- หน้าแรก
- ระบบผูกมัดตระกูล พวกเจ้าฝึกไปเถอะ ส่วนข้าแกร่งกว่าสามขั้นใหญ่โดยอัตโนมัติ
- ตอนที่ 13: กระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียน
ตอนที่ 13: กระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียน
ตอนที่ 13: กระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียน
"แค่นี้เองงั้นรึ?"
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของหนิงอู่หยาง เย่เฟิงกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เขาถึงกับคร้านจะเปิดเปลือกตาขึ้นมามองเสียด้วยซ้ำ
เพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาอย่างลวกๆ แล้วผลักออกไปด้านหน้า
ไม่มีกระบวนท่าใดๆ ทั้งสิ้น
เป็นเพียงการปลดปล่อยพลังปราณออกมาอย่างบริสุทธิ์เท่านั้น
ตูม!!
ระลอกพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นในชั่วพริบตา ดุจดั่งคลื่นยักษ์สึนามิที่บ้าคลั่ง ลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งถึง
ภายใต้กลิ่นอายอันน่าเกรงขามนี้ การโจมตีของหนิงอู่หยางถูกหยุดชะงักลงอย่างดื้อๆ หมัดของเขาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าเย่เฟิง ไม่สามารถขยับเข้าไปได้อีกแม้แต่ครึ่งก้าว
"หากมีปัญญาแค่นี้ล่ะก็ กลับไปบำเพ็ญเพียรมาใหม่สักร้อยปีเถอะ"
น้ำเสียงของเย่เฟิงราบเรียบไร้อารมณ์ เขากางนิ้วทั้งห้าออก แล้วกดลงไปเบื้องหน้าอย่างแรง
วิ้ง!!
พลังปราณอันบริสุทธิ์ถึงขีดสุด พวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ผลักร่างของหนิงอู่หยางกระเด็นถอยหลังไปหลายจั้งในพริบตา
"อึก!"
หนิงอู่หยางกระเด็นไปจนถึงกลางดาดฟ้าเรือ กว่าจะฝืนทรงตัวไว้ได้ เขาส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ
"ฝืนยกระดับการบ่มเพาะขึ้นมาจริงๆ ด้วย ดีแต่ใช้ปริมาณพลังปราณในร่างกายเข้าสู้สินะ?"
แต่เขากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประกายความตื่นเต้นกลับวาบผ่านเข้ามาในดวงตา
การโจมตีเมื่อครู่ เป็นเพียงการหยั่งเชิงเท่านั้น
และมันก็เป็นไปตามคาด เขาสามารถหยั่งรู้ความตื้นลึกหนาบางของเย่เฟิงได้สำเร็จ
ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า อีกฝ่ายเป็นเพียงพวกที่มีแต่ระดับการบ่มเพาะอันว่างเปล่า อาศัยวิชาต้องห้ามเพื่อยกระดับขึ้นมาเท่านั้น
"หากกระบวนท่าต่อไป เจ้ายังไม่มีอะไรมาทำให้ข้าประหลาดใจได้อีกล่ะก็ เจ้าตายแน่"
เย่เฟิงมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงจริงจัง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ประมือกับยอดฝีมือขอบเขตเบิกนภา เดิมทีตั้งใจจะทดสอบดูว่า ขอบเขตเบิกนภาในโลกภายนอกนั้น มีความแข็งแกร่งระดับใด
เขาถึงขนาดกดระดับการบ่มเพาะของตัวเอง ให้เทียบเท่ากับขอบเขตเบิกนภาเสียด้วยซ้ำ
แต่ใครจะไปคิด ว่าอีกฝ่ายจะอ่อนแอจนต้านทานการโจมตีไม่ได้ถึงเพียงนี้
บอกได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังจริงๆ
"ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำน้ำนม คิดว่าแค่มีระดับการบ่มเพาะสูงกว่า แล้วจะจัดการข้าผู้นี้ได้งั้นรึ?"
หนิงอู่หยางโกรธจัดจนหัวเราะร่า
"กระบี่จงมา!"
เพียงแค่เขาพลิกฝ่ามือ กระบี่ยาวเหล็กดำที่แขวนอยู่ข้างเอว ก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือ
พร้อมกับเสียงกระบี่ดังระงมกังวานใส ปราณกระบี่สีเขียวลอยล่องอยู่รอบกายหนิงอู่หยาง ชายเสื้อคลุมปลิวไสวไร้ลม
"วันนี้ข้าผู้นี้จะให้เจ้าได้ประจักษ์ ว่านิกายกระบี่ชิงเหลียนนั้นเป็นเช่นไร!"
เขาสะบัดข้อมือเบาๆ
ปราณกระบี่สีเขียวอันไร้ที่สิ้นสุด ปะทุออกจากตัวกระบี่ พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นเมฆา
เบื้องหน้าของเขา ปรากฏเงาดอกบัวสีเขียวขนาดยักษ์ที่ใหญ่โตจนบดบังแผ่นฟ้าค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ราวกับเบ่งบานอยู่กลางอากาศธาตุ
เจิดจรัส ไร้ตำหนิ
ทว่ากลับอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอันตรายอย่างถึงที่สุด!
"นั่นคือวิชากระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียน! ท่านเจ้านิกายเอาจริงแล้ว!"
"ครั้งล่าสุดที่เห็นท่านเจ้านิกายใช้วิชานี้ ก็คืองานประลองสามพันแคว้น! ไอ้เด็กนั่นตายไปก็ถือว่าเป็นเกียรติแล้ว!"
"วิชากระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียนมีทั้งหมดเก้าขั้น ท่านเจ้านิกายต้องบรรลุขั้นสุดยอด ก้าวเข้าสู่ขั้นที่หกแล้วเป็นแน่!"
เมื่อเห็นฉากนี้ บรรดาศิษย์นิกายกระบี่ชิงเหลียนโดยรอบ ต่างก็เผยสีหน้าตื่นเต้นยินดี
วิชากระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียน เป็นยอดวิชาประจำนิกาย ถูกคิดค้นขึ้นโดยปรมาจารย์เซียนกระบี่ชิงเหลียน
ว่ากันว่า ในอดีตกาลที่แผ่นดินเต็มไปด้วยปีศาจร้าย ปรมาจารย์เซียนกระบี่ชิงเหลียนได้สะพายกระบี่ท่องไปทั่วหล้า สังหารปีศาจใหญ่ไปนับไม่ถ้วนด้วยตัวคนเดียวและกระบี่เล่มเดียว จึงได้รับการขนานนามจากผู้คนว่า เซียนกระบี่ชิงเหลียน
ทว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่าสังหารอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เย่เฟิงก็เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ
"ก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง"
ในที่สุด ความแข็งแกร่งของหนิงอู่หยางตรงหน้า ก็ทำให้เขารู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะขอใช้เจ้าเป็นหนูทดลองวิชาฝ่ามือเก้ามังกรสยบโลกันตร์เสียเลยก็แล้วกัน"
เขายังไม่เคยทดสอบอานุภาพของฝ่ามือเก้ามังกรสยบโลกันตร์มาก่อนเลย พลังระดับสมบูรณ์แบบสูงสุด คงจะไม่เลวร้ายนักหรอกใช่ไหม?
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย กางนิ้วทั้งห้าออก แล้วกดลงไปอย่างแรง
ไม่มีการประสานอินร่ายรำที่ซับซ้อนสวยงาม
ไม่มีท่วงท่าเตรียมพร้อมก่อนร่ายเวทใดๆ ทั้งสิ้น
ดูเหมือนเป็นเพียงฝ่ามือธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ใช้กระบวนท่าอะไรเลย
แต่หากเป็นผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะล้ำลึกพอ ก็จะสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินในบริเวณนี้ ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วฟ้าดิน
มังกรยักษ์สีทองอร่ามเก้าตัว พุ่งทะยานออกมาจากรอบกายเย่เฟิง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
มังกรทั้งเก้าพันเกี่ยวกัน ร่างกายถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนสีดำสนิท แผ่ซ่านอำนาจเทวะดุจนรกภูมิ
"ฝ่ามือเก้ามังกรสยบโลกันตร์!"
เย่เฟิงตวาดเสียงต่ำ มังกรทั้งเก้าพันเกี่ยวกัน หัวจดหาง
แปรเปลี่ยนเป็นรอยประทับฝ่ามือสีทองขนาดมหึมา บดบังผืนฟ้าและผืนดิน
"แสร้งทำเป็นผีหลอกวิญญาณหลอน! ไปตายซะ!"
เมื่อเห็นเช่นนั้น หนิงอู่หยางก็แค่นเสียงเย็นชา สะบัดกระบี่ยาวเหล็กดำวาดกวาดออกไปอย่างแรง
ดอกบัวสีเขียวเคลื่อนไหวตามกระบี่ เงาดอกบัวและแสงกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะอย่างเกรี้ยวกราด
ช่องว่างที่มันพาดผ่าน เกิดเสียงระเบิดกึกก้องซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พลังทำลายล้างสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า
"ไป"
เย่เฟิงสะบัดมือ
มังกรทั้งเก้าคำรามลั่น พุ่งทะยานออกไป
ที่ใดที่รอยประทับฝ่ามือสีทองเคลื่อนผ่าน มิติอากาศก็พังทลายลงเป็นชั้นๆ กลายเป็นพื้นที่สุญญากาศสีดำสนิท
ตูมมมมม!!!
รอยประทับฝ่ามือและดอกบัวสีเขียวปะทะกันอย่างรุนแรง ชั่วพริบตานั้น พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุขึ้น ราวกับว่าทั่วทั้งฟ้าดินสูญเสียสรรพเสียงไปจนหมดสิ้น
ฟ้าดินเหลือเพียงสีเขียวและสีทอง กำลังบดขยี้ทำลายล้างซึ่งกันและกัน กัดทึ้งกันอย่างบ้าคลั่ง
ในตอนนั้นเอง สีหน้าของหนิงอู่หยางก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
ดอกบัวสีเขียวที่ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ กลับเริ่มปริแตกออกทีละนิ้ว ภายใต้การกดทับของฝ่ามือยักษ์สีทอง!
"เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาไม่หยุด หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ
วิชากระบี่เก้าสุดขั้วชิงเหลียน เป็นกระบวนท่าสังหารประจำนิกาย ไม่เคยพ่ายแพ้แก่ผู้ใดมาก่อน
แล้ววันนี้ จะมาพ่ายแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร!
"เป็นเจ้า... เจ้าเล่นตุกติกอะไร!"
เขาหันขวับไปมองเย่เฟิง จ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง
แต่เย่เฟิงคร้านจะใส่ใจ
เขาเพียงแค่คิด ฝ่ามือยักษ์สีทองก็ร่วงหล่นลงมา บดขยี้เจตจำนงกระบี่ชิงเหลียนที่หลงเหลืออยู่จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
"พรวด!!"
หนิงอู่หยางได้รับผลกระทบจากการสะท้อนกลับ กระอักเลือดคำโตออกมา
แต่นี่ยังไม่จบ!
ฝ่ามือยักษ์สีทองยังคงพุ่งทะยานเข้าหาเขาอย่างไม่ลดละ ด้วยอานุภาพที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และฟาดเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจัง ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว
ตูม!!
เรือรบข้ามแคว้นขนาดยักษ์ดุจภูเขาถูกตบจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ร่างของหนิงอู่หยางปลิวละลิ่วจากดาดฟ้าชั้นสอง ร่วงลงไปกระแทกกับห้องโดยสารชั้นหนึ่งอย่างรุนแรง
"ท่านเจ้านิกาย!"
บรรดาศิษย์นิกายกระบี่ชิงเหลียนโดยรอบต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง
ในใจของพวกเขา ท่านเจ้านิกายนั้นไร้เทียมทาน แค่กระทืบเท้าก็สะเทือนไปทั้งแคว้นชิงโจว เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตเบิกนภาระดับสูงสุด กลับถูกเล่นงานต่อหน้าต่อตาเสียแล้ว!
"ค่อกๆ"
หนิงอู่หยางตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากซากปรักหักพังของห้องโดยสาร แม้การโจมตีเมื่อครู่จะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังไม่ตาย
"ขอบเขตน้ำพุวิญญาณ!"
"ขอบเขตน้ำพุวิญญาณของจริง!"
จากการปะทะกันเมื่อครู่ ในที่สุดเขาก็ตาสว่างเสียที
ชายหนุ่มตรงหน้า ไม่ใช่คนที่ฝืนยกระดับการบ่มเพาะขึ้นมา แต่เป็นขอบเขตน้ำพุวิญญาณของจริง!
อายุยี่สิบปี ก็เป็นขอบเขตน้ำพุวิญญาณแล้ว!
มันเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการขนาดไหน!
ตอนที่เขาอายุยี่สิบ เขาเพิ่งจะอยู่แค่ขอบเขตทะลวงชีพจรเท่านั้น!
แต่ถึงกระนั้น ในตอนนั้นเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของแคว้นชิงโจวแล้ว!
หนิงอู่หยางไม่กล้าคิดต่อไปอีกแล้ว
"ศิษย์นิกายกระบี่ชิงเหลียน จัดค่ายกล!"
เขาตวาดเสียงกร้าว
ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะปล่อยอีกฝ่ายไปหรือไม่ แต่เป็นอีกฝ่ายจะปล่อยเขาไปหรือไม่ต่างหาก
ในเมื่อล่วงเกินกันไปแล้ว ก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด!
หากปล่อยให้อีกฝ่ายเติบโตต่อไป นิกายกระบี่ชิงเหลียนคงต้องพบกับหายนะถึงขั้นล่มสลายเป็นแน่!
"ค่ายกลกระบี่ชิงเหลียนประหารเซียน!"
สิ้นเสียงสั่งการ ศิษย์นิกายกระบี่ชิงเหลียนกว่าพันคนก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกัน
ชั่วพริบตานั้น แสงกระบี่สีเขียวก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงกระบี่ดังกึกก้องกังวานไปทั่วเก้าชั้นฟ้า
ปราณกระบี่สีเขียวนับพันสายตัดสลับกันไปมา ดอกบัวสีเขียวโปร่งใสบริสุทธิ์ดอกหนึ่งก็ผลิบานอยู่เหนือหัวของทุกคน
เหนือฐานดอกบัว มีดอกบัวตูมที่กำลังจะเบ่งบานอยู่
ค่ายกลพิทักษ์นิกายของนิกายกระบี่ชิงเหลียน ค่ายกลกระบี่ชิงเหลียนประหารเซียน!
"เจ้าน่ะแข็งแกร่ง มีพรสวรรค์ แต่คนอัจฉริยะก็ตายเป็นเหมือนกัน"
หนิงอู่หยางกระโดดทะยานขึ้นไปประจำตำแหน่งแกนกลางค่ายกล
ด้วยค่ายกลนี้ เขาสามารถสังหารศัตรูที่ข้ามระดับการบ่มเพาะได้!
"เจ้าผิดตรงที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป และประเมินรากฐานของนิกายอายุนับพันปีของข้าต่ำเกินไป!"
---