เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(✓) EP 43: เกราะทองสัมฤทธิ์ ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน

(✓) EP 43: เกราะทองสัมฤทธิ์ ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน

(✓) EP 43: เกราะทองสัมฤทธิ์ ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน


() EP 43: เกราะทองสัมฤทธิ์ ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน

หลังจากวัตถุประมูลชิ้นสุดท้ายปรากฏออกมา ซูเสวียนจวินก็จากไปในทันที

ยอดวิชาลับระดับจิตวิญญาณต้นกำเนิดนั้นแม้จะล้ำค่าและทรงพลัง ทว่าในยามนี้เขายังไม่จำเป็นต้องใช้มัน

อีกอย่าง หากเขาต้องการยอดวิชา ก็สามารถนำไปแลกเปลี่ยนภายในเต๋าได้ทุกเมื่อ

เมื่อกลับมาถึงถ้ำพำนัก ซูเสวียนจวินก็นำศิลาต้นกำเนิดออกมา

'หวังว่าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ!'

ซูเสวียนจวินใช้นิ้วแทนกระบี่ ค่อยๆ ผ่าศิลาต้นกำเนิดด้วยปราณกระบี่อย่างระมัดระวัง

ซู่...

ผงธุลีปลิวว่อนร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ถูกผนึกไว้ภายในศิลาต้นกำเนิดค่อยๆ ปรากฏออกมาให้เห็น

แสงสีเขียวจางๆ สายหนึ่งพุ่งเข้าสู่สายตา มันดูเก่าแก่เรียบง่ายราวกับหล่อขึ้นจากทองสัมฤทธิ์

ซูเสวียนจวินยังคงผ่าศิลาต่อไป ทองสัมฤทธิ์ที่ปรากฏออกมาก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เกราะทองสัมฤทธิ์ชุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา

เกราะทองสัมฤทธิ์ที่ถูกผนึกไว้ในศิลานั้น ทั้งร่างเป็นสีเขียวและมีรอยสนิมเกรอะกรัง ไม่มีแสงเรืองรองไหลเวียน และไม่มีอักขระแม้เพียงตัวเดียว

'หืม? ไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่นพลังงาน และไม่มีรอยจารึกอักขระเลยอย่างนั้นหรือ?'

ซูเสวียนจวินลองส่งปราณแท้เข้าไปภายใน ทว่ามันกลับเงียบกริบดุจดินจมลงสู่ก้นทะเล ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ แม้แต่อักขระเพียงตัวเดียวก็มิได้ถูกกระตุ้นขึ้นมา

เขายังคงไม่ยอมแพ้และส่งปราณแท้เข้าไปต่อ ทว่าจนกระทั่งปราณแท้ในร่างแทบจะเหือดหายไป เกราะทองสัมฤทธิ์ชุดนี้ก็ยังมิได้แสดงความอัศจรรย์ใดๆ ออกมาเลย

'วาสนาระดับสีน้ำเงินไม่มีทางเป็นเกราะทองสัมฤทธิ์ที่ไร้ค่าเช่นนี้แน่'

ซูเสวียนจวินจึงลองสวมเกราะทองสัมฤทธิ์นั้นดู ทันใดนั้น พลังอันมหาศาลสายหนึ่งก็ไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้จิตวิญญาณและพลังในตัวเขามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทุกย่างก้าวแฝงไปด้วยพลังที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

“นี่มัน...”

ซูเสวียนจวินสัมผัสได้ว่าพลังของเขาเมื่อผ่านการเสริมพลังจากเกราะทองสัมฤทธิ์ชุดนี้ พลังที่ปะทุออกมานั้นเทียบเท่ากับขั้นผสานแก่นผลึกศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว

'มิต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงเป็นวาสนาระดับสีน้ำเงิน เกราะทองสัมฤทธิ์ชุดนี้ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก มันสามารถยกระดับพลังของข้าให้ขึ้นไปถึงขั้นผสานแก่นผลึกศักดิ์สิทธิ์ได้ในระยะเวลาสั้นๆ'

ซูเสวียนจวินสัมผัสถึงพลังที่ปะทุขึ้นภายในใจด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อมีเกราะชุดนี้ เขาก็มีไพ่ตายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งใบ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่ากู่ชิงจะหันมาลงมือกับเขา

หลังจากเก็บเกราะทองสัมฤทธิ์เข้าสู่ทะเลปราณแล้ว ซูเสวียนจวินก็นำเคล็ดกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ออกมาศึกษาอย่างละเอียด

ซูเสวียนจวินเริ่มเข้าสู่การปิดด่านฝึกตน โดยมิได้เข้าร่วมในการแก่งแย่งป้ายคำสั่งที่พุ่งออกมาจากดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวนเลย

เวลาผ่านไปครึ่งเดือน ในระหว่างที่เขาศึกษาวิจัยเคล็ดกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ได้กลั่นวารีอัคคีเพื่อควบแน่นกายาไปพร้อมๆ กัน

เขาไม่มีความขาดแคลนในทรัพยากรการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย ภายใต้การฝึกฝนทั้งวันทั้งคืน ไม่เพียงแต่เขาสามารถฝึกฝนกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังได้กลั่นสมุนไพรวิญญาณระดับสูงที่ประมูลมาได้ก่อนหน้านี้ จนระดับการบำเพ็ญเพียรก้าวเข้าสู่ขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินชั้นที่เก้าได้สำเร็จ

ในเวลานี้ เขาอยู่ห่างจากขั้นตำหนักม่วงวิญญาณเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

ในห้วงความคิด ประตูตำหนักม่วงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ลวดลายบนนั้นมองเห็นได้อย่างชัดแจ้ง พลังจิตวิญญาณได้เริ่มผลักประตูให้เปิดออกเพียงเล็กน้อย ทำให้ปราณสีม่วงที่เลือนรางเอ่อล้นออกมาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา

'ถึงเวลาแล้วสินะที่จะเข้าไปในดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน'

ซูเสวียนจวินออกจากถ้ำพำนัก เตรียมพร้อมที่จะกระตุ้นป้ายคำสั่งเพื่อเข้าสู่ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน

ฟิ้ว...

แสงสว่างสายหนึ่งโอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ ก่อนจะนำพาเขาพุ่งทะยานผ่านช่องว่างมิติไป

ช่องทางมิติที่แผ่แสงเจิดจ้าปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซูเสวียนจวิน เขาถูกห่อหุ้มด้วยแสง รอบกายเต็มไปด้วยอักขระที่หนาแน่นจนนับไม่ถ้วน แผ่ซ่านกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมา เพียงอักขระตัวเดียวก็สามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นผสานแก่นผลึกศักดิ์สิทธิ์ได้ในพริบตา

ในเวลาต่อมา ซูเสวียนจวินก็ร่วงหล่นออกมาจากช่องทางมิติ ตกลงสู่ผืนป่าอันดึกดำบรรพ์แห่งหนึ่ง

เขาทรงตัวให้มั่นคง ก่อนจะทะยานกระบี่ร่อนลงบนยอดเขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมองออกไปไกลๆ เห็นขุนเขาสูงใหญ่ทอดยาวสลับซับซ้อนดูยิ่งใหญ่อลังการยิ่งนัก

ภายในป่าลึกมีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้นเป็นระยะๆ จนป่าทั้งป่าสั่นสะเทือน

ฟิ้ว...

เมฆดำแผ่เงาขนาดใหญ่ปกคลุมผืนดินเบื้องล่าง นั่นคือวิหคยักษ์ที่มีขนาดมหึมา ร่างกายเต็มไปด้วยแสงเรืองรองแผ่กลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา ที่แท้มันคือสัตว์อสูรระดับผสานแก่นผลึกศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

“ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวนแห่งนี้ช่างอันตรายยิ่งนัก” ซูเสวียนจวินซ่อนกายอย่างระมัดระวัง

ที่นี่สามารถพบเห็นสัตว์อสูรระดับผสานแก่นผลึกศักดิ์สิทธิ์ได้ทั่วไป ทุกตัวล้วนแข็งแกร่งอย่างยิ่ง หากไปล่วงเกินเข้าล่ะก็ ย่อมมีแต่ความตายสถานเดียว

“นอกเหนือจากการเติบโตของสมุนไพรวิญญาณหายากแล้ว วาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของถ้ำสวรรค์เสวียนหยวนก็คือดินแดนรังสรรค์ทั้งสามแห่ง”

ซูเสวียนจวินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทะยานกระบี่บินต่ำๆ มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของป่า

ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวนแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก ซูเสวียนจวินบินมาเป็นระยะทางสามพันลี้แล้ว ทว่าก็ยังไม่สามารถออกจากผืนป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้ได้เลย

ตูม!...

ทันใดนั้น เบื้องหน้าก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นเป็นระลอก ซูเสวียนจวินดวงตาไหววูบ รู้ได้ทันทีว่ามีคนกำลังต่อสู้กันอยู่

เขารีบใช้เคล็ดหลบหนีสู่ความว่างเปล่า ซ่อนเร้นร่างกายและเคลื่อนที่เข้าไปสำรวจทันที

ในหุบเขาแห่งหนึ่ง มีซากศพของสัตว์อสูรนอนระเกะระกะอยู่ ผู้ฝึกตนสองฝ่ายกำลังเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด

ความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนทั้งสองฝ่ายนี้มิได้ด้อยไปกว่ากันเลย ต่างก็อยู่ในระดับขั้นตำหนักม่วงวิญญาณช่วงกลาง ส่วนผู้นำของทั้งสองฝ่ายนั้นบำเพ็ญเพียรถึงขั้นตำหนักม่วงวิญญาณระดับสูงเลยทีเดียว

พวกเขากำลังแย่งชิงสมุนไพรวิญญาณที่เติบโตอยู่ในหุบเขา มันคือสมุนไพรวิญญาณที่มีรูปร่างคล้ายมังกร หรือที่เรียกว่าหญ้ามังกร ซึ่งเป็นสมุนไพรสำหรับการฝึกฝนกายาที่สามารถช่วยให้ผู้คนบรรลุกายาได้

“คนของสำนักกระบี่ทะลวงสวรรค์กับสำนักเทพสายฟ้า”

ซูเสวียนจวินจำที่มาของผู้ฝึกตนทั้งสองฝ่ายได้

สำนักกระบี่ทะลวงสวรรค์และสำนักเทพสายฟ้านั้นต่างก็เป็นสำนักศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนเสวียนโจวเช่นเดียวกัน

สำนักกระบี่ทะลวงสวรรค์นั้นมุ่งเน้นการฝึกฝนวิถีกระบี่ ส่วนสำนักเทพสายฟ้านั้นมุ่งเน้นการฝึกฝนวิชาสายฟ้า

ในยามนี้ ศิษย์ของทั้งสองสำนักต่างเข้าห้ำหั่นกันโดยไม่สนใจมิตรภาพระหว่างสำนักฝ่ายธรรมะเลยแม้แต่น้อย ต่างสู้กันจนเกิดโทสะแรงกล้า

'อืม... ดูไม่ถูกต้องนัก เพียงแค่หญ้ามังกรเพียงต้นเดียวแม้จะล้ำค่า ทว่าก็ไม่น่าจะถึงขั้นทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งเช่นนี้ มีใครบางคนกำลังลอบวางแผนจัดการพวกเขาอยู่'

ซูเสวียนจวินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ทั้งสองฝ่ายในหุบเขาลงมืออย่างไม่ปรานีปราศรัย ราวกับกำลังเดิมพันด้วยชีวิตเลยทีเดียว

ฉั้ว...

เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปจนถึงช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยกันทั้งคู่

ในตอนนั้นเอง พวกเขาถึงได้เริ่มรู้สึกตัวว่าตนเองถูกใครบางคนวางแผนเล่นงานเข้าให้แล้ว

“ใครกันที่กล้าบังอาจมาลอบวางแผนจัดการพวกข้า?” ชายหนุ่มในชุดสายฟ้าตวาดลั่น รอบกายมีแสงสายฟ้าวนเวียนอยู่

“หึหึ ศิษย์ฝ่ายธรรมะก็เป็นได้เพียงเท่านี้ เพียงแค่หญ้ามังกรหนึ่งต้น กับวิชาปั่นป่วนจิตใจเล็กน้อย ก็สามารถกระตุ้นความโลภในใจพวกเจ้า ให้เข่นฆ่ากันเองโดยไม่สนมิตรภาพได้แล้ว ฝ่ายธรรมะที่พวกเจ้าเรียกขาน แท้จริงแล้วก็มิได้ต่างอะไรกับฝ่ายมารอย่างพวกเราเลย”

กลุ่มผู้ฝึกตนในชุดคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้น ผู้นำคือชายหนุ่มที่มีใบหน้าซีดเผือด เขามองดูทั้งสองฝ่ายด้วยท่าทีลำพองใจพลางหัวเราะอย่างเย็นชาว่า “ปกติพวกเจ้ามักจะกล่าวหาว่าพวกเราฝ่ายมารนั้นชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ แต่ข้าเห็นว่าพวกเจ้าฝ่ายธรรมะก็มิได้ต่างกันนักหรอก”

“เพียงแต่พวกเราฝ่ายมารมิได้แยแสที่จะซ่อนเร้นความคิดของตนเอง ทว่าพวกเจ้าฝ่ายธรรมะกลับมีความโลภเต็มอก แต่ปากกลับพร่ำเอ่ยถึงคุณธรรมที่สูงส่ง ช่างเสแสร้งแกล้งทำเสียจริง”

“พวกเจ้าคือคนของนิกายมารสวรรค์” ศิษย์สำนักเทพสายฟ้าเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เจ็ดขุมกำลังมารแห่งดินแดนรกร้างนั้น มีนิกายมารสวรรค์เป็นผู้นำ

วิชาฝึกฝนของนิกายมารสวรรค์นั้นลึกลับและยากจะคาดเดายิ่งนัก วิชาลับระดับสูงของพวกเขาสามารถอัญเชิญเทพมารมาครอบงำจิตใจได้

“ถูกต้อง วันนี้พวกเจ้าทุกคนต้องตาย เนื้อหนังของพวกเจ้าจะถูกใช้เป็นอาหารให้เหล่าวิญญาณหยินในธงรวมวิญญาณของข้า ส่วนวิญญาณของพวกเจ้าจะได้เข้าสู่ธงรวมวิญญาณเพื่อความเป็นอมตะ”

ผู้นำของนิกายมารสวรรค์หัวเราะอย่างเย็นชา พลางหยิบธงสีดำขนาดใหญ่ออกมา

ธงผืนนั้นโบกสะบัดเสียงดังพรึบพรับ บนตัวธงสลักรูปเทพมารสามเศียรหกกรซึ่งถืออาวุธต่างๆ เอาไว้อย่างน่าเกรงขาม

วิญญาณหยินตนแล้วตนเล่ามุดออกมาจากธงรวมวิญญาณ ทำให้หุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงโหยหวนของภูตผีปีศาจ ลมหยินพัดโชยมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นพายุหมุนสีดำหลายสาย

“อัสนีสวรรค์!”

ศิษย์สำนักเทพสายฟ้าชี้นิ้วออกไป แสงสายฟ้าแผดร้องกึกก้อง ควบแน่นเป็นทรงกลมหลายลูกพุ่งออกไปและระเบิดออกกลางอากาศ แสงสว่างจ้ากระจายตัวออกไป ทำให้เหล่าวิญญาณหยินมลายหายไปราวกับหิมะที่เจอเข้ากับแสงอาทิตย์อันร้อนแรง

“เจ้าดูเบาพวกเราเกินไปแล้ว มิรู้หรือว่าวิชาอัสนีสวรรค์นั้นข่มอาวุธวิเศษประเภทธงรวมวิญญาณเช่นนี้มากที่สุด”

ศิษย์สำนักเทพสายฟ้าแค่นเสียงเย็น

“อย่างนั้นหรือ?”

ผู้นำนิกายมารสวรรค์เอ่ยอย่างเรียบเฉย “ธงรวมวิญญาณของข้ามีวิญญาณหยินนับพันตน ด้วยอาการบาดเจ็บของพวกเจ้าในตอนนี้ ภายในร่างยังมีปราณกังเหลืออยู่เท่าใดกันเชียว และจะสามารถใช้วิชาอัสนีสวรรค์ได้อีกกี่ครั้ง?”

จบบทที่ (✓) EP 43: เกราะทองสัมฤทธิ์ ดินแดนลับถ้ำสวรรค์เสวียนหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว