เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 875 : ทำท่าจะคว่ำ!

ตอนที่ 875 : ทำท่าจะคว่ำ!

ตอนที่ 875 : ทำท่าจะคว่ำ!


ตอนที่ 875 : ทำท่าจะคว่ำ!

เจียงเฉินขี้เกียจเกินไปที่จะพูดเรื่องไร้สาระ ดังนั้นเขาจึงหาหมายเลขโทรศัพท์ของจางเทียนหัวและโทรหาทันที

ห่างออกไปในบริษัทเฟยตู๋ในเมืองหลวง จางเทียนหัวกำลังพูดในที่ประชุมระดับสูงของบริษัท

แม้ว่าพนักงานระดับล่างส่วนใหญ่ของบริษัทจะอยู่ในช่วงพักร้อน แต่บริษัทก็ยังต้องดำเนินงานต่อไปและแน่นอนว่าคนอย่างจางเทียนหัวย่อมต้องอยู่ทำงาน

ในขณะที่เขากำลังพูดโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

เขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูแล้วก็พบว่าเป็นสายมาจากเจียงเฉิน!

เจียงเฉินคือใคร? ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆของบริษัทอาจจะไม่รู้ แต่ว่าจางเทียนหัวรู้ว่าเจียงเฉินนั้นเป็นใครมีอำนาจและเงินมากมายขนาดไหน

ในสายตาของเจียงเฉินเขามันก็เป็นเพียงแค่มดตัวหนึ่งเท่านั้น

สำหรับจางเทียนหัวแล้วเขาจะต้องหาทางกอดต้นขาของเจียงเฉินไว้ให้แน่น ไม่อย่างนั้นเขาก็อาจจะตกงานได้ทุกเมื่อ

ในตอนนี้เขาไม่สนใจแล้วว่าเขากำลังประชุมหรือทำอะไรอยู่ก็ตาม จางเทียนหัวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและรับสายอย่างรวดเร็วก่อนจะพูดอย่างรอบน้อมว่า “สวัสดีครับคุณเจียง? ไม่ทราบว่าต้องการให้ผมช่วยเรื่องอะไรครับถึงได้โทรมาหาผม?”

เจียงเฉินถือโทรศัพท์มือถือด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งและพูดว่า “ก็ไม่ได้มีอะไร ฉันแค่อยากถามว่าตอนนี้บริษัทเป็นอย่างไรบ้าง?”

จางเทียนหัวตอบกลับด้วยความเคารพทันทีว่า “บริษัทของเรากำลังไปได้ด้วยดีครับ รายได้ของปีนี้จะต้องทะลุเป้าอย่างแน่นอนและผมก็กำลังวางแผนที่จะทำงานให้หนักขึ้นเพื่อที่ปีหน้าจะได้เพิ่มกดกำไรเป็น 2 เท่าให้ได้!”

“อืม ดีมาก!”

เจียงเฉินพูดออกมาอย่างสงบนิ่ง

จ้าวจือเฟยที่อยู่ด้านข้างและคอยมองอยู่ตลอดก็คิดว่าเจียงเฉินนั้นเพียงแค่เสแสร้ง

ดังนั้นจ้าวจือเฟยจึงตัดสินใจที่จะเปิดโปงเจียงเฉินและไม่เปิดโอกาสให้เจียงเฉินแย่งความโดดเด่นไปจากเขาอย่างเด็ดขาด!

จ้าวจือเฟยยิ้มและพูดออกมาว่า “เจียงเฉินอย่ามาเสแสร้งเกินไปหน่อยเลย เจ้านายของฉันจะมาโทรศัพท์กับนายไปทำไมกัน? ยอมรับออกมาเสมอว่านายก็แค่เสแสร้งและทุกอย่างมันเป็นเพียงแค่การแสดง!”

จ้าวจือเฟยเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมาก!

เขารู้สึกว่าการที่ได้จัดการกับเจียงเฉินมันเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุข!

เจียงเฉินไม่พูดอะไรมาก เขาส่งโทรศัพท์ไปให้กับจ้าวจือเฟยและพูดว่า “นายไม่อยากจะเชื่อก็แล้วแต่ แต่นายจะลองคุยกับเจ้านายของตัวเองก็ได้นะ”

จ้าวจื้อเฟยรับโทรศัพท์และพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "เฮ้ นายเป็นใคร กล้าดียังไงถึงมาแสดงเป็นคุณจาง ฉันจะบอกนายให้นะว่าการสวมรอยแบบนี้มันผิดกฎหมาย!"

อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ จางเทียนหัวงุนงงอยู่พักหนึ่ง

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจ้าวจือเฟยเป็นใคร แต่สิ่งที่สำคัญคืออีกฝ่ายกล้าดียังไงถึงมาพูดเสียงดังใส่เขาแบบนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม จางเทียนหัวก็ได้ยินการสนทนาระหว่างจ้าวจือเฟยและเจียงเฉินจากโทรศัพท์มือถือของเขาแล้ว

และจากการฟังจางเทียนหัวก็รู้ได้ว่าจ้าวจือเฟยนั้นกำลังแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อหน้าเจียงเฉินที่เป็นหัวหน้าของเขา

จางเทียนหัวที่กำลังกังวลว่าเขาจะไม่สามารถหาโอกาสแสดงความสามารถตัวเองต่อหน้าเจียงเฉินได้ ก็รู้ได้ทันทีว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว

ถ้าเขาได้รับความสนใจจากเจียงเฉินชีวิตของเขาจางเทียนหัวต่อจากนี้ไปก็จะดีมาก

ดังนั้น จางเทียนหัวจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันคือ จางเทียนหัวผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเฟยตู๋แล้วนายเป็นใคร"

เมื่อจ้าวจื่อเฟยได้ยินเสียงเขาก็รู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อย

ในตอนที่บริษัทจะจัดการประชุมทั่วไปจางเทียนหัวเคยมาเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเองและเขาก็ได้พบกับจางเทียนหัวและได้ยินจางเทียนหัวพูด

แล้วเสียงในโทรศัพท์นั้นก็คล้ายกับจางเทียนหัวมาก

แต่อย่างไรก็ตามจ้าวจือเฟยก็เป็นเพียงพนักงานตัวเล็กๆของบริษัทเฟยตู๋และเขาก็ไม่ได้มีหมายเลขโทรศัพท์ของจางเทียนหัว

ดังนั้นเขาที่ไม่มีแม้แต่หมายเลขโทรศัพท์ของจางเทียนหัวก็ไม่ต้องพูดถึงเจียงเฉินเลย

ดังนั้นจ้าวจือเฟยจึงรู้สึกว่า จางเทียนหัวที่ปลายอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เป็นเพียงตัวปลอมที่มีเสียงที่คล้ายกันเท่านั้น!

เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาเองก็ยังจ้างผู้หญิงสวยๆมาแกล้งเป็นแฟนของเขา ดังนั้นแล้วทำไมเจียงเฉินจะจ้างคนอื่นมาแกล้งเป็นประธานบริษัทไม่ได้บ้าง?

ดังนั้นจ้าวจือเฟยจึงตอบกลับไปด้วยความหยิ่งผยองว่า “หึ ฉันให้โอกาสนายยอมรับแล้วนะ! อย่ามาเสแสร้งต่อหน้าฉันจะดีกว่า! สำหรับประธานจางฉันรู้จักเขาเป็นอย่างดี ไอ้สารเลวแกรีบยอมรับออกมาได้แล้วว่าเจียงเฉินมันจ้างแกมาด้วยเงิน! คิดจะแกล้งทำเป็นประธานจางเทียนหัวของบริษัทเฟยตู๋งั้นเหรอฝันไปเถอะ!”

เมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้น จ้าวจือเฟยก็เลิกคิ้วขึ้น

จ้าวหงหมิงพ่อของเขาก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ

เขารู้สึกว่าลูกชายของเขาจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นเขาก็จะได้ดูเจียงเฉินเสียหน้าแล้ววิ่งไปรอบๆหมู่บ้าน!

เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้วจ้าวหมิหงก็รู้สึกมีความสุขมาก

ก่อนหน้านี้เจียงเฉินทำให้เขาต้องเสียหน้ามันก็ทำให้เขารู้สึกเกลียดชังจะแย่อยู่แล้ว ดังนั้นมันจะเป็นการดีที่สุดหากเขาสามารถสั่งสอนบทเรียนให้กับเจียงเฉินได้

ลูกชายของฉันนี่มันสุดยอดมากจริงๆ!

ฮ่าๆๆๆ!

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ จ้าวหมิงหงก็รู้สึกภาคภูมิใจ!

จางเทียนหัวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของโทรศัพท์ก็โกรธมาก เขาพูดออกมา “ไม่ว่าฉันจะแอบอ้างหรือไม่ก็ตาม มันไม่ได้สำคัญเลย! นายต่างหากที่ชื่ออะไร?!”

ต่อหน้าญาติจำนวนมากจ้าวจือเฟยไม่ต้องการที่จะแสดงความขี้ขลาดออกมา

เขาไม่ได้คิดอะไรและตอบออกมาอย่างเย่อหยิ่งว่า “ฉันคือจ้าวจือเฟยพนักงานของบริษัทเฟยตู๋ ดังนั้นแกไอ้สารเลวเลิกเสแสร้งเป็นประธานของฉันได้แล้ว! คุณจางกับฉันเราสนิทกัน ดังนั้นนายรีบยอมรับออกมาได้แล้ว ถ้าหากว่านายยอมรับออกมาตอนนี้ฉันอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไปก็ได้ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องร้องนายที่มาสวมรอยเป็นประธานของฉัน!”

ในเวลานี้เพื่อที่จะทำให้เจียงเฉินอับอาย เขาจึงงัดไม้เด็ดออกมาและขู่จางเทียนหัว

จางเทียนหัวที่ปลายอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ก็วางสายโดยไม่พูดอะไรสักคำ

โทรศัพท์ถูกตัดการเชื่อมต่อ

จ้าวจือเฟยถือโทรศัพท์มือถือและเหวี่ยงไปมาต่อหน้าเจียงเฉินก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เจียงเฉิน ดูเหมือนว่าเพื่อนของนายคนนี้จะไม่มีดีเอาเลยนะ ฉันเพียงแค่พูดไม่กี่คำก็วางสายด้วยความตกใจไปซะแล้ว คราวหน้าถ้าจะหาใครมาแอบอ้างก็หาคนที่กล้าๆหน่อยนะรู้ไหม”

เมื่อพูดแบบนั้นแล้ว จ้าวจือเฟยก็โยนโทรศัพท์มือถือของเจียงเฉินคืนด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

แต่เจียงเฉินกลับไม่สนใจมัน

เพราะเขารู้ว่าจ้าวจือเฟยกำลังจะเจอกับปัญหาในไม่ช้านี้

ในอนาคตอันใก้ล จางเทียนหัวกำลังจะมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง ดังนั้นเจียงเฉินจึงต้องการที่จะรู้ว่าเขาจะจัดการยังไงกับสถานการณ์แบบนี้

ในเวลานี้เองจ้าวจือเฟยมองไปที่เจียงเฉินและพูดอย่างเย่อหยิ่ง “เจียงเฉิน! นายแพ้แล้ว! ไปวิ่งรอบหมู่บ้านได้แล้วไป!”

เจียงเฉินลูบจมูกของเขาแล้วยิ้มก่อนจะพูดว่า “ฉันแพ้งั้นหรอ? ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้นนะ”

จ้าวจือเฟยพูดออกมา “นายยังไม่แพ้? คนที่มาเสแสร้งว่าเป็นประธานจางก็ยอมแพ้ไปแล้ว แต่นายยังไม่ยอมแพ้อีกเนี่ยนะ? ปากแข็งดีจริงๆ!”

จ้าวหมิงหงที่อยู่ด้านข้างก็พูดออกมา “ใช่แล้ว จือเฟยของฉันเปิดโปงแกแล้วแต่แกกลับไม่ยอมรับเนี่ยนะ ไร้ยางอายจริงๆ!”

ตอนนี้พวกเขาสองคนพ่อลูกมีความคิดที่เหมือนกัน พวกเขาต้องการที่จะจัดการกับเจียงเฉินและทำให้เจียงเฉินอับอาย

หากว่าเจียงเฉินไม่ยอมวิ่งรอบหมู่บ้านทั้งหมด 10 รอบ พวกเขาก็จะให้เจียงเฉินคุกเข่าและเรียกพวกเขาว่าเจ้านาย!

แต่ในเวลานี้เองโทรศัพท์มือถือของจ้าวจือเฟยก็ดังขึ้น

จ้าวจือเฟยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูอย่างระมัดระวังและพบว่าเป็นหัวหน้าของเขาที่โทรมา

ทันใดนั้นสีหน้าของจ้าวจือเฟยก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ใบหน้าของเขาแสดงความตื่นตระหนกออกมาเล็กน้อย!

เมื่อจ้าวจือเฟยเห็นว่าหัวหน้าของเขาโทรมา เขาก็ส่งสัญญาณให้กับพ่อของเขาจ้าวหมิงหงให้เงียบลง

จ้าวหมิงหงที่เห็นแบบนั้นก็เข้าใจได้ทันทีและพูดกับญาติที่อยู่รอบๆว่า “ทุกคนอย่าพูด ลูกชายของฉันกำลังรับโทรศัพท์จากเจ้านาย!”

ญาติพี่น้องที่อยู่รอบข้างก็พากันเงียบและไม่กล้าพูดออกมา

เจียงเฉินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา ใครที่ได้เห็นต่างก็ต้องรู้สึกถึงความลึกลับและคาดเดาไม่ได้

ในไม่ช้าจ้าวจือเฟยก็กดปุ่มรับสายบนโทรศัพท์และพูดด้วยน้ำเสียประจบสอพลอว่า “สวัสดีครับ ผู้จัดการอาวุโส โทรมาหาผมต้องการให้ผมช่วยเรื่องอะไรหรอครับ?”

บนโทรศัพท์ชายคนหนึ่งคำรามออกมาด้วยความโกรธ “จ้าวจือเฟย ดูเหมือนว่าแกจะเบื่องานนี้แล้วใช่ไหม!? แกกล้าหาญมากนะที่ไปพูดเรื่องไร้สาระต่อหน้าคุณจางและตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนของคุณจาแบบนั้น! หลังจากฉลองปีใหม่แล้วแกก็ไม่ต้องกลับมาทำงานที่นี่อีกต่อไปแล้ว! แกมาเก็บข้าวของแกแล้วออกไปได้เลย! และแกยังต้องคืนเงิน 200,000 หยวนที่แกยืมมาจากบริษัททันทีด้วย!”

เมื่อจ้าวจือเฟยได้ยินคำพูดเหล่านี้เขาก็ตกตะลึงทันที

เพื่อที่จะได้กลับมาอวดที่บ้านในช่วงปีใหม่ เขาได้ขอกู้เงินจากกองทุนของบริษัทเป็นจำนวนเงิน 200,000 หยวน

แต่คาดไม่ถึงว่า ก่อนที่สิ่งที่เขาหวังไว้จะสำเร็จ เขาก็ได้รับโทรศัพท์มาจากเจ้านายซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงว่าเขาถูกไล่ออกและเขาจะต้องจ่ายเงินคืนทั้งหมด

จ้าวจื่อเฟยตกตะลึงไปอยู่ครู่หนึ่ง

ในเวลานี้เขารีบอธิบายทันทีว่า “หัวหน้า ฟังผมก่อน ฟังผมก่อน! ผมไม่รู้ว่าเขาคือคุณจาง ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้ง!”

เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วจ้าวจือเฟยไม่สนใจที่จะโอ้อวดอีกต่อไป

เพราะสิ่งสำคัญอันดับแรกของเขาในตอนนี้ก็คือการรักษางานของตัวเองเอาไว้!

ถ้าหากว่าเขาตกงานเรื่องอาหารการกินในอนาคตก็ไม่ต้องพูดถึงเลย!

นอกจากนี้เขายังต้องเป็นหนี้จำนวนมาก เขาจะจ่ายเงินคืนได้อย่างไรกัน?

ดังนั้นเพื่องานของเขาจ้าวจือเฟยจึงขอร้องผู้บริหารระดับสูงโดยไม่สนถึงใบหน้าของตัวเองอีกต่อไป

บรรดาญาติที่อยู่รอบๆเมื่อเห็นว่าจ้าวจือเฟยซึ่งเพิ่งจะตื่นเต้นและได้รับชัยชนะไปเมื่อกี้ ในตอนนี้เขากำลังจะตกงานและยังต้องขอร้องอ้อนวอน....

พวกเขารู้สึกพูดไม่ออกจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้บริหารระดับสูงคนนี้จะไม่สนใจที่จะคุยกับจ้าวจือเฟยอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงวางสายทันที

จ้าวจือเฟยพยายามโทรติดต่อกลับไปแต่สุดท้ายกลับไม่มีการตอบรับเลย

เขาต้องการที่จะอธิบายเรื่องทุกอย่าง

แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ให้โอกาสเขาแม้แต่น้อย

ทันใดนั้นจ้าวจือเฟยก็เหงื่อออกด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว

จ้าวหมิงหงเห็นว่าตอนนี้ลูกชายของเขากำลังกังวลขนาดไหนเขาก็รีบถามออกมาทันที “จือเฟย นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมคนในโทรศัพท์ถึงบอกว่าถูกไล่ออกแล้ว?”

ก่อนหน้านี้ตอนที่จ้าวจือเฟยรับสายโทรศัพท์เขาได้ทำการเปิดลำโพงเพื่อที่จะโอ้อวดตัวเองให้กับทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยิน

แต่ปรากฏว่า....

สิ่งที่คิดเอาไว้ในหัวของเขานั้นกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

ก่อนที่จ้าวจือเฟยจะได้อธิบาย เฟยเฟยแฟนสาวของเขาก็พูดขึ้นว่า “จ้าวจือเฟย คุณกำลังล้อเล่นอะไรอยู่? คุณถูกไล่ออกแล้วแถมยังต้องคืนเงินที่ยืมมา? แล้วเงินค่าจ้างของฉันล่ะ? เงินที่เราตกลงกันไว้? นายจ้างฉันมาเป็นแฟนวันละ 1,000 หยวน ตอนนี้มันผ่านมา 5 วันแล้วเงิน 5,000 หยวนไม่น้อยเลยนะ!”

การแสดงออกของจ้าวจือเฟยในตอนนี้ดูน่าเกลียดมาก

ในช่วงเวลาที่น่าอับอายนี้เฟยเฟยได้ทำให้เขาต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม

จ้าวจือเฟยตะโกนออกมาด้วยความอับอาย “แล้วเธอจะตะโกนออกมาเพื่ออะไร?! นี่มันยังไม่ครบสัญญาเลยด้วยซ้ำแล้วจะให้ฉันจ่ายเงินให้เธอได้ยังไง?!”

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ทะเลาะกัน

บรรดาญาติที่อยู่รอบๆต่างก็พูดไม่ออกไม่ได้เห็นฉากนี้

พวกเขามองดูทั้งสองคนทะเลาะกันราวกับกำลังดูละครอยู่

→_→!

จบบทที่ ตอนที่ 875 : ทำท่าจะคว่ำ!

คัดลอกลิงก์แล้ว