- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 835 : เทคโนโลยียืดอายุขัย!
ตอนที่ 835 : เทคโนโลยียืดอายุขัย!
ตอนที่ 835 : เทคโนโลยียืดอายุขัย!
ตอนที่ 835 : เทคโนโลยียืดอายุขัย!
เมืองเซินเจิ้น
ฐานหงอวิ๋น
สงเซินตื่นนอนมาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกมาเดินตรวจตรางานป้องกันฐานและการเตรียมตัวรับมือกับภัยหนาว
นับตั้งแต่ฐานลวี่หยวนได้เริ่มเปิดใช้งานระบบการติดต่อสื่อสารทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้ง ฐานหงอวิ๋นก็สามารถรับข้อมูลข่าวสารจากฐานหลักได้ตลอดเวลาเหมือนกับจุดรับแลกเปลี่ยนอื่นๆ แล้ว
ระบบการติดต่อสื่อสารที่แสนจะสะดวกสบายแบบนี้ก็คงจะมีอยู่แค่ที่มณฑลกวางตุ้งเท่านั้น!
เพราะเขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าในมณฑลอื่นจะมีกองกำลังที่แข็งแกร่งและยอดเยี่ยมเหมือนอย่างฐานลวี่หยวนอยู่อีกหรือไม่ แต่อย่างน้อยในตอนนี้เขาเองก็พึงพอใจกับสถานการณ์ในตอนนี้มาก หลังจากที่พวกเขาได้ตัดสินใจเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากฐานลวี่หยวน จนทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ผูกสัมพันธ์อันดีต่อกันและได้กลายมาเป็นกองกำลังย่อยของอีกฝ่ายในท้ายที่สุด
แบบนี้แล้วเขาจะไม่พึงพอใจได้อย่างไรกันล่ะ?
ในตอนนี้ทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้งมีใครบ้างที่จะไม่รู้ว่าฐานลวี่หยวนคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงอย่างไร้ผู้ต่อต้าน?
และแน่นอนว่า ในฐานะกองกำลังย่อยของฐานลวี่หยวน ฐานหงอวิ๋นจึงได้กลายเป็นกองกำลังที่ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ไม่กล้าที่จะมาล่วงเกินได้ง่ายๆ ไปด้วย!
ช่วงก่อนหน้านี้สงเซินก็เคยไปหารือกับพี่หงเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือการออกแบบตราสัญลักษณ์ประจำฐานหงอวิ๋น
พี่หงเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากและตอบตกลงในทันที
เพราะในด้านหนึ่ง การมีตราสัญลักษณ์ประจำฐานก็จะช่วยให้บุคลากรภายในฐานมีความสามัคคีและกลมเกลียวกันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี
หลังจากนั้น สงเซินก็เป็นอาสาเสนอผลงานตราสัญลักษณ์ที่เขาออกแบบขึ้นมาเอง
มันคือรูปก้อนเมฆสีแดงที่กำลังล่องลอยอยู่
พวกเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งหรือเพียบพร้อมจนถึงขั้นที่จะสามารถหล่อเข็มกลัดประจำตัวเหมือนอย่างฐานลวี่หยวนได้ พวกเขาทำได้เพียงทำตราปั๊มขึ้นมาเพื่อใช้แสตมป์ลงบนแขนของทุกคนเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเท่านั้น
“ซี๊ด~~!! วันนี้หนาวชะมัด~~ แบบนี้คงออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ยากแล้วสิเนี่ย แบบนี้พวกเราก็หมดโอกาสออกไปอวด... ถุย! ออกไปโชว์ความยิ่งใหญ่ให้พวกผู้รอดชีวิตข้างนอกเห็นเลยน่ะสิ!”
เขาก้าวเท้าเดินไปตามแนวกำแพงฐานที่เพิ่งจะได้รับการเพิ่มความสูงขึ้น พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาถูกกันไปมาเพื่อคลายหนาวแก้เบื่อ
ในวันนี้พายุหิมะภายนอกโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น ปริมาณหิมะก็ทับถมกันสูงขึ้นเรื่อยๆ บีบบังคับให้ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือแม้แต่พวกผู้รอดชีวิตอิสระต่างก็ต้องพากันซ่อนตัวอยู่แต่ภายในที่พักอาศัยของตัวเองเพื่อสร้างความอบอุ่นและลดการเผาผลาญพลังงานของร่างกายลง
สงเซินก้มลงมองดูตราสัญลักษณ์สีแดงโดดเด่นขนาดใหญ่บนแขนของตัวเองพลางลอบถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย
ในตอนนี้เขาไม่สามารถออกไปเดินอวดตราสัญลักษณ์รูปก้อนเมฆสีแดงของฐานหงอวิ๋นให้คนอื่นเห็นได้ชั่วคราวแล้ว
ในช่วงที่ผ่านมาทุกครั้งที่เขาออกเดินทางออกไปข้างนอกและได้เห็นแววตาอิจฉาของพวกผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ แม้ภายนอกของสงเซินจะแสร้งทำใบหน้าเย็นชาและเคร่งขรึม แต่ทว่าภายในใจของเขากลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ความรู้สึกแบบนั้นมันทำให้เขารู้สึกดีมากจริงๆ
มันคือความรู้สึกเดียวกันกับของผู้รอดชีวิตที่อยากจะเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนและได้แต่แสดงแววตาอิจฉาออกมาเมื่อได้เห็นเข็มกลัดประจำตัวของคนในฐานลวี่หยวนนั่นแหละ เมื่อผู้รอดชีวิตภายนอกได้เห็นตราสัญลักษณ์ประจำฐานหงอวิ๋นพวกเขาก็แสดงแววตาอิจฉาออกมาเช่นกัน
หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติคลื่นซอมบี้มาได้สำเร็จ ฐานหงอวิ๋นก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นอีกครั้ง จนในตอนนี้พวกเขาสามารถเสริมความสูงของแนวกำแพงฐานให้สูงขึ้นไปถึง 25 เมตรแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวลือเรื่องที่ฐานแห่งนี้มีวิธีการกำจัดซอมบี้ที่มีประสิทธิภาพสูงและยังสามารถติดต่อกับฐานหลักลวี่หยวนเพื่อขอรับกำลังสนับสนุนได้ทุกเมื่อก็แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างแล้วเช่นกัน
ช่างเป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ!
ในเมื่อมีฐานลวี่หยวนคอยหนุนหลังอยู่ หากไม่สามารถเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนโดยตรงได้ การเลือกเข้าร่วมกับฐานหงอวิ๋นก็นับว่าช่วยให้พวกเขาได้รับอิทธิพลและความปลอดภัยจากบารมีของฐานลวี่หยวนไปด้วยไม่ใช่หรือไง
และนั่นก็นำไปสู่ภาพความรู้สึกผิดหวังของสงเซินในตอนนี้
ช่วงเวลาสำหรับการโอ้อวดความยิ่งใหญ่ของเขาได้ถูกปิดตายชั่วคราวแล้ว
คาดว่าเขาคงต้องรอคอยจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า ที่อุณหภูมิจะกลับมาอบอุ่นขึ้นอีกครั้งเขาถึงจะสามารถออกไปเดินอวดสายตาของพวกผู้รอดชีวิตภายนอกต่อได้
แน่นอนว่าฐานหงอวิ๋นก็ได้เตรียมมาตรการป้องกันภัยหนาวไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน
แม้จำนวนประชากรในฐานจะมีมากถึงหลายร้อยคนก็ตาม แต่จากการดิ้นรนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการนำของไปแลกเปลี่ยนเป็นเสบียงอาหารกับฐานลวี่หยวนเป็นระยะๆ เสบียงในคลังของฐานหงอวิ๋นจึงมีเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนผ่านพ้นฤดูหนาวอันโหดร้ายนี้ไปได้อย่างไร้ความกังวล
และในช่วงเทศกาลปีใหม่พวกเขาก็ยังสามารถจัดงานเลี้ยงฉลองเพิ่มได้อีกด้วย
นี่คือข้อดีของการมีฐานลวี่หยวนคอยหนุนหลังอยู่!
“คอยเฝ้าระวังและสังเกตการณ์ต่อไปให้ดี! อย่าคิดว่าอุณหภูมิลดต่ำลงแล้วจะไม่มีพวกซอมบี้หรือศัตรูมาลอบโจมตีพวกเราเด็ดขาด! อย่าลืมเรื่องที่พวกเราเพิ่งเผชิญไปเมื่อไม่นานมานี้ล่ะ!”
สงเซินที่กำลังเดินตรวจตราอยู่บนแนวกำแพงก็เอ่ยปากย้ำเตือนกับพวกลูกน้องที่คอยเฝ้าเวรยามในวันนี้อย่างเคร่งครึม
ตัวเขาไม่มีทางลืมเด็ดขาดว่า ฐานหงอวิ๋นนั้นตั้งอยู่ในเมืองเซินเจิ้นซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองขนาดมหึมา ต่อให้พวกซอมบี้ส่วนใหญ่ในที่แห่งนี้จะจำศีลหนีหนาวกันไปแล้วก็ตาม แต่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันพวกเขาก็ยังคงห้ามประมาทเด็ดขาด
การตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาก็คือคุณสมบัติขั้นพื้นฐานสำหรับการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก
ในตอนที่สงเซินเดินตรวจตราจนเสร็จสิ้นและกําลังจะก้าวเท้าเดินกลับไปพักผ่อน จู่ๆ ลูกน้องคนหนึ่งก็ตะโกนร้องเรียกตัวเขาไว้
“รองผู้นำครับ! มีคนมาขอพบด้านนอกฐานครับ! ทั้งหมดเป็นผู้หญิง สองสามคนนั้นอ้างว่าพวกเธอมาจากฐานเฉียงเวยครับ! ได้ยินมาว่าพวกเธอต้องการพบผู้นำเหยียนกับคุณเพื่อหารือเรื่องสำคัญบางอย่างครับ!”
ในวันที่อุณหภูมิลดหนาวจัดขนาดนี้ทำไมถึงยังมีคนเดินทางมาที่นี่อีก!?
แถมยังเป็นผู้หญิงทั้งหมดด้วยงั้นเหรอ?
ฐานเฉียงเวยงั้นเหรอ?
สงเซินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยขึ้นมาในใจ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในสมองของเขาก็จำเบาะแสขึ้นมาได้ว่า นี่คือกองกำลังของผู้รอดชีวิตในแถบชานเมืองตงกว่าน
รู้สึกว่าจะเป็นกองกำลังแบบพิเศษที่มีสมาชิกเป็นผู้หญิงทั้งหมดใช่ไหมนะ?
แล้วทำไมถึงได้เดินทางมาหาพวกเขาในตอนนี้กันล่ะ?
แน่นอนว่าเขาก็แค่แอบสงสัยอยู่ในใจเท่านั้น สำหรับเรื่องรายละเอียดค่อยก้าวเท้าเดินไปสอบถามกับอีกฝ่ายโดยตรงก็น่าจะรู้ได้ไม่ยากแล้ว
สงเซินสั่งการให้ลูกน้องนำทาง พลางรีบก้าวเท้าเดินตรงไปทันที......
เมืองฝูไห่
ฐานบนเรือ
ภายในห้องพักของผู้นำฐานบนอาคารชั้นสามของเรือขนาดยักษ์ ผู้นำของฐานฝูไห่ก็กําลังยืนขมวดคิ้วจ้องมองหิมะที่กำลังตกโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นอกหน้าต่าง
เวลาในตอนนี้ก็ล่วงเลยมาหนึ่งสัปดาห์เต็มแล้ว
ภารกิจที่เขามอบหมายให้หัวหน้าทีมเสี่ยนเดินทางไปยังมณฑลฝูเจี้ยนเพื่อสืบหาตัวหัวหน้าทีมซุนก็ล่วงเลยผ่านมาตั้งนานแล้ว
แต่ทว่าจนถึงตอนนี้กลับยังไม่มีข้อมูลข่าวสารอะไรถูกส่งกลับมาเลย!
หรือเผลอๆ แม้แต่หัวหน้าทีมเสี่ยนเองในตอนนี้ก็จะขาดการติดต่อสื่อสารไปด้วยแล้ว!
มณฑลฝูเจี้ยนนั้นเปรียบเสมือนหลุมดำขนาดใหญ่ยักษ์ที่คอยกัดกลืนกองกำลังที่เขาส่งออกไปทีละคนจนหมดสิ้น!
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นั่นกันแน่? แล้วตอนนี้พวกเหล่าซุนจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
ผู้นำวัยกลางคนเอ่ยปากพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เขาไม่รู้คำตอบเลยสักนิดและกองกำลังที่เขาส่งออกเดินทางไปเพื่อสืบหาความจริงก็กลับขาดการติดต่อและหายสาบสูญไปอีกรอบ
“ช่วงนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะส่งคนไปที่นั่นอีก การสูญเสียเฮลิคอปเตอร์ติดต่อกันหลายลำ เมื่อรวมกับปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงและกำลังคนที่หายไป ถ้ายังหาทรัพยากรมาทดแทนไม่ได้ ฐานก็ไม่ควรส่งคนไปเพิ่มอีกเป็นอันขาด!”
ผู้นำวัยกลางคนรีบคิดวิเคราะห์และสรุปเรื่องนี้ออกมาได้อย่างรวดเร็ว
พายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นติดต่อกันสองวันแล้ว เขาคาดการณ์ได้เลยว่าในอีกไม่นานพื้นดินจะต้องถูกหิมะทับถมจนมิดอย่างแน่นอน นอกเหนือจากเฮลิคอปเตอร์ไม่กี่ลำที่ยังพอบินไปสืบข่าวภายนอกได้แล้ว ก็จะเหลือแค่เลื่อนหิมะธรรมดาไม่กี่คันเท่านั้นที่พอใช้เดินทางได้
แถมพวกมันใช้เดินทางได้แค่ในระยะสั้นๆ เท่านั้นด้วย
การดึงดันที่จะเดินทางข้ามมณฑลในวันสิ้นโลกแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการรนหาที่ตายเลย
“แต่ช่วงที่ผ่านมาก็ถือว่าพวกเราสามารถเก็บรวบรวมร่างของซอมบี้กลายพันธุ์กลับมาได้ไม่น้อยเลย น่าจะเพียงพอให้ห้องทดลองใช้ทำงานวิจัยได้ตลอดช่วงฤดูหนาวนี้แล้ว”
เมื่อหวนนึกถึงความก้าวหน้าในด้านอื่นๆ ของฐาน ใบหน้าของเขาก็พลันฉายแววราบรื่นและดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
นอกเหนือจากความล้มเหลวในการส่งกำลังคนเดินทางไปทำภารกิจในมณฑลฝูเจี้ยนแล้ว ฐานฝูไห่ในช่วงที่ผ่านมานั้นก็ถือว่าได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
ด้วยวิธีกำจัดพิษในเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ที่ห้องทดลองวิจัยออกมาได้สำเร็จก่อนหน้านี้ ปลาทะเลกลายพันธุ์ที่จับมาจากทะเลจึงได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งเสบียงอาหารคุณภาพเยี่ยมที่มีเสิร์ฟให้ฐานฝูไห่ใช้งานได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น
แม้จะมีกฎเกณฑ์และผลข้างเคียงบางอย่างสะสมอยู่บ้างก็ตาม แต่ทว่าเนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปเหล่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้พวกผู้รอดชีวิตไม่จำเป็นต้องมาหิวตายอีกต่อไป!
ทั่วทั้งเมืองฝูไห่มีใครบ้างที่ไม่อยากได้ของล้ำค่าที่ช่วยชีวิตของพวกเขาให้รอดต่อไปได้ชิ้นนี้?
ไม่มีแน่นอน
ทุกคนต่างก็ยินดีที่จะยอมนำเสบียงและสิ่งของ รวมถึงแรงของตัวเองไปแลกกับฐานฝูไห่อย่างไม่ลังเล
ไม่มีผู้รอดชีวิตคนไหนหรอกที่อยากจะอดตาย
และเรื่องนี้ก็ช่วยให้ฐานฝูไห่สามารถครอบครองคลังทรัพยากรบุคคลขนาดใหญ่ยักษ์ได้สำเร็จ
แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยในเมืองฝูไห่ที่เป็นดินแดนแห่งการเรียนรู้และการวิจัยทางชีวภาพระดับแนวหน้าของประเทศจะเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ทว่ากลุ่มคนที่ยังคงหลงเหลือและมีชีวิตรอดอยู่ก็ยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ และพวกเขาก็ทยอยดึงตัวผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะตรงตามที่พวกเขาต้องการให้มาเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ คุณภาพและกำลังการวิจัยของห้องทดลองฐานฝูไห่จึงมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากและมักจะมีการรายงานผลลัพธ์ของงานวิจัยใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง!
ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาวิวัฒนาการ!
วิธีกำจัดพิษในเนื้อสัตว์กลายพันธุ์!
และเทคโนโลยียืดอายุขัยที่กำลังจะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดสูงสุดในเร็วๆ นี้!!