- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1665 เมืองแห่งการท่องเที่ยว
ตอนที่ 1665 เมืองแห่งการท่องเที่ยว
ตอนที่ 1665 เมืองแห่งการท่องเที่ยว
ฟู่ ฟู่ ฟู่
เมืองรองหมายเลขสิบสองถูกสร้างขึ้นบนลานน้ำแข็งสีขาวโพลน เมื่อสายลมพัดผ่านก็ยิ่งหอบเอาความหนาวเหน็บมาให้ จนทำเอาผู้คนพากันหนาวสั่นไปทั้งตัว
ที่นี่คือเมืองแห่งน้ำแข็งและหิมะ เพียงแต่ว่าตอนนี้หิมะยังไม่ตกเท่านั้นเอง
มองลงมาจากบนท้องฟ้าเพื่อสำรวจทั่วทั้งเมืองรอง นอกจากจะเห็นพื้นที่สีขาวโพลนแล้ว ก็เห็นเพียงคนงานก่อสร้างที่สวมเสื้อผ้าหนาเตอะ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีใครอื่นอีก
เมืองรองแห่งใหม่เพิ่งเริ่มก่อสร้าง จึงยังไม่มีชาวเมืองย้ายเข้ามาอาศัยอยู่
ฟู่ ฟู่ ฟู่
มู่เหลียงปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เขากวาดสายตาสำรวจเมืองรองหมายเลขสิบสอง เพื่อมองหาสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างลานสกีและลานสเก็ตน้ำแข็ง
หลังจากกวาดสายตามอง เขาก็ตัดสินใจที่จะสร้างทั้งลานสกีและลานสเก็ตน้ำแข็งไว้ที่ใจกลางเมือง ซึ่งตรงนั้นมีพื้นที่ว่างกว้างขวางเพียงพอ
ท้ายที่สุดแล้ว ในอนาคตที่นี่จะกลายเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว
วิ้ง
มู่เหลียงขยับความคิด ใช้พลังตีกรอบพื้นที่สำหรับสร้างลานสเก็ตน้ำแข็งและลานสกี พื้นดินพลันนูนขึ้นมากลายเป็นกำแพงน้ำแข็งและหิมะสูงครึ่งเมตร
หากมองจากที่สูงลงมา พื้นที่ที่ถูกล้อมกรอบไว้มีลักษณะเป็นวงกลมพอดี โดยลานสกีและลานสเก็ตน้ำแข็งแบ่งพื้นที่กันไปฝั่งละครึ่ง
มู่เหลียงร่อนลงมาจากท้องฟ้า และทิ้งตัวลงบนลานน้ำแข็งอันกว้างขวาง
ในระยะไกลยังมีคนงานก่อสร้างอยู่อีกไม่น้อย เดิมทีพวกเขายังตื่นตระหนกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ในวินาทีที่ได้เห็นมู่เหลียง พวกเขาก็ถอนหายใจและคลายความกังวลลง
"ท่านเจ้าเมืองนี่นา!"
"ท่านเจ้าเมืองกำลังจะทำอะไรกันน่ะ?"
"..."
เหล่าคนงานก่อสร้างพากันหยุดยืนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มู่เหลียงไม่ได้สนใจพวกเขา แต่กลับยกมือขึ้นแล้วส่งสัญญาณ
"ขึ้น"
ครืน
ผิวน้ำแข็งใต้เท้าของเขาสั่นสะเทือน ก่อนที่พื้นที่ทั้งหมดจะถูกยกระดับให้สูงขึ้นครึ่งเมตร
คนงานก่อสร้างที่ยืนมุงดูอยู่ต่างตกใจจนสะดุ้ง และรีบก้าวถอยหลังไปหลายก้าว
การสร้างลานสเก็ตน้ำแข็งนั้นง่ายดายมาก เพียงแค่จัดการกับผิวน้ำแข็งให้เรียบเนียนจนเหมาะสำหรับการลื่นไหลก็เพียงพอแล้ว
เมืองรองหมายเลขสิบสองถูกสร้างขึ้นบนอาณาเขตของงูเหมัน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิ ที่นี่คือลานน้ำแข็งตามธรรมชาติ
"สร้างกำแพงกั้นอีกสักหน่อยดีกว่า"
มู่เหลียงครุ่นคิด
เขาอยากให้คนภายนอกสามารถมองเห็นสภาพภายในลานสเก็ตน้ำแข็งได้ ซึ่งมันจะช่วยดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามา
มู่เหลียงสะบัดมือขึ้น ขอบลานสเก็ตน้ำแข็งพลันส่องประกายแสงคริสตัลวูบวาบ กระจกผลึกหนาสิบเซนติเมตรผุดขึ้นมาจากพื้นดินราบเรียบ ก่อตัวกลายเป็นกำแพงผลึกสูงสิบเมตร
กำแพงผลึกหยั่งรากลึกลงไปใต้ดินถึงห้าเมตร แม้จะมีความหนาเพียงสิบเซนติเมตร แต่ก็สามารถตั้งตระหง่านอยู่บนผิวน้ำแข็งได้อย่างมั่นคง
กระจกผลึกมีความบริสุทธิ์สูงมาก ผนวกกับลานสเก็ตน้ำแข็งที่อยู่สูงกว่าพื้นดินครึ่งเมตร ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างนอกจึงสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในลานได้อย่างชัดเจน
เพื่อไม่ให้กำแพงผลึกเกิดฝ้าละอองน้ำจนบดบังทัศนวิสัย มู่เหลียงจึงคิดหาวิธีแก้ปัญหานี้
เขาสอดแทรกเกล็ดของมังกรวาลา เข้าไปในกำแพงผลึกจำนวนหนึ่ง ความร้อนที่แผ่ออกมาจากเกล็ดเหล่านั้นสามารถขจัดน้ำค้างแข็งบนกำแพงผลึกได้อย่างง่ายดาย
เกล็ดของมังกรวาลาได้ผ่านการเตรียมมาแล้ว ภายในมีการสร้างเส้นชีพจรเอาไว้ถึงสามสาย
"ผิวน้ำแข็งยังหยาบเกินไป ต้องทำให้เรียบกว่านี้สักหน่อย"
มู่เหลียงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
เขายกมือขึ้นสะบัด เปลวเพลิงลูกใหญ่ก็โบกสะบัดออกมาจากความว่างเปล่า เข้าปกคลุมผิวน้ำแข็งของลานสเก็ตน้ำแข็งทั้งหมด
อุณหภูมิค่อย ๆ สูงขึ้น ผิวน้ำแข็งจึงเริ่มละลาย
เมื่อมู่เหลียงเห็นเช่นนั้น เขาก็เก็บเปลวเพลิงกลับคืนมา แล้วโบกมือปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกออกไป เพื่อทำให้น้ำที่ละลายออกมาแข็งตัวอีกครั้ง และในครั้งนี้มันก็แข็งตัวจนทนทานยิ่งกว่าเดิม
"อืม คราวนี้เรียบเนียนขึ้นเยอะเลย"
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เขารู้ดีว่าผิวน้ำแข็งของลานสเก็ตที่ดีนั้นจะต้องมีการผสมนมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการต้านทานการแตกร้าวของผิวน้ำแข็ง
เพียงแต่ว่าตอนนี้ตลาดมีความต้องการนมสัตว์อสูรในปริมาณมาก จึงไม่มีนมนมสัตว์อสูรเหลือพอที่จะนำมาใช้สร้างลานสเก็ตน้ำแข็ง
"ตอนนี้ก็ใช้ไถลได้เหมือนกัน ไม่ส่งผลกระทบอะไรมากหรอก"
มู่เหลียงพึมพำ
จากนั้นเขาก็สร้างราวจับเป็นวงแหวนรอบขอบลานสเก็ตน้ำแข็ง เพื่อให้คนที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นสเก็ตสามารถจับราวกันตกเพื่อฝึกฝนการเล่นสเก็ตได้
ในเวลาต่อมา มู่เหลียงได้เจาะช่องว่างสามช่องบนกำแพงผลึก เพื่อใช้เป็นทางเข้าและออกของลานสเก็ตน้ำแข็ง
นอกจากนี้ ที่ทางเข้าออกแต่ละแห่งยังได้สร้างจุดจำหน่ายตั๋ว ห้องพักผ่อน ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และจุดให้เช่าอุปกรณ์รองเท้าสเก็ตน้ำแข็งอีกด้วย
ภายนอกกำแพงผลึก เหล่าคนงานก่อสร้างต่างยืนดูจนตาค้าง ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงสั้น ๆ พวกเขาได้ร่วมเป็นพยานถึงการถือกำเนิดของลานสเก็ตน้ำแข็งจากความว่างเปล่า
"นี่เขากำลังทำอะไรกันน่ะ?"
พวกเขาต่างมีสีหน้ามึนงง
และไม่นานมู่เหลียงก็ให้คำตอบแก่พวกเขา
เห็นเพียงเขาใช้ผลึกสร้างรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งขึ้นมาหนึ่งคู่ แล้วเปลี่ยนไปสวมใส่มันยืนอยู่บนลานน้ำแข็ง
เขาเริ่มจากการลองกระโดดอยู่กับที่เพื่อทดสอบความแข็งของผิวน้ำแข็ง เมื่อแน่ใจแล้วว่ามันจะไม่แตกกะเทาะ เขาก็เริ่มวาดลวดลายสไลด์ไถลไปบนลานน้ำแข็งด้วยท่วงท่าที่งดงาม
นี่คือการเล่นสเก็ตน้ำแข็งครั้งที่สองของมู่เหลียง ครั้งแรกเกิดขึ้นในชาติก่อน ตอนนั้นเขาถูกเพื่อนร่วมชั้นลากไปเปิดประสบการณ์ที่ลานสเก็ตน้ำแข็งในห้างสรรพสินค้า เขาล้มลุกคลุกคลานไถลไปตลอดทั้งช่วงเช้า จนกระทั่งเรียนรู้ท่าทางการเล่นสเก็ตขั้นพื้นฐานได้สำเร็จ
สำหรับมู่เหลียงในตอนนี้ อาศัยสมรรถภาพทางกายและการประสานงานของร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือระดับ การเล่นสเก็ตน้ำแข็งจึงไม่ใช่เรื่องยากไปกว่าการดื่มน้ำสักเท่าไหร่
ฟุ่บ
ความเร็วในการลื่นไหลของเขานั้นรวดเร็วมาก ใบมีดของรองเท้าสเก็ตเฉือนผ่านผิวน้ำแข็งไปอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังฟังชัด
เหล่าคนงานก่อสร้างต่างตกตะลึงชื่นชม สายตาของพวกเขาจับจ้องและเคลื่อนไหวตามมู่เหลียงไป
สิบนาทีต่อมา การเคลื่อนไหวของมู่เหลียงก็เริ่มช้าลง
เขาหันกลับไปมองบนผิวน้ำแข็ง ก็พบว่ามีเพียงรอยขีดข่วนตื้น ๆ ไม่กี่วง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานในครั้งต่อไป
มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"ไม่เลวเลย แค่บำรุงรักษาวันละครั้งก็น่าจะพอแล้ว"
การสร้างลานสเก็ตน้ำแข็งนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร ความยากมันอยู่ที่การบำรุงรักษาต่างหาก หลังจากนี้คงต้องสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณ ที่ใช้สำหรับบำรุงรักษาผิวน้ำแข็งโดยเฉพาะเสียแล้ว
มู่เหลียงจดจำเรื่องนี้เอาไว้ในใจ แล้วเตรียมตัวว่าเมื่อกลับไป เขาจะให้ลูกน้องนำเรื่องนี้ไปค้นคว้า
เขาถอดรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งออก ก่อนที่ร่างของเขาจะลอยตัวขึ้นแล้วบินตรงไปยังผิวน้ำแข็งสำหรับสร้างลานสกี
สิ่งที่มู่เหลียงต้องทำในตอนนี้ คือการสร้างหิมะขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการทดสอบการควบคุมอุณหภูมิได้อย่างดี
ภายใต้สถานการณ์ทั่วไป เมื่ออุณหภูมิบนที่สูงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง หยดน้ำก็จะควบแน่นกลายเป็นหิมะร่วงหล่นลงมา
สิ่งที่มู่เหลียงต้องทำ คือการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มวลน้ำในอากาศปะทะเข้ากับไอเย็นยะเยือก จากนั้นก็สร้างเกล็ดหิมะขึ้นมาให้ได้
ฟู่ ฟู่ ฟู่
เขาขยับความคิด ละอองน้ำจำนวนมากก็ควบแน่นขึ้นมากลางอากาศ ในเวลาเดียวกันเขาก็ควบคุมไอเย็นยะเยือกให้ปกคลุมทับลงไป
แกรก
ละอองน้ำถูกแช่แข็งจนกลายเป็นเศษน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่านี่คือความล้มเหลว
"เอาใหม่"
มู่เหลียงรวบรวมสมาธิ แล้วทำการทดลองอีกครั้ง
หลังจากทดลองแบบนี้ไปกว่าสิบครั้ง ในที่สุดหิมะสีขาวโพลนก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า แถมเกล็ดหิมะแต่ละชิ้นยังมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกันอีกด้วย
มู่เหลียงยื่นมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะไว้สองสามชิ้น สายตาที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ทำให้เขาสามารถมองเห็นลวดลายของเกล็ดหิมะได้อย่างง่ายดาย ความรู้สึกภาคภูมิใจพลันก่อตัวขึ้นมาในใจ
เขาทอดถอนใจออกมา
"โชคดีนะเนี่ยที่ฉันมีผลการเรียนดี สมแล้วกับคำกล่าวที่ว่า เก่งฟิสิกส์เคมี ไปที่ไหนในโลกก็รอด"
ในชาติก่อนเขาเคยเป็นเด็กเรียนระดับหัวกะทิ ผลการสอบของเขาไม่เคยตกลงไปต่ำกว่าสามอันดับแรกของระดับชั้นเลย
มู่เหลียงทดลองเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง เมื่อมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าเขาสามารถสร้างเกล็ดหิมะขึ้นมาได้ เขาก็เริ่มโปรยปรายหิมะเป็นวงกว้างเหนือท้องฟ้าของลานสกี
ฟู่ ฟู่ ฟู่
หิมะที่โปรยปรายลงมาเต็มท้องฟ้าช่างเป็นภาพที่งดงามตระการตา ทำให้คนงานก่อสร้างที่อยู่ห่างออกไปต้องหยุดยืนดูอีกครั้ง
"สวยจังเลยแฮะ"
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้น เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงบนใบหน้าของเขา มันให้ความรู้สึกเย็นเฉียบและไม่ได้ละลายหายไป
ในขณะที่เกล็ดหิมะกำลังร่วงหล่น เขาก็ใช้ดินทรายสร้างเนินเขาที่มีความลาดชันแตกต่างกันขึ้นมาหลายแห่งบนลานสกี จากนั้นก็ปล่อยให้หิมะหนาหนึ่งเมตรปกคลุมทับลงไปก็เป็นอันเสร็จสิ้น
การสร้างลานสกีไม่ได้นับว่ายากเย็นนัก เพียงแต่การสร้างหิมะต้องใช้เวลามากหน่อยเท่านั้น
กระทั่งก่อนที่ฟ้าจะมืด ลานสกีก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนอย่างสมบูรณ์ โดยมีความหนาถึงหนึ่งเมตร