เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 688 เกาะยักษ์นภา

ตอนที่ 688 เกาะยักษ์นภา

ตอนที่ 688 เกาะยักษ์นภา


เฉิ่นเยียนไม่ทันตั้งตัวจึงถูกซัดฝ่ามือเข้าใส่อย่างจัง ร่างสะท้านถอยร่นไปหลายก้าว อวัยวะภายในปั่นป่วนเจ็บร้าวอย่างรุนแรง เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากเป็นสาย

‘ก้อนกลมสีเขียว’ ตกใจสุดขีด

เหตุใดความเร็วของเจ้านั่นถึงได้น่าสะพรึงกลัวปานนี้!

เจ้านาย!

เจ้านายบาดเจ็บแล้ว!

อ๊ากกกก เป็นความผิดของมันเอง!

มันรีบพุ่งกลับไปหาเฉิ่นเยียนอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ร่างของเด็กหนุ่มชุดทองก็ซวนเซ คล้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน มีหยาดเลือดซึมออกจากมุมปาก

ทว่าในจังหวะที่สติของเขากำลังเลือนราง ประกายแสงเย็นเยียบสายหนึ่งพลันพุ่งวาบเข้ามา! เขาตระหนักถึงอันตรายและคิดจะหลบหลีก ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว

แกรก!

หน้ากากถูกคมกระบี่ฟันจนแตกเป็นสองซีก เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงเบื้องหลัง

ทันทีที่เฉิ่นเยียนเห็นใบหน้านั้นชัดตา เหล่าสหายจากอสุราและกองกำลังเสริมที่เพิ่งรุดมาถึงก็มองเห็นเช่นเดียวกัน

“ตงฟางซิ่น!”

ตงฟางซิ่นเงยหน้าขึ้น บนใบหน้าหล่อเหลามีรอยแผลถูกปราณกระบี่กรีดจนเลือดสดไหลซึม เขากระตุกยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม นัยน์ตาจ้องเขม็งไปยังเฉิ่นเยียน

“นึกไม่ถึงใช่หรือไม่ว่าเป็นข้า?”

เฉิ่นเยียนขมวดคิ้วแน่น นางคิดไม่ถึงจริงๆ

แม้แต่เหล่าสหายแห่งอสุราก็ยังคาดไม่ถึง ว่าคนลึกลับผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นตงฟางซิ่น! พวกเขาลอบมองหน้ากัน ก่อนจะขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้างเฉิ่นเยียน

สายตาของตงฟางซิ่นกวาดมองผู้คนเหล่านั้นอย่างเฉยชา ก่อนจะหันกลับมาจับจ้องที่เฉิ่นเยียน

“ข้าคือตงฟางซิ่น และก็ไม่ใช่ตงฟางซิ่น... เฉิ่นเยียน ในเมื่อเจ้าสามารถกลับชาติมาเกิดใหม่ได้ ข้าก็ย่อมทำได้เช่นกัน”

เขากล่าวกลั้วรอยยิ้ม

เฉิ่นเยียนจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ ในใจตระหนักแน่ชัดแล้วว่าคนผู้นี้คือศัตรูจากชาติปางก่อน!

อีกฝ่ายกลับชาติมาเกิดในร่างของตงฟางซิ่น และแสร้งทำตัวเป็นนายน้อยเสเพลมาโดยตลอด เพื่อให้ทุกคนคลายความระแวดระวัง

เขารู้ว่านางกลับชาติมาเกิดใหม่ นั่นหมายความว่าเขาอาจจะเฝ้ารอการปรากฏตัวของนางมาเนิ่นนานแล้วก็เป็นได้!

หัวใจของเฉิ่นเยียนหนักอึ้ง นางต้องพาพวกเขารีบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

ทว่าในตอนนั้นเอง—

โดยไร้ซึ่งลางบอกเหตุ ห้วงมิติบริเวณนั้นพลันบิดเบี้ยวปั่นป่วนอย่างรุนแรง ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทึ้ง พายุคลั่งลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นในชั่วพริบตา!

สีหน้าของเฉิ่นเยียนและพรรคพวกเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทว่าตงฟางซิ่นกลับระเบิดเสียงหัวเราะร่า

ตงฟางซิ่นจับจ้องไปยังต้นนภาที่อยู่ไม่ไกล พึมพำด้วยรอยยิ้ม

“ในที่สุดต้นนภาก็... ตื่นขึ้นแล้ว”

ยังไม่ทันที่เฉิ่นเยียนและสหายจะทำความเข้าใจกับประโยคดังกล่าว ทั่วทั้งเกาะเทียนคงก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในพริบตา!

ผู้คนบนเกาะเทียนคงต่างรู้สึกราวกับโลกหมุนคว้าง ผืนดินใต้ฝ่าเท้ากลายสภาพเป็นสัตว์ยักษ์ที่หลุดการควบคุม มันกำลังดิ้นรนบิดกายอย่างเอาเป็นเอาตาย

ใบหน้าของผู้คนพลันซีดเผือดไร้สีเลือด ความหวาดผวาฉายชัดในแววตา

พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเกาะเทียนคงทั้งเกาะกำลังสั่นคลอนด้วยความรุนแรงอันน่าสะพรึงกลัว!

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?!”

ผู้คนที่ยังรั้งอยู่บนลานกว้างต่างส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก ทว่าเสียงเหล่านั้นกลับถูกกลืนหายไปท่ามกลางพายุและแรงสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็ว

คล้อยหลังเสียงตะโกน เสียงระเบิดทึบหนักก็ดังกึกก้องมาจากใต้หล้า ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงระลอกใหม่!

“ดูนั่นสิ!”

เมื่อทุกคนเพ่งมองไป ก็พบว่าผืนดินที่เคยแข็งแกร่งราวกับถูกพลังมหาศาลบางอย่างกระแทกเข้าอย่างจัง รอยแยกน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปทุกทิศทางคล้ายใยแมงมุม ชวนให้ขนลุกขนพอง

หากเวลานี้มีใครสักคนยืนอยู่บนผิวน้ำทะเลเบื้องล่างอันห่างไกลแล้วแหงนมองขึ้นมายังเกาะยักษ์ลอยฟ้าแห่งนี้ คงได้เห็นภาพอันน่าตื่นตะลึง...

เกาะเทียนคงทั้งเกาะกำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ฝุ่นทรายและเศษหินร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย ราวกับห่าฝนอุกกาบาตอันน่าสะพรึง!

ซากปรักหักพังเหล่านั้นทิ้งตัวลงสู่ผืนทะเลเบื้องล่าง ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ม้วนตัวสาดซัดเป็นชั้นๆ

ประมุขตำหนักเฉิงอวิ๋นมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อสายตา ร้องอุทานเสียงหลง

“เกาะเทียนคง... กำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ!”

ประโยคนี้เปรียบดั่งอสนีบาตฟาดฟัน ทำเอาทุกคน ณ ที่แห่งนั้นตกตะลึง สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน ทางด้านท่านอาเจิงและเหล่าขุนนางเก่าแก่ก็ได้รับรู้ข่าวการก่อกบฏของเจ้าเกาะเทียนคงจากปากผู้ใต้บังคับบัญชาที่องค์หญิงส่งมาแล้วเช่นกัน

หนึ่งในขุนนางเก่าแก่เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ตอนนี้จะทำอย่างไรดี? องค์หญิงยังไม่กลับมาเลย!”

ท่านอาเจิงเอ่ยเสียงขรึม

“ดูจากสถานการณ์แล้ว เกาะเทียนคงกำลังจะถล่มลงมา สั่งให้คนส่วนหนึ่งอพยพออกจากที่นี่ก่อนเพื่อลดการบาดเจ็บล้มตาย! ส่วนพวกเราจะมุ่งหน้าไปยังต้นนภาเพื่อสนับสนุนองค์หญิง!”

“ตกลง!”

หลังปรึกษาหารือกันเสร็จสิ้น พวกเขาจึงตัดสินใจประกาศให้กองกำลังจากสำนักต่างๆ รีบอพยพออกจากเกาะเทียนคง

ท่านอาเจิงมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะตวาดก้อง

“ทุกท่าน! แม้ขณะนี้ราชวงศ์เทียนโจวของเราจะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดถึงการถล่มกะทันหันของเกาะเทียนคง แต่พวกเราจะเร่งตรวจสอบอย่างเต็มกำลัง! เพื่อความปลอดภัย ขอให้พวกท่านโปรดอพยพออกจากเกาะเทียนคงโดยเร็วที่สุด!”

น้ำเสียงกึกก้องที่ถูกหนุนเสริมด้วยพลังวิญญาณทรงพลังทะลุทะลวง ชั่วพริบตาก็ดังกังวานไปทั่วทั้งลานกว้าง

เมื่อขุมกำลังจากสำนักต่างๆ ได้ยินเช่นนั้น ต่างก็ตัดสินใจอพยพลงจากเกาะทันที ไม่มีใครปรารถนาจะรั้งอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้อีกต่อไป เพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต!

ทว่าก็ยังมีบางคนที่ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเกาะเทียนคงถึงตกอยู่ในสภาพนี้ ความเคลือบแคลงสงสัยผลักดันให้พวกเขาพยายามสืบหาความจริง

“แล้วเจ้าเกาะล่ะ?!”

“เจ้าเกาะหายไปไหน?”

“พวกเจ้าสังเกตหรือไม่ว่าชาวเกาะหายไปกันหมดแล้ว!”

“กรรมการก็หายไปด้วย!”

“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? เกาะเทียนคงที่ดำรงอยู่มานานหลายพันปีจะพังทลายลงดื้อๆ ได้อย่างไร?”

“พวกเจ้าดูทางต้นนภานั่นสิ! เหตุใดถึงเปล่งประกายเจิดจ้าเช่นนั้น? ข้าเดาว่าต้องเกิดเรื่องกับต้นนภาแน่!”

“......”

หลายคนส่งเสียงเซ็งแซ่

เกาะที่เคยตั้งตระหง่านและแข็งแกร่งดุจหินผา บัดนี้กลับโอนเอนคล้ายจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อราวกับเปลวเทียนต้องลมมรสุม ผืนดินหลายแห่งปริแตกอย่างต่อเนื่อง เศษหินกระเด็นกระจัดกระจาย ฝุ่นควันตลบอบอวล

สถานการณ์บนเกาะวุ่นวายโกลาหลขีดสุด!

ถึงขั้นมีคนสะดุดรอยแยกจนเกือบพลัดตกลงไป เคราะห์ดีที่ศิษย์ร่วมสำนักคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงเกินจินตนาการ

น่านน้ำแถบนี้คือเขตห้ามบิน พวกเขาจึงไม่สามารถขี่ของวิเศษหลบหนีได้

เกาะเทียนคงอยู่สูงห่างจากผิวน้ำทะเลถึงหลายร้อยจั้ง!

แม้เบื้องล่างจะเป็นผืนทะเล ทว่าการกระโดดทิ้งตัวลงไปสุ่มสี่สุ่มห้าจากความสูงระดับนี้ก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้เช่นกัน

ดังนั้น พวกเขาจึงต้องอาศัย ‘บันไดสวรรค์’ ที่ใช้ตอนขาขึ้นเพื่ออพยพลงไป ในขณะที่ผู้คนจากสำนักต่างๆ พากันแย่งชิงมุ่งหน้าไปยังทางออก—

‘เนี่ยสวิน’ กลับไม่มีความคิดที่จะหลบหนี เขาต้องการตามหาเฉิ่นเยียน

เขาตัดสินใจจะติดตามพวกท่านอาเจิงไป

หนึ่งในขุนนางเก่าแก่ขมวดคิ้วถามเนี่ยสวิน

“เจ้าแน่ใจหรือว่าจะตามพวกเราไป?”

เนี่ยสวินแววตามุ่งมั่น เม้มริมฝีปากแน่น

“ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงพวกท่านอย่างแน่นอน! ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังสามารถใช้รอยประทับชาดเพื่อสัมผัสถึงตำแหน่งขององค์หญิงได้ด้วย”

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าขุนนางเก่าแก่จึงพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

ทว่ายิ่งพวกท่านอาเจิงมุ่งหน้าเข้าใกล้ต้นนภาตรงใจกลางเกาะมากเท่าใด พวกเขาก็ยิ่งตื่นตระหนก เมื่อพบว่าสิ่งที่โผล่พ้นรอยแยกของพื้นดินขึ้นมานั้น... คือรากไม้ขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยร่องลึก!

เมื่อเห็นภาพนั้น สีหน้าของท่านอาเจิงก็แปรเปลี่ยน น้ำเสียงหนักอึ้งขึ้นหลายส่วน

“ต้นนภาต้องเกิดปัญหาขึ้นแน่! องค์หญิงอาจกำลังตกอยู่ในอันตราย! เร็วเข้า!”

กล่าวจบเขาก็สะบัดมือ ส่งสัญญาณให้ทุกคนเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังต้นนภาเต็มกำลัง

แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เข้าใกล้ต้นนภา จู่ๆ พลังอันแข็งแกร่งไร้รูปร่างสายหนึ่งก็ระเบิดตู้มออกมาจากใจกลางเกาะ กวาดซัดเอาทุกคนบนเกาะจนปลิวล้มกลิ้งไปตามพื้น!

จบบทที่ ตอนที่ 688 เกาะยักษ์นภา

คัดลอกลิงก์แล้ว