- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 815 : มีความหวัง?
ตอนที่ 815 : มีความหวัง?
ตอนที่ 815 : มีความหวัง?
ตอนที่ 815 : มีความหวัง?
บรึน บรึน บรึน!!
รถออฟโรดอาศัยพละกำลังของเครื่องยนต์ที่มหาศาล พุ่งชนซอมบี้จนล้มระเนระนาดไปตลอดทางและพุ่งกลับเข้าไปภายในหมู่บ้านหมินคังอีกครั้งภายใต้สายตาของผู้ไล่ล่าข้างหลังที่ยังไม่ทันได้สติกลับมา!
“ขับต่อไป!!! มาวัดดวงดูกันว่าพวกเราจะเข้าไปแอบข้างในอาคารได้ไหม!!”
เมื่อเทียบกับการต้องรออยู่ข้างนอกเพื่อเป็นเป้ากระสุนของอีกฝ่ายแล้ว เหยาเหล่ยก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดออกมา
หลิวชิงพยักหน้าอย่างเงียบๆ แทนคำตอบ
พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่า โอกาสในการหนีเอาชีวิตรอดที่หัวหน้าทีมยอมแลกมาด้วยชีวิตเมื่อสิบนาทีก่อนจะสูญสิ้นไปแบบนี้ และยังถูกพวกที่ไล่ล่าตามมาบีบให้ต้องหนีกลับเข้าไปในนั้นอีกครั้ง
ตุบ ตุบ ตุบ!
ฝูงซอมบี้ที่หนาแน่นก็ถูกรถออฟโรดพุ่งชนจนล้มระเนระนาด รถยนต์ก็บึ่งตรงไปจนถึงใต้ตึกหลังหนึ่งก่อนจะจอดสนิทลง
เมื่อมองดูพวกซอมบี้รอบตัวที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ในรถคันนี้ได้อีกต่อไป ไม่อย่างนั้นอีกไม่นานแม้แต่หลังคารถก็คงจะถูกฝูงซอมบี้กลืนกินจนมิดแน่
หลิวชิงเปิดหลังคารถออฟโรด เหยาเหล่ยเป็นคนแรกที่ปีนออกไป เธอยืนอยู่บนหลังคารถพลางกวัดแกว่งมีดพร้าฟันซอมบี้ที่พยายามยื่นมือปีนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
โชคดีที่รถออฟโรดคันนี้แข็งแกร่งพอสมควรและความสูงของหลังคารถก็สูงถึง 1.8 เมตร หลังจากขึ้นมายืนแล้วพวกเขาจึงยังพอมีพื้นที่ให้ใช้สู้กับซอมบี้ได้บ้าง
ทุกคนรีบขึ้นมายืนตั้งหลักบนหลังคารถและเข้าร่วมวงการต่อสู้ทันที
“รีบปีนขึ้นไปข้างบนเร็ว! ตรงนี้อยู่ใกล้กับชั้นสองมาก รีบเกาะขอบระเบียงแล้วปีนขึ้นไป! ซอมบี้ในอาคารส่วนใหญ่น่าจะถูกดึงดูดลงไปข้างล่างหมดแล้ว! ข้างบนน่าจะปลอดภัยกว่า!”
หลังจากหลิวชิงปีนขึ้นมาเขาก็ตะโกนลั่นพลางปีนนำหน้าขึ้นไปก่อน โดยอาศัยความสูงของตัวรถช่วยต่อตัว ทำให้เขาปีนขึ้นไปยังระเบียงห้องพักบนชั้นสองได้อย่างง่ายดาย
คนข้างหลังก็ทยอยปีนตามขึ้นไปทีละคน เพียงครู่เดียวทุกคนก็ขึ้นมาถึงชั้นสองและรถออฟโรดที่อยู่ข้างล่างก็ถูกฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลกลืนกินจนมิดไปในพริบตา......
ห่างออกไปไม่ไกล หัวหน้าทีมเสี่ยนที่นั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ก็จ้องมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ด้วยสายตาที่เย็นชา
“หัวหน้าครับ ทำไมถึงไม่ยอมให้พวกเรายิงปืนฆ่าพวกมันให้หมดๆ ไปล่ะครับ!?”
สมาชิกในทีมคนหนึ่งในห้องโดยสารก็เอ่ยถามเขาด้วยความไม่เข้าใจ
หัวหน้าทีมเสี่ยนเหลือบมองเขาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบ ในตอนที่ลูกน้องคนนี้คิดว่าหัวหน้าคงไม่สนใจคำถามของเขาแล้ว เขากลับได้รับการตอบกลับมาว่า
“ฆ่าพวกมันน่ะมันง่าย แต่จะเอาอะไรกลับไปรายงานผลให้ท่านผู้นำทราบล่ะ!?”
“พาฉันบินไปจอดบนดาดฟ้าของตึกหลังนั้นเดี๋ยวนี้!! ฉันจะลงไปจับตัวพวกมันกลับมาด้วยตัวเอง!!”
หัวหน้าทีมเสี่ยนบิดลำคอจนเกิดเสียงดังกร๊อบแกร๊บพลางแสยะยิ้มตอบคำถามของลูกน้องอย่างไม่ใส่ใจ
จริงอย่างที่เขาว่า เขาเป็นคนสั่งห้ามไม่ให้คนบนเฮลิคอปเตอร์ยิงปืนใส่คนเหล่านั้นเอง เพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายหนีเข้าไปในอาคารพักอาศัยของหมู่บ้าน
ผู้นำของฐานฝูไห่ส่งเขามาที่นี่ก็เพื่อมาสืบหาความจริงเรื่องการหายสาบสูญของหัวหน้าทีมซุน หากเขายิงคนพวกนี้ตายหมดแล้วนำศพกลับไป มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะนับว่านี่เป็นผลงาน
และดีไม่ดีเขาอาจจะถูกหมายหัวว่าเป็นคนที่ทำงานได้ไร้ประสิทธิภาพไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น
ด้วยความมั่นใจในพละกำลังของตัวเอง เขาจึงมีความมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาจะสามารถเข้าไปจับตัวคนเหล่านั้นกลับมาได้ด้วยตัวเอง!!
ซอมบี้ธรรมดาๆ สำหรับตัวเขาที่ไม่กลัวเชื้อไวรัสซอมบี้และยังมีพละกำลังที่เหนือชั้นเกินกว่าที่คนปกติทั่วไปจะจินตนาการได้ อีกฝ่ายจึงไม่ต่างจากหนอนแมลงที่เขาอยากจะบี้ให้ตายก็ทำได้อย่างง่ายดายเท่านั้นเอง
อีกทั้งเขายังอยากจะถือโอกาสนี้ระบายผลข้างเคียงความกระหายเลือดที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำยาวิวัฒนาการไปด้วย
และยังถือเป็นการทดสอบพละกำลังของตัวเองไปด้วยในตัว
ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวแบบนี้เขาจะรีบฆ่าอีกฝ่ายไปทำไม
มาเล่นเกมสนุกๆ กันสักรอบดีกว่า
ปล่อยให้พวกมันเข้าไปซ่อนตัว แล้วเขาค่อยนำกำลังเข้าไปตามหาตัวพวกมันจากข้างใน
ให้พวกมันได้ลิ้มลองรสชาติของคำว่าสิ้นหวังดูสักหน่อย!!
พวกเหยาเหล่ยที่หนีมาถึงชั้นสองก็สังเกตเห็นว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นไม่ได้ยิงโจมตีพวกตน พวกเขาก็แอบประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง
แต่ทว่าซอมบี้ข้างล่างก็กำลังทับถมกันเป็นหอคอยศพและกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอที่ยืนอยู่บนชั้นสองซึ่งมีความสูงจากพื้นเพียงสี่ถึงห้าเมตรก็คงจะถูกไล่ตามในอีกไม่ช้า!
“พวกเราหนีขึ้นไปข้างบนต่อกันเถอะ! ซอมบี้ในตึกนี้ส่วนใหญ่น่าจะถูกดึงดูดลงไปข้างล่างหมดแล้ว ยิ่งขึ้นไปข้างบนก็น่าจะยิ่งปลอดภัย!”
พี่ฉินพูดออกมาพลางปาดเหงื่อที่ไหลท่วมหัว
เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงถึงขั้นนี้ได้ ในตอนนี้สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือยื้อชีวิตออกไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนวิธีการเอาชีวิตรอดจากทางตันในตอนนี้พวกเขาไม่มีแผนอะไรเลยแม้แต่น้อย
บนพื้นข้างนอกก็ยังมีรถยนต์อีกสามคันคอยล้อมพวกเขาไว้อยู่จากนอกหมู่บ้าน ส่วนบนฟ้าก็ยังมีเฮลิคอปเตอร์อีกหนึ่งลำคอยบินวนเวียนอยู่ตลอดเวลา
พวกเขาจะเอาอะไรไปชนะศัตรูแบบนี้ได้?
เหยาเหล่ยถือโอกาสตรวจสอบกระสุนปืนในมือ ตอนนี้เธอเหลือกระสุนอยู่ 17 นัดสุดท้าย
ต่อให้ฝีมือการยิงปืนของเธอจะแม่นยำราวกับเทพ แต่เธอก็ไม่มีทางอาศัยกระสุนปืนพกธรรมดาๆ ยิงเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธลำนั้นให้ร่วงลงมาได้อย่างแน่นอน!
อานุภาพของกระสุนปืนพกเทียบกับปืนซุ่มยิงหนักไม่ได้เลยสักนิด
ทั้งห้าคนไม่ได้รั้งอยู่บนชั้นสองนานนัก พวกเขารีบเคลื่อนที่มุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนต่อทันที
พวกเขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าซอมบี้ข้างล่างจะต้องตามกลิ่นเนื้อของพวกเขาขึ้นมาข้างบนอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้พวกเขายังคงมองไม่เห็นความหวังที่จะมีชีวิตรอดออกไปได้ พวกเขาจึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับดวงระหว่างหลบหนีไปเรื่อยๆ เท่านั้น
อย่างน้อยที่สุดการยื้อเวลาต่อไปก็คือสิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้แล้ว
ด้วยประสาทการได้ยินที่เหนือชั้นของเสี่ยวอวิ๋น พวกเขาจึงสามารถหลบหลีกอันตรายส่วนใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายในอาคารพักอาศัยหลังนี้ไปได้
ซอมบี้เพียงไม่กี่ตัวไม่มีทางสร้างแรงกดดันให้กับผู้รอดชีวิตที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนเช่นพวกเขาได้ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ถูกฝูงซอมบี้ล้อมกรอบแบบเมื่อกี้แล้วการสู้แบบนี้จึงดีกว่ามาก
ไม่นานนัก พวกเขาก็หาบันไดจนเจอ
“โฮก โฮก โฮก!!!”
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่บันไดตึก ทุกคนก็ได้ยินเสียงคำรามที่น่ากลัวดังสนั่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง!
มันคือเสียงของฝูงซอมบี้จำนวนมากที่ดังขึ้นมาพร้อมๆ กัน!
พวกซอมบี้ข้างล่างกำลังไล่ตามขึ้นมาแล้ว!
“อย่าหยุด! ฉันจะรับหน้าที่สู้อยู่ข้างหลังเอง พวกนายหนีขึ้นไปก่อนเลย!”
หลิวชิงอาสาอยู่รั้งท้ายทีมเพื่อต้านทานฝูงซอมบี้ที่กำลังพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยื้อเวลาให้กับทีม
พี่ฉินเองก็กัดฟันแน่นและอยู่ช่วยหลิวชิงด้วยเช่นกัน
คนอื่นๆ ก็ย่อมไม่ดึงดัน เพราะถ้าคนที่อยู่ข้างหน้าวิ่งขึ้นไปเร็วเท่าไหร่ คนที่ยื้อเวลาอยู่ข้างหลังก็จะวิ่งขึ้นตามไปได้เร็วมากขึ้นดท่านั้น
ชั่วขณะหนึ่งบนบันไดตึกจึงเกิดการต่อสู้ยื้อเวลากันอย่างดุเดือด
เหยาเหล่ยและเสี่ยวอวิ๋นที่วิ่งนำหน้าสุดก็หอบหายใจอย่างหนักพลางออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลัง ระหว่างทางพวกเธอก็คอยปิดประตูบันไดของแต่ละชั้นให้แน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้จากข้างในพุ่งออกมาได้ หรือต่อให้มีหลุดออกมาตัวสองตัวพวกมันก็จะถูกพวกเธอช่วยกันจัดการลงได้อย่างรวดเร็ว
พวกเธอใช้เวลาไปไม่ถึงห้านาทีก็วิ่งมาถึงชั้นที่ 23 แล้ว
ส่วนพวกหลิวชิงที่อยู่ข้างหลังก็อาศัยจังหวะวิ่งถอยออกมาและรีบตามขึ้นไป
“พี่เหยาเดี๋ยวก่อนค่ะ!!! ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของคนประมาณสองสามคนที่กำลังลงมาจากข้างบนค่ะ!!!”
จู่ๆ เสี่ยวอวิ๋นก็รีบส่งสัญญาณเตือนเหยาเหล่ยด้วยความร้อนรน!
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสองสามคนที่กำลังเดินลงมาข้างล่างอย่างไม่รีบร้อนจริงๆ!
มีคนอยู่สองสามคนงั้นเหรอ!?
ในเวลาแบบนี้ บนตึกนี้จะยังมีคนอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?
หรือว่าจะเป็น!?
เหยาเหล่ยพลันนึกถึงเฮลิคอปเตอร์ลำข้างนอกนั้นขึ้นมาได้ทันที มีความเป็นไปได้สูงว่าศัตรูจะลงจอดบนดาดฟ้าตึกแล้ว!
หากเป็นแบบนั้นล่ะก็!
หากพวกเธอฆ่าพวกมันในอาคารนี้ได้สำเร็จ พวกเธอก็อาจจะยึดเอาเฮลิคอปเตอร์ของพวกมันมาครองได้ แบบนั้นพวกเธอก็จะสามารถขับมันกลับไปยังฐานลวี่หยวนได้เลยไม่ใช่เหรอ!?
ความหวังเริ่มเบ่งบานขึ้นมาในหัวใจของเธอทันที!
เธอรีบบอกความคิดของตัวเองให้คนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างฟังอย่างรวดเร็ว
และได้รับการเห็นด้วยจากทุกคนทันที!
ขอเพียงบดขยี้ศัตรูเหล่านี้ได้ พวกเขาก็จะมีโอกาสรอดชีวิตต่อไปแล้ว!
ความสิ้นหวังในใจก็เริ่มมลายหายไปบ้างแล้ว และความหวังระลอกใหม่ก็ได้เริ่มปรากฏขึ้นมาแทน
แต่ทว่า
ในตอนที่พวกเขายังไม่ทันจะได้ดีใจ เสียงหัวเราะเยาะก็ดังแว่วมาจากทางด้านบน!