เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ฟู่นานโจวคือคุณน้าแท้ๆ ของจวงอี

บทที่ 3 ฟู่นานโจวคือคุณน้าแท้ๆ ของจวงอี

บทที่ 3 ฟู่นานโจวคือคุณน้าแท้ๆ ของจวงอี


ฟู่นานโจวสีหน้าขรึมลงทันที “ไม่ได้!”

ลู่ซีหน้าเสีย “แต่ว่าพวกเราจดทะเบียนผิดคนนะคะ”

“คุณจดผิด แต่ผมไม่ผิด การแต่งงานครั้งนี้ผมเป็นคนเสนอเอง และผมไม่คิดจะหย่า เพราะสถานะพ่อหม้ายมันจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผม ปีนี้ผมอายุสามสิบแล้ว หาแฟนยาก คุณทั้งสวยทั้งสาว ผมรู้จักพอแล้วละ”

นี่มันเรื่องโกหกทั้งเพชัดๆ!

ไม่ต้องพูดถึงฐานะผู้นำตระกูลฟู่ แค่ใบหน้าของฟู่นานโจวเพียงอย่างเดียวก็ดึงดูดแฟนคลับได้มหาศาลแล้ว ยังจะต้องกังวลว่าไม่มีสาวสวยวัยใสพุ่งเข้าหาอีกหรือไง?

ลู่ซีเม้มริมฝีปากแน่น ตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

เธอรู้สึกเสียใจภายหลังเหลือเกิน

ฟังจากที่ผู้ชายคนนี้พูด เขาบอกว่าตัวเองหาแฟนยาก หรือว่าเขาจะมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า?

“นี่คือที่อยู่บ้านผม คุณย้ายเข้าไปได้เลย ส่วนรหัสผ่านผมจะส่งเข้ามือถือให้ พอดีผมรีบ ไม่สะดวกไปส่ง คุณนั่งแท็กซี่ไปเองนะ ส่วนเงินในบัตรนี้คุณเอาไปใช้ได้เลย ขาดเหลืออะไรก็ซื้อเอาเอง”

ฟู่นานโจวรีบจริงๆ พูดจบเขาก็ยื่นบัตรเครดิตใบหนึ่งให้ลู่ซี ก่อนจะสาวเท้าขึ้นรถแล้วจากไป

ลู่ซียืนบื้ออยู่กับที่ บัตรเครดิตเหรอ...

คุณฟู่ไม่กลัวเธอรูดจนวงเงินเต็มหรือไงนะ?

จู่ๆ ลู่ซีก็ทรุดตัวนั่งลง ยู่ปากด้วยความหงุดหงิดตัวเอง นี่มันบ้าไปแล้ว

จำคนผิดไม่พอ ยังดันมาแต่งงานสายฟ้าแลบกับคุณลุงอีก

ถ้าไปบอกพี่สาวเข้า พี่สาวต้องโกรธจนอกแตกตายแน่ๆ

ลู่ซีถ่ายรูปทะเบียนสมรสส่งไปให้จวงอีเพื่อนสนิท พร้อมกับแนบอิโมจิร้องไห้

จวงอีโทรกลับมาถล่มทันที “ลู่ซี แกบ้าไปแล้ว! แกรรู้ไหมว่าคนคนนั้นคือใคร? นั่นน่ะฟู่นานโจว น้าเล็กแท้ๆ ของฉันเอง!”

“ไอ้เพื่อนบ้า! ฉันหวังดีแนะนำแฟนให้แก แต่แกดันอยากมาเป็นน้าสะใภ้ฉันเนี่ยนะ! ไร้มนุษยธรรมที่สุด!”

“ลู่ซี แกตายแน่! แกจบเห่แล้ว! วันคืนที่แสนสุขของแกจบสิ้นลงแล้ว!”

ลู่ซีทำหน้าจ๋อย “ขอโทษที ฉันก็ไม่นึกว่าจะจำคนผิดนี่นา ตอนนั้นเขาเหน็บปากกาไว้ที่อกเสื้อเหมือนที่แกบอกเป๊ะเลย”

จวงอีถอนหายใจอย่างอ่อนใจ “น้าเล็กของฉันดูมีอายุขนาดนั้น แกดูไม่ออกหรือไง”

ลู่ซีเสียงเบาลงกว่าเดิม “ดูออกสิ แต่ว่าน้าเล็กของแกหล่อเกินไป ฉันมัวแต่มองหน้าจนลืมสังเกตเรื่องอายุไปเลย”

“ซีซี แกรรู้ไหมว่าการแต่งงานกับน้าเล็กของฉันหมายความว่ายังไง?”

ลู่ซีไม่เข้าใจ “หมายความว่ายังไงล่ะ?”

“หมายความว่าต่อไปแกจะโดนคุมความประพฤติจนดิ้นไม่หลุดน่ะสิ! แถมแกยังเป็นตัวแทนด้วยนะเพื่อนรัก! น้าเล็กของฉันเคยมีแฟนที่คบกันมาตั้งหกปี แกหน้าเหมือนยัยนั่นมาก เข้าใจไหม?”

ลู่ซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจทุกอย่างทันที “มิน่าล่ะ น้าเล็กของแกถึงขอฉันแต่งงานทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก”

“อีอี แกช่วยไปขอความเมตตาจากน้าเล็กแกหน่อยสิ ให้เขาหย่ากับฉันเถอะ”

จวงอีทำเสียงตกใจ “แกยกเว้นฉันไว้สักคนเถอะ! ถ้าฉันกล้าเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของเขา น้าเล็กได้อัดฉันน่วมแน่! แกดูแลตัวเองก็แล้วกันนะ”

พูดจบ ปลายสายก็ตัดไปทันที

ลู่ซี : “...”

ยัยจวงอีคนไม่มีจรรยาบรรณเพื่อน

ตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ?

ข้าวของของลู่ซีมีไม่มากนัก ตอนเรียนจบเธอก็ขายสิ่งที่ขายได้ไปเกือบหมดแล้ว ที่บ้านพี่สาวส่วนใหญ่จึงมีแค่เสื้อผ้าและของจุกจิกอีกเล็กน้อย

หลังจากเกิดเรื่องก่อนหน้านี้ ลู่ซีไม่กล้ากลับไปบ้านคนเดียว โชคดีที่หลี่เชี่ยนแม่สามีของพี่สาวเข้าไปเอาของเล่นของกั่วกั่วที่บ้านพอดี และเพราะหาของไม่เจอจึงโทรตามเธอ

ตอนลู่ซีถึงบ้าน หลี่เชี่ยนก็นั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่บนโซฟาแล้ว เปลือกเมล็ดแตงโมไม่ได้ทิ้งลงถังขยะทั้งหมด กระจัดกระจายอยู่ทั้งข้างในข้างนอก

พอหลี่เชี่ยนเห็นเธอก็พูดขึ้นมาว่า “ซีซีจ๊ะ เธอหายไปไหนมาเนี่ย บ้านช่องก็ไม่หัดเก็บกวาดบ้าง ฉันน่ะรีบนะ ไม่มีเวลามาเก็บกวาดให้พวกเธอหรอก”

ลู่ซีนึกในใจว่า คุณแม่มีเวลาแทะเมล็ดแตงโมนะคะนั่น แต่เธอก็ต้องตอบกลับไปอย่างสุภาพ “คุณแม่คะ พอดีฉันมีธุระออกไปข้างนอกมาค่ะ”

หลี่เชี่ยนเบ้ปาก “เธอยังหางานไม่ได้เลย จะมีธุระอะไรนักหนา?”

ลู่ซีรู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆ “คุณแม่คะ อาทิตย์หน้าฉันจะเข้าทำงานที่ฟู่กรุ๊ปแล้วค่ะ”

หลี่เชี่ยนชะงักไป “ฟู่กรุ๊ปเหรอ? นานนานของพวกเราฝากเข้าให้ใช่ไหมล่ะ?”

“ซีซีเอ๋ย ไม่ใช่ว่าฉันจะว่าอะไรเธอนะ แต่เธอกับพี่สาวเธอน่ะโชคดีเหมือนชาติก่อนทำบุญมาเยอะถึงได้แต่งเข้าบ้านเรา นานนานของพวกเราน่ะทุ่มเทให้พี่น้องพวกเธอจนสุดตัวจริงๆ”

“แต่ซีซีจ๊ะ เธอก็โตป่านนี้แล้ว จะมาเกาะพวกเรากินไปตลอดไม่ได้หรอกนะ?!”

ลู่ซีเม้มริมฝีปาก “คุณแม่คะ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยฉันก็รับสอนพิเศษมาตลอด ปีหนึ่งๆ ฉันก็ส่งเงินให้ที่บ้านตั้งสองหมื่นนะคะ”

หลี่เชี่ยนหัวเราะเยาะ “เงินแค่สองหมื่นนั่นทำอะไรได้? เอาละ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ฉันมีหลานชายคนหนึ่ง ปีนี้อายุเพิ่งจะสี่สิบสอง เพิ่งหย่าไปเมื่อไม่นานนี้เอง ลูกทั้งสามคนน่ะยกให้หลานชายฉันหมดเลย เขาเลยอยากหาเมียใหม่”

“หลานชายฉันคนนี้ถึงจะหน้าตาขี้เหร่ไปหน่อยแต่เขารวยนะ ที่บ้านน่ะมีเงินเป็นล้านๆ เลย ฉันก็เลยกะว่าจะแนะนำให้เธอรู้จัก เขาตกลงว่าจะให้สินสอดตั้งหกแสนหกหมื่นเชียวนะ”

“บ้านของพี่เขยเธอน่ะมันเล็กเกินไป ฉันในฐานะแม่ก็อยากจะเปลี่ยนบ้านหลังใหญ่ให้เขา พอดีเลยสินสอดหกแสนหกหมื่นนั่น ฉันกับลุงจะช่วยสมทบอีกนิดหน่อยก็น่าจะซื้อบ้านสามห้องนอนให้พี่เขยเธอได้ ถึงตอนนั้นถ้าเธอจะกลับมาเยี่ยมบ้านก็จะได้มีที่นอน ไม่ต้องไปเบียดกับกั่วกั่วแล้ว”

ลู่ซีพยายามสะกดอารมณ์โกรธ “งั้นก็ต้องขายบ้านหลังนี้ก่อนใช่ไหมคะ?”

หลี่เชี่ยนถลึงตาใส่ “ตอนนี้บ้านราคาตก ขายไปก็ขาดทุนน่ะสิ? กู้เงินเอาเลยสิง่ายดี”

ลู่ซีถามต่อ “แล้วจะใช้ชื่อพี่สาวกู้ หรือชื่อพี่เขยกู้คะ?”

หลี่เชี่ยนหยิบเมล็ดแตงโมมาแทะอีกกำมือ “พี่เขยเธอไม่ได้หรอก ถ้าเขาซื้ออีกหลังมันจะเป็นบ้านหลังที่สอง ภาษีจะแพง ส่วนพี่สาวเธอก็ไม่มีเงินกองทุนเลี้ยงชีพ งานการก็ไม่มั่นคง”

“ฉันเป็นข้าราชการครู ใช้ชื่อฉันนี่แหละ ใช้เงินกองทุนฉันกู้ จะได้ประหยัดไปได้เยอะ ต่อไปพี่สาวเธอก็แค่ส่งเงินค่างวดให้ฉันทุกเดือน ทุกคนจะได้สบายใจ”

ลู่ซีเข้าใจแจ่มแจ้งเลยทีเดียว นี่มันแผน ‘จับเสือมือเปล่า’ ชัดๆ!

“คุณแม่คะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

หลี่เชี่ยนสีหน้าดีใจ “เธอตกลงแล้วเหรอ?”

ลู่ซีส่ายหน้า “คุณแม่คะ ฉันตกลงไม่ได้ค่ะ เพราะว่าฉันแต่งงานแล้ว”

หลี่เชี่ยนโกรธจนลุกพรวดขึ้นมา ชี้นิ้วด่าลู่ซี “แกมันนกปีกหักเลี้ยงไม่เชื่อง! จะมาหลอกใครกัน?!”

“แกเพิ่งเรียนจบจะไปแต่งงานกับใครที่ไหน?!”

“แกคิดว่าฉันอยากแนะนำแฟนให้แกนักหรือไง? หลานชายฉันเขารวยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะแกเป็นน้องเมียของลูกสะใภ้ฉัน ฉันจะยอมยกของดีๆ แบบนี้ให้แกเหรอ?!”

“เอาละ ฉันไม่คุยกับแกแล้ว ฉันจะไปคุยกับพี่สาวแกเอง ฉันน่ะถามแกไปก็เสียเวลาเปล่า!”

“หวังดีหวังดีแท้ๆ กลับเห็นเป็นตับไตไส้พุงไปได้ แกคิดว่าฉันจ้องจะเอาเงินสินสอดแกหรือไง?!”

หลี่เชี่ยนโกรธจัด คว้าของเล่นของกั่วกั่วแล้วเดินปังๆ ออกไปทันที

ลู่ซีเองก็สีหน้าย่ำแย่ไม่แพ้กัน เมื่อก่อนทุกครั้งที่หลี่เชี่ยนมาที่นี่มักจะคอยค่อนแคะว่าเธอมาเกาะเขากิน ต่อหน้าพี่สาวก็ทำเป็นห่วงใยเธอ แต่พอลับหลังก็คอยจ้องจับผิดสารพัด

เธออาศัยอยู่ที่นี่ก็จริง แต่พี่สาวเป็นคนหาเงินได้เยอะ และตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยเธอก็จ่ายค่าเทอมเองมาตลอด ปกติก็อยู่หอพัก ปิดเทอมก็แทบไม่กลับบ้าน

ปีนี้เป็นเพราะเพิ่งเรียนจบ เธอจึงมาอยู่บ้านแค่เดือนเดียว และนั่นก็ทำให้เธอกลายเป็นเป้าหมายของหลี่เชี่ยน

ลู่ซีรีบเก็บข้าวของ เธอรู้สึกว่าถ้าช้าไปก้าวเดียว เธออาจจะถูกหลี่เชี่ยนขายให้หลานชายคนนั้นจริงๆ ก็ได้

ลู่ซีเพิ่งจะเก็บของเสร็จและลากกระเป๋าเดินทางเตรียมจะออกจากบ้าน พี่สาวก็โทรศัพท์เข้ามาพอดี

“ซีซี เธอไปทำอะไรให้คุณแม่สามีพี่โกรธหรือเปล่า?”

ลู่ซีนั่งทับลงบนกระเป๋าเดินทาง คิดทบทวนดูแล้วตัดสินใจเล่าความจริง “พี่คะ คุณแม่จะแนะนำฉันให้หลานชายเขา หลานคนนั้นอายุตั้งสี่สิบสองแถมมีลูกติดสามคน ฉันไม่ยอมแต่งด้วย ท่านก็เลยโกรธน่ะค่ะ”

ลู่เหยาถอนหายใจ “เธอไม่ตกลงก็แค่เงียบไปสิ จะไปยั่วโมโหท่านทำไมกัน?! เมื่อกี้ท่านเข้ามาถึงก็โยนตุ๊กตาหมีใส่หน้ากั่วกั่วเลย โชคดีที่ลูกตาตุ๊กตาหลุดออกมาซะก่อน ไม่อย่างนั้นกระแทกหน้าเด็กไปจะเจ็บขนาดไหน?”

ลู่เหยารู้สึกสงสารลูกสาว น้ำเสียงจึงเจือไปด้วยแววตัดพ้ออยู่กลายๆ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 3 ฟู่นานโจวคือคุณน้าแท้ๆ ของจวงอี

คัดลอกลิงก์แล้ว