราะหึในลำคอ สายตาของทั้งคู่ประสานกันผ่านเงาสะท้อนบนกระจก

แม่หนูน้อยคนนี้ ดูท่าจะชอบแอบมองเขาอยู่เรื่อยเลย

และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียด้วย

ลู่ซีรีบละสายตากลับมาทันควัน แล้วตั้งสมาธิอยู่กับการคีบตุ๊กตาตรงหน้า ทันทีที่ตุ๊กตาร่วงหล่นลงมาในช่องรับ เธอก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด

“ฉันคีบได้แล้ว... อ๊ะ!”

“อึ่ก...”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของลู่ซีและเสียงครางอื้อในลำคอของฟู่นานโจวดังขึ้นพร้อมกัน

ฟู่นานโจวใช้มือข้างหนึ่งกุมคางตัวเองเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปลูบหัวทุยๆ ของเธอ พลางขมวดคิ้วหัวเราะขืนๆ “กระแทกเจ็บไหมล่ะเรา?”

“ก็นิดหน่อยค่ะ แล้วคุณฟู่ล่ะคะ?”

ฟู่นานโจวยิ้ม “ผมไม่เป็นไร”

ลู่ซีทำสีหน้ารู้สึกผิด “ขอโทษนะคะ ฉันตื่นเต้นมากไปหน่อย”

“ซีซี ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำขอโทษกับผมทุกเรื่องหรอกนะ พวกเราเป็นสามีภรรยากัน ไม่ต้องเกรงใจจนดูห่างเหินขนาดนั้น”

ลู่ซีพยักหน้ารับคำ จากนั้นเธอก็ดึงตุ๊กตาหมีสตรอว์เบอร์รีที่ตัวเองคีบได้ออกมา “คุณฟู่ คุณดูสิคะ มันน่ารักไหม? ฉันยกให้คุณนะ เอาไปตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานของคุณดีไหมคะ?”

ฟู่นานโจวแสร้งทำสีหน้ากึ่งขำกึ่งเอ็นดู “ไอ้ตัวแบบนี้เนี่ยนะน่ารัก?”

“อื้อ ถึงมันจะเป็นตัวร้ายในเรื่อง แต่คุณไม่คิดว่ามันดูหน้าตาบื้อๆ แต่น่ารักดีเหรอคะ? ฉันว่าความบื้อของมันน่าเอ็นดูออก มีความคอนทราสต์ในตัวเองสูงดี เหมือนกับคุณฟู่เลยค่ะ ภายนอกดูสุขุมเรียบร้อยเป็นสุภาพบุรุษ แต่บางทีก็แอบเจ้าเล่ห์ขี้แกล้งอยู่เหมือนกัน”

ฟู่นานโจวยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากมนของเธอเบาๆ ทีหนึ่ง “มีที่ไหนมานินทาสามีตัวเองต่อหน้าแบบนี้ห๊ะ?”

ลู่ซียิ้มแหยๆ ด้วยความเขินอาย ในใจอยากจะเถียงกลับเหลือเกินว่าสิ่งที่เธอพูดมันคือเรื่องจริงต่างหาก

“ยังอยากเล่นต่ออีกไหม? ถ้าไม่เล่นแล้วเราไปเดินเล่นกันเถอะ ไปหาอะไรอร่อยๆ ที่เธออยากกิน เย็นนี้เราไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว ทานเสร็จค่อยกลับบ้านกัน”

“ตกลงค่ะ” ลู่ซียิ้มร่าตอบตกลงทันที

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ลู่เหยาก็กำลังควงแขนเช่อหนานเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เช่นกัน

ลู่เหยาไม่ได้ออกมาเดินห้างสองต่อสองกับสามีมานานมากแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจึงไม่อาจปิดซ่อนไว้ได้เลย

เช่อหนานเหลือบมองรอยยิ้มของลู่เหยาพลางแอบหัวเราะหยันอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นคนที่พึงพอใจกับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายดายเสียจริง ก็แค่พาออกมาเดินเล่นในห้าง แถมยังไม่ได้ซื้อของอะไรให้สักชิ้น ก็ดีใจจนเนื้อเต้นขนาดนี้แล้ว

“ที่รัก ฝั่งโน้นมีเคเอฟซีอยู่ เดี๋ยวพี่ไปซื้อไอศกรีมซันเดให้ทานเอาไหม?”

ลู่เหยาพยักหน้ารับราวกับเด็กสาวตัวเล็กๆ “อื้อ ขอบคุณค่ะคุณสามี”

เช่อหนานยื่นมือไปบีบจมูกเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจอมปลอม “ดูซิ พี่สปอยล์เธอจนเธอกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่โตไม่รู้จักโตไปซะแล้ว”

ลู่เหยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ก็ใครใช้ให้คุณรักฉันล่ะคะ?”

เช่อหนานยิ้มรับ ในระหว่างที่กำลังยืนสั่งไอศกรีมซันเดอยู่นั้น เขาก็กดเปิดแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ เพื่อเช็กพิกัดและยืนยันว่าลู่ซีอยู่ที่ชั้นสองของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้จริงๆ

วันนี้รอยจูบที่อยู่บนลำคอของลู่ซีมันทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความอิจฉาและปรารถนาจนวุ่นวายใจไปหมดตลอดทั้งวัน ดังนั้นหลังจากที่เขาแอบจับสัญญาณพิกัดได้ว่าเธออยู่ที่นี่ เขาจึงจงใจพาลู่เหยามาที่ห้างทันที

ชั้นสอง ร้านขายชุดชั้นในสตรีงั้นเหรอ?

ทันใดนั้น เช่อหนานก็รู้สึกตื่นเต้นพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 52 ฟู่นานโจวปลอบภรรยาตัวน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว