เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350 แข็งนักมักหักง่าย อ่อนโยนสยบแข็งกร้าว

บทที่ 350 แข็งนักมักหักง่าย อ่อนโยนสยบแข็งกร้าว

บทที่ 350 แข็งนักมักหักง่าย อ่อนโยนสยบแข็งกร้าว


"แข็งนักมักหักง่าย อ่อนโยนสยบแข็งกร้าว?"

"ความดีสูงสุดเปรียบดั่งสายน้ำ?"

"ในใต้หล้าไม่มีสิ่งใดอ่อนโยนและโอนอ่อนไปกว่าน้ำ แต่หากจะเอาชนะความแข็งแกร่ง กลับไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมได้?"

"น้ำนั้นอ่อนโยนที่สุด แต่ก็แข็งแกร่งที่สุดเช่นกัน... ความอ่อนโยนที่สุดในใต้หล้า สามารถสยบความแข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าได้?"

ในหัวของสือยวนกำลังเกิดพายุความคิดอย่างหนัก

อ่อนโยนที่สุดจนกลายเป็นแข็งแกร่งที่สุด...

แข็งแกร่งที่สุดจนกลายเป็นอ่อนโยนที่สุด...

พลังก็สมควรจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน!

สือยวนค่อย ๆ หลับตาลง จมดิ่งสู่ห้วงความคิดอย่างลึกซึ้ง

ถ้าเจียงอวี่ซีอยู่ในเหตุการณ์ล่ะก็ คงต้องถอนหายใจชื่นชมพรสวรรค์อันล้ำเลิศของเสือขาวน้อยเจียงโย่วอันอีกเป็นแน่

ถึงแม้มนุษย์สัตว์ในที่นั้น จะไม่รู้ว่าสือยวนกำลังเกิดพายุความคิดอะไรอยู่ในหัว แต่มนุษย์สัตว์ระดับสูง มักจะมีสิ่งที่เรียกว่าสัมผัสที่หกเสมอ

พวกเขาสัมผัสได้ลาง ๆ ว่าสภาวะขององค์รัชทายาทในตอนนี้สำคัญมาก จึงพากันเงียบกริบอย่างรู้ใจ ไม่เข้าไปรบกวนสือยวนในเวลานี้

หนึ่งก้านธูปผ่านไป สือยวนก็ลืมตาขึ้น

เขาแบมือออก พลังงานสีเงินกลุ่มหนึ่งหมุนวนอยู่บนฝ่ามือ

ดูอ่อนแอ ไร้พิษสง แถมยังเปล่งแสงเรืองรองอบอุ่นอีกต่างหาก?

ถ้าไม่ใช่เพราะการเคลื่อนไหวของสือยวน มนุษย์สัตว์ในที่นั้นคงไม่มีทางสังเกตเห็นกลุ่มพลังงานที่ปราศจากความผันผวนใด ๆ กลุ่มนี้เลย

มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว กับพลังอันแข็งกร้าวที่สือยวนเคยรวบรวมออกมาเมื่อก่อน

โอดิสเซียส: "ฝ่าบาท นี่คือ..." หรือว่าองค์รัชทายาทเจียงโย่วอันจะฝึกวิชามั่วซั่ว จนทำให้พลังเดิมของฝ่าบาทสือยวนปั่นป่วนไปหมดแล้ว?

หลิ่นคิดไปไกลกว่านั้น เขาคิดไปถึงขั้นที่ว่า ถ้าเกิดในสนามรบกับเผ่าเซิร์กไม่มีองค์รัชทายาทสือยวน จะทำเรื่องขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิยังไงดี บางทีอาจจะต้องให้องค์จักรพรรดิ เสด็จนำทัพมาด้วยองค์เองแล้วมั้ง

ในจักรวรรดิตอนนี้ มนุษย์สัตว์ที่พอจะมีความหวังในการต่อต้านการควบคุมพลังจิตของราชินีเผ่าเซิร์ก ซึ่งไม่รู้ว่าจะโผล่มาที่สนามรบไหน ก็มีแค่องค์จักรพรรดิกับองค์รัชทายาทเท่านั้น

สือยวนเพียงแค่พลิกความคิด กลุ่มพลังงานบนฝ่ามือก็แผ่รังสีอันตรายถึงขีดสุดออกมาทันที

ทหารที่เพิ่งเข้ามารายงานกับโอดิสเซียส ถูกแรงกดดันจนหลังงองุ้ม ยืดหลังไม่ขึ้นแล้ว

มีเพียงหลิ่นที่อาศัยพรสวรรค์ระดับ S ของตัวเองและประสบการณ์ที่หล่อหลอมมาจากสนามรบ ถึงพอจะฝืนประคองท่าทางเดิมไว้ได้

สือยวนกำมือ พลิกฝ่ามือเก็บกลุ่มพลังงานนั้นกลับไป

หลิ่น: "ฝ่าบาท พลังของพระองค์?"

โอดิสเซียส: "แข็งแกร่งขึ้นนี่ครับ ทำได้ยังไงเนี่ย?"

สือยวน: "ก่อนหน้านี้เผ่าเสือขาวมุ่งเน้นแต่จะไขว่คว้าพลังที่แข็งกร้าวเพียงอย่างเดียว แต่แข็งนักมักหักง่าย ตึงนักมักขาด"

โอดิสเซียส: "นั่นเป็นข้อเสียในการบำเพ็ญเพียรของเผ่าเสือขาวจริง ๆ นั่นแหละครับ แต่ถ้าไม่มุ่งเน้นไปที่ความแข็งกร้าวถึงขีดสุด ก็จะสูญเสียจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของเผ่าเสือขาวไปนะครับ" นี่คือข้อสรุปที่บรรพบุรุษราชวงศ์เผ่าเสือขาวได้จากการลองผิดลองถูกมาตลอดหลายพันปี

สือยวน: "ใช่ แต่แข็งนักมักหักง่าย ส่วนความอ่อนโยนกลับทำให้ไร้พ่าย พลังสามารถเป็นได้ทั้งแข็งแกร่งที่สุดและอ่อนโยนที่สุด"

ระหว่างที่พูด สือยวนก็รวบรวมกลุ่มพลังงานขึ้นมาบนฝ่ามืออีกครั้ง แล้วโยนใส่โอดิสเซียส

ทำเอาท่านหมอทหารผู้เคร่งขรึมตกใจจนร้องลั่น: "ฝ่าบาท กระหม่อมรับใช้จักรวรรดิมาตลอดสามร้อยกว่าปีอย่างสุดความสามารถ ทำไมพระองค์ถึงต้องลงไม้ลงมือกับกระหม่อมด้วยล่ะพ่ะย่ะค่ะ?"

ในฐานะแพทย์ทหารประจำตัวขององค์รัชทายาทสือยวน ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงพลังทำลายล้างจากพลังของสือยวนดีไปกว่าโอดิสเซียสอีกแล้ว

แต่จนกระทั่งกลุ่มพลังงานนั้นกระทบตัว เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ เลย

กลับรู้สึกเหมือนถูกก้อนสำลีปาใส่... งั้นเหรอ?

โอดิสเซียสลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย กลุ่มพลังงานสีเงินลอยอยู่ตรงหน้าเขา

"ฝ่าบาท นี่..."

กลุ่มพลังงานสีเงิน "กระโดด" ดึ๋ง ๆ ไปบนหน้าเขา...

โอดิสเซียสหัวเราะร่วน: "ไม่เจ็บ ไม่เจ็บจริง ๆ ด้วย!"

หลิ่นถามด้วยความประหลาดใจ: "ฝ่าบาท พลังของพระองค์ทำไมถึง..."

พลังของราชวงศ์จักรวรรดิเผ่าเสือขาว มีพลังทำลายล้างสูงมาก ทำร้ายทั้งศัตรูและตัวเอง ไม่เคยมีความอ่อนโยนแบบนี้มาก่อนเลย

สือยวน: "เป็นการบ้านของเจียงโย่วอันน่ะ ถ้าฉันเดาไม่ผิด วิชาที่เรียกว่าภาษากลางแห่งยุคดวงดาว ก็คือวิถีการบำเพ็ญเพียรของโรงเรียนอนุบาลนั่นเอง"

นี่เป็นครั้งแรกที่สือยวนเรียกชื่อ "เจียงโย่วอัน" เมื่อก่อนเวลาสือยวนจะเรียก "เจียงโย่วอัน" เขามักจะใช้คำว่า "เขา" แทนเสมอ

เขาไม่เชื่อหรอกว่ามนุษย์สัตว์ที่สูญเสียความทรงจำคนนั้น คือตัวเขาในวัยหกเจ็ดแปดขวบ

เพราะถึงแม้จะเป็นตอนก่อนสามขวบ ที่ร่างสัตว์ของเขายังเป็นแค่ลูกสัตว์ตัวน้อย เขาก็ไม่มีทางทำเรื่องน่าขายหน้าแบบนั้นเด็ดขาด!

ไม่มีทางใช้ประโยชน์จากรูปร่างเล็ก ๆ ของตัวเอง แล้วยังเจ้าเล่ห์แอบย้อมขนเป็นสีดำ เพื่อไปหลอกลวงมนุษย์สัตว์เพศเมียที่ตกอับ หลอกกินหลอกดื่มแถมยังแกล้งทำตัวอ่อนแออีกต่างหาก

แกล้งทำตัวอ่อนแอก็ช่างเถอะ ดันมีสองหน้าอีก

เวลาอยู่ต่อหน้าสัตว์ร้าย ก็ฆ่าล้างผลาญเรียบ แน่นอนว่านี่คือเรื่องปกติ

แต่พออยู่ต่อหน้าเพศเมียตัวน้อย กลับแกล้งทำตัวอ่อนแอไร้ทางสู้ ขนาดโต๊ะสูงแค่ 75 เซนติเมตรยังกระโดดขึ้นไปไม่ได้ แถมยังเบิกตากว้าง เอียงคอ ใช้สายตาชวนคลื่นไส้แบบนั้น เพื่อเรียกร้องความสงสารจากเพศเมียตัวน้อยอีก...

นอกจากนี้ ยังส่งเสียงร้อง "หงิง ๆ" แบบที่ลูกสัตว์แรกเกิดเท่านั้นที่จะร้องออกมาได้ ขนาดเสียงคำราม "โฮก" "แฮ่" ที่ควรจะดุดันน่าเกรงขาม ก็ยังร้องออกมาซะดูอ่อนแอไร้ทางสู้สุด ๆ

สือยวนทนดูได้แค่สิบนาที ก็ทนดูต่อไม่ไหวแล้ว

แม้แต่คำพูดที่หลิ่นถ่ายทอดมาเกี่ยวกับ "คำกำชับนักกำชับหนาของท่านเจียงอวี่ซี" เขาก็ยังฟังไม่จบเลย

เพราะมันเป็นอะไรที่ฟังแล้วชวนให้มนุษย์สัตว์ต้องสงสัยในสัจธรรมของชีวิตจริง ๆ

เขา องค์รัชทายาทเพียงพระองค์เดียวของจักรวรรดิ องค์รัชทายาทผู้สง่างาม จะเป็นมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่ "กลัวความมืด กลัวเจ็บ ติดคน ขี้อ้อน แล้วยังเรื่องมากเรื่องกิน..." แบบที่หลิ่นพูดได้ยังไงกัน!

ต่อให้จะเป็นตัวเขา ตอนที่สติปัญญาแค่สามสี่ขวบก็เถอะ

(ตอนที่เจียงโย่วอันไปถึงโรงเรียนอนุบาลใหม่ ๆ สติปัญญาอยู่ที่สามสี่ห้าขวบ ต่อมาผ่านการบำเพ็ญเพียรและเลื่อนระดับอย่างต่อเนื่อง ถึงได้กลายมาเป็นเจ็ดแปดเก้าขวบอย่างในตอนนี้)

ดังนั้น เขาถึงไม่เคยคิดเลยว่าเจียงโย่วอันกับเขาคือมนุษย์สัตว์ตัวเดียวกัน

โอดิสเซียสเอาแต่บีบ ๆ นวด ๆ กลุ่มพลังงานสีเงินบนฝ่ามือไปมา ดูเหมือนจะสนุกกับมันมาก

หลิ่น: "ใช่ครับ นี่แหละคือเรื่องที่กระหม่อมอยากจะรายงานพระองค์ องค์รัชทายาทเจียงโย่วอันมีวิถีการบำเพ็ญเพียรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในโรงเรียนอนุบาลครับ ได้ยินว่าเป็นท่านเจียงอวี่ซีที่สอนให้

ตอนที่พาร่างขององค์รัชทายาทเจียงโย่วอันที่กำลังหลับใหลกลับมาจากดาวไห่หลาน ท่านเจียงอวี่ซีก็เคยบอกกับกระหม่อมเหมือนกันว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ฝ่าบาทได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกระทบถึงรากฐาน ถึงแม้จะรักษาหายแล้ว แต่ต่อไปห้ามบำเพ็ญเพียรวิชาที่แข็งกร้าวแบบนั้นอีกเด็ดขาด ต้องบำเพ็ญเพียรตามวิชาที่องค์รัชทายาทเจียงโย่วอันเรียนมาต่อไป..."

หลิ่น: "แต่ตอนหลังพระองค์รับสั่งว่าไม่อยากฟังเรื่องขององค์รัชทายาทเจียงโย่วอัน กระหม่อมก็เลยไม่ได้เล่าเรื่องนี้ต่อครับ

เพราะท่านเจียงอวี่ซีบอกไว้ว่า ถึงแม้พระองค์จะตื่นขึ้นมาแล้ว พระองค์ก็ไม่สามารถและไม่มีทางเปลี่ยนวิชาบำเพ็ญเพียรได้

ยกเว้นเสียแต่ว่า พระองค์จะหาวิชาบำเพ็ญเพียรที่ระดับสูงกว่าวิชาที่องค์รัชทายาทเจียงโย่วอันกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ได้ ถึงจะมีโอกาสเริ่มบำเพ็ญเพียรใหม่ได้ครับ"

สือยวนเงียบไป มิน่าล่ะ พอตื่นขึ้นมาถึงได้รู้สึกว่าวิถีการโคจรของพลังเปลี่ยนไป แถมความเร็วในการโคจรก็เร็วขึ้นด้วย

ตอนแรกเขานึกว่าเป็นเพราะการเลื่อนระดับซะอีก

ในเผ่าเสือขาว เขาคือมนุษย์สัตว์เพศผู้คนแรกที่เลื่อนขึ้นสู่ระดับ 3S ได้ ไม่มีประสบการณ์จากใครให้ศึกษาเป็นแนวทางเลย

เขาต้องเดินบนเส้นทางที่ไม่มีใครเคยเดินมาก่อน เป็นเส้นทางที่หากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียวก็อาจจะพังทลายลงทั้งหมดได้

เขาคือสือยวน คือเสาหลักแห่งอนาคตของจักรวรรดิ หรือแม้แต่ของเผ่าเสือขาว เขาไม่สมควรพ่ายแพ้ และไม่สามารถพ่ายแพ้ได้

แต่ตอนนี้เขาพบว่า ในช่วงเวลาที่เขายากลำบากที่สุด ดูเหมือนจะมีร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง คอยปูทางข้างหน้าไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว

สือยวนพลิกดูการบ้านบนโต๊ะอย่างละเอียด

ตัวอักษรที่อัดแน่นเหล่านั้น เขาเหมือนจะมองเห็นร่างของเพศเมียตัวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่บนโพเดียม กำลังสอนหนังสือด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...

สือยวน: "เจียงอวี่ซี?" ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้ ในใจของเขามักจะมีความรู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นเสมอ

หลิ่น: "ใช่ครับ ท่านเจียงอวี่ซีมาจากดาวเคราะห์หงเย่ที่ห่างไกลความเจริญ..."

นี่เป็นครั้งแรกที่สือยวนสงบจิตสงบใจ นั่งฟังหลิ่นเล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับ "เจียงโย่วอัน"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 350 แข็งนักมักหักง่าย อ่อนโยนสยบแข็งกร้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว