เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ตกตะลึง

บทที่ 15: ตกตะลึง

บทที่ 15: ตกตะลึง


จินอันนึกถึงบางสิ่งที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ เคยกล่าวไว้

เขาบอกว่า

คนที่ตายโดยเปล่าประโยชน์ ตายอย่างอนาถ หรือตายอย่างไม่ยุติธรรม

หลังความตายจะมีลมหายใจแห่งความโศกเศร้า ขุ่นเคือง อาฆาตรแค่น ติดอยู่ในลำคอ

หากลมหายใจนี้ไม่หายไป

ศพมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นวิญญาณชั่วร้าย

ต่อมา เนื่องจากมีผู้ไม่รู้หนังสือจำนวนมากในสมัยโบราณ ผู้คนในยุคนั้นจึงอาศัยการถ่ายทอดด้วยวาจาเพื่อบันทึกเรื่องเล่า คำว่าภัยพิบัติและความขุ่นเคืองค่อนข้างคล้ายกันในภาษาพูด

ดังนั้น มันจึงค่อยๆ แพร่กระจายในเวลาต่อมา หมายความว่ามีลมหายใจคับแค้นติดในลำคอหลังความตาย

จินอัน ไม่มีเวลาคิดอย่างถี่ถ้วน...

"แล้วพบกันใหม่เจ้าค่ะ"!

หลังลมหายใจออกจากลำคอจากร่างของ หยางซิงเอ๋อ

จริงๆ แล้วมีไอจางๆ ลอยออกจากร่างของ หยางซิงเอ๋อ

เงานั้นโค้งคำนับในอากาศ ดูเหมือนจะโค้งคำนับต่อจินอันจากระยะไกล จากนั้นก็หายลับไป

มีเพียงจินอันเท่านั้นที่สามารถเห็นเหตุการณ์นี้

ไม่มีใครมองเห็นมัน

แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา เขาได้คลี่คลาย "คดีฆาตกรรมของเซียนอัสนี" และได้เห็นเหตุการณ์เดียวกันกับศพของหลี่ไซ่เหลียงหลังจากที่เขาแก้ต่างให้กับการตายของหลี่ไซ่เหลียง

ด้วยไอจางๆ บนร่างของ หยางซิงเอ๋อ เธอโค้งคำนับ จินอัน

จินอันซึ่งเคยฝึกฝนเทคนิคลัทธิเต๋า จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงวิถีเต๋าโดยไม่คาดคิด

จู่ๆ เขาก็เข้าใจ!

นี่คือร่างอวตารของคุณธรรมหยินแห่งสวรรค์!

ความคิดแวบหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของจินอัน แล้วเขาก็ใช้เทคนิคสัมผัสปราณที่เขาเพิ่งเรียนรู้จาก "บันทึกแห่งกวงผิง" ที่ศึกษาเมื่อคืนอย่างรวดเร็ว

“ผู้ที่มีคุณธรรมหยิน(เชิงลบ) จะได้รับผลรางวัลหยาง(เชิงบวก) และผู้ที่มีคุณธรรมหยินจะมีชื่อเสียงที่ดี” - "ฮ่วยหนานจื่อ บทเรียนแห่งมนุษย์"

ความดีงาม!

ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักพรตลัทธิเต๋าหรือพระสงฆ์ของศาสนาพุธ และพระจากศาสนา พวกเขาก็ล่วนให้ความสำคัญกับคุณธรรมหยินของตัวเองเป็นอย่างมาก

เพราะคุณธรรมหยินเกี่ยวข้องกับเหตุและผลกรรม

ทุกคนย่อมมีเหตุและผล

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงมีคุณธรรมหยิน

คุณธรรมหยินเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้และไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาของมนุษย์ทั่วๆ ไป มีเพียงผู้บำเพ็ญตนวิถีเต๋าและศาสนาพุทธเท่านั้นที่มองเห็นได้ ซึ่งมีวิธีการเฉพาะของตนเอง

เขาเห็นส่วนหนึ่งของปราณลึกลับสีเหลืองที่มีหมอกลึกลับของบุญและคุณธรรม ซึ่งเห็นได้โดยเทคนิคสัมผัสปราณของจินอัน

จินอันตระหนักรู้ถึงบางสิ่ง ธรรมหยิน: 258 แต้ม !

เขาแก้ต่างความเข้าใจผิดให้ของหลี่ไช่เหลียง และได้รับคุณธรรมหยิน 100 แต้ม

เขาคลายความคับข้องใจของ หยางซิงเอ๋อ และได้รับคุณธรรมหยิน 100 แต้ม

ส่วนที่เหลือคือคุณธรรมหยินที่สะสมมาก่อนหน้านี้ของจินอัน

ตอนที่จินอันเห็นคุณธรรมหยิน เส้นทางแห่งวิถีเต๋าอันยิ่งใหญ่และเสียงแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ก็ดังขึ้นในใจของจินอันราวกับสายฟ้า: "ผนึกจักรพรรดิ!"

ฉากลึกลับนี้ทำให้จินอันตกตะลึง

แต่ไม่มีใครได้ยินเลย

ในตอนนี้ ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบๆ ต่างก็ตื่นเต้น ที่มีทั้ง "คดีฆาตกรรมของเซียนอัสนี" และ "คดีผีพราย" ชาวเทศมณฑลฉางต่างปรบมือให้กับจินอัน

นั่นคือสิ่งที่ผู้คนต้องการ

ทุกคนมองเขาด้วยความนับถือและความเคารพ

“แม่ แม่ ข้าอยากแต่งงานกับคนแบบคุณชายจินอัน!”

มีเด็กผู้หญิงที่เป็นคนแก่แดดอายุ 5 หรือ 6 ขวบ อยู่ในฝูงชน ตะโกนออกมา

คำพูดของเด็กคนนั้น ทำให้พวกผู้ใหญ่หัวเราะออกมา

ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ทางการทั้งสองซึ่งหลังจากคุมตัว จางมู่หรง ที่ดูซีดเซียวและพ่อแม่ของเขาแล้ว ก็เข้ามาหา จินอัน สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพและพวกเขาก็โค้งคำนับเพื่อกล่าวขอบคุณจินอัน

“คนรู้ว่าผีน่ากลัว ผีก็รู้ว่าจิตใจคนมีพิษสง โลกนี้ช่างโชคดีที่มีคุณชายจินอัน”

นี่เป็นการประเมินบุคคลที่สูงมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจินอันทำให้คนอื่นเชื่อใจได้จริงๆ ในครั้งนี้

"ขอรับ?"

“!”

คำเยินยอที่พูดออกมาของทั้งสองคนนี้ทำให้จินอันมึนงง

ขณะเดียวกัน จินอันเหลือบไปเห็นเรือนร่างอันคุ้นเคยของหญิงสาวผู้สง่างามที่เดินถือกระบี่ท่องรอบโลกท่ามกลางฝูงชนข้างนอกบ้านหมอ เธอก็คือลูกสาวของผู้พิพากษาเทศมณฑลจาง

จู่ๆ ในตอนนั้นลูกสาวของผู้พิพากษามณฑลจาง ก็ปรากฏตัวขึ้นใกล้กับบ้านหมอและเห็นกระบวนการคลี่คลายคดีของจินอัน

อีกฝ่ายพยักหน้าเล็กน้อยไปทางจินอัน

จากนั้นก็หันหลังกลับและจากไป

จินอันกล่าวคำอำลาเจ้าหน้าที่ทางการทั้งสองคนและบอกว่ามีเรื่องด่วนอยู่ในขณะนี้ จากนั้นเขาก็กุมมือและกล่าวคำสุภาพเล็กน้อยกับชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ตัวเขา แล้วรีบตามเรือนร่างเพรียวสวยขาเหยียดตรงไปในทันที

“เอ่อ คือ...”

จินอันอยากจะทักทาย แต่แล้วเขาก็นึกได้ว่าเขายังไม่รู้ชื่อของอีกฝ่าย

เขาอ้าปากค้างอยู่ครู่หนึ่งเพราะไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอะไร

จางหลิงหยุน กำลังเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่พลุกพล่านแล้วหยุดอยู่หน้าพ่อค้าขายเกี๊ยว เรือนรูปอันงดงามของเธอกำลังหยิบกระเป๋าเงินอันบอบบางออกมาเพื่อที่จะจ่ายเงิน

ในตอนนี้ ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง และมีคนยืนอยู่ข้างๆ จางหลิงหยุน

จินอันเป็นฝ่ายริเริ่มประจบจางหลิงหยุนและจ่ายเงินให้เธอ

เกี๊ยวมีราคาไม่แพง ไม่ถึง 5 เหวิน พ่อค้ายื่นเกี๊ยวที่พันด้วยเชือกฟางและใบบัวไปที่มือของจินอันด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

ในสมัยโบราณ ผู้คนจำเป็นต้องแพ็คของเมื่อไปจับจ่าย โดยมักจะเตรียมกล่องอาหาร ตะกร้าไม้ไผ่ ถุงผ้า ไห่ เชือกฟาง ฯลฯ ไว้ล่วงหน้า แน่นอนว่ายังมีใบบัวธรรมชาติบริสุทธิ์ไร้ต้นทุนจำหน่ายแทนการบรรจุห่อด้วย

ยกตัวอย่างในละคร พ่อค้าแต่งกายด้วยผ้าลินิน ขายซาลาเปาสองสามลูก แต่กลับฟุ่มเฟือยห่อด้วยกระดาษน้ำมันเพราะคนเขียนบทปัญญาอ่อนและไม่เข้มงวด

กระดาษมีราคาแพงในสมัยโบราณ

พ่อค้าที่ขายซาลาเปาเนื้อห่อด้วยกระดาษน้ำมัน ซึ่งมันก็เหมือนกับพ่อค้าที่ขายหม้อไฟรสเผ็ดแล้วบรรจุในถุง หลุยวิสตอง มันคงสะดุดจาเกินไป

“คุณชายจินอัน ท่านต้องอะไรจากข้างั้นหรือ?”

จางหลิงหยุน เป็นคนฉลาด เธอเหลือบมองไปที่ จินอัน ด้วยสายตาที่เป็นดั่งฤดูใบไม้ร่วงของเธอมันกำลังจะแทงทะลุหัวใจของชายคนนั้น ความคิดของ จินอัน ถูกเปิดเผยออกมา ทำให้เขาเขินอายทันที

“จริงๆ แล้ว ที่ข้ามีเรื่องจะขอ เอ่อ…แต่ข้ายังไม่รู้ว่าจะเรียกเจ้าว่าอย่างไรเลย?”

“จางหลิงหยุน” หญิงสาวที่ถือกระบี่ สายตาเย็นชาและพูดน้อย กล่าว

“ข้าได้ยินมาว่า แม่นางหลิงหยุน ร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยมาตั้งแต่เด็ก และได้ฝึกฝนศิลปะยุทธภายใต้ปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงเพื่อเสริมสร้างร่างกายของเจ้า แม่นางหลิงหยุน มีความรู้มากกว่าข้า                                             ข้าสงสัยว่าแม่นางหลิงหยุนเคย  ได้ยินมาบ้างหรือไม่ ว่าจะซื้อหายาอายุวัฒนะของลัทธิเต๋าได้ที่ใด? หรือวิธีการทำอายุวัฒนะของลัทธิเต๋าก็ได้?”

จางหลิงหยุนส่ายหัวเบาๆ : "ผู้คนจากลัทธิเต๋าไม่เคยอยู่ร่วมกับชาวยุทธ"

ดูเหมือนว่าคดีที่ไม่เป็นธรรมที่ จินอัน เพิ่งคลี่คลาย จะทำให้ จางหลิงหยุน มีความประทับใจที่ดีต่อ จินอัน เด็กสาวเย็นชาอายุ 16 หรือ 17 คนนี้ ไม่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของ จินอัน

จินอันดูผิดหวัง

แต่เขาก็ไม่อยากพลาดโอกาสในการติดต่อกับคนของยุทธตักร ดังนั้น จินอัน ที่มีอารมณ์คิดบวก ก็กลับคืนความตั้งใจมาอย่างรวดเร็วแล้วถามคำถามอีกครั้ง: "ข้าสงสัยว่าแม่นางหลิงหยุนรู้หรือไม่                                                ว่าจะหาซื้อตำรายุทธได้จากที่ไหนบ้าง?

“เช่นทักษะดาบ ทักษะกระบี่ หรือทักษะมนต์ถาคาอะไรก็ได้”

ความคิดของจินอันนั้นเรียบง่าย

พืนป่าอันกว้างใหญ่

ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่

อย่าแขวนคอตัวเองไว้บนต้นไม้*

*( อย่าแขวนคอตัวเองไว้บนต้นไม้ หมายถึง อย่ายึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง จงมีความยืดหยุ่น แขวนบนต้นไม้ อุปมาความดื้อรั้น ทนทุกข์ ยึดติดเพียงคนๆ เดียวหรือหนทางเดียว ไม่ปล่อยวาง และไม่ใช้วิธีการอื่น หรือเลือกเส้นทางใหม่ๆ )

ตอนนี้ความเร็วในการฝึกฝน "คัมภีร์อู๋ซัง" นั้นช้าเกินไป และเขาได้ตามหายาอายุวัฒนะของลัทธิเต๋าโดยเปล่าประโยชน์ เขาสามารถเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือตัวเองเพิ่มเติมได้ก่อนก็เท่านั้น เพื่อไม่ให้ต้องตายในโลกอันแปลกประหลาดและน่ากลัวใบนี้โดยไม่มีพลังที่จะปกป้องตัวเองได้

…เงาที่โดดเดี่ยวบนผืนน้ำอันเย็นยะเยือก สหายเก่าแห่งแม่น้ำและทะเลสาบ เหตุใดเราถึงต้องพบพานกันมาก่อน?

"ในจิตใจของบุรุษทุกคนมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นจอมยุทธ ที่จะท่องทั่วโลกไปด้วยดาบ และมีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถสังหารผู้อื่นได้ แต่ไม่มีใครสามารถฆ่าข้าได้"! (เอาจากในหนัง)

จางหลิงหยุน: "ข้าขอถามคุณชายจินอันได้หรือไม่ ว่าทำไมจู่ๆ ท่านถึงคิดจะเรียนศิลปะยุทธ?"

“พูดตามตรงนะ คุณชายจินอันแก่เกินไป และก็พลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ศิลปะยุทธไปแล้ว”

“คงเป็นเรื่องยากที่จะมีความสำเร็จในภายภาคหน้า”

“แม้จะผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเป็นสิบๆ ปี…”

“แต่มันก็แค่สามารถฆ่าโจรธรรมดาได้มากที่สุดห้าหรือหกคนในเวลาเดียวกัน”

จินอันนิ่งเงียบในตอนแรก จากนั้นสายตาของเขาก็ดูเหมือนจะทะลุผ่านท้องฟ้าอันห่างไกล และเขาก็พึมพำด้วยเสียงต่ำ: "...ฉันแค่อยากจะหาทางกลับบ้านเท่านั้นเอง"

ในตลาดที่คึกคักและมีชีวิตชีวา แผ่นหลังของจินอันโดดเดี่ยวมากจนดูเหมือนเขากำลังนอนหงายอยู่

ทันทีที่จินอันกลับมาถึงโรงเตี๊ยม เขาเริ่มศึกษาเสียงแห่งวิถีเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่ดังกึกก้องในใจของเขา ที่เกิดขึ้นที่บ้านหมอว่ามันคืออะไร?

“ผนึกจักรพรรดิ!”

จินอันรับรู้สัมผัสเสียงแห่งวิถีเต๋าอันยิ่งใหญ่และเริ่มพูดคุยกับตัวเองในใจ

แต่หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง กลับไม่มีอะไรปรากฏขึ้นมา

จินอันคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง คราวนี้เขาเพ่งสายตาและมองดูวัตถุสมุนไพรบำรุงเลือดและเติมพลังที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ผนึกจักรพรรดิ!”

เขารับรู้สัมผัสเสียงแห่งวิถีเต๋าอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง กระแสน้ำแห่งเต๋าห่อหุ้มวัตถุดิบยาบนโต๊ะ  และแล้วกลิ่นหอมอันเข้มข้นของวัตถุดิบยาก็ล้นออกมารุนแรง จนไม่สามารถปกปิดทั่วทั้งห้องได้

นี่คือผลของยาที่เสริมแล้วงั้นเหรอ?

จินอัน ตะลึง!

(จบบท)

หากอ่านแล้วชอบ สามารถคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้นะครับ หรือติติง เรื่องการคำที่ใช้เพราะผู้แปลก็เป็นมือใหม่ในวงการนิยายครับ ขอบคุณครับ

จบบทที่ บทที่ 15: ตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว