- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 380 ราชาเงือกผู้ปราดเปรื่อง?
บทที่ 380 ราชาเงือกผู้ปราดเปรื่อง?
บทที่ 380 ราชาเงือกผู้ปราดเปรื่อง?
เมื่อเผชิญกับสายตาสงสัยของน้องสาว เปเรสก็คิดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ทำเพียงสั่งซื้อของจากเจียงอวี่ซีเพิ่มอีกจำนวนมาก
แล้วก็ทิ้งท้ายประโยคชวนงงไว้ว่า: "องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรของพวกเรา ก็โดนไอ้พวกมนุษย์สัตว์พวกนี้ลักพาตัวไปเมื่อตอนนั้นแหละ!"
แล้วก็ตัดสายวิดีโอคอลไปเลย
องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทร?
ชื่ออะไรนะ?
เจียงอวี่ซี: "...รู้สึกจะชื่อองค์หญิงนาตาเลียรึเปล่า?"
เอสเซนกระโดดเหยง ด่าทอทันที: "ไม่ใช่สักหน่อย ยัยองค์หญิงนาตาเลียนั่นน่ะ มันก็แค่..."
ดูเหมือนเขาจะโดนตัดเสียงไปดื้อ ๆ
บ้าเอ๊ย พวกคนทรยศในเผ่ายังจัดการไม่หมด ยัยองค์หญิงตัวปลอมนั่นก็ยังจัดการไม่ได้ ถ้าขืนบอกองค์หญิงน้อยซีซีไปตอนนี้ว่าเธอต่างหากคือองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรตัวจริง เดี๋ยวก็ทำให้องค์หญิงตกใจแย่สิ
เอาไว้จัดการยัยตัวปลอมนั่นเสร็จก่อนค่อยบอกดีกว่า
พวกลูกสัตว์พากันมองเอสเซนที่โกรธจนหนวดชี้ พูดไม่ออกด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับอย่างสนใจ
เอสเซน: "เอาเป็นว่า ยัยองค์หญิงนาตาเลียนั่นน่ะ ไม่มีมนุษย์สัตว์หน้าไหนอยากได้จนถึงขนาดต้องไปลักพาตัวหรอก! ให้ฟรียังไม่เอาเลย!"
เขาพูดอย่างหนักแน่น
เจียงอวี่ซี: ทำไมถึงพูดถึงองค์หญิงเผ่าสมุทรซะไม่มีค่าเลยล่ะ?
เฟรเดอริกกับฮิลเชอร์ที่รู้ตื้นลึกหนาบางดี: ก็ไม่มีมนุษย์สัตว์หน้าไหนอยากได้ยัยตัวปลอมนั่นจริง ๆ นี่นา ตัวเต็มไปด้วยแมลง ให้ฟรียังรังเกียจเลยว่าสกปรก
เอสเซนบอกพวกลูกสัตว์ที่รุมล้อมเขาอยู่อย่างจริงจัง: "รู้หน้าไม่รู้ใจนะ เห็นองค์หญิงบางคนหน้าตาสะสวย ทำตัวดี แต่ความจริงลับหลังไม่ใช่คนดีอะไรเลย คราวหน้าคราวหลังถ้าเห็นก็ต้องอยู่ให้ห่าง ๆ เข้าไว้ เข้าใจไหม?" ชื่อนาตาเลียออกจะเพราะ เป็นชื่อที่เขากับราชาเงือกช่วยกันคัดเลือกมาอย่างดี แต่ตั้งแต่รู้ชื่อของยัยตัวปลอมนั่น พวกเขาก็รู้สึกว่าชื่อนี้มันอัปมงคลสุด ๆ อัปมงคลจนแทบไม่อยากจะเรียก
พูดง่าย ๆ ก็คือ พวกเขารู้สึกว่าชื่อนี้มันแปดเปื้อนไปแล้ว
คำพูดของเอสเซนแฝงความหมายบางอย่าง
เหยียนซืออวิ่น, อะโดนิส: นี่ไม่ใช่องค์หญิงแห่งเผ่าสมุทรของพวกเขาหรอกเหรอ? ได้ยินมาว่าเป็นองค์หญิงที่รักที่หวงที่สุดเลยนี่นา ทำไมท่านเอสเซนที่เป็นถึงหัวหน้าแพทย์แห่งเผ่าสมุทรถึงได้รังเกียจขนาดนี้?
เจียงอวี่ซีตาเป็นประกาย: นี่มันศึกสายเลือดเหรอ?
มีเผือก!
เจียงอวี่ซีลองหยั่งเชิง: "ครูเอสเซนสนิทกับเปเรสมากเลยเหรอคะ?"
เท่าที่รู้คือ เปเรสเป็นราชาเงือกแห่งเผ่าสมุทร และนาตาเลียคือลูกเพียงคนเดียวของราชาเงือก
ไม่สิ เหมือนตอนนี้จะมีสองคนแล้วหรือเปล่า?
ทั้งที่เอสเซนกับเปเรสราชาเงือกดูสนิทสนมกันมากแท้ ๆ ทำไมถึงได้มีท่าทีเกลียดชังลูกของเจ้านายตัวเอง (หรืออาจจะเป็นว่าที่เจ้านายในอนาคต) ขนาดนี้ล่ะ?
เอสเซนตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ: "เปเรส?"
เจียงอวี่ซีชะงัก หรือว่าครูเอสเซนจะรู้สึกว่าการที่เธอเรียกชื่อเจ้านายของเขาตรง ๆ มันดูไม่ให้เกียรติ?
เธอกำลังจะแก้คำเรียกใหม่ แต่กลับได้ยินเอสเซนพูดด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจกว่าเดิม: "ทำไมไม่เรียกพี่ชายแล้วล่ะ? ถ้าเขารู้ว่าเธอลับหลังเรียกชื่อเขาห้วน ๆ เขาต้องร้องไห้แน่ ๆ"
ราชาเงือกแห่งเผ่าสมุทร จะร้องไห้เพราะเธอไม่เรียกเขาว่าพี่ชายเนี่ยนะ?
เป็นคำพูดที่แปลกดี
ตอนที่คุยกันผ่านวิดีโอคอลครั้งแรก พอเธอรู้ตัวตนของเปเรส เธอก็ตกใจอยู่นาน
หาได้ยากจริง ๆ ที่ราชาเผ่าสมุทรจะทำตัวติดดิน เข้าถึงง่ายขนาดนี้?
"สรุปว่าครูเอสเซนกับพี่เปเรสสนิทกันมากเลยใช่ไหมคะ?"
เอสเซนยอมเล่าให้ฟังหมดเปลือกแน่นอน: "ฉันเป็นคนเลี้ยงเขามาเอง อดีตราชาเงือกกับอ๋องเงือกอีกหกคน ต้องสละชีพด้วยน้ำมือของสมาพันธ์กบฏและคนทรยศในเผ่า เพื่อปกป้ององค์หญิงน้อยคอร์ดิเลียในตอนนั้น
ดังนั้นตั้งแต่เล็กจนโต เปเรสก็เลยโตมากับฉันในสถานพยาบาล เรียกฉันว่าปู่เอสเซนมาตลอด พอเขาขึ้นครองราชย์เป็นราชาเงือก ก็ยังติดเรียกฉันแบบนั้นอยู่ตั้งหลายปี" สุดท้ายก็ต้องให้เขาเฆี่ยนสักที เปเรสถึงจะยอมเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำว่า "ปู่" ต่อท้าย
แต่เรื่องที่เปเรสร้องไห้ขี้มูกโป่ง ขืนเล่าไปเดี๋ยวจะเสียภาพพจน์ในใจขององค์หญิงน้อยซีซีหมด
งั้นไม่ต้องเล่าดีกว่า
นาน ๆ เจียงอวี่ซีจะถามเรื่องของราชาเงือก เอสเซนเลยอารมณ์ดี เล่าเรื่องของเปเรสให้ฟังอีกตั้งเยอะแยะ
ทำเอาพวกลูกสัตว์และเจียงอวี่ซีร้องอุทานด้วยความทึ่งไม่หยุด
เจียงอวี่ซี: "ว้าว ที่แท้พี่เปเรสก็มีพรสวรรค์สูงขนาดนี้เลยเหรอคะ?"
พวกลูกสัตว์เจี๊ยวจ๊าว: "ผมก็จะเอาคุณลุงเปเรสเป็นแบบอย่าง ต้องตั้งใจฝึกฝน!"
เจียงอวี่ซี: "ยังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่กลับต้องแบกรับภาระฟื้นฟูเผ่าสมุทรที่กำลังระส่ำระสายขึ้นมาด้วยตัวเอง? นี่มันพล็อตพระเอกนิยายชัด ๆ!"
ระส่ำระสาย?
อูฐผอมยังไงก็ตัวใหญ่กว่าม้า
เผ่าสมุทรไม่เคยตกต่ำขนาดนั้นหรอก
ต่อให้เป็นตอนที่ราชาเงือกองค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ก็แค่กองกำลังภายในเผ่าอ่อนแอลงนิดหน่อยเท่านั้นเอง
ไม่เห็นเหรอว่าตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสหพันธรัฐ จักรวรรดิ หรือกองกำลังอื่น ๆ ก็ไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนทำอะไรเลย?
ใครกล้าแหยมก็ตาย!
มนุษย์สัตว์ผู้ใหญ่ที่รู้ความจริงดี แทบจะมองบนให้กับความพูดโอเวอร์ของเอสเซน
เหยียนซืออวิ่นปรายตามองอะโดนิส: เป็นเพื่อนร่วมงานกัน นายไม่ออกไปขัดจังหวะหน่อยเหรอ?
อะโดนิส: ทำไมเธอไม่ไปเองล่ะ? ไม่เห็นเหรอว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่สองคนนั้นยังไม่ขยับเลย?
เฟรเดอริกไม่ได้ไม่มีปฏิกิริยา เขาแค่อยากจะขำ
แต่ก็กลั้นไว้
เขาไม่ใช่เพศผู้ไร้สมองซะหน่อย
เปเรสเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของภรรยาตัวเอง รอจนกว่าซีซีจะเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการ พอเจอกันเขาก็ต้องเรียกเปเรสว่าพี่เขยอยู่ดี
แล้วเขาจะไปขัดจังหวะเอสเซนทำไมล่ะ?
ถึงแม้ว่าราชาเงือกผู้กอบกู้วิกฤตและปราดเปรื่องในคำบอกเล่าของเอสเซน จะแตกต่างจากภาพจำในวัยเด็กของเปเรส ที่มักจะโดนพวกอ๋องเงือกแกล้งจนร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลก็ตามทีเถอะ
แต่เพศผู้ที่ฉลาด จะไม่แฉเรื่องพวกนี้หรอก
อย่างมากก็แค่กลั้นขำจนเหนื่อยหน่อยก็เท่านั้น
ส่วนฮิลเชอร์ เป็นแค่ลูกสัตว์รุ่นราวคราวเดียวกับราชาเงือก ตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้คลุกคลีกัน เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร
ถึงแม้บางครั้งเขาจะรู้สึกว่าคำพูดของหมอเอสเซนจะดูเกินจริงไปบ้างก็เถอะ
...
วันนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คลาสเรียนที่เตรียมไว้ก็เลยต้องยกเลิกไปโดยปริยาย
ลางสังหรณ์ของเจียงอวี่ซีบอกเธอว่า แมลงตัวน้อยที่ถูกดึงออกมาจากจู๋เซี่ย น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว และอาจจะไม่เหมือนกับแมลงในตัวของมนุษย์สัตว์คนอื่น ๆ
เธอก็เลยเอามันไปใส่ไว้ในกล่องหยกใสที่สลักลวดลายประหลาด คอยเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี
ถ้าจะพูดให้ดูแย่หน่อย การกระทำแบบนี้คงเรียกว่าการกักขังสินะ?
ส่วนจู๋เซี่ย เพื่อความรอบคอบ เจียงอวี่ซีคิดว่าควรจะตรวจร่างกายเขาต่อไป
ดังนั้น คุณครูและลูกสัตว์ทุกคนในห้อง จึงใช้ความรู้ที่ตัวเองมี ผลัดกันตรวจร่างกายให้จู๋เซี่ยคนละรอบ
จนได้ข้อสรุปออกมา
เจียงอวี่ซี: ร่างกายแข็งแรงดีเยี่ยม! ไม่มีร่องรอยของการถูกปรสิตเกาะกินพลังงานและเลือดเนื้อเลยแม้แต่น้อย
เฟรเดอริก: "พลังงานเต็มเปี่ยม..."
เหยียนซืออวิ่น: "พัฒนาการดีเยี่ยม..."
อะโดนิส: "เมื่อเทียบกับลูกสัตว์เผ่าหมีในวัยเดียวกัน สภาพร่างกายถือว่าดีกว่ามาก..."
ฮิลเชอร์: "พลังจิตตื่นตัวดี สุขภาพจิต... ก็ดีเยี่ยม"
ดอริส: "เส้นลมปราณในร่างกายไหลเวียนปกติ แต่ว่าจู๋เซี่ยช่วงนี้แอบอู้หรือเปล่า? ระดับการบำเพ็ญเพียรไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยจากตอนที่ตรวจครั้งล่าสุด"
ฟิล: "ใช้ตามองตั้งหลายรอบแล้วฮะ ก็ไม่เห็นมีตรงไหนไม่ดีเลย!"
...
เครื่องสแกนอิเล็กทรอนิกส์ของครูอีอีประมวลผลเสร็จแล้ว ก็รายงานผลการตรวจอย่างละเอียด: "ต่อไปนี้คือผลการสแกน ส่วนสูง... เมื่อเทียบกับลูกสัตว์เผ่าหมีในวัยเดียวกันตามมาตรฐานทางการ น้ำหนักเกินเกณฑ์ไป 10 กิโลกรัม แนะนำให้ลดน้ำหนักค่ะ"
(จบบท)