- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 317 ง้อสักหน่อย
บทที่ 317 ง้อสักหน่อย
บทที่ 317 ง้อสักหน่อย
รังสีอำมหิตและความมืดมนแผ่ซ่านออกจากร่างของเฟรเดอริก ราวกับว่ามันจะก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมาพร้อมกับพลังจิตของเขาเลยทีเดียว
อุตส่าห์เตรียมตัวมาอย่างดี แต่ไอ้พวกโง่เง่าพวกนี้ กลับฟันไม่เข้าแม้กระทั่งพลังป้องกันผิวหนังขั้นพื้นฐานที่สุดของเขา
ตอนที่เห็นใบดาบฟันลงมา ในใจเขาลิงโลดแค่ไหน แต่พอเห็นใบดาบหักเป็นสองท่อน ในใจก็ยิ่งโมโหเท่านั้น
ให้ตายเถอะ
ฝีมือกากไม่พอ ยังขี้เหนียวไม่ยอมซื้ออาวุธดี ๆ อีก
แค่นี้ยังมีหน้ามารับจ้างฆ่าคนอีกเหรอ?
พวกมันเข้าใจคำว่าลอบสังหารไหมเนี่ย?
ด้วยความโมโหปนอับอาย รองครูใหญ่อาเย่จึงตวัดหลังมือตบหัวหน้าโจรที่แม้แต่การลอบสังหารยังไม่เข้าใจ จนกระเด็นลอยละลิ่วออกไป
ลงน้ำหนักมือแรงไปนิดนึง
กระดูกในตัวอีกฝ่ายหักไปซะครึ่งนึงเลย
ก็แหม รองครูใหญ่อาเย่เขากำลังหงุดหงิดอยู่นี่นา
พวกโจรถูกสยบจนหมดแล้ว ตามหลักแล้วก็ควรจะเป็นหน้าที่ของคุณครูเวรที่ต้องออกมาจัดการเคลียร์พื้นที่
แต่เพราะตอนนี้เฟรเดอริกมีสภาพเหมือนผีเห็นยังต้องร้องขอชีวิต เลยไม่มีคุณครูเวรคนไหนกล้าขยับตัวเลยสักคน
ส่วนคนที่มีความกล้าพอที่จะขยับตัวได้ กลับยังไม่ทันตั้งสติ
เจียงอวี่ซี: อิจฉาพลังป้องกันทางร่างกายของรองครูใหญ่อาเย่จังเลยแฮะ—
จนกระทั่งโจรกลุ่มที่สองมาถึง
แต่ดูเหมือนว่า โจรกลุ่มที่สองก็จะถูกสภาพของเฟรเดอริกทำให้ตกใจกลัวเหมือนกัน
บนพื้นมี "รุ่นพี่" นอนเกลื่อนอยู่เพียบ
พวกมันจึงเข้าใจผิดว่าเฟรเดอริกเป็นคนจัดการทั้งหมด
หัวหน้าโจรกลุ่มใหม่ทำท่าทีระแวดระวัง: "นั่นมันทีมทหารรับจ้างที่อันดับตามหลังพวกเรานี่นา?" ถึงทีมทหารรับจ้างทีมนี้จะอันดับต่ำกว่าพวกมัน แต่ฝีมือก็สูสีกัน ถ้าอาวุธพวกมันล้ำสมัยกว่านี้ อันดับก็ไม่แน่หรอกว่าใครจะอยู่ก่อนใคร
โจรคนที่ 1 (กลุ่มใหม่): "ลูกพี่ ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะมีฝีมือนะ ลูกพี่ทีมนั้นดันโดนมนุษย์สัตว์เพศผู้คนนี้จัดการซะอยู่หมัดเลย?"
เฟรเดอริกผู้ "จัดการซะอยู่หมัด" ยิ่งแผ่รังสีความแค้นออกมาหนักกว่าเดิม: ...
โจรคนที่ 2 (กลุ่มใหม่): "ลูกพี่ ฉันลุยเอง พวกนายคอยดูนะว่ามีพวกมันซุ่มอยู่อีกไหม!" โจรคนที่ 2 (กลุ่มใหม่) ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ว่าทีมทหารรับจ้างกลุ่มใหญ่ขนาดนั้น จะถูกมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่ดูไม่ค่อยมีน้ำยาตรงหน้าจัดการได้ ต้องมีพวกซุ่มอยู่แน่ ๆ แค่ซ่อนตัวไว้เพื่อลดความระวังตัวของพวกมันล่ะสิ
พูดจบ มันก็สวมอาวุธไว้ที่มือ แล้วพุ่งเข้ามาทันที
อาวุธของมันคือกรงเล็บแหลมคมที่ทำจากโลหะพิเศษ ปลายกรงเล็บสะท้อนแสงเย็นเยียบ
อย่าว่าแต่โดนข่วนเลย แค่เฉี่ยว ๆ ก็เนื้อหลุดเป็นก้อนแล้ว
เจียงอวี่ซีได้สติกลับมาทันเวลาพอดี: "รองครูใหญ่อาเย่ ศัตรูบุก!"
พูดเร็วทำเร็ว สิ้นเสียงเธอ โจรคนที่ 2 (กลุ่มใหม่) ก็มาถึงตัวเฟรเดอริกแล้ว
เฟรเดอริกที่กำลังจมอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ หันขวับมาตามเสียงเรียกของเจียงอวี่ซีด้วยความงุนงง: "?"
กรงเล็บแหลมคมที่ฟาดลงมาข้างกายเขา ถูกเขาจับไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วสะบัดมือเบา ๆ
โจรคนนั้นก็ปลิวละลิ่วออกไปทันที
เฟรเดอริก: "มีอะไรเหรอครับ?"
ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวเลยว่า เมื่อกี้ตัวเองเผลอทำอะไรลงไป
เจียงอวี่ซีมุมปากกระตุก: "เปล่าค่ะ รองครูใหญ่อาเย่กลับมาเถอะ คืนนี้เราไม่ทดสอบประสิทธิภาพของค่ายกลแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณครูเวรแล้วกันค่ะ"
เธอมีลางสังหรณ์ว่า ขืนไม่รีบออกไปโอ๋รองครูใหญ่อาเย่ตอนนี้ล่ะก็ เดี๋ยวเขาต้องคลุ้มคลั่งอาละวาดแน่ ๆ
และความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคิดถูก เฟรเดอริกกำลังวางแผนในใจเงียบ ๆ ว่าจะจับกระดูกของพวกสวะพวกนี้มาบดให้ละเอียดทีละชิ้น ๆ
บดให้แหลกละเอียดในความหมายทางกายภาพเลยล่ะ
คุณครูเวรต่างก็พากันเผยตัวออกมา
พวกเขารู้ดีว่า ถึงเวลาของพวกเขาแล้ว
เจียงอวี่ซี ลองดึงแขนเสื้อของเฟรเดอริก รูดแขนเสื้อเขาลง แล้วดึงแรง ๆ อีกที
เฟรเดอริก ยอมเดินตามเจียงอวี่ซีกลับมานั่งที่เดิมอย่างว่าง่าย
เธอดันเมล็ดแตงโม ปีกไก่รสเกลือ และเนื้อแผ่นที่ยังกินไม่หมดไปตรงหน้าเขา
เจียงอวี่ซี: "รองครูใหญ่อาเย่ กินหน่อยไหมคะ?"
ความโกรธปนอับอายในใจของเฟรเดอริก ราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปในพริบตา
เขาหยิบเนื้อแผ่นขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วยัดเข้าปาก
เนื้อแผ่นที่ครูใหญ่ซีซีให้มานี่อร่อยจังเลย ทั้งหอมทั้งหวาน
เขาลืมไปเสียสนิทว่า ขนมจุบจิบพวกนี้เขาเป็นคนหยิบออกมาจากกำไลมิติของตัวเอง และเป็นคนทำเองกับมือทั้งนั้น
เจียงอวี่ซีมองคนที่ถูกง้อจนอารมณ์ดีอย่างรวดเร็ว: "ปีกไก่รสเกลือนี่อร่อยสุด ๆ ไปเลยนะคะ ลองชิมดูไหม?"
เฟรเดอริกที่ถูกโอ๋จนหัวใจพองโต: "อืม~"
เขายังไม่ทันกลืนเนื้อแผ่นในมือลงไป ก็ใช้มืออีกข้างหยิบปีกไก่ขึ้นมา
มนุษย์สัตว์เพศผู้ตรงหน้า มือซ้ายถือเนื้อแผ่น มือขวาถือปีกไก่รสเกลือ
จ้องมองเธอด้วยแววตาฉ่ำน้ำ อ่อนโยนละมุนละไม เธอบอกว่าอะไรอร่อย เขาก็ก้มลงไปกินตามคำบอกทันที
น่ารักเกินไปแล้ว!
รองครูใหญ่อาเย่ออกจะดูเท่และดุดันขนาดนั้น ทำไมบางครั้งถึงได้น่ารักและว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ได้นะ?
ดูรังแกง่ายกว่าดอริสซะอีก
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
เวลาดอริสถูกเพื่อนลูกสัตว์ตัวอื่น "รังแก" ก็ทำได้แค่มองคนที่รังแกด้วยสายตาละห้อยเท่านั้น
แต่รองครูใหญ่อาเย่ไม่เหมือนกัน
เวลารองครูใหญ่อาเย่ถูกเธอแกล้ง นอกจากจะมองเธออย่างว่าง่ายแล้ว ยังจะยื่นคอมาให้เธอแกล้งต่อ แกล้งให้หนัก ๆ เลยอีกต่างหาก
เวลาที่อยู่กับรองครูใหญ่อาเย่ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าตัวเองมีนิสัยเสียอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ คือชอบแกล้งเขา อยากเห็นเวลาเขาถูกเธอปรักปรำจนพูดไม่ออก ร้อนรนจนเหงื่อแตกแต่ทำอะไรไม่ได้ แล้วก็อยากเห็นเวลาเขาถูกเธอแกล้งแล้วเอาแต่มองเธอด้วยรอยยิ้มโง่ ๆ แล้วก็ยิ่งชอบเวลาที่เขาทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อวางแผนให้เธอ
แต่ก็นะ การจะแกล้งรองครูใหญ่อาเย่ ก็ต้องยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนเหมือนกัน
ขืนแกล้งหนักเกินไป แล้วผลลัพธ์มันตีกลับล่ะ จะทำยังไง?
ในขณะที่เจียงอวี่ซีกำลังแกล้งง้อรองครูใหญ่อาเย่อย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง คุณครูเวรก็จับตัวศัตรูไว้ได้หมดแล้ว รวมถึงสองคนที่โดนตบปลิวไปก่อนหน้านี้ด้วย แล้วก็จับมาเข้าแถวเรียงกันตามลำดับก่อนหลังของโจรทั้งสองกลุ่ม
นอกจากนี้ ครูเฮ่อยังยึดอาวุธของพวกมันมากองรวมกันไว้อีกด้วย
ครูหลินเดินเข้ามารายงาน: "ครูใหญ่ซีซี รองครูใหญ่อาเย่ จับศัตรูได้หมดแล้วครับ พวกมันสารภาพแล้ว กลุ่มแรกรับงานมาจากบอร์ดล่าค่าหัวในตลาดมืด ส่วนกลุ่มที่สองเป็นคนที่คุณหนูใหญ่ตระกูลอักซูจ้างมา จุดประสงค์ของทั้งสองกลุ่มเหมือนกัน คือต้องการจะฆ่าครูใหญ่ซีซีครับ"
ครูเฮ่อก็เดินเข้ามาสมทบ: "ได้ยินมาว่าค่าหัวของครูใหญ่ซีซีในตลาดมืดพุ่งสูงถึงสามสิบกว่าล้านเหรียญดาวแล้วนะครับ มีทหารรับจ้างและมือปืนอิสระหลายคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยครับ"
สามสิบกว่าล้าน?!
เฟรเดอริกโกรธควันออกหู: เงินแค่นี้เนี่ยนะ? มีหน้าเอามาตั้งค่าหัวได้ไง? ดูถูกกันเกินไปแล้วมั้ง? เงินที่ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวในบัญชีของเขาด้วยซ้ำ ดันเอามาตั้งค่าหัวได้เนี่ยนะ? หึ ตลาดมืดคงถึงเวลาต้องกวาดล้างซะบ้างแล้ว
เจียงอวี่ซีก็โกรธควันออกหูเหมือนกัน: เงินตั้งเยอะขนาดนี้? เยอะกว่าเงินเก็บในบัญชีเครือข่ายดวงดาวของฉันอีก?! คุณหนูตระกูลอักซู... คริสตินอะไรนั่น จะเห็นฉันสำคัญเกินไปแล้ว! มีเงินตั้งสามสิบกว่าล้านนี่ เอามาให้ฉันเลยไม่ได้หรือไง? ไม่แน่เห็นแก่เงินสามสิบกว่าล้านเหรียญดาวนี่ วันหลังตอนไปเอาคืนตระกูลของหล่อน ฉันอาจจะยอมออมมือให้สักหน่อยก็ได้!
(จบบท)