เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 : คนไร้ยางอาย

ตอนที่ 6 : คนไร้ยางอาย

ตอนที่ 6 : คนไร้ยางอาย


หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วถึงเวลาแล้วที่สหพันธรัฐจะประกาศมอบมรดกอย่างเป็นทางการ

ในช่วงเดือนที่ผ่านมาหลิงหลานไม่ได้ทำอะไรนอนจากการกินและนอน แน่นอนการหลับของ หลิงหลานที่จริงแล้วก็คือการฝึกของเธอ

ที่กล่าวมาหลิงหลานมีความเชี่ยวชาญมากในเรื่องนี้ เธอถูกปลุกให้ตื่นจาก Little Fourเธอทุกครั้งเมื่อถึงเวลากินอาหาร เพราะ เธอไม่ต้องการที่จะถูกลากเข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายมันจะเสี่ยงต่อการเปิดเผยความลับและการมีอยู่ของ Little Four เพื่อให้กลายเป็นหนูทดลอง

Little Four คือใคร?  ก็คือชื่อไอตัวเล็กที่เรียกตัวเองว่าอุปกรณ์การเรียนรู้ไง

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากเธอได้ผ่านการฝึกฝนจากคำชี้แนะของเครื่องจักรนี้หลิงหลานสามารถที่จะสร้างเครือข่ายจิตจากนั้นเธอได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเครื่องจักรนี้เธอสามารถที่จะเชื่อต่อกับมันได้และก็ได้สร้างห้องจำลองการเรียนรู้เสมือนจริงขึ้นมา ซึ่งมันจะมีประโยชน์กับเธอในอนาคต

หลิงหลานจำได้ว่าเธอเกือบพ่นเป็นเลือดตอนที่เธอเห็นร่างเสมือนของ Little Four ครั้งแรก

เพราะว่า Little Four ดูมีเสน่ห์มาก ดูเหมือนเด็กเล็กตัวเล็กเพียง 3-4 ปีเท่านั้นเธอมีรอยยิ้มที่สดใสและไร้เดียงสาบนใบหน้าของเขา มันดูโมเอะมาก หลิงหลานไม่อยากเชื่อแต่เขาน่ารักจริงๆ

แต่มีปัญหาอย่างเดียวคือ เพื่อนตัวน้อยของเธอนั้นตื่นเต้นเกินไปหน่อย เขาได้วิ่งไปหาหลิงหลานแบบล่อนจ้อน

หลังจากนั้น Little Four ได้ถูกตัดเตือนโดยการตีก้นทำให้ก้นของเขาเต็มไปด้วยรอยมือของหลิงหลาน

บ้าเอ้ยยย!! เขาแก้ผ้าให้เราเห็นทำไมกัน ถึงมันจะอันเล็กจนแทบไม่เห็นเลยก็เถอะ แต่มันก็จู๋อยู่ดีนะ ใช่มั้ย? เขาทำแบบนี้กับสาวบริสุทธิ์และไร้เดียงสาอย่างเธอได้ยังไงกัน?

ถึงแม้ว่าหลิงหลานจะตีเบาๆ แต่เด็กน้อยนั้นโกรธเธอมากและหลบซ่อนตัวไปยังส่วนลึกภายในจิตใจของเธอและปฏิเสธที่จะออกมาอีก

ตอนแรกหลิงหลานไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่เมื่อผ่านไป 2 วันเจ้าตัวน้อยก็ไม่ยอมออกมาสักที

เธอต้องการเพื่อนตัวเล็กๆเพื่อช่วยปลุกเธอขึ้นมาหลังจากนี้ เธอจึงได้พูดกล่อมให้เจ้าตัวน้อยนั้นออกมาและสัญญาว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงกับเค้าอีก เจ้าตัวน้อยก็กลับมามีความสุข

ทั้งสองคนเริ่มคุยกันมากขึ้นและเมื่อหลิงหลานถามกับเจ้าตัวน้อยว่าควรเรียกเขาว่ายังไง แต่คำตอบของเจ้าตัวน้อยก็ทำให้หลิงหลานหงุดหงิดขึ้นมาอีกที

เจ้าตัวน้อยต้องการให้เธอเรียกเขาว่า Master Four….

แม้ว่าหลิงหลานสัญญาว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงกับเขาอีก แต่เธอยังมีวิธีรับมือกับเขาอยู่ เธอไม่เห็นด้วยกับชื่อนี้และเธอก็ได้บ่นกับเขาไปมากมาย สุดท้ายเจ้าตัวน้อยก็ยอมให้เธอเรียกเขาว่า Little Four

สำเร็จจ!! หลิงหลานรู้สึกภูใจในตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

หลิงหลานสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวน้อยถึงไม่ให้เธอเรียกเค้าว่า Master Four ตั้งแต่แรกแต่คำตอบของ Little Four ตั้งแต่แรก แต่คำตอบของเขาทำให้หลิงหลานพูดอะไรไม่ออก

Little Four อธิบายว่า Master เป็นชื่อที่อยู่ในหนังสือทีวีและอินเตอร์เน็ตบนโลก มันได้รับความนิยมมาก เขาจึงอยากให้เรียกว่า Master

หลิงหลานรู้สึกว่าได้ทำผิดพลาด เธอไม่ควรไปอยากรู้ถึงแรงจูงใจของเขา ไม่ว่าจะทำอะไรก็เหมือนเป็นการดูถูกความฉลาดของเธอทั้งนั้น

เมื่อ หลิงหลาน ได้เชื่อมจิตกับกับ Little Four แล้วเธอก็สามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบเสมือนจริงได้อย่างอิสระ นอกจากนี้เธอยังรู้ถึงบทสนทนาระหว่างแม่และพ่อบ้าน หลิงฉินว่าพ่อของเธอเสียชีวิตในสนามรบซึ่งเป็นเหตุผลที่เธอต้องรับมรดกทางทหารของพ่อโดยต้องปลอมตัวเป็น ผู้ชาย

หลิงหลานได้แต่ถอนหายใจ ..... ดูเหมือนว่าการกีดกันทางเพศมีอยู่ทั่วทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นโลกที่เธอเคยอยู่หรือว่าในหมื่นปีในอนาคตก็ตาม

ตอนนี้หลิงหลานไม่ได้ติดขัดใจอะไรกับผลประโยชน์ของรัฐบาล แม้ว่าเธอจะมีเจ้า Little Four อยู่ก็ตาม แต่เธอได้ตัดสินใจที่จะทำสิ่งต่างๆทีละขั้นตอน ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับยุคสมัยนี้ มันอาจจะต้องใช้เวลามากหน่อยในการเติบโตเพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว แต่เธอก็เลือกที่จะใช้วิธีนี้แทนที่จะใช้ทางลัด

หลิงหลานเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก มิฉะนั้นเธอจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้กว่ายี่สิบปีที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดอันโหดร้ายของร่างกายของเธอที่พังทลาย ความอดทนของเธอนั้นอยู่ไกลเกินกว่าค่าเฉลี่ยของคนอยู่มาก

ในตอนแรกเธอกังวลเรื่องระยะเวลาสองปีที่ Little Four บอกกับเธอตอนแรกอย่างไรก็ตามหลังจากที่ผลงานวิจัยชิ้นเล็ก ๆ พบว่าการฝึกพลังลมปราณของเธอนั้นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการเพิ่มสมรรถภาพทางกาย ตามการประมาณการของ Little Four แม้ว่าเธอจะทำอะไรกิจกรรมอื่นไปด้วย แต่แค่เธอฝึกเพียงสิบชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เธอก็สามารถแก้ปัญหาอันตรายที่เธอต้องเผชิญได้ในเวลาสองปีข้างหน้า

ตอนนี้เธอรู้ว่าเธอไม่ต้องเร่งรีบทำอะไรมากมาย เธอยังเด็กอยู่มากและไม่ต้องการที่จะโดดเด่นในสายตาคนอื่น การทำแต่ละสิ่งทีละขั้นตอนจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุดในการใช้ชีวิต หลิงหลานเข้าใจดีว่า คนที่โดดเด่นกว่าจะถูกมองว่าเป็นศัตรู

ชีวิตที่อิสระเป็นสี่งที่สำคัญที่สุด!!

เร็ว ๆ นี้ใกล้ถึงเวลาที่สหพันธ์จะมอบเอกสารมรดก ในวันนั้นหลิงหลานได้เห็นความเศร้าโศกและความทุกข์ยากจากแม่ของเธอได้ชัดเจน เมื่อเอกสารถูกส่งมอบการตายของหลิงเซียวจะถูกประกาศต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการและแม่ของเธอก็ไม่สามารถหลีกหนีความจริงของการเสียชีวิตได้

เช้าตรู่เช้าวันรุ่งขึ้นหลิงหลานรู้สึกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในบ้านที่เงียบสงบของเธอ แต่ว่าเธออยู่ในห้องนอน จึงไม่รู้ว่าข้างนอกนั้นเกิดอะไรขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานคนรับใช้ได้ขึ้นมาอุ้มเธอลงไปชั้นล่าง ขณะที่พวกเขาเดินลงบันได หลิงหลานได้มองเห็นแสงไฟที่งดงามที่แขวนอยู่บนเพดาน และแสงไฟที่ประดับตามเสาหลายแห่ง

ใช่การประเมินเสร็จสมบูรณ์ นี่เป็นห้องโถงใหญ่และหรูหรา ครอบครัวของเธออยู่ในระดับสูง

ก่อนที่หลิงหลานจะรู้สึกปริ่มเปรมได้อย่างเต็มที่ เธอก็ถูกอุ้มไปสู่อ้อมกอดของแม่เธอแล้ว จากนั้นความโศกเศร้าของหลานหลัวเฟิงก็ดีขึ้น ขณะที่เธอมองไปในดวงตาของหลิงหลานที่ เธอก็ได้คิดว่าโชคดีที่หลิงเซียวได้ทิ้งทารกตัวน้อยที่แสนน่ารักไว้ให้เธอ ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับพวกคนเลวพวกนั้น

เธอจับมือเล็ก ๆ ของลูกสาวและประกาศว่า "นี่คือลูกของ หลิงเซียว มีแค่ หลิงหลานเท่านั้น! ที่จะเป็นผู้สืบทอดสิ่งที่เป็นของหลิงเซียว "

หลังจากนั้นก็มีเสียงคนแก่ดังขึ้นมา “เราจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าการเสียสละของพลตรีหลิงเซียวจะไม่เสียเปล่า เราไม่ปฏิเสธนายน้อยหลิงหลานที่จะมารับมรดก แต่ต้องการให้ครอบครัวหลิง เลือกเด็กที่โดดเด่นที่สุดที่จะสืบทอดผลประโยชน์ทางทหารระดับสูงของพลตรี หลิงเซียว ดังนั้นจึงต้องมีการคัดเลือกเพื่อหาคนที่เหมาะที่สุดในการสืบทอดมรดกนี้”

หลานหลัวเฟิงได้มองไปทางคนแก่ที่กำลังพูดอยู่อายุประมาณ 70 ปีร่างกายของเขายังดูแข็งแรงและเป็นผู้อาวุโสที่สุดของตระกูลหลิงมีนามว่า หลิงซู่เหลิน ถึงแม้ว่าถ้าหลิงเซียวยังมีวิตอยู่ก็ต้องพูดกับเขาอย่างสุภาพ และเขาก็เป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับการที่หลิงหลานได้รับผลประโยชน์จากหลิงเซียว

หลิงหลานสังเกตุได้ว่าหลานหลัวเฟิงกำลังเก็บความโกรธที่ไว้ข้างใน เพราะสิ่งที่หลิงเซียวเหลินพูดออกมา

เธอไม่เคยเห็นคนที่ไร้ยางอายขนาดนี้ ดูสิ่งที่เขาพูดสิ ทำไมลูกแท้ๆถึงไม่สามารถรับตำแหน่งจากพ่อได้ล่ะ เขาอุส่าสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศ มันมีความหมายอะไรบ้างล่ะ?

หลิงหลานดึงนิ้วของแม่

โถ่เอ้ย ถ้าเธออายุมากกว่านี้หน่อยเธอก็จะสามารถถ่มน้ำลายใส่คนนั้น เพื่อให้เค้าอับอายต่อสิ่งที่เค้าได้ทำลงไป...

*****

ติดตามได้ที่ >>>> Facebook

จบบทที่ ตอนที่ 6 : คนไร้ยางอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว