เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79: การมีชีวิตที่ดี

ตอนที่ 79: การมีชีวิตที่ดี

ตอนที่ 79: การมีชีวิตที่ดี


เมื่อยามเย็นมาเยือน แสงสนธยาของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าฉาบไล้ถนนสายเก่าแถวหมู่บ้านย่านจิ่นซิ่วจนกลายเป็นสีส้มแดงอันอบอุ่น

เจิ้งสวินเจี๋ยไม่ได้บอกให้หลี่เฟิงมารับ หลังจากลงรถเมล์เธอก็ไม่ได้ตรงกลับบ้านทันที แต่แวะเข้าไปที่ตลาดสดใกล้หมู่บ้านก่อน

ตลาดแห่งนี้ไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่เป็นแผงลอยของชาวบ้านแถวนี้หรือเกษตรกรจากชานเมืองที่นำผักผลไม้สดราคาถูกมาวางขาย

ตั้งแต่เจิ้งสวินเจี๋ยย้ายมาอยู่ที่ย่านจิ่นซิ่ว เธอก็มาซื้อของที่นี่แทบทุกวัน จนเริ่มสนิทสนมกับเจ้าของแผงหลายเจ้าที่เธอไปอุดหนุนบ่อย ๆ

"อ้าว เสี่ยวเจิ้ง เลิกเรียนแล้วเหรอ?" ป้าวังคนขายผักเห็นเธอมาแต่ไกลก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง "วันนี้มะเขือเทศดีเป็นพิเศษเลยนะ ทั้งฉ่ำทั้งเนื้อแน่น รับไปสักหน่อยไหม?"

"ได้ค่ะป้าวัง เลือกลูกใหญ่ ๆ ให้หนูสักสองลูกนะ คืนนี้หนูจะทำมะเขือเทศผัดไข่ค่ะ" เจิ้งสวินเจี๋ยเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม

ป้าวังเลือกมะเขือเทศสีแดงสดดูน่ากินมาสองลูกอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่กำลังใส่ถุง เธอก็ลดเสียงลงแล้วพูดด้วยท่าทางลึกลับว่า "เสี่ยวเจิ้ง อยู่คนเดียวต้องระวังตัวหน่อยนะ ช่วงนี้แถวนี้ไม่ค่อยสงบเท่าไหร่"

"ไม่สงบเหรอคะ? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?" เจิ้งสวินเจี๋ยถามด้วยความประหลาดใจ

คุณตาหลีที่ขายเต้าหู้อยู่ข้าง ๆ สอดแทรกขึ้นมาว่า "โดนปล้นน่ะสิ! ได้ยินมาว่าเมื่อคืนหมู่บ้านหยางกวงที่อยู่ถัดไปโดนยกเค้าไปตั้งสามบ้านแน่ะ!"

"ใช่ ๆ ป้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน" ป้าวังพยักหน้าสำทับ "แล้วหัวขโมยคนนี้ฝีมือฉกาจมากนะ ขโมยได้แม้กระทั่งตึกสูง ๆ ได้ยินว่าห้องที่โดนปล้นในหยางกวงน่ะอยู่ชั้นสิบขึ้นไปทั้งนั้นเลย! ไม่รู้ปีนขึ้นไปได้ยังไง สงสัยจะปีนตามท่อน้ำกับคอมเพรสเซอร์แอร์ แถมยังงัดเหล็กดัดหน้าต่างได้อีกต่างหาก!"

เจิ้งสวินเจี๋ยตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่แล้วเธอก็รู้สึกขำขึ้นมานิด ๆ

ข่าวลือในย่านเก่า ๆ แบบนี้พอยิ่งแพร่ออกไปก็ยิ่งเกินจริง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ผู้คนแต่งเติมกันขึ้นมาในยามว่างนั่นแหละ

อีกอย่าง ห้องที่เธอกับหลี่เฟิงเช่าอยู่ก็ตั้งชั้นหก ถึงจะไม่สูงมากแต่การจะปีนขึ้นมาด้วยมือเปล่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ที่สำคัญที่สุดคือ บ้านของเธอน่ะจนกรอบ ของที่มีค่าที่สุดก็น่าจะเป็นโน้ตบุ๊กเก่า ๆ ของหลี่เฟิงนั่นแหละ

ถ้าหัวขโมยยอมลำบากปีนขึ้นมาถึงบ้านเธอจริง ๆ เขาอาจจะทิ้งเงินไว้ให้สักร้อยหยวนพร้อมกับด่าไล่หลังด้วยความสงสารเสียมากกว่า

"ขอบคุณที่เตือนนะคะป้าวัง หนูจะระวังค่ะ" เจิ้งสวินเจี๋ยยิ้มพลางจ่ายเงินรับมะเขือเทศมา

"แม่หนูคนนี้นี่ อย่าทำเป็นเล่นไปเชียวนะ" เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ใส่ใจจริงจัง ป้าวังก็สำทับอีกว่า "เธอน่ะสวยขนาดนี้ ต่อให้ที่บ้านไม่มีสมบัติอะไรก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน กลางค่ำกลางคืนล็อคประตูหน้าต่างให้แน่นหนา อย่าชะล่าใจล่ะ"

"ค่ะป้า ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะระวังตัวค่ะ" เจิ้งสวินเจี๋ยตอบรับเสียงหวาน

เจิ้งสวินเจี๋ยถือถุงผักเดินต่อไปที่แผงขายเนื้อเพื่อซื้อหมูสันในชิ้นหนึ่ง เธอตั้งใจจะทำหมูสันในเปรี้ยวหวานเป็นมื้อเย็น ทานคู่กับมะเขือเทศผัดไข่และซุปไข่ใส่สาหร่ายอีกสักชาม กับข้าวสองอย่างซุปหนึ่งอย่าง เรียบง่ายแต่อิ่มหนำ

ขณะที่กำลังเดินกลับ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้น

เมื่อหยิบออกมาดู ก็พบว่าเป็นสายจากพี่เฉินฮุ่ย

"ฮัลโหลค่ะพี่ฮุ่ย" เจิ้งสวินเจี๋ยรับสายพลางเดินไปคุยไป "ฉันกำลังว่าจะโทรหาพี่อยู่พอดีเลยค่ะ"

"เสี่ยวเจี๋ย เลิกเรียนหรือยัง?" เสียงร่าเริงของเฉินฮุ่ยดังมาจากปลายสาย "พรุ่งนี้วันเสาร์แล้วนะ อย่าลืมมาที่สตูดิโอถ่ายรูปด้วยล่ะ อาทิตย์นี้เรามีแบบใหม่เข้าเพียบเลย"

"ไม่มีปัญหาค่ะพี่ฮุ่ย พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเป๊ะฉันไปถึงแน่นอนค่ะ" เจิ้งสวินเจี๋ยรับคำอย่างแข็งขัน

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กำลังคิดว่าจะเปิดประเด็นเรื่องขอขึ้นค่าตัวอย่างไรดี เพราะยังไงตอนนี้เธอก็ทำยอดขายให้ร้านจนถล่มทลาย แถมงานก็เยอะขึ้น ถ้าหาเงินได้มากขึ้น เธอกับหลี่เฟิงจะได้อยู่อย่างสบายขึ้นอีกนิด

ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะคิดคำพูดออก เฉินฮุ่ยก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

"จริงด้วย เสี่ยวเจี๋ย พี่มีข่าวดีจะบอก" เฉินฮุ่ยกล่าว "กางเกงยีนส์ของร้านเราขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลย ยอดขายพุ่งกระฉูดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แถมเสื้อผ้าแบบอื่น ๆ ที่เธอเป็นนางแบบให้ก็พลอยยอดพุ่งตามไปด้วยหมดเลย"

"จริงเหรอคะ? ดีจังเลยค่ะ!" เจิ้งสวินเจี๋ยรู้สึกยินดีกับพี่เขาจากใจจริง

"เพราะฉะนั้น พี่เลยตัดสินใจจะขึ้นค่าตัวให้เธอนะ" เฉินฮุ่ยพูดต่อ "เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ค่าถ่ายแบบของเธอจะเพิ่มเป็นวันละ 600 หยวน และถ้าในอนาคตมีแบบไหนที่ขายดีถล่มทลายอีก พี่จะมีโบนัสพิเศษให้ด้วย"

หกร้อยหยวน?!

เจิ้งสวินเจี๋ยชะงักฝีเท้า ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

เมื่อก่อนได้วันละ 300 หยวน ตอนนี้เพิ่มเป็นเท่าตัว เดือนหนึ่งมีวันเสาร์อาทิตย์สี่สัปดาห์ นั่นก็คือ 2,400 หยวนแล้ว

เงินจำนวนนี้ถือเป็นเงินก้อนใหญ่มากสำหรับเธอในตอนนี้

"ขอบคุณมากค่ะพี่ฮุ่ย!"

"ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ้ะ เธอควรได้รับมันแล้ว" เฉินฮุ่ยยิ้ม ก่อนที่น้ำเสียงจะเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อย "แต่เสี่ยวเจี๋ย มีเรื่องหนึ่งที่พี่ต้องเตือนเธอนะ"

"เรื่องอะไรเหรอคะ?"

"เมื่อช่วงบ่าย มีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเจิ้งโทรหาพี่" เฉินฮุ่ยแค่นหัวเราะ "เธอรู้จักใช่ไหม? ที่ชื่อว่าเจิ้งอวิ๋นซู"

เจิ้งสวินเจี๋ยถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วครู่

เจิ้งอวิ๋นซูงั้นเหรอ?

ยัยนั่นไปหาเบอร์พี่เฉินฮุ่ยเจอได้ยังไง?

หลังจากออกจากตระกูลเจิ้ง เจิ้งสวินเจี๋ยคิดมาตลอดว่าเธอจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนในบ้านนั้นอีกต่อไปแล้ว

"แล้ว... ยัยนั่นต้องการอะไรจากพี่เหรอคะ?"

"จะอะไรอีก ล่ะ? ก็สั่งให้พี่ไล่เธอออกไง" เฉินฮุ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "ผู้หญิงคนนั้นพูดจาจิกกัด บอกว่าชื่อเสียงเธอไม่ดี แถมยังมาขู่พี่อีกว่าถ้าพี่ยังจ้างเธอต่อไป ยัยนั่นจะทำให้ร้านพี่เจ๊งให้ได้"

นิ้วมือของเจิ้งสวินเจี๋ยเกร็งแน่นทันทีที่บีบโทรศัพท์

เดิมทีเธอคิดว่าการที่เธอถูกไล่ออกจากตระกูลเจิ้ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของเจิ้งอวิ๋นซูได้ถูกคืนกลับไปให้เจ้าของตัวจริงหมดแล้ว และต่างคนต่างก็น่าจะไปตามทางของตัวเอง ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก

ลึก ๆ แล้วเธอเคยรู้สึกผิดต่อเจิ้งอวิ๋นซู เพราะยังไงเสีย เธอก็ใช้ชีวิตสุขสบายแทนที่อีกฝ่ายมาตลอด 20 ปี

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับเจิ้งอวิ๋นซูที่ทั้งฉลาดและโดดเด่น เธอกลับรู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองช่างไร้แก่นสารจริง ๆ เธอมีทรัพยากรมากมายในมือ แต่กลับไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย แถมยังเอาแต่พึ่งพาพ่อแม่ไปวันๆ

สุดท้าย แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่ใช่ของตัวเองจริง ๆ และพวกเขาก็คงจะนึกรังเกียจที่เธอช่างไร้ความสามารถและไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย

ถึงแม้เจิ้งสวินเจี๋ยจะไม่แสดงออกมา เพราะในช่วงที่ผ่านมาสัญชาตญาณการเอาตัวรอดมันบดบังความเจ็บปวดอื่น ๆ ไปจนหมด แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ยังติดค้างในใจและอดสงสัยในคุณค่าของตัวเองไม่ได้

ทว่า เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าแม้เธอจะเดินออกมาแล้ว เจิ้งอวิ๋นซูก็ยังไม่ยอมรามือ และยังใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพื่อตัดหนทางทำมาหากินของเธอ

"พี่ฮุ่ยคะ หนูขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้พี่ต้องลำบากไปด้วย"

"จะขอโทษทำไมกัน?" เฉินฮุ่ยขึ้นเสียงมาจากปลายสาย "ถึงพี่จะเป็นแม่ค้า แต่พี่ก็ไม่ใช่คนขวัญอ่อนที่จะมาข่มขู่กันได้ง่าย ๆ นะ ผู้หญิงคนนั้นคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งพี่? พี่ด่ายัยนั่นกลับไปเดี๋ยวนั้นเลยล่ะ เธอคือ 'บ่อเงินบ่อทอง' ของร้านพี่นะ พี่ก็ต้องปกป้องเธออยู่แล้ว"

หลังจากวางสาย เจิ้งสวินเจี๋ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รับไอเย็นของอากาศต้นฤดูใบไม้ร่วง

เจิ้งอวิ๋นซูคงอยากจะเหยียบย่ำเธอให้จมดิน อยากเห็นเธอสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องไปกราบกรานขอความเมตตา

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน เจิ้งสวินเจี๋ยคนนี้แหละ... จะมีชีวิตที่ดีให้ดู

///

หมายเหตุ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จะขอนับจำนวนวัตถุดิบ เป็นชั่ง ตามมาตรฐานของจีนปัจจุบันคือ 1 ชั่ง = 0.5 กิโลกรัม นะคะ

จบบทที่ ตอนที่ 79: การมีชีวิตที่ดี

คัดลอกลิงก์แล้ว