เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ในที่สุด ฟู่นานโจวก็ยอมทำลายกฎของตัวเอง

บทที่ 11 ในที่สุด ฟู่นานโจวก็ยอมทำลายกฎของตัวเอง

บทที่ 11 ในที่สุด ฟู่นานโจวก็ยอมทำลายกฎของตัวเอง


หลี่เชี่ยนยังคงความวางอำนาจและไร้เหตุผลเหมือนเช่นเคย

ลู่เหยาขึ้นเสียงสูงทันที "แม่คะ! แม่จะทำเป็นไม่สนใจเรื่องที่ซีซีถูกรังแก เพียงเพราะหลี่กังเป็นหลานชายของแม่ไม่ได้นะ!"

"นี่ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ?! แกแต่งเข้าบ้านตระกูลหลี่ก็ถือเป็นคนของบ้านเราแล้ว อย่ามาทำตัวกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา! ถ้าลู่ซีแต่งกับหลี่กัง ยัยนั่นก็ยังถือว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่อย่างนั้นมันก็เป็นแค่คนนอก แล้วฉันจะต้องไปสนใจเรื่องคอขาดบาดตายของมันทำไม?! ถ้าแกยังพูดมากอีก ก็ไสหัวออกไปจากบ้านเราเลย!"

เสียงทะเลาะกันดังอื้ออึงมาจากปลายสาย ลู่ซีร้อนใจขึ้นมาทันที เธอใช้สองมือกำโทรศัพท์ไว้แน่น "ห้ามรังแกพี่สาวฉันนะ!"

หลี่เชี่ยนแย่งโทรศัพท์ไปถือเอง "ลู่ซี ฉันจะบอกแกให้นะ ที่แกได้อาศัยกินฟรีอยู่ฟรีที่บ้านฉันมาสิบปี แกอย่ามาทำตัวเนรคุณ! คิดให้ดีเถอะ ถ้าฉันสั่งให้อาหนานหย่ากับพี่สาวแก พี่สาวแกกลายเป็นแม่ม่ายลูกติด แถมอายุตั้งสามสิบกว่า การศึกษาก็ต่ำ แกคิดว่าจะมีใครเอาอีกเหรอ?!"

ขอบตาของลู่ซีแดงก่ำ

แม่สามีของพี่สาวพูดจารุนแรงเกินไปแล้ว เธอกดขี่พี่สาวจนดูไม่มีค่าเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พี่สาวคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ไปแล้ว!

"ฉันไม่คุยกับแม่แล้ว ฉันจะคุยกับพี่สาว" ลู่ซีพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น เธอรู้สึกสงสารและเจ็บปวดแทนพี่สาวเหลือเกิน

ลู่เหยารับสายไป "ซีซี เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่นะ"

หลังจากนั้นสายก็ถูกตัดไป

ลู่ซีรีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปข้างนอกทันที เธอเกรงว่าพี่สาวจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพาในบ้านสามี

"จะไปไหน?" ฟู่นานโจวซึ่งเพิ่งเดินลงมาข้างล่างพอดี เห็นลู่ซีมีท่าทางลนลานจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถาม

ลู่ซีกระพริบตาคู่งามที่คลอไปด้วยหยดน้ำ พลางขอร้อง "น้าเล็กฟู่คะ คุณช่วยไปส่งฉันที่บ้านพี่สาวหน่อยได้ไหมคะ?"

"มีเรื่องอะไร?" ฟู่นานโจววางกระบอกน้ำเก็บความร้อนในมือลง

ลู่ซีก้มหน้าลง "พี่สาวกับแม่สามีเขาทะเลาะกันค่ะ ฉันไม่สบายใจที่จะปล่อยให้พี่อยู่คนเดียว"

ฟู่นานโจวยื่นมือเรียวยาวออกมา ใช้นิ้วเชยคางมนของเธอขึ้น แววตาที่สงบนิ่งจนเกือบจะเย็นชาจ้องมองเธอตรงๆ "เธอไปแล้วจะเถียงชนะเหรอ?"

ลู่ซีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า "แต่ถ้าเกิดยายแก่คนนั้นลงไม้ลงมือกับพี่สาวฉันล่ะคะ? ก่อนหน้านี้หลี่เชี่ยนก็เคยทำมาแล้ว วันนั้นพี่เขยไม่อยู่พอดี หลี่เชี่ยนตบหน้าพี่สาวฉันเพียงเพราะพี่พูดช่วยฉันแค่ประโยคเดียว พอพี่เขยกลับมา หลี่เชี่ยนก็ชิงฟ้องก่อนว่าพี่สาวผลักแกจนล้มกระดูกก้นกบแตก ยังดีที่ฉันช่วยอธิบายจนชัดเจน พี่เขยเลยไม่เชื่อคำแม่เขา แต่เขาก็ตำหนิพี่สาวไปไม่กี่คำ หลังจากนั้นหลี่เชี่ยนก็แกล้งป่วย นอนติดเตียงอยู่สามเดือน คอยจิกหัวใช้ให้พี่สาวฉันส่งข้าวส่งน้ำ เช็ดอุจจาระปัสสาวะให้ทุกวัน"

ฟู่นานโจวฟังพลางขมวดคิ้ว เขาไม่อยากฟังเรื่องจุกจิกไร้สาระพวกนี้เลยสักนิด แต่เมื่อเห็นลู่ซีเล่าออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำตาร่วงเผาะราวกับไข่มุกขาดสาย เขาจึงใจอ่อนไม่กล้าขัดจังหวะ

รอจนลู่ซีพูดจบ เขาถึงถามเสียงเรียบ "แล้วเธอไปจะช่วยสู้ได้เหรอ? พลังการต่อสู้สูงนักหรือไง? สู้เก่งเหมือนจวงอีหรือเปล่า?"

ลู่ซีก้มหน้าลง น้ำเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ได้ค่ะ"

"เพราะฉะนั้น มูลค่าของการที่เธอไปคืออะไร? เดิมทีมันก็แค่ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ พี่เขยเธออยู่ตรงกลางคอยไกล่เกลี่ย พูดไม่กี่คำก็จบได้ แต่ถ้าเธอไปเรื่องมันจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างฝั่งครอบครัวเดิมกับครอบครัวใหม่ทันที เธอมีแต่จะไปสาดน้ำมันเข้ากองไฟมากกว่า"

ฟู่นานโจววิจารณ์ได้ตรงจุด พูดจบเขาก็เดินกลับไปที่ห้องครัว หยิบกระบอกน้ำเก็บความร้อนเดินขึ้นชั้นบนไป

เขายังมีงานต้องทำ ไม่อาจเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านี้ได้

ลู่ซีไม่พูดอะไรสักคำ ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ฟู่นานโจวว่าจริงๆ แต่เธอจะทนดูพี่สาวถูกแม่สามีรังแกอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไร

ฟู่นานโจวสาวเท้าขึ้นบันได ทว่าหางตาเหลือบไปเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ดูน่าสงสารไม่น้อย

"ลู่ซี มานี่" ฟู่นานโจวกวักมือเรียก

ลู่ซีเดินเข้าไปหา เงยหน้าขาวเนียนมองเขาเหมือนกำลังรอคำสั่ง

ฟู่นานโจวพบว่าเด็กสาวคนนี้หน้าตาสะอาดสะอ้านมาก ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจหยก ดวงตาที่ดำขลับเป็นประกายและใสซื่อเหมือนลูกกวางตัวน้อย ยิ่งบวกกับท่าทางประหม่าที่เม้มริมฝีปากสีชมพูนุ่มนั่นแล้ว มันชวนให้ผู้ชายเกิดความรู้สึกอยากปกป้องจริงๆ

เหมือนเธอเหลือเกิน

ฟู่นานโจวถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะถามเชิงยอมจำนน "อยากกลับไปจริงๆ เหรอ?"

ลู่ซีพยักหน้าอย่างหนักแน่น "อยากค่ะ"

ฟู่นานโจวไม่พูดอะไร เพียงแต่ยังคงมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาลุ่มลึก

เขาไม่ชอบเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะปัญหาครอบครัวที่วุ่นวายพวกนี้ แค่คิดก็รู้สึกว่ามันน่าปวดหัวยิ่งกว่ารายงานทางการเงินที่น่าเบื่อเสียอีก

ทว่าคำปฏิเสธเขากลับพูดมันออกมาไม่ได้

เด็กสาวตรงหน้าอายุยี่สิบสองแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ แล้วแท้ๆ แต่ท่าทางที่น้ำตาคลอเบ้าน่าเวทนานั่นกลับทำให้คนใจอ่อนจนไม่กล้าปฏิเสธ

ในที่สุด ฟู่นานโจวก็ยอมทำลายกฎของตัวเอง

เขายิ้มออกมาอย่างจนใจพลางกล่าวว่า "ไปรอข้างนอกเดี๋ยว ผมไปเปลี่ยนชุดก่อน"

หมู่บ้านจี๋เสียงหรูอี้ ตึก 18 ยูนิต 1 ห้อง 603

ลู่ซียืนอยู่ที่หน้าประตูก็ได้ยินเสียงแหลมสูงของหลี่เชี่ยนดังลอดออกมา

"ลู่เหยา ฉันบอกแกให้นะ รีบสั่งให้ลู่ซีไปถอนแจ้งความซะ ไม่อย่างนั้นแกก็หย่ากับอาหนานไปเลย! อย่ามาอยู่บ้านให้ฉันรำคาญใจ!"

ลู่เหยาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "แม่คะ แม่จะไร้เหตุผลแบบนี้ไม่ได้นะ ซีซีถูกรังแกถึงต้องแจ้งตำรวจนะคะ"

"พูดเหลวไหล! หลานชายแท้ๆ ของฉัน ฉันจะไม่รู้ได้ไง?! เขาไม่ใช่คนที่จะไปรังแกใครได้หรอก!"

"ลู่เหยา ตอนแกแต่งกับอาหนานแกก็เคยเจอหลี่กัง เมื่อก่อนฐานะบ้านเขาสู้บ้านเราได้ที่ไหน? แต่ตอนนี้เขาทำธุรกิจส่วนตัว มีรถสองคันมีบ้านสามหลัง เงินฝากอีกตั้งล้านกว่า เขาจะไม่มีเส้นสายบ้างเลยเหรอ? ฉันจะบอกแกให้อีกนะ หลี่กังเป็นทหารปลดเกษียณ เพื่อนพ้องร่วมรบก็มีตั้งเยอะ วันหน้าถ้าลู่ซีสอบข้าราชการได้ สวัสดิการมันจะไม่ดีกว่าทำงานบริษัทเหรอ? แถมยังเป็นงานที่มั่นคง เงินบำนาญก็สูงด้วย"

ลู่เหยาเงียบไป

"พวกแกน่ะ เอาแต่คิดว่าลู่ซีจะเสียเปรียบ ไม่เคยนึกถึงความหวังดีของฉันเลย เงื่อนไขแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว! แกไปบอกลู่ซีให้ปล่อยคนออกมาซะ แล้วหลังจากนั้นก็ช่วยจับคู่ให้พวกเขาซะ ชีวิตครึ่งหลังของลู่ซีจะได้ไม่ต้องลำบากอีก"

หลี่เชี่ยนยังคงพยายามหว่านล้อมต่อ

ลู่เหยาเงียบไปอีกครั้ง

ผ่านไปพักใหญ่ ลู่เหยาก็พูดเสียงเบา "หนูทราบแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปคุยกับซีซีเอง ให้เธอไปถอนแจ้งความ"

"มันต้องอย่างนี้สิ ลู่ซีฟังคำแกที่สุด ส่วนแกก็ฟังคำแม่ที่สุด ถึงจะเป็นลูกสะใภ้ที่ดี" หลี่เชี่ยนยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ

ลู่ซีไม่ได้เคาะประตู เธอเอาแต่ยืนฟังอยู่ข้างนอก แสงไฟที่ทางเดินดับลงแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้กระทืบเท้าให้ไฟติด เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ในความมืด

ฟู่นานโจวตบที่ท้ายทอยของเธอเบาๆ สื่อความหมายว่า: ไปกันเถอะ

ลู่ซีเดินตามร่างสูงใหญ่ของฟู่นานโจวไป ในใจรู้สึกบอกไม่ถูก

ทั้งคู่เพิ่งจะลงลิฟต์มา โทรศัพท์ของลู่เหยาก็ดังขึ้น

"ซีซี เรื่องคดีของหลี่กังน่ะเธอถอนไปเถอะนะ ยังไงเธอก็ไม่ได้เป็นอะไร คนกันเองทั้งนั้น เจอกันบ่อยๆ ถ้าทะเลาะกันจนแตกหักมันจะไม่ดี"

ลู่ซีตอบอย่างไร้อารมณ์ "หนูทราบแล้วค่ะ"

"อืม งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะ อยู่บ้านน้าเล็กของจวงอีก็ทำตัวดีๆ ล่ะ พรุ่งนี้ต้องเริ่มทำงานแล้ว อย่าไปสร้างเรื่องให้พี่เขยเดือดร้อนนะ"

ลู่ซีไม่ตอบอะไรและกดวางสายไปทันที

ฟู่นานโจวหันไปมองเธอ "จะถอนแจ้งความไหม?"

"ค่ะ" ลู่ซีพยักหน้า

ฟู่นานโจวเองก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เขาโทรศัพท์สั่งให้คนปล่อยตัวหลี่กังไป

พอขึ้นรถมาแล้วเห็นลู่ซีนั่งนิ่งไม่ขยับ ฟู่นานโจวจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้ กลิ่นอายความเป็นชายที่ทรงอำนาจและคุกคามเข้าปกคลุมลู่ซีในทันที

ลู่ซีตกใจจนเริ่มพูดตะกุกตะกัก "น้า... น้าเล็กฟู่!"

ฟู่นานโจวดึงสายคาดนิรภัยมาคาดให้เธอ พร้อมเตือนเสียงเรียบ "วันหลังนั่งเบาะหน้าอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ถ้าโดนกล้องจับได้จะโดนหักคะแนน"

"อ้อ... ค่ะ... ทราบแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ" ลู่ซีหน้าแดงก่ำ รู้สึกหนังศีรษะชาไปหมด

ฟู่นานโจวสตาร์ทรถ พลางพูดขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจ "ฟังจากที่พี่สาวเธอพูดดูเหมือนจะยังอยากให้เธอไปดูตัวกับหลี่กังนั่นอยู่ เธอคิดยังไงล่ะ? จะให้ชวนพวกเขามากินข้าวที่บ้านด้วยกันเลยไหม?"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 11 ในที่สุด ฟู่นานโจวก็ยอมทำลายกฎของตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว