เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1667 หญิงสาวล้วนๆ

ตอนที่ 1667 หญิงสาวล้วนๆ

ตอนที่ 1667 หญิงสาวล้วนๆ


ยามค่ำคืน ภายในห้องหนังสือของพระราชวัง

มู่เหลียงเอื้อมมือไปหยิบกระดาษคำตอบแผ่นหนึ่งขึ้นมา มองดูตัวหนังสือที่บิดเบี้ยวไม่ได้สัดส่วนบนนั้น แล้วก็ต้องกระตุกมุมปาก

ข้างกายเขามีหยู่ฉินหลานและมินโฮนั่งอยู่ ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นหยู่เฟ่ยหยานและซิไป๋ฉี

ในมือของพวกเธอล้วนถือดินสอเอาไว้ นอกจากหยู่ฉินหลานแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็กำลังตรวจกระดาษคำตอบกันอย่างกระตือรือร้น

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"ฉินหลาน ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องพัฒนาลายมือของชาวเมืองกันสักหน่อยแล้วล่ะ"

หยู่ฉินหลานได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้น มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม

"ก่อนหน้านี้เราก็เคยจัดประกวดคัดลายมือไปแล้วนี่คะ จัดอีกสักรอบก็ได้นะ"

"อืม เธอจัดการเลยแล้วกัน ลายมือแบบนี้มัน..."

มู่เหลียงมองดูตัวหนังสือบนกระดาษคำตอบ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อน

มินโฮเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"มู่เหลียง นายอ่านไม่ออกเหรอ?"

มู่เหลียงยื่นกระดาษคำตอบให้สาวหูกระต่ายดู

"ถ้าฉันไม่รู้คำตอบอยู่ก่อนแล้ว ก็คงอ่านไม่ออกจริงๆ นั่นแหละ"

มินโฮรับกระดาษคำตอบไป มองดูตัวหนังสือที่โย้เย้ไปมาบนนั้น คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากัน

"ลายมือนี้ ขี้เหร่ยิ่งกว่าฉันเขียนอีกนะเนี่ย"

เธอพองแก้มแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉันขอดูหน่อย!"

หยู่เฟ่ยหยานชะโงกตัวเข้ามาด้วยความสนใจ

เธอกวาดสายตามองตัวหนังสือบนกระดาษคำตอบ กะพริบตาสีแดงปริบๆ แล้วกล่าวว่า

"ก็เขียนสวยดีนี่นา ฉันอ่านออกทุกตัวเลย"

"นั่นก็เพราะว่าลายมือของเธอ มันขี้เหร่เหมือนกับบนนี้น่ะสิ"

หยู่ฉินหลานเอ่ยอย่างอ่อนใจ

หยู่เฟ่ยหยานกลอกตาบน ก่อนจะทำหน้าจริงจัง

"พูดเหลวไหล ลายมือหนูสวยจะตายไป"

"ฮ่าๆๆ "

มู่เหลียงเหลือบมองลายมือที่เด็กสาวผมแดงตรวจข้อสอบ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

"มู่เหลียง นายหัวเราะอะไรน่ะ?"

หยู่เฟ่ยหยานเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย

"ไม่มีอะไรหรอก รีบตรวจข้อสอบกันเถอะ ดึกมากแล้ว"

มู่เหลียงหัวเราะพร้อมกับโบกมือปฏิเสธ

"ฮึ!"

หยู่เฟ่ยหยานเชิดปากส่งเสียงฮึดฮัดอย่างน่ารัก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาตรวจกระดาษคำตอบต่อไป

มู่เหลียงหยิบกระดาษคำตอบอีกแผ่นขึ้นมา คราวนี้ตัวหนังสือบนนั้นดูดีขึ้นมาก

เขากวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว  โดยไม่ได้จรดปากกาตรวจ เพียงแค่คำนวณคะแนนรวมของกระดาษคำตอบไว้ในใจ หากต่ำกว่าแปดสิบก็ไม่ต้องดูต่อแล้ว

ผู้ที่ได้คะแนนเกินเก้าสิบจะสามารถผ่านเข้าสู่การสอบรอบที่สองได้ ส่วนผู้ที่ได้คะแนนแปดสิบถึงเก้าสิบ สามารถเข้าสอบในรูปแบบที่แตกต่างออกไป หากทำคะแนนได้ดีเยี่ยม ก็จะได้เข้าทำงานในที่ว่าการเมืองเมืองรอง

หลังจากที่เมืองรองแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้น ก็จะมีการจัดตั้งที่ว่าการเมืองเมืองรองขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะเพิ่มตำแหน่งงานอีกมากมาย และต้องการผู้ที่มีความสามารถมารับหน้าที่

"พรึ่บ พรึ่บ"

ความเร็วในการตรวจกระดาษคำตอบของมู่เหลียงนั้นรวดเร็วมาก เพียงหนึ่งนาทีก็ตรวจเสร็จถึงสามแผ่น ในท้ายที่สุดก็คัดกรองกระดาษคำตอบที่ได้คะแนนเก้าสิบขึ้นไปได้สิบสองแผ่น และกระดาษคำตอบที่ได้คะแนนแปดสิบถึงเก้าสิบได้สามสิบสองแผ่น

เขาช้อนตาขึ้นมองพวกหยู่ฉินหลาน หยู่ฉินหลานรับหน้าที่ตรวจข้อสอบอัตนัย ส่วนหยู่เฟ่ยหยาน ซิไป๋ฉี และมินโฮรับหน้าที่ตรวจข้อสอบปรนัย ซึ่งความเร็วก็ไม่ได้ช้าเลย

ทุกคนง่วนอยู่กับการตรวจข้อสอบในห้องหนังสือเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง กระดาษคำตอบกว่าสามพันฉบับจึงถูกตรวจจนเสร็จสิ้นทั้งหมด

ในจำนวนนั้น มีกระดาษคำตอบที่ได้คะแนนเก้าสิบขึ้นไปอยู่หนึ่งร้อยแปดสิบฉบับ และกระดาษคำตอบที่ได้คะแนนแปดสิบถึงเก้าสิบอยู่สามร้อยสามสิบสองฉบับ

หยู่เฟ่ยหยานเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

"คนที่สอบได้คะแนนเก้าสิบขึ้นไปมีแค่ร้อยแปดสิบคนเองเหรอเนี่ย น้อยเกินไปแล้วมั้ง"

"เยอะกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีกนะคะ"

หยู่ฉินหลานเอ่ยอย่างสง่างาม

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"พวกนี้ก็เป็นแค่ข้อสอบวัดความรู้รอบตัวทั่วไป รอดูผลงานของพวกเขาในการสอบรอบที่สองก็แล้วกัน"

หยู่ฉินหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส

"อืม เดี๋ยวฉันจะให้คนไปแจ้งพวกเขาทีหลัง ว่าให้มาร่วมการสอบในวันพรุ่งนี้ค่ะ"

เธอดึงประวัติส่วนตัวของคนที่สอบได้คะแนนแปดสิบขึ้นไปออกมาทั้งหมด เตรียมจะสั่งให้คนไปแจ้งพวกเขาให้มาร่วมการสอบรอบที่สองในวันพรุ่งนี้

หยู่ฉินหลานลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันกลับมาถามว่า

"การสอบรอบที่สองในวันพรุ่งนี้ คุณจะไปไหมคะ?"

"ไม่ล่ะ รอให้ถึงรอบสัมภาษณ์รอบที่สามค่อยเรียกฉันแล้วกัน"

มู่เหลียงกล่าวอย่างราบเรียบ

"ตกลง"

หยู่ฉินหลานรับคำ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องหนังสือไป

มินโฮช่วยรินชาร้อนให้มู่เหลียงหนึ่งถ้วย แล้วเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก

"มู่เหลียง สองวันนี้วันนายมัวยุ่งอยู่กับอะไรหรอ?"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"เพิ่งสร้างลานสกีกับลานสเก็ตน้ำแข็งเสร็จน่ะ"

"ฟังดูเหมือนเป็นสถานที่เที่ยวเล่นเลย ใช่ไหม?"

มินโฮเอียงคอถาม

"อืม อยากไปเล่นไหมล่ะ?"

มู่เหลียงยกมือขึ้นขยี้หัวสาวหูกระต่าย ทำให้หูกระต่ายของเด็กสาวลู่ลงด้วยความสบาย

มินโฮยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หยู่เฟ่ยหยานกับซิไป๋ฉีก็เริ่มนั่งไม่ติดเสียแล้ว พวกเธอพากันส่งเสียงเจื้อยแจ้วด้วยความตื่นเต้น

"อยากสิ ฉันจะไป!"

นัยน์ตาสีทองคู่นั้นของซิไป๋ฉีเปล่งประกายวิบวับ

หยู่เฟ่ยหยานออดอ้อน

"พาฉันไปด้วยนะ พาฉันไปด้วยนะๆๆๆ"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส

"งั้นก็ไปกันหมดนี่แหละ ไปเรียกน้องหลันกับคนอื่นๆ มาด้วย รอจนลานสเก็ตน้ำแข็งและลานสกีเปิดให้บริการแก่คนภายนอกเมื่อไหร่ พวกเธอทุกคนต้องไปช่วยกันโฆษณาด้วยนะ"

"ได้ เดี๋ยวฉันไปเรียกพวกเธอเอง"

หยู่เฟ่ยหยานลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น แล้ววิ่งเหยาะๆ ออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว

ท้ายที่สุดแล้ว สกีและสเก็ตน้ำแข็งก็ถือเป็นกีฬาชนิดใหม่ของโลกใบนี้ ในเมื่อต้องการจะสร้างจุดเด่นให้กับเมืองรอง การโปรโมทจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

สิบกว่านาทีต่อมา นอกเหนือจากคนที่ยังมีธุระยุ่งอยู่ คนอื่นๆ ภายในตำหนักก็มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่

ผู้คนที่อยู่ที่นี่มีทั้งหมดสิบสองคน นอกจากเขาแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งสิ้น

มู่เหลียงมองไปที่ลี่เยว่และลี่ลี่ซึ่งสวมกระโปรงสั้น แล้วเอ่ยเตือนว่า

"ใส่เสื้อผ้าให้หนาหน่อยสิ ไปเล่นสเก็ตกับสกีมันหนาวมากนะ"

"ลืมไปเลย เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนก่อนนะคะ"

ลี่ลี่หน้าแดงระเรื่อ ก่อนจะดึงลี่เยว่วิ่งกลับไปที่ตำหนักข้าง

มู่เหลียงหันไปมองเว่ยหยูหลัน แล้วเอ่ยถาม

"ที่ห้องสื่อสารมีคนเฝ้าอยู่หรือเปล่า?"

เว่ยหยูหลันพยักหน้าตอบ

"มีค่ะ วันนี้เป็นเวรของเสี่ยวจื่อพอดี"

มู่เหลียงพยักหน้าพร้อมกับกำชับว่า

"อืม รอให้พวกเธอหัดเล่นสกีกับสเก็ตน้ำแข็งจนเป็นก่อน ว่างๆ ค่อยพาเสี่ยวจื่อไปเล่นด้วยแล้วกัน"

"รับทราบค่ะ"

เหล่าสาวใช้ขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

ผ่านไปไม่นาน เด็กสาวผมเงินและเด็กสาวผมชมพูก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วกลับมา ทั้งสองคนสวมเสื้อโค้ทขนสัตว์หนาเตอะ

"ทุกคนจับมือกันไว้ เดี๋ยวฉันจะพาพวกเธอไปเอง"

มู่เหลียงส่งสัญญาณ

"ตกลงค่ะ"

มือซ้ายของหยู่เฟ่ยหยานจับมือกับซิไป๋ฉี ส่วนมือขวาควงแขนของลี่ลี่เอาไว้ เด็กสาวผมชมพูจึงอาศัยจังหวะนั้นดึงมือของลี่เยว่มากุมไว้ เหล่าสาวใช้เองก็จับมือกันเป็นทอดๆ

วิ้ง

มู่เหลียงขยับความคิด พาหญิงสาวทุกคนใช้ทักษะทะยานเงา ออกจากตำหนักบนเนินสูง เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็มาอยู่ในลานสเก็ตน้ำแข็งของเมืองรองหมายเลขสิบสองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฟู่ ฟู่ ฟู่

ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำ เมื่อหญิงสาวทุกคนปรากฏตัวขึ้นบนผิวน้ำแข็ง ก็แทบจะยืนไม่อยู่และเกือบจะลื่นล้มลงไป

"ลื่นจังเลย!"

ซิไป๋ฉีอุทานด้วยความตกใจ โชคดีที่มีหยู่เฟ่ยหยานคอยพยุงเอาไว้ถึงไม่ได้ล้มก้นจ้ำเบ้า

หลังจากที่คนอื่นๆ ทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว ดวงตากลมโตก็กวาดมองไปรอบๆ จนกระทั่งมองเห็นประติมากรรมน้ำแข็งรูปงูเหมันขนาดมหึมา

หยู่ฉินหลานเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

"มู่เหลียง นี่…นายเป็นคนทำเหรอ?"

"อืม เอาไว้เป็นจุดสังเกตของเมืองรองแห่งนี้น่ะ"

มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ

ลี่ลี่เงยหน้าขึ้น และกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใสว่า

"แบบนี้ต่อให้อยู่นอกเมืองก็คงมองเห็นได้เลยสินะคะ"

"นี่แหละคือผลลัพธ์ที่ฉันต้องการล่ะ"

มู่เหลียงยกมุมปากขึ้น

เขายกมือขึ้นควบแน่นผลึก เริ่มต้นสร้างรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งและแผ่นสกี โดยสร้างขึ้นมาให้คนละหนึ่งคู่

"นี่คือรองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง มีแบบใบมีดคู่กับใบมีดเดี่ยวนะ"

มู่เหลียงหยิบรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งขึ้นมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

"แบบใบมีดคู่จะทรงตัวได้มั่นคงกว่า ส่วนใบมีดเดี่ยวจะเล่นยากกว่าหน่อย แต่ลูกเล่นมันจะเยอะกว่า ถ้าเล่นเป็นแล้วก็สามารถทำท่าทางได้หลายแบบเลยล่ะ"

จบบทที่ ตอนที่ 1667 หญิงสาวล้วนๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว