- หน้าแรก
- วิวาห์สายฟ้าแลบ หนีภัยพี่เขยร้าย ไปซบอกท่านประธาน
- บทที่ 1 ลู่ซีกับฟู่นานโจวไปดูตัว
บทที่ 1 ลู่ซีกับฟู่นานโจวไปดูตัว
บทที่ 1 ลู่ซีกับฟู่นานโจวไปดูตัว
“พี่... พี่เขย ทำไมถึงกลับมาตอนนี้ล่ะคะ?!”
ลู่ซีเดินออกมาในชุดนอน พอเห็นพี่เขยก็ตกใจจนตัวสั่น ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อขึ้นมาทันที มือขวารีบตะปบต้นแขนซ้ายพลางห่อไหล่เข้าหากันเล็กน้อย
แม้ชุดนอนของเธอจะมีฟองน้ำเสริมหน้าอก แต่ข้างในนั้นเธอไม่ได้สวมบราเอาไว้
ช่วงนี้โปรเจกต์ที่พี่เขยรับผิดชอบเร่งด่วนมาก เขาต้องอยู่ทำโอทีติดต่อกันหลายคืน พอพี่เขยไม่อยู่ลู่ซีจึงปล่อยตัวตามสบาย ใครจะไปรู้ว่าแค่วันเดียวที่เธอไม่ได้สวมบรา พี่เขยกลับบ้านมาพอดี
เช่อหนานยิ้มอย่างอ่อนใจ “พี่สาวเราบอกว่ากั่วกั่วเป็นไข้ พี่เลยขอลาพักน่ะ จะปล่อยให้พี่เราดูลูกคนเดียวได้ยังไง?”
“อ้อ... ค่ะ” ลู่ซีพยักหน้า “กั่วกั่วเป็นปอดอักเสบจากเชื้อไมโคพลาสมา นอนโรงพยาบาลมาห้าวันแล้ว กลางวันฉันไปเฝ้า ส่วนกลางคืนพี่สาวไปเฝ้าค่ะ”
“ลำบากซีซีแย่เลย” เช่อหนานพูดพลางคลายเนคไทให้หลวมลง
ลู่ซีเห็นท่าทางนั้นก็รู้สึกเกร็งไปทั้งตัว เธอรีบล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปรินน้ำทันที
“ไม่หรอกค่ะ ฉันก็แค่ช่วยหยิบจับนิดหน่อย พี่สาวเหนื่อยกว่าเยอะ พี่เขยคะ ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” ลู่ซีเตรียมจะเดินกลับห้อง
ทว่าเช่อหนานกลับเดินเข้ามาหา “ซีซี เดี๋ยวก่อน”
“คะ พี่เขย?” ลู่ซียิ้มค้าง
จู่ๆ เช่อหนานก็ยื่นมือมาจับเอวแล้วอุ้มลู่ซีลอยขึ้น เหมือนจะยกตัวเธอให้สูงขึ้นเล่นๆ
“พี่เขย!” ลู่ซีสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ขนลุกซ่านไปถึงหนังศีรษะ
เช่อหนานวางเธอลงก่อนจะถอนหายใจยิ้มๆ อย่างเอ็นดู “พี่ว่าแล้วว่าเราผอมลง เด็กๆ น่ะต้องกินเยอะๆ หน่อย ผอมเกินไปเดี๋ยวจะไม่สูงนะ”
สมองของลู่ซีขาวโพลนไปหมดจนคุมตัวเองไม่อยู่ ความรู้สึกขยะแขยงที่ถูกสัมผัสตรงเอวยังคงตกค้างอยู่เลย!
เช่อหนานลูบหน้าเนียนของเธอเบาๆ “เอาละ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาลแล้ว พี่สาวเราอยู่คนเดียวคงเหนื่อยแย่”
พูดจบเขาก็เข้าห้องไปเก็บของนิดหน่อยแล้วรีบจากไป ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลู่ซีรีบวิ่งกลับห้อง ล็อกประตูแน่นหนา หัวใจยังคงเต้นโครมคราม
เธอส่งข้อความหาเพื่อนสนิท เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง
“ซีซี ฉันว่าพี่เขยแกคิดอะไรกับแกหรือเปล่า?” จวงอีถามกลับมา
ลู่ซีเบิกตากว้าง ก่อนจะพยักหน้าอย่างแรง “ฉันก็รู้สึกแบบนั้น แต่พี่เขยก็ไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลยไปกว่านี้...”
“เชี้ย! ถึงขั้นจับเอวอุ้มลอยนี่ยังไม่เกินเลยอีกเหรอ?! ท่าทางแบบนั้นมันสื่อไปทางชู้สาวชัดๆ ปกติมีแต่คนรักกันเท่านั้นแหละที่ทำแบบนั้น”
“แกอายุยี่สิบสองแล้วนะ ไม่ใช่เด็กหญิงสิบกว่าขวบ พี่เขยบ้านไหนเขาจะมาสนิทสนมกับน้องเมียขนาดนี้?!”
“แล้วบอกตามตรงนะ ผู้หญิงน่ะโตเร็ว อายุสิบสามสิบสี่ก็เริ่มไวต่อความรู้สึกแล้ว ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้วยังไงก็ต้องรู้จักวางตัว”
ลู่ซีเม้มริมฝีปาก
พี่สาวกับพี่เขยแต่งงานกันมาสิบสองปีแล้ว เธออาศัยอยู่กับครอบครัวพี่สาวมาตั้งแต่อายุสิบขวบ
พี่เขยเป็นคนอัธยาศัยดีและชอบหยอกล้อเธอ มักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่า “ซีซี มาให้พี่เขยกอดหน่อยเร็ว”
ตอนนั้นลู่ซีก็ใช่ว่าจะไม่รู้ความ เธอเคยบอกพี่สาวไปแล้ว
แต่พี่สาวบอกว่า เป็นเพราะพี่เขยรักพี่สาวมาก ก็เลยเผื่อแผ่ความรักมาถึงเธอด้วย และมองว่าเธอเป็นเหมือนลูกคนหนึ่ง
พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พี่เขยก็ไม่ได้อุ้มเธอไปนั่งบนตักอีก ทำเพียงแค่บีบแก้ม ลูบหัวบ้าง และก็เป็นเหมือนอย่างคืนนี้ คือใช้วิธีอุ้มตรงเอวเพื่อเช็กน้ำหนักตัวเธอ
ลู่ซีรู้สึกว่ามันเกินไปหน่อยและเคยบอกพี่สาวไปหลายครั้ง แต่พี่เขยก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น
“ซีซี เอาอย่างนี้ไหม แกลองหาแฟนดูสักคนเถอะ ฉันมีพี่ชายแถวบ้านคนหนึ่ง หล่อมากกกก แถมยังไม่เคยมีแฟนด้วย สนใจลองคุยดูไหม? บางทีพอแกมีแฟนแล้ว พี่เขยแกอาจจะสำนึกได้ว่าแกโตแล้ว แล้วเปลี่ยนพฤติกรรมไปเองก็ได้นะ?”
ลู่ซีคิดทบทวนดู เธอโตขนาดนี้แต่ยังไม่เคยมีแฟนเลย บางทีการลองดูก็อาจจะดีเหมือนกัน
“ตกลง ฉันจะลองดู”
จวงอีจัดการประสานงานให้ทันที วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ก็นัดเจอกันที่สตาร์บัคส์
ลู่ซีแต่งตัวเล็กน้อย สวมชุดเดรสสีฟ้าน้ำทะเล รวบผมหางม้าสูง ดูแล้วเหมือนนักศึกษาสาวที่สะอาดสะอ้านสดใส
จากระยะไกล ลู่ซีเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง ที่หน้าอกเสื้อมีปากกาลูกลื่นเหน็บอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือคนที่จวงอีแนะนำมาหรือเปล่าคะ?” ลู่ซีถาม
ฟู่นานโจวเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มจ้องมองมา “คุณรู้จักจวงอีเหรอ?”
ลู่ซีพยักหน้า “ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอีอีค่ะ ชื่อลู่ซี เธอเป็นคนนัดฉันมา ไม่ทราบว่าฉันขอนั่งด้วยได้ไหมคะ?”
ฟู่นานโจวพยักหน้าเล็กน้อย ทว่าคิ้วกลับขมวดเข้าหากันบางๆ
ยัยเด็กอีอีรู้ว่าเขาต้องกลับมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เลยจงใจแนะนำเพื่อนร่วมชั้นให้เขาอย่างนั้นเหรอ?
ลู่ซีนั่งลง วางมือไว้อย่างเกร็งๆ บนหน้าขา แอบลอบสังเกตผู้ชายตรงหน้า
นี่มันไม่เหมือนที่อีอีบอกไว้เลยนะ ไม่เห็นจะดูสดใสหรือดูเป็นหนุ่มคงแก่เรียนตรงไหนเลย ในทางกลับกันเขากลับดูเข้าถึงยาก และยังดู... แก่ไปนิดหนึ่งด้วย
แต่ผู้ชายคนนี้หล่อจริงๆ หล่อแบบวัวตายควายล้มเลยละ
ฟู่นานโจวรู้สึกได้ว่ายัยเด็กคนนี้กำลังแอบมองเขาอยู่ เธอเม้มริมฝีปากเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
เขา... ฟู่นานโจวเนี่ยนะโดนเมิน?
ไม่สมเหตุสมผลเลย
“ลู่ซี?” ฟู่นานโจวเอ่ยถามเสียงเรียบ
ลู่ซีรีบดึงสติกลับมา พยักหน้าตอบ “คะ” รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างอย่างบอกไม่ถูก
“อายุเท่าไหร่?”
ลู่ซีตอบอย่างว่าง่าย “ยี่สิบสองค่ะ”
“เพิ่งจบมหาวิทยาลัย?”
ลู่ซีพยักหน้า “เพิ่งผ่านสัมภาษณ์งานที่ฟู่กรุ๊ปค่ะ”
ดวงตาของฟู่นานโจวไหววูบเล็กน้อย “ฟู่กรุ๊ป?”
ลู่ซีพยักหน้ายืนยัน
ฟู่นานโจวหลุบตาลง หมุนแหวนเงินที่นิ้วชี้เล่นพลางพูดนิ่งๆ “ฟู่กรุ๊ปเข้ายากนะ ดูท่าคุณจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ระดับหัวกะทิเลยทีเดียว”
พอได้รับคำชม ลู่ซีก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายด้วยความมั่นใจและแสดงออกชัดเจนว่ากำลังดีใจ
แต่เธอก็ยังคงถ่อมตัว “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ”
ฟู่นานโจวยิ้มบางๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น เป็นสายจากคุณปู่ของเขานั่นเอง
เขาขมวดคิ้วแล้วกดตัดสาย
แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ฟู่นานโจวยังคงกดตัดสายต่อไป
ลู่ซีสังเกตเห็นจึงรีบบอกว่า “ถ้าคุณมีธุระก็ไปจัดการก่อนได้นะคะ”
ฟู่นานโจวเงยหน้าขึ้น สายตาคมปลาบจดจ้องที่ใบหน้าเล็กๆ ของลู่ซี
ดูสะอาดสะอ้าน เครื่องหน้าประณีต มีความงามที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง
และที่สำคัญ ยัยเด็กคนนี้ดูคล้ายกับ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ เล็กน้อย
สำหรับฟู่นานโจว การแต่งงานก็แค่ทำไปเพื่อตัดรำคาญพวกผู้ใหญ่ จะแต่งกับใครก็เหมือนกันหมด ดังนั้นผู้หญิงตรงหน้าเขานี้ก็ได้เหมือนกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟู่นานโจวก็เอ่ยขึ้น “ลู่ซี คุณประทับใจในตัวผมยังไงบ้าง?”
หัวใจของลู่ซีกระตุกวูบ ไม่คิดว่าเขาจะถามตรงๆ ขนาดนี้ คนอายุเยอะนี่ต่างจากเด็กวัยรุ่นจริงๆ
ใบหน้าขาวเนียนแดงระเรื่อขึ้นมานิดๆ เธอพยักหน้า “คุณก็... ดีค่ะ”
หล่อ แถมยังพูดจาสุภาพ ดูเหมือนสุภาพบุรุษ
คำพูดพวกนี้เธอไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ
ฟู่นานโจวพยักหน้า “ทางบ้านผมเร่งรัดเรื่องแต่งงานมาก ถ้าคุณยินดี เราไปจดทะเบียนสมรสกันเลย”
ตูม!
ลู่ซีมองผู้ชายคนนั้นด้วยความตกตะลึง “แต่ง... แต่งงานเหรอคะ?! แต่เราเพิ่ง... เพิ่งเจอกันเองนะคะ มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ”
มุมปากของฟู่นานโจวยกขึ้นบางๆ “การมีความรัก แต่งงาน มีลูก เราก็แค่ข้ามขั้นตอนแรกไปเท่านั้น”
“ผมรีบ ถ้าคุณตกลง โทรหาผมตามเบอร์นี้”
พูดจบฟู่นานโจวก็หยิบปากกามาเขียนตัวเลขลงบนกระดาษทิชชู่ ลายมือแข็งแรงทรงพลัง ดูออกเลยว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
จากนั้นเขาก็ยกมือเรียกพนักงานมาเช็คบิลแล้วเดินจากไป
ลู่ซียังคงอึ้งอยู่พักใหญ่
ครู่หนึ่งเธอถึงค่อยๆ เก็บกระดาษทิชชู่แผ่นนั้นไว้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับบ้านพี่สาว
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นเช่อหนานเดินออกมาจากห้องน้ำ ทั้งเนื้อทั้งตัวสวมเพียงกางเกงในตัวเดียว!
“ว๊าย...”
ลู่ซีอุทานด้วยความตกใจ รีบยกมือปิดตาแล้วหันหลังกลับทันที
เช่อหนานเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องน้ำไป
แต่เขาไม่ได้ปิดประตูให้สนิท พลางสวมเสื้อผ้าไปพลางหัวเราะแห้งๆ “ขอโทษทีนะซีซี พี่ไม่คิดว่าเราจะกลับมาตอนนี้”
“พี่เขย ฉันผิดเองค่ะ”
ลู่ซีรีบขอโทษแล้ววิ่งกลับเข้าห้องตัวเอง
ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูห้อง หัวใจของลู่ซียังไม่กลับมาเต้นเป็นปกติ เธอถามออกไปอย่างระแวดระวัง “พี่เขย มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
เช่อหนานยิ้ม “วันนี้พี่ผ่านร้านชานมเลยซื้อชามะลิใส่นมมาฝากแก้วหนึ่งน่ะ”
“พี่เขย ฉันไม่ดื่มค่ะ”
“ซีซี พี่ซื้อมาแล้วนะ แล้วพี่ก็ไม่ชอบดื่มไอ้ของพวกนี้ด้วย มีแต่เรากับพี่สาวเรานั่นแหละที่ชอบดื่ม เด็กดี เปิดประตูหน่อยเร็ว”
“พี่เขย วางไว้บนโต๊ะเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันออกไปดื่มเอง”
“ซีซี เดี๋ยวพอมันไม่เย็นแล้วรสชาติจะเสียนะ ชานมทิ้งไว้นานๆ มันไม่ดี เชื่อพี่สิ เปิดประตูเถอะ” เสียงของเช่อหนานฟังดูเหมือนกำลังโอ๋เด็ก
ลู่ซีจำใจต้องทำใจกล้าเปิดประตูออกไป
แต่ทันทีที่แง้มประตูออก เช่อหนานก็ดึงเธอเข้าไปกอดหมับ ลมหายใจของเขาดูหอบกระชั้น
“ซีซี... ซีซี พี่เขยชอบเรามากจริงๆ นะ”
(จบบท)