เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1651 เลือดแทบจะไหลจนแห้งเหือด

ตอนที่ 1651 เลือดแทบจะไหลจนแห้งเหือด

ตอนที่ 1651 เลือดแทบจะไหลจนแห้งเหือด


ตึง ตึง ตึง

ท้องฟ้าสว่างจ้าแล้ว ทว่าเสียงระฆังในเมืองเต่าทมิฬยังคงดังกังวานอย่างไม่หยุดหย่อน

เต่าทมิฬยังคงเคลื่อนที่ต่อไป ความเร็วไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย

ซู่ ซู่

น้ำทะเลม้วนตัวปั่นป่วน ทุกหนแห่งที่เต่าทมิฬเคลื่อนผ่านจะเกิดกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ซับซ้อน นั่นเป็นเพราะขนาดตัวที่ใหญ่โตมหึมาของมัน

บนศีรษะอันใหญ่โตของเต่าทมิฬ มู่เหลียงนั่งขัดสมาธิ ทอดสายตามองออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า

จากที่ไกลๆ เขาสามารถมองเห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบพาดผ่านเส้นขอบฟ้า และม่านหมอกที่ลอยสูงเสียดฟ้า

"ทะเลหมอก... ถึงแล้วสินะ"

มู่เหลียงนัยน์ตาสีดำประกายวาบ

ในขณะเดียวกัน ภายในเมืองเต่าทมิฬ ชาวเมืองทุกคนได้รับแจ้งเตือนให้อยู่แต่ในบ้าน หากไม่มีความจำเป็นห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด

โรงงาน ร้านค้า และโรงเรียนทั้งหมดต่างหยุดทำการและหยุดเรียน เพื่อให้ความร่วมมือกับการปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬครั้งที่เจ็ด

บนท้องถนน เจ้าหน้าที่สายตรวจกำลังออกลาดตระเวน คอยเร่งรัดคนที่ยังไม่กลับบ้านให้รีบกลับไปโดยเร็ว

"รีบกลับบ้านไปซะ อย่าออกมาวิ่งเพ่นพ่านข้างนอก"

เฉิงเหมาตะโกนบอกด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองชั้นในส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์การปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬในครั้งก่อนๆ มาแล้ว จึงค่อนข้างจะคุ้นชินกับเรื่องนี้

ภายใต้การเร่งรัดของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ผู้คนบนท้องถนนต่างพากันกลับเข้าบ้าน ปิดประตูมิดชิดเพื่อรอคอยให้การปรับปรุงเมืองเริ่มต้นขึ้น

บนศีรษะของเต่าทมิฬ มู่เหลียงยกมือขึ้นตบหัวมันเบาๆ แล้วกำชับว่า

"เต่าทมิฬน้อย เดี๋ยวตอนที่วิวัฒนาการ จำไว้ว่าอย่าไปขยับเมืองชั้นใน ถนนการค้า พื้นที่เพาะปลูก แล้วก็เกาะเงือก พวกนี้อย่าไปแตะต้องเชียวนะ..."

แอร๊

เต่าทมิฬส่งเสียงร้องต่ำๆ เพื่อตอบรับคำขอของมู่เหลียง

"เด็กดี เราหยุดตรงนี้แหละ"

มู่เหลียงกล่าวพลางหยัดกายลุกขึ้น ร่างของเขากะพริบวูบและหายไปจากจุดเดิม

เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็กลับมาอยู่ที่เนินสูงของเมืองเต่าทมิฬแล้ว

บริเวณหน้าตำหนัก หยู่ฉินหลาน ฮู่เตียน และคนอื่นๆ กำลังยืนรออยู่

"มู่เหลียง เตรียมตัวพร้อมหรือยัง?"

หยู่ฉินหลานเอ่ยถามเสียงเบา

"อืม เริ่มได้ทุกเมื่อ"

มู่เหลียงพยักหน้า

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ

กลางอากาศ หยู่เฟ่ยหยานและซิไป๋ฉีบินกลับมา พวกเธอบินวนหนึ่งรอบก่อนจะร่อนลงตรงหน้าทุกคน

"รายงานค่ะ รอบๆ นี้ไม่มีเกาะหรือเรือเลย จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิวัฒนาการของเต่าทมิฬน้อยแน่นอน"

หยู่เฟ่ยหยานรายงานด้วยเสียงกังวานใส

เธอและเด็กสาวแวมไพร์พากองทัพอากาศออกไปลาดตระเวนตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กับการวิวัฒนาการของเต่าทมิฬ และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การวิวัฒนาการของมันเผลอไปทำอันตรายผู้คนในน่านน้ำแถบนี้ด้วย

"ดีมาก ลำบากพวกเธอแล้วนะ"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"งั้นก็รีบเริ่มการวิวัฒนาการกันเถอะ"

หยู่เฟ่ยหยานเอ่ยพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

"ไม่ต้องรีบ ชาวเมืองกลับเข้าบ้านกันหมดหรือยัง?"

มู่เหลียงหันหน้าไปถาม

"วางใจเถอะ ชาวเมืองกลับเข้าบ้านกันหมดแล้ว โรงงาน โรงเรียน และเขตการค้าก็ปิดหมดแล้วเหมือนกัน"

หยู่ฉินหลานตอบด้วยใบหน้าจริงจัง

"อืม งั้นก็เริ่มกันเลย"

มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ

"ครั้งนี้ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนเธอดีกว่านะ"

ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

"ไม่ต้องหรอก ครั้งนี้อันตรายกว่าครั้งที่แล้วมาก ตอนที่เต่าทมิฬน้อยวิวัฒนาการ ฉันจะควบคุมแรงกดดันเอาไว้ไม่อยู่ มันอาจจะทำให้พวกเธอได้รับบาดเจ็บได้ง่ายๆ"

มู่เหลียงตอบกลับด้วยใบหน้าขึงขัง

ไม่รอให้พวกสาวๆ ได้พูดอะไร เขาก็กล่าวต่อว่า

"ฉันจะไปอยู่บนหัวของเต่าทมิฬน้อย ที่นั่นปลอดภัยมาก พวกเธอรอฉันกลับมาก็แล้วกัน"

"มู่เหลียง นายต้องการคนคอยดูแลนะ"

หยู่ฉินหลานเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

มู่เหลียงเรียกในใจว่า

"มีหลิงเอ๋ออยู่"

อียา

ภูติขันธ์แห่งชีวิตปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ สองเท้าลอยเหนือพื้น บินวนรอบๆ มู่เหลียงและคนอื่นๆ

"ท่านพ่อ หลิงเอ๋อจะดูแลท่านพ่อเองค่ะ"

หลิงเอ๋อกล่าวด้วยเสียงกังวานใส

"...ก็ได้"

หยู่ฉินหลานและคนอื่นๆ จนใจ ทว่าความกังวลในใจกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

"รอฉันกลับมานะ"

มู่เหลียงยิ้มบางๆ ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม

เขากลับมาที่ศีรษะของเต่าทมิฬอีกครั้ง และทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิ

"ท่านพ่อ หนูจะคอยเฝ้าท่านอยู่ตลอดเลยนะ"

หลิงเอ๋อนั่งลงตรงหน้ามู่เหลียง ใช้สองมือเท้าคางจ้องมองเขา

"ดีมาก"

มู่เหลียงยิ้มอย่างอ่อนโยน

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยื่นมือไปวางบนศีรษะของเต่าทมิฬ แล้วกล่าวในใจว่า

"ระบบ ทำการวิวัฒนาการเต่าทมิฬให้ถึงระดับสิบสอง"

-ติ๊ง! วิวัฒนาการจากระดับสิบเอ็ดขึ้นเป็นระดับสิบสอง หักแต้มวิวัฒนาการหนึ่งแสนล้านแต้ม-

-ติ๊ง! 'เต่าทมิฬ' ระดับสิบสอง ทำการวิวัฒนาการสำเร็จ-

-ติ๊ง! ต้องการสืบทอดความสามารถ แรงโน้มถ่วงหลุมดำ หรือไม่?-

มู่เหลียงขยับปากพูดว่า

"รับ"

-ติ๊ง! กำลังถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ปรับปรุง….สำเร็จ-

ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบสิ้นสุดลง เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอันร้อนระอุที่ปะทุขึ้นภายในร่างกาย ซึ่งกำลังหลอมรวมเข้ากับเลือดเนื้อและเส้นเอ็นกระดูกด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

"อึก..."

มู่เหลียงส่งเสียงครางฮึดฮัดในลำคอ ยังไม่ทันที่เขาจะทำความเข้าใจว่าความสามารถใหม่คืออะไร ความเจ็บปวดก็กลืนกินเขาไปเสียแล้ว

เขากัดฟันแน่น บนผิวหนังปรากฏรอยปริแตก เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อนราวกับก๊อกน้ำที่พังเสีย

ต้องรู้ก่อนว่า ผิวหนังและเนื้อของมู่เหลียงนั้นแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าพลังงานภายในร่างกายนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

"ท่านพ่อ!"

หลิงเอ๋อร้อนรนขึ้นมา เธอรวบรวมขันธ์แห่งชีวิตไว้ในมือ และซัดเข้าไปในร่างกายของมู่เหลียงอย่างไม่ลังเล

สิ่งนี้ทำให้ความเร็วในการไหลของเลือดมู่เหลียงช้าลงเล็กน้อย เส้นเอ็นและกระดูกภายในร่างกายแตกหักเป็นเสี่ยงๆ พลังงานที่ทะลักออกมาจากความว่างเปล่านั้นดูราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ร่างกายของเขาไม่สามารถดูดซับมันได้หมดเสียที

สติของมู่เหลียงเริ่มพร่าเลือน แต่ก็ยังคงรับรู้ถึงความเจ็บปวดทางร่างกายได้อย่างชัดเจน ราวกับถูกมีดนับพันเล่มเชือดเฉือน เป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัสจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่

เขาอยากจะกำหมัดแน่น แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย และในไม่ช้าแม้แต่ความคิดนี้ก็มลายหายไป

ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน

การเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายยังคงดำเนินต่อไป มู่เหลียงตกอยู่ในสภาวะกึ่งหมดสติ โดยต้องพึ่งพาขันธ์แห่งชีวิตของหลิงเอ๋อเพื่อประคองสัญญาณชีพเอาไว้

เวลาค่อยๆ ผ่านไป การเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของมู่เหลียงก็ยังไม่สิ้นสุดลง

การวิวัฒนาการของเต่าทมิฬก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นกัน

แอร๊!!!!

มันแหงนหน้าขึ้นฟ้าและส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ร่างกายขนาดมหึมาสั่นเทิ้ม

สำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่บนกระดองเต่า นี่เป็นเหมือนกับแผ่นดินไหวระดับหกหรือเจ็ด บ้านเรือนบางหลังเริ่มสั่นคลอน

เต่าทมิฬส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่อง ร่างกายขนาดมหึมาเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ผืนดินบนกระดองเต่าปรากฏรอยแตกร้าว เมื่อเวลาผ่านไป รอยแยกก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อยืนอยู่บนพื้นแล้วมองลงไป ก็สามารถมองเห็นกระดองของเต่าทมิฬน้อยได้โดยตรง

แอร๊!!!!!!

เต่าทมิฬคำรามลั่น รอยแยกบนกระดองเต่าขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่กว้างเพียงหนึ่งนิ้ว ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าแม้แต่คนสองคนจูงมือกันก็ยังไม่สามารถวัดความกว้างของมันได้

รอยร้าวบนกระดองเต่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดูราวกับกระจกที่ถูกทุบจนแตกละเอียด

หลิงเอ๋อมองมู่เหลียง พลางส่งผ่านขันธ์แห่งชีวิตเข้าไปในร่างกายของเขาด้วยความร้อนรน

"ท่านพ่อ รีบตื่นสิคะ"

หลิงเอ๋อร้องเรียกอย่างร้อนใจ

เงียบกริบ ร่างกายของมู่เหลียงยังคงสั่นเทา แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

หลิงเอ๋อเริ่มลังเล ว่าควรจะให้ท่านพ่อดื่มน้ำพุแห่งชีวิตดีหรือไม่

ในขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั้น มู่เหลียงที่สลบไศลไปเพราะความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

เขายังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายทันทีที่ตื่นขึ้น

"ท่านพ่อ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"

หลิงเอ๋อเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

มู่เหลียงคอแข็งทื่อ เขาค่อยๆ ส่ายหน้าช้าๆ

ความเจ็บปวดภายในร่างกายทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มู่เหลียงครางฮึดฮัดในลำคอ แต่ก็ฝืนทนเอาไว้ได้อย่างยากลำบาก

มู่เหลียงกัดริมฝีปากล่าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เป็นครั้งแรกที่เขาสวดภาวนาขอให้การวิวัฒนาการผ่านพ้นไปโดยเร็ว

"อ๊าก..."

มู่เหลียงทนไม่ไหวอีกต่อไป เขากรัดร้องออกมาเสียงดังลั่น เลือดในร่างกายแทบจะไหลจนแห้งเหือด

ทว่าความเร็วในการสร้างเลือดภายในร่างกายของเขานั้นเร็วกว่า เขาถึงไม่ได้ตายเพราะเสียเลือดมากเกินไป

จบบทที่ ตอนที่ 1651 เลือดแทบจะไหลจนแห้งเหือด

คัดลอกลิงก์แล้ว