เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 : เสียงเด็กที่อยู่ในใจ

ตอนที่ 4 : เสียงเด็กที่อยู่ในใจ

ตอนที่ 4 : เสียงเด็กที่อยู่ในใจ


หลิงหลานมีความตั้งใจในการฝึกซ้อมอย่างมาก ร่างกายของเธอรู้สึกสบายราวกับว่าเธอกำลังแช่น้ำพุร้อนอยู่จนเธอไม่อยากเลิกการฝึกซ้อมนี้เลย แต่น่าเสียดายมีอะไรบางอย่างไม่ปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง และคอยพูดอยู่ในหูของเธอ ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงประโยคที่เธอไม่เคยเข้าใจมาก่อน ความหมายอันลึกซึ้งที่อยู่เบื้องหลังของ หงอคง ในมหากาพย์เรื่องไซอิ๋ว

“มีแมลงวันที่บินหึ่งอยู่ทุกวัน ขอโทษแต่มันไม่ใช่เพียงตัวเดียว มีแมลงวันอีกเป็นฝูงที่อยู่รอบตัวคุณ มันทำให้คุณอยากร้องขอความช่วยเหลือ!”

ตอนนี้เธออยากที่จะทำตามคำพูดของหงอคง และเธออยากจะใช้มือของเธอตบแมลงวันตัวนั้นให้ไส้ของมันออกมา และนำมาพันคอของมันให้ลิ้นปลิ้นออกมา และเธอก็พลิกมือของเธอแล้วทิ้งมันลงบนพื้น ฟิ้ววว---- แล้วโลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

 

แน่นอนหลิงหลานสามารถจินตนาการเรื่องนี้ได้เพราะแมลงวันตัวนี้มันเป็นสิ่งที่เธอจินตนาการขึ้นมายังไงมันก็ไม่หายไปจากหัวของเธอ

ในที่สุดหลิงหลานไม่สามารถทนกับเรื่องแบบนี้ได้และเธอก็ได้ตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิดและตะโกนออกมาในใจ “บ้าเอ้ยยย นายเป็นใครกัน”

เหมือนกับว่ามันตกใจเสียงตะโกนของเธอ และนิ่งไปสักพักก่อนที่จะตอบกลับไป “อุปกรณ์การเรียนรู้ของหุ่นรบหมายเลข 444444444 จากราชอาณาจักรเครื่องจักรกลของระบบดาว  แมนดอร่า และต่อจากนี้เราสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ”

หลิงหลานตกใจไปสักพัก—— เป็นไปได้มั้ยว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้จะมีอุปกรณ์แบบนี้กันทุกคน ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีของโลกใบนี้ล้ำสมัยมาก ต่างกันอย่างลิบลับกับโลกที่เธอเคยอยู่

 

 

ราวกับว่ารู้ถึงคำถามที่หลิงหลานคิด มีเสียงเด็กดังก้องในหัวเธออีกครั้ง "โลกนี้จะมีอุปกรณ์การเรียนรู้แบบก้าวหน้าด้วยตัวเองได้ยังไง? นอกจากนี้เจ้าอาจลืม ข้าก็คือคนที่ทำให้เธอกลับเป็นชิ้นเดียวเมื่อตัวตนทางจิตวิญญาณของเจ้าเกือบจะกระจายตัวไปหลังจากร่างกายของเจ้าเสียชีวิต"

หลิงหลานจำเสียงนี้ได้เสียงที่เธอเคยได้ยินหลังจากที่เธอเสียชีวิตในคราวก่อน สีหน้าของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เสียงของเด็กน้อยได้อธิบายกับหลิงหลานว่า “ร่างกายก่อนหน้าของเจ้าไม่สามารถรองรับความแข็งแรงทางจิตที่ทรงพลังของเจ้าได้และทรุดตัวลงได้อย่างมากแต่โชคดีที่นานๆครั้งรูหนอนจะปรากฏออกมาแล้วข้าก็ได้รวบรวมพลังงานจิตที่กระปรี้กระเปร่าของเจ้าในช่วงเวลาสุดท้ายและได้ใช้โอกาสในการดูดซับพลังงานในท้องถิ่นบางส่วนเพื่อนำพาจิตวิญญาณของตัวเจ้าเองผ่านรูหนอนไปสู่โลกที่ก้าวล้ำนี้ในอนาคต 10000 ปี”

 

“เป็นไปได้ยังไง!?” หลิงหลานก็ประหลาดใจว่าทำไมเธอถึงเป็นคนที่โชคดี

เสียงของเด็กน้อยก็บอกกับเธออีกว่า “ถ้าเรายังอยู่ในโลกเดิมแม้ว่าข้าจะเอาจิตวิญญาณของเจ้าให้ไปเกิดใหม่ที่นั้นยังไงเจ้าก็ต้องตายอยู่ดีเพราะร่างกายของทารกที่นั้นไม่สามารถรองรับจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของเจ้าได้”

เหมือนกับว่าเค้ายังอธิบายไม่เคลียเสียงของเด็กก็ได้อธิบายเพิ่ม “ถึงแม้ว่าจะเอาจิตวิญาณของเจ้าไปใส่ในร่างของผู้ใหญ่  ผลที่ได้รับก็จะเป็นเหมือนกับร่างกายของเจ้าก่อนหน้านี้”

หลิงหลันตัวสั่น เธอไม่ต้องการเจอกับประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวดแบบนั้นอีกที่ของอวัยวะทั้งหมดของเธอล้มเหลว และแตกสลาย พอรักษาเสร็จก็ร่างกายก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง

เมื่อคิดแบบนั้น หลิงหลานก็รู้สึกกังวลและได้ถามกลับไป “แล้วตอนนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรหรอ?”

 

เสียงของเด็กฟังดูภูมิใจกับตัวของเขาและได้ตอบกลับไปว่า “แน่นอน 10000 ปีต่อมาความแข็งแรงทางจิตใจได้รับการพัฒนาและค้นพบได้สำเร็จแล้วตอนนี้ร่างกายของทารกแข็งแรงแม้อยู่ในครรภ์มารดาของพวกเขาและบางคนอาจจะสามารถทนต่อพลังงานจิตระดับชั้นที่ 3 หรือชั้น 4 ได้ตั้งแต่แรกเกิด ตราบเท่าที่คุณดูแลตัวเองเพียงเล็กน้อยเจ้าก็จะไม่ตาย”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นหลิงหลานก็รู้สึกโล่งอก เธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตามที่เธอต้องการ

แต่แล้วเสียงเด็กทีได้พูดต่อไปทำให้หัวใจของเธอกระโดดเข้าไปในลำคอคอของเธออีกครั้ง    “ที่ได้บอกไปทั้งหมดนี้ ยังไงข้าก็ยังต้องช่วยควบคุมจิตที่แข็งแรงของเจ้า ไม่งั้นร่างกายของเจ้าในตอนนี้จะไม่สามารถรับมันไหว”

“แล้วมันจะมีอันตรายไหม” ที่อุปกรณ์นี้บอกเธอมามันฟังดูน่าเชื่อถือก็จริงแต่หลิงหลานก็ไม่สามารถหยุดความกังวลของเธอได้

 

“ข้ารับประกันได้แค่ 2 ปีเท่านั้น ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะสามารถทนต่อพลังของเจ้าได้แต่ถ้าหากเจ้าไม่ได้ฝึกอย่างหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ของร่างกายของเจ้าภายในกรอบเวลานี้  ... เจ้าก็จะยังคงจบลงด้วยความตาย!” เสียงของเด็กที่ฟังดูมีความสุขเมื่อเห็นคนอื่นมีความทุกข์ ทำให้หลิงหลานรู้สึกถึงอันตรายและก็รู้สึกโกรธด้วย ในเมื่อสามารถที่จะข้ามเวลามาได้ ทำไมถึงไม่เลือกโลกที่ดีกว่านี้จะได้ตัดปัญหานี้ออกไป ?

แต่เสียงของเด็กฟังดูน้อยใจและตอบไปว่า “ไม่มีใครรู้ว่ารูหนอนจะนำไปสู่ที่ไหน เจ้าถือว่าโชคดีมากแล้ว เพราะถ้าเรามาถึงโลกที่แย่กว่าโลกเดิมของเจ้า เจ้าก็คงจะต้องพบจุดจบแบบเดิมแน่ๆ”

หลิงหลานรู้สึกละอายใจเล็กน้อยหลังจากที่ได้ฟังคู่หูของเธอพูด ที่เธอยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะคู่หูคนนี้ด้วยซ้ำ เธอไม่รู้จะต้องตอบแทนบุญคุณนี้อย่างไร

เดี๋ยวก่อน…หลิงหลานคิดได้ว่าแม้ร่างกายของเธอจะอ่อนแอมากก่อนอายุ 3 ขวบและป่วยหนักเป็นประจำ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่เลวร้ายขนาดนั้น แต่ไม่รู้ว่าหลังจากอายุ 3 ขวบอาการก็หนักขึ้นเรื่อยๆหรือว่า..... หลิงหลานก็ถามด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง “เจ้ายังมีอะไรที่ไม่ได้บอกข้าอีกใช่มั้ย?”

 

และเสียงของเด็กนั้นก็รู้สึกว่าความลับที่เก็บไว้นั้นกำลังจะถูกเปิดเผยโดยโฮสของเขาและได้สารภาพไปอย่างไม่เต็มใจ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน... ตอนที่ข้าตื่นขึ้นมาก็ได้เซ็นสัญญากันเจ้าไว้แล้วข้าเคยได้วัดระดับพลังจิตของเจ้า โลกที่เจ้าเคยอยู่พลังจิตของเจ้าสูงกว่าคนปกติในโลกนั้นอย่างมาก สูงถึงระดับ 2 บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ข้าเซ็นสัญญากับเจ้าก็ได้.... แน่นอนว่าการตื่นของข้าทำให้พลังจิตของเจ้าเพิ่มขึ้น 1 ระดับ ส่วนพลังระดับ 3 นั้นร่างกายเก่าของเจ้ามันไม่สามารถรับมันได้”

สุดท้ายหลิงหลานก็รู้ถึงความจริงที่ทำให้เธอตายในโลกก่อนหน้านี้ เธอรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจอกับเจ้าได้ยังไง ข้าอยู่ได้แค่ระบบดาวแมนดอร่าเท่านั้น ส่วนดาวที่เจ้าเคยอยู่นั้นข้าไปได้ยังไงก็ยังไม่รู้เหมือนกัน” เสียงของเด็กที่ฟังดูโศกเศร้าและเหมือนจะร้องไห้

หลิงหลานเป็นคนที่ไม่สามารถทนเห็นใครร้องไห้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนอื่นหรือตัวเองก็ตาม เพราะว่าอาการป่วยของเธอนั้น ทำให้พ่อแม่ของเธอเสียน้ำตาไปมากแม้ว่าพวกเขาพยายามที่จะหลบไม่ให้เธอเห็นแล้วก็ตาม  แต่เธอก็สังเกตเห็น เธอก็ไม่สามารถปลอบพ่อแม่ของเธอได้ เธอจึงเกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังนั้น เธอถึงไม่ชอบเห็นใครร้องไห้ กลายเป็นหนึ่งในหลักการชีวิตของหลิงหลานซึ่งเธอได้นำติดตัวไปในโลกนี้ด้วย

 

“เอาล่ะ..ไม่เป็นไรข้าจะไม่โทษเจ้า ทั้งหมดนี้ข้าจะพูดว่ามันคือโชคชะตาของข้าก็แล้วกัน”

หลิงหลานยอมแพ้และเลือกที่จะปล่อยลืมอดีตไป แม้ว่าอุปกรณ์เครื่องนี้ทำให้เธอเคยตายมาก่อน แต่ก็ช่วยชีวิตเธอเช่นเดียวกัน

อย่างน้อยชาติที่แล้วก็ยังมีน้องชายคอยอยู่ดูแลพ่อแม่ และก็ไม่มีเธออยู่เป็นภาระให้กับครอบครัวอีกต่อไป ครอบครัวของเธอคงจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

บางทีความเจ็บปวดของร่างกายในชาติที่แล้ว ทำให้จิตใจของหลิงหลานเข้มแข็งขึ้น และเธอก็ได้ทิ้งความสัมพันธ์ของชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอไป  พอคิดแบบนี้ก็ทำให้หลิงหลานรู้สึกสบายใจ

 

หลังจากที่เธอได้ปล่อยเรื่องทุกอย่างไป เธอก็นึกได้ว่าอุปกรณ์นี้ปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาทำไม เธอคุยกับเครื่องนี้มาตั้งนานแต่ก็ไม่ถามว่าทำไมถึงปลุกเธอขึ้นมาไม่รู้ว่ามันต้องการอะไร?

ตอนนี้ความสงสัยและความกังวลของเธอได้รับการแก้ไข เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเครื่องนี้มันปลุกเธอขึ้นมาทำไม มันต้องการอะไร? คุยกันมาเกือบทั้งวันแต่เธอก็ไม่ได้ถามเลยว่าทำไมถึงปลุกเธอขึ้นมา

หลังจากนั้นหลิงหลานก็ถามกับไปว่า “สรุปแล้วทำไมถึงปลุกข้าขึ้นมา?”....

*********

ติดตามได้ที่ >>>> Facebook

จบบทที่ ตอนที่ 4 : เสียงเด็กที่อยู่ในใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว