เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในถ้ำ

บทที่ 300 เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในถ้ำ

บทที่ 300 เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในถ้ำ


ฉินเสวียนเร่งความเร็วพุ่งเข้าไปในปากทางเข้ารังของอสูรอัสนี

อสูรอัสนีคือสัตว์วิญญาณที่ควบคุมสายฟ้า ความเร็วของมันจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของบรรดาสัตว์วิญญาณทั้งหมด

ดังนั้น ฉินเสวียนจึงไม่กล้ารั้งอยู่ที่นี่นานนัก

หากชักช้าอยู่ แล้วอสูรอัสนีหวนกลับมา ย่อมต้องเกิดเรื่องยุ่งยากเป็นแน่

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินเสวียนก็เร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

เพียงไม่นาน เขาก็ทะลวงเข้าไปถึงก้นบึงอัสนี ซึ่งเป็นที่ตั้งของรังอสูรอัสนี

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำของอสูรอัสนี ฉินเสวียนก็สัมผัสได้ถึงพลังธาตุสายฟ้าอันรุนแรงและเปี่ยมล้น!

"พลังสายฟ้ารุนแรงถึงเพียงนี้เชียวรึ!"

ฉินเสวียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ไม่มีเหตุผลอื่นใด พลังสายฟ้าที่กล้าแข็งถึงเพียงนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าภายในนั้นจะต้องมีผลึกอัสนีอยู่เป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

และก็เป็นดั่งคาด เมื่อฉินเสวียนพุ่งเข้าไปจนถึงส่วนลึกสุดของรังอสูรอัสนี เขาก็พบกับผลึกอัสนีกองพะเนินเทินทึกอยู่บนพื้น!

"บัดซบ! มีผลึกอัสนีมากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ!"

ฉินเสวียนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองผลึกอัสนีที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

จำนวนผลึกอัสนีที่นี่มากมายกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

"อสูรอัสนีระดับหกนับว่าเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งมากแล้ว มิหนำซ้ำ อสูรอัสนีระดับหกตัวนี้ยังสามารถเรียกอัสนีสีม่วงทองลงมาได้อีก เมื่อคำนวณดูแล้ว การที่ที่นี่จะมีผลึกอัสนีมากมายถึงเพียงนี้ก็เป็นเรื่องปกติ"

หานเย่กล่าวจบ ฉินเสวียนก็พยักหน้ารับรัวๆ พลางรีบเก็บผลึกอัสนีเหล่านั้นใส่กระเป๋าอย่างลนลาน

"ของดี ของดีทั้งนั้น!"

ฉินเสวียนกล่าวด้วยความตื่นเต้น

เมื่อมีผลึกอัสนีที่เกิดจากอัสนีสีม่วงทองมากมายถึงเพียงนี้ ต่อไปเขาก็สามารถใช้ผลึกอัสนีเหล่านี้โจมตีผู้อื่นได้โดยตรง

"กระจกอัสนีสามารถดูดซับพลังจากผลึกอัสนีเพื่อโจมตีผู้อื่นได้ ขอเพียงมีผลึกอัสนีเหล่านี้อยู่ เจ้าก็สามารถเรียกใช้พลังสายฟ้าโจมตีได้ทุกเมื่อ!"

"ถึงเจ้าไม่ได้ใช้เอง ของสิ่งนี้ในอนาคตก็สามารถนำไปประมูลขายให้กับผู้บำเพ็ญเพียรธาตุสายฟ้าได้!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินเสวียนก็พยักหน้ารับเบาๆ

"นอกจากผลึกอัสนีแล้ว ทางนั้นยังมีผลไม้วิญญาณอัสนีอยู่อีกหลายผล ผลไม้วิญญาณอัสนีเหล่านี้เกิดจากการควบแน่นของปราณวิญญาณและพลังสายฟ้า การกลืนกินมันจะช่วยยกระดับการควบคุมธาตุสายฟ้าของเจ้าได้ไม่น้อยเลย!"

ฉินเสวียนเก็บผลไม้วิญญาณอัสนีและผลึกอัสนีเหล่านั้นมา ทว่าจู่ๆ เขาก็ชะงักไป

ใต้กองผลึกอัสนี มีเขาสั้นยาวไม่เท่ากันหลายอันซ่อนอยู่

เมื่อเห็นเขาเหล่านั้น ดวงตาของฉินเสวียนก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที

"นี่คือเขาของอสูรอัสนีรึ?" หานเย่เอ่ยด้วยความประหลาดใจ

"ของดี นี่แหละของดี! ของสิ่งนี้มีค่าล้ำราคายิ่งกว่าผลึกอัสนีพวกนั้นเสียอีก!"

หานเย่อธิบายให้ฉินเสวียนฟัง

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินเสวียนก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ

"ก็แค่เขาของอสูรอัสนีไม่ใช่หรือ? จะล้ำค่ายิ่งกว่าผลึกอัสนีได้อย่างไร?"

"นั่นเพราะเจ้าไม่รู้น่ะสิ"

หานเย่รีบอธิบายเสริม

"ทุกครั้งที่อสูรอัสนีเลื่อนขั้น มันจะสลัดเขาเดิมทิ้งไป และเมื่อเขาเก่าหลุดลอก เขาใหม่ก็จะงอกขึ้นมาแทนที่ ซึ่งเขาใหม่นี้จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม"

"มิเพียงเท่านั้น เขาของอสูรอัสนียังสามารถดึงดูดสายฟ้าได้ ดังนั้น หากเจ้านำเขาของอสูรอัสนีไปหลอมรวมกับอาวุธตอนที่สร้างอาวุธวิเศษ อาวุธที่เจ้าสร้างขึ้นก็จะมีพลังธาตุสายฟ้าอันทรงพลังแฝงอยู่!"

"สำหรับอาวุธวิเศษแล้ว นี้นับว่าเป็นวิธีการเพิ่มพลังโจมตีที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ลองคิดดูสิ หากเจ้าต้องประมือกับผู้อื่น อานุภาพอาวุธของเจ้าย่อมร้ายกาจกว่าผู้คนทั่วไปอย่างแน่นอน!"

"นี่คือวัตถุดิบชั้นยอดในการหลอมอาวุธวิเศษ มีผู้คนมากมายที่ปรารถนาอยากได้มัน แต่ก็ไม่อาจครอบครองได้!"

วัตถุดิบหลอมอาวุธวิเศษงั้นรึ?

ฉินเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ในที่สุด

จริงด้วย

อสูรอัสนีก็ใช้ของสิ่งนี้ในการดึงดูดสายฟ้านี่นา

สามารถดึงดูดสายฟ้าได้ ซ้ำยังต้านทานการจู่โจมของสายฟ้าได้อีก นี่มันวัตถุดิบระดับสุดยอดสำหรับการหลอมอาวุธวิเศษชัดๆ!

ฉินเสวียนครุ่นคิดด้วยความตื่นเต้น

หากเขาสามารถนำของสิ่งนี้ไปหลอมอาวุธวิเศษได้ทั้งหมด อานุภาพของอาวุธจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน

หลังจากเก็บของทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ฉินเสวียนก็รีบเดินออกจากถ้ำ ทว่าขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้และหันไปมองคุณชายที่ถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ต้องอัสนี

"เดี๋ยวก่อน ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้มันพูดถึงสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์อะไรสักอย่างใช่ไหม"

ฉินเสวียนยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้ชายผู้นี้เคยพูดเรื่องที่เกี่ยวกับสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์

"สัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ นั่นก็เป็นของดีเช่นกัน พลังรบของมันแข็งแกร่งกว่าสัตว์วิญญาณทั่วไปมากนัก พวกเราลองไปดูกันเถอะ เผื่อจะโชคดี"

คุณชายผู้นี้สามารถพาผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเสวียนมาตั้งมากมายเพื่อค้นหาผลึกอัสนีได้ ดังนั้นกำลังคนที่เขาทิ้งไว้รอรับมืออยู่อีกฝั่งหนึ่งย่อมต้องมีมากกว่านี้แน่

ทว่าลาภยศล้วนได้มาจากการเสี่ยงภัย ฉินเสวียนเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ที่ว่านั้นมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร

"เช่นนั้นก็ลองไปเค้นถามดู แต่เวลาไม่คอยท่า อีกประเดี๋ยวอสูรอัสนีก็คงจะกลับมาแล้ว"

หานเย่กล่าวเตือน

ฉินเสวียนพยักหน้ารับ

"ผู้อาวุโสหาน วางใจเถอะ ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร"

กล่าวจบ ฉินเสวียนก็พุ่งเข้าไปหาคุณชายผู้นั้น แล้วปลดร่างของเขาลงมาจากไม้ต้องอัสนี

หลังจากทำลายเส้นลมปราณและจุดตันเถียนของคุณชายผู้นั้นจนพินาศ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาตอบโต้ได้ ฉินเสวียนก็ตบแก้มของคุณชายผู้นั้นเบาๆ

"ตื่นได้แล้ว! เพี๊ยะ!"

เมื่อเห็นว่าคุณชายผู้นั้นยังไม่ยอมฟื้น ฉินเสวียนที่เริ่มมีน้ำโหก็ตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่

หลังจากโดนตบไปฉาดนี้ คุณชายผู้นั้นก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

เมื่อเห็นฉินเสวียนจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา เขาก็ตอบสนองตามสัญชาตญาณด้วยการซัดฝ่ามือเข้าใส่ฉินเสวียนทันที

เขาหมายจะสังหารฉินเสวียนให้ตายตกไป

ทว่าฝ่ามือที่ซัดออกไปนั้น ไม่เพียงแต่จะทำอันตรายฉินเสวียนไม่ได้ ซ้ำยังไปกระทบกระเทือนบาดแผลบนร่างกายของเขา ทำให้ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง

"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับข้า! รนหาที่ตายนัก!"

"เส้นลมปราณของข้า จุดตันเถียนของข้า ปราณวิญญาณของข้า เจ้า... เจ้ากล้าทำลายวรยุทธ์ของข้ารึ! ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"

"ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่!"

คุณชายผู้นั้นแผดเสียงด่าทอฉินเสวียนด้วยความโกรธแค้น

"สวะอย่างเจ้าน่ะรึ!"

ฉินเสวียนตบหน้าเขาไปอีกฉาด ทำเอาฟันในปากของเขากระเด็นหลุดออกมา

"ทีนี้ก็สงบปากสงบคำซะ!"

ยังไม่ทันที่คุณชายผู้นั้นจะได้ตั้งสติ ฉินเสวียนก็ตบหน้าเขาไปอีกหนึ่งฉาก

หลังจากโดนตบไปหลายฉาด คุณชายผู้นั้นถึงเพิ่งตระหนักถึงสถานการณ์ได้ เขาไม่กล้าเอ่ยปากต่อล้อต่อเถียงกับฉินเสวียนอีก ทำได้เพียงหดตัวคุดคู้ จ้องมองฉินเสวียนด้วยสายตาเคียดแค้น

"ต่อจากนี้ ข้าถามอะไร เจ้าก็ตอบมาตามตรง หากกล้าพูดจาพล่อยๆ ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!"

"เจ้า..."

คุณชายผู้นั้นยังคงไม่ยอมจำนน

ทว่าหลังจากโดนฉินเสวียนตบไปอีกสองฉาด เขาก็สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว และไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก

"เจ้าชื่ออะไร? มาที่นี่ทำไม?"

ฉินเสวียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณชายผู้นั้นก็อยากจะปิดปากเงียบ ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นฟันของตัวเองที่ร่วงกราวอยู่บนพื้น เขาก็ยอมปริปากสารภาพแต่โดยดี

"ข้าชื่อเมิ่งจื่อหรง เป็นคุณชายสามแห่งตระกูลเมิ่ง เมืองหนานหยาง บิดาของข้าคือเมิ่งฉ่าง ผู้นำตระกูลเมิ่งแห่งเมืองหนานหยาง!"

เมิ่งฉ่างงั้นรึ

ไม่เคยได้ยินชื่อแฮะ

ฉินเสวียนเลิกคิ้วขึ้น

แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ

ขนาดคุณชายเสเพลผู้หนึ่งยังมีระดับพลังบรรลุถึงขอบเขตอวี้ชิง

ตระกูลของเมิ่งฉ่างผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ทว่าเมืองหนานหยางนั้นอยู่ห่างไกลจากมณฑลเสวียนหลงมากนัก ฉินเสวียนย่อมไม่รู้ว่าตระกูลนี้ยิ่งใหญ่เพียงใด

แต่ถึงแม้ตระกูลของพวกเขาจะยิ่งใหญ่คับฟ้า ฉินเสวียนก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว

"ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ตระกูลเมิ่งของเราจะมอบทรัพย์สมบัติให้เจ้าเสวยสุขไปตลอดชาติ"

"ฉึก!"

ฉินเสวียนตวัดกระบี่ฟันข้อเท้าของเขาขาดกระเด็นในดาบเดียว

"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ข้าถามอะไร เจ้าก็ตอบมา หากข้าไม่ได้ถาม เจ้าก็หุบปากไปซะ!"

ฉินเสวียนไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของเมิ่งจื่อหรง เขาเช็ดคราบเลือดบนกระบี่กับเสื้อผ้าของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น

"บอกข้ามาสิ พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่ แล้วเรื่องสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์นั่นมันยังไงกันแน่"

นี่ต่างหากคือเรื่องที่ฉินเสวียนสนใจมากที่สุดในยามนี้

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 300 เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในถ้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว