- หน้าแรก
- ระบบจักรพรรดิ มังกรซ่อนเร้นจุดเริ่มต้นแห่งเป่ยเหลียง
- (✓) EP 60: ย่างก้าวที่ไม่ยอมจำนน
(✓) EP 60: ย่างก้าวที่ไม่ยอมจำนน
(✓) EP 60: ย่างก้าวที่ไม่ยอมจำนน
(✓) EP 60: ย่างก้าวที่ไม่ยอมจำนน
ไม่นานนัก ยอดการล่าโจรเมื่อคืนก็ถูกสรุปออกมา
ยอดรวมโจรภูเขาที่ถูกสังหารคือหกร้อยเจ็ดสิบห้าคน ในจำนวนนี้เป็นลูกสมุนกว่าหกร้อยคน หัวหน้ารองกว่าหกสิบคน ทว่ายามนี้ยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตของหัวหน้าใหญ่
ทว่าเพียงแค่จำนวนเท่านี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนต้องขนลุกซู่แล้ว
เพียงชั่วข้ามคืนก็สังหารผู้คนไปเกือบเจ็ดร้อยคน หากเวลาผ่านไปอีกไม่กี่วัน เกรงว่าทั่วทั้งป่าหลินสือเตาคงถูกกวาดล้างจนราบเป็นหน้ากลอง นี่มันช่างเป็นความรวดเร็วที่น่าทึ่งยิ่งนัก
หนานกงว่านหาวเป็นคนแรกที่ได้รับข่าวสารนี้ ใบหน้าของเขาพลันมืดครึ้มลงจนถึงขีดสุด เขากัดฟันกรอด “หลี่สวิน ไอ้คนชั่วช้า ช่างไร้คุณธรรมสิ้นดี ถึงกับใช้วิธีนี้มาข่มขู่ข้า!”
สาส์นสังหารโจรบ้าบออันใดกัน นี่มันการจ้างวานฆ่าชัดๆ
วันนี้มันสามารถใช้เงินจ้างวานคนไปสังหารพวกโจรภูเขา พรุ่งนี้มันก็สามารถใช้เงินจ้างวานคนมาสังหารเขาได้เช่นกัน เจ้านี่ไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้ว
“ท่านกั๋วจิ้ว ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งขอรับ?” อู๋ซือหย่วนใจกระตุกวูบ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เป่ยเหลียงอ๋องต่อให้ขวัญกล้าเทียมฟ้าเพียงใด ก็คงไม่ถึงขั้นกล้าสังหารกั๋วจิ้วหรอกกระมัง นั่นมันบ้าคลั่งเกินไปแล้ว หากกระทำเช่นนั้นจริง ฮ่องเต้ก็คงไม่ยอมปล่อยพระองค์ไว้เป็นแน่
หนานกงว่านหาวส่ายหน้าช้าๆ เอ่ยเสียงหนัก “อย่าได้พ่นวาจาไร้สาระ เจ้านั่นยังกล้าหลอกใช้ข้าเป็นฉากบังหน้าเพื่อรับมือกับพวกโจรภูเขาเลย นับประสาอะไรกับการสั่งให้พวกโจรมาสังหารข้า
ยามนี้มีข่าวคราวจากองค์รัชทายาทบ้างหรือไม่? พวกเราจำต้องรีบเดินทางกลับไปโดยเร็วที่สุดแล้ว
เวลาล่วงเลยมาหลายวันแล้ว น่าจะมีข่าวคราวส่งมาบ้างสิ เหตุใดถึงยังเงียบกริบเช่นนี้ หรือว่านกพิราบสื่อสารจะหลงทางไปแล้ว”
หลี่สวินผู้นี้ช่างอำมหิตนัก เขาไม่ควรจะรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป หากเจ้านั่นเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา แล้วลอบสังหารเขาเสีย จะไปร้องเรียนเอาความกับผู้ใดได้
และด้วยเงินรางวัลที่สูงลิบลิ่วจากสาส์นสังหารโจร บรรดาทหารที่เขาพามาด้วยก็เริ่มเกิดความโลภ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงไม่มีผู้ใดคอยคุ้มครองเขาเป็นแน่
อู๋ซือหย่วนยิ้มขื่นพลางอธิบาย “แม้แต่นกพิราบสื่อสารที่บินกลับมา ก็ต้องลงจอดที่เมืองเป่ยเหลียงนะขอรับ พวกเราใช้การสื่อสารจากที่นั่น”
นกพิราบสื่อสารไม่สามารถบินไปมาได้อย่างอิสระ ทว่าต้องบินกลับไปยังจุดที่กำหนดไว้ โดยอาศัยสัญชาตญาณในการกลับรัง
ยามนี้พวกเขาสองคนอยู่ที่ชานเมือง นกพิราบสื่อสารย่อมไม่อาจบินมาหาพวกเขาได้โดยตรง จำต้องมีผู้นำข่าวสารมาส่งให้
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าอันเร่งร้อนก็ดังมาจากภายนอก ทำเอาสีหน้าของหนานกงว่านหาวแปรเปลี่ยนไปในทันที เกิดเรื่องอันใดขึ้นอีกเนี่ย?
เมื่อชะโงกหน้าออกไปดู ก็พบว่าเป็นเฉินซาน พ่อบ้านของจวนหนานกงว่านหาวนั่นเอง เขาวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล
“ท่านกั๋วจิ้วขอรับ มีข่าวคราวส่งมาแล้ว ซ้ำยังเป็นข่าวดีอีกด้วยขอรับ” เฉินซานรายงานด้วยความหอบเหนื่อย
“ข่าวดีอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานกงว่านหาวก็ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที รีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน
เมื่ออ่านจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าหัวเราะลั่นด้วยความปลาบปลื้ม “ฮ่าฮ่าฮ่า หลี่สวินไอ้เด็กเมื่อวานซืนไม่ได้หลอกข้าจริงๆ ยาอายุวัฒนะเม็ดนี้ไม่เพียงแต่รักษาองค์รัชทายาทจนหายขาด ทว่ายังทำให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย!”
ฮ่าฮ่า!
นี่สิคือผลงานอันยิ่งใหญ่! ผู้ใดเล่าจะคู่ควรกับตำแหน่งวีรบุรุษกู้แผ่นดินนี้ หากไม่ใช่หนานกงว่านหาวผู้นี้!
อู๋ซือหย่วนเองก็ตาเป็นประกาย หากเป็นความจริง เขาก็จะได้อานิสงส์ไปด้วย ท่านกั๋วจิ้วสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงแล้วจริงๆ
และขุมกำลังของเขา ซึ่งก็คือฝ่ายองค์รัชทายาท ก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก เมื่อพระพลานามัยขององค์รัชทายาทกลับมาแข็งแรง พวกเขาก็จะมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากขึ้น
เขาเอ่ยด้วยความยินดี “ขอแสดงความยินดีกับท่านกั๋วจิ้วด้วยขอรับ ครานี้ฮ่องเต้จะต้องประทานรางวัลอย่างงามให้ท่านอย่างแน่นอน และองค์รัชทายาทก็จะทรงระลึกถึงบุญคุณของท่านไปตลอดกาล”
“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องกล่าวให้มากความหรอก ข้าก็แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นเอง” หนานกงว่านหาวหัวเราะร่วน ความขุ่นมัวก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น ยามนี้เขารู้สึกเหมือนตัวลอยอยู่บนฟ้า
ต่อไปนี้ฐานะของเขาก็จะไม่ธรรมดาอีกต่อไป
ผู้ที่มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อราชวงศ์ต้าโจว ผู้เป็นดั่งผู้มอบชีวิตใหม่ให้แก่องค์รัชทายาท ช่างเป็นความภาคภูมิใจเสียจริง
ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดให้มากความ อนาคตช่างสว่างไสวรุ่งโรจน์จริงๆ
เขาปรายตามองอู๋ซือหย่วน พลางสั่งเสียงเข้ม “เจ้าจงไปบอกหลี่สวิน ว่าพวกเราจะกลับแล้ว ครานี้หากผู้ใดกล้าขวางข้า ข้าจะฉีกหน้ามันให้เละ!”
กล้ามาขวางทางวีรบุรุษกู้แผ่นดินอย่างข้า รนหาที่ตายชัดๆ
เขาแค่นเสียงหยัน ก่อนจะก้าวเดินออกพ้นประตูจวนอย่างสง่าผ่าเผย ด้วยท่วงท่าที่ดุดันไม่ยอมจำนนให้ผู้ใด วันนี้เขาจะกลับไปเสวยสุขให้เต็มที่
สุรานารี ความหรูหราฟู่ฟ่า ล้วนต้องเตรียมพร้อมรอเขาอยู่!
ทว่าใครจะคาดคิด เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากประตู ก็ถูกกลุ่มคนขวางทางไว้เสียแล้ว ทำให้โทสะของเขาพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
“ไอ้พวกบัดซบ พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด?”
“ข้าคือกั๋วจิ้วแห่งราชสำนัก น้องชายร่วมสายโลหิตของฮองเฮา ซ้ำยังเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตองค์รัชทายาท เป็นวีรบุรุษของแผ่นดิน พวกเจ้ายังกล้าขวางทางข้าอีกหรือ?” หนานกงว่านหาวแค่นเสียงเย้ยหยัน คนพวกนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง
ฮึ่ม!
ทว่าผู้มาเยือนกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ซ้ำยังแค่นเสียงหยันกลับ “ฐานะที่เจ้ากล่าวอ้างมานั้น จะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จข้าไม่สนใจ ทว่าในอำเภอจวี้ลู่แห่งนี้ เจ้ายังมีอีกฐานะหนึ่ง นั่นก็คือ ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกบฏ!”
หา?
สีหน้าของหนานกงว่านหาวแข็งค้าง เหตุใดเขาจึงกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับกบฏไปได้อีกล่ะ?
เขาแค่นเสียงหยัน “เจ้าคิดให้ดีก่อนพูดนะ ข้าคือ...”
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร!”
ผู้มาเยือนไม่สนใจฟังคำอธิบายของเขา เอ่ยเสียงเยียบเย็น “ฮึ่ม แม้แต่ฮ่องเต้ข้าก็ยังกล้าถวายฎีกาฟ้องร้อง นับประสาอะไรกับขุนนางเครือญาติฝ่ายหญิงอย่างเจ้า หากเจ้ากล้าก่อความวุ่นวาย ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้!”
ถวายฎีกาฟ้องร้องฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ?
ใบหน้าของหนานกงว่านหาวแข็งค้าง เขาเพ่งมองผู้มาเยือนอย่างละเอียด ก่อนจะร้องอุทานด้วยความตกตะลึง “หวงอวี้ซู? เป็นเจ้าสุนัขบ้าตัวนี้นี่เอง เจ้าไม่ใช่ว่าถูกเนรเทศมาหรอกหรือ เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?”
ไอ้สุนัขบ้านี่ในอดีตเคยถวายฎีกาตำหนิฮ่องเต้ จนถูกเนรเทศมาตกระกำลำบาก และเขาก็เคยกลั่นแกล้งให้มันไปเป็นทาสในเหมืองแร่ ไฉนยามนี้ถึงได้กลับมามีอิสรภาพอีกครั้ง?
“ฮึ่ม เนื่องจากขุนนางในอำเภอจวี้ลู่ล้วนมีส่วนพัวพันกับกบฏ ท่านอ๋องจึงมีรับสั่งให้ข้าทำความดีความชอบไถ่โทษ โดยให้ข้าเป็นผู้ตรวจสอบทุกเรื่องราวในอำเภอจวี้ลู่
เมื่อคืนหม่าต้าหยวนเกือบจะถูกลอบฆ่าปิดปาก และผู้ที่มีส่วนต้องสงสัยมากที่สุด ก็คือท่านกั๋วจิ้ว ดังนั้นท่านจึงไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”
หวงอวี้ซูจ้องมองหนานกงว่านหาวด้วยสายตาเคร่งเครียด เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เรื่องนี้เขาไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีแม้แต่น้อย เพราะจากหลักฐานและพยานแวดล้อมทั้งหมด ล้วนชี้เป้ามาที่หนานกงว่านหาวอย่างชัดเจน เขาจึงไม่อาจปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลไปได้
มารดามันเถอะ!
หนานกงว่านหาวถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
ไม่เพียงเพราะหลี่สวินแต่งตั้งหวงอวี้ซู ขุนนางผู้มีภาพลักษณ์ดุดันดุจผู้ตรวจการแผ่นดิน มาเป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งนี่มันเป็นการหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
เจ้านี่เปรียบดั่งก้อนหินในส้วม ทั้งเหม็นทั้งแข็ง!
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาไปลอบฆ่าปิดปากใครตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อคืนเขานอนฟังเสียงโจรภูเขาร้องโหยหวนมาทั้งคืนต่างหาก
“อ๊าก... อ๊ากอ๊าก...”
สวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ก่อนหน้านี้มีแต่เขาที่เป็นฝ่ายปรักปรำผู้อื่น ไฉนยามนี้ถึงได้กลายมาเป็นผู้ถูกปรักปรำเสียเองเล่า
เขากัดฟันกรอด “หวงอวี้ซู ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้ง ข้าคือวีรบุรุษของแผ่นดิน ข้าไม่ได้ไปสังหารหม่าต้าหยวนอะไรนั่น ยามนี้ข้าจะกลับเมืองเป่ยเหลียง!”
“ขออภัยท่านกั๋วจิ้ว ต่อให้ท่านจะมีความดีความชอบใหญ่หลวงเพียงใด ทว่าความผิดฐานกบฏนั้นเป็นเรื่องร้ายแรง เว้นเสียแต่ว่าท่านจะสามารถหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของท่านได้ มิเช่นนั้นก็จงรอให้พวกเราตรวจสอบให้กระจ่างแจ้งเสียก่อนเถิด!” หวงอวี้ซูส่ายหน้าปฏิเสธ เอ่ยเสียงหนัก
เอ๊ะ!
สีหน้าของหนานกงว่านหาวแข็งค้าง ตวาดด้วยความเดือดดาล “แล้วพวกเจ้าจะตรวจสอบเสร็จเมื่อใด ข้าจึงจะกลับไปได้?”
“........”
คำถามนี้ทำให้หวงอวี้ซูผู้ซื่อตรงและยุติธรรมถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยตามความเป็นจริง “มือสังหารลอบเข้ามาโจมตีแล้วหลบหนีไป ยามนี้พวกเรากำลังสืบสวนอยู่
ทว่าเนื่องจากช่วงนี้มีผู้คนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามามากมาย การสืบสวนจึงเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งนัก”
บัดซบ!
หนานกงว่านหาวแทบจะกลอกตาขึ้นฟ้า เกือบจะล้มพับไปกับพื้น
มีคนต่างถิ่นเข้ามาตั้งสี่ห้าพันคน นี่พวกเจ้าจะสืบสวนกันไปถึงเมื่อใดกัน นี่มันเรื่องตลกขบขันชัดๆ