- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 302 รางวัลดอกไม้แดง
บทที่ 302 รางวัลดอกไม้แดง
บทที่ 302 รางวัลดอกไม้แดง
แม่ของเซเลียไม่เข้าใจ
เหมือนจะทำได้แล้วเหรอ?
สรุปแล้วลูกสัตว์บ้านตัวเองเรียนรู้เรื่องหรือเปล่าเนี่ย?
เจียงอวี่ซียิ้ม เธอสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในพลังจิตของเซเลียได้
เซเลียเองก็คงจะสัมผัสได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดแบบนี้ออกมา
ส่วนสาเหตุที่มีเครื่องหมายคำถามต่อท้าย ก็เป็นเพราะความไม่มั่นใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจของลูกสัตว์เพศเมียที่กำลังแผลงฤทธิ์อยู่ล้วน ๆ
เจียงอวี่ซีเป็นผู้นำในการปรบมือ: "ถูกต้องแล้วค่ะ ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนเซเลียด้วยนะคะ ที่เรียนรู้วิชาภาษากลางยุคดวงดาวคาบแรกสำเร็จแล้ว! รับรางวัลเป็นดอกไม้แดงสองดอกค่ะ"
พอได้ยินแบบนั้น ลูกสัตว์ตัวอื่น ๆ ในห้องเรียนต่างก็เบิกตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยความหวัง
เจียงอวี่ซีก็ไม่ตระหนี่เช่นกัน: "วันนี้ผลการเรียนในชั้นเรียนของนักเรียนทุกคนยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ ขอมอบรางวัลเป็นดอกไม้แดงให้ทุกคนคนละสองดอกไปเลย!" นักเรียนทุกคนในคลาสต่างก็สัมผัสได้ถึงประตูแห่งการบำเพ็ญเพียรกันหมดแล้ว
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี มีเพียงเหยียนซืออวิ้นที่ทนดูไม่ได้จนต้องเบือนหน้าหนี
ในใจของเธอไม่สามารถสงบลงได้เลย: งี่เง่าเกินไปแล้ว พวกคนในตระกูลพวกนี้ โดยเฉพาะฉู่อี้! พวกลูกสัตว์กระโดดโลดเต้นดีใจก็ว่าไปอย่าง ก็ในเมื่อพวกเขาเป็นลูกสัตว์จริง ๆ นี่นา แต่พวกแกจะมากระโดดเหยง ๆ ทำไมฮะ? พวกแกเป็นมนุษย์สัตว์ที่โตเต็มวัยแล้วนะ จำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วยเหรอ?
สมาชิกตระกูลเออร์วินที่มีฉู่อี้เป็นหัวหน้าต่างคิดว่า: อ้อ ที่แท้พวกลูกสัตว์ก็ชอบกระโดดแบบนี้นี่เอง เรียนรู้แล้ว ๆ พวกเขาจะต้องเป็นคนที่เลียนแบบพวกลูกสัตว์ได้เหมือน และแนบเนียนที่สุดในบรรดาคนในตระกูลทั้งหมดแน่นอน!
ในจำนวนนั้น ฉู่อี้ยังได้เพิ่มความเข้าใจของตัวเองเข้าไปในการเลียนแบบด้วย
เห็นเพียงลูกสิงโตสีทองอร่ามตัวหนึ่ง กำลังวิ่งตึ้กตั้ก ๆ หมุนเป็นวงกลมไล่งับหางตัวเองอยู่กับที่
นี่คือท่าทางที่เขาเคยเห็นฟีลทำตอนอยู่ในร่างสัตว์
เป็นลูกสัตว์เหมือนกัน ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกน่า
อีกอย่าง ตอนนั้นที่ฟีลในร่างสัตว์ทำท่านี้มันดูน่ารักสุด ๆ ไปเลย
เหยียนซืออวิ้นบังเอิญเห็นท่าทางของฉู่อี้เข้าพอดี หางตาถึงกับกระตุกยิก ๆ
โชคดีนะที่ไม่มีมนุษย์สัตว์คนไหนรู้ ว่าไอ้พวก "ลูกสัตว์" ที่ดูงี่เง่าปัญญาอ่อนพวกนี้ คือระดับหัวกะทิ ของตระกูลเออร์วินของพวกเขา
ทว่าตอนที่เธอหันสายตากลับมา เธอก็บังเอิญเห็นสีหน้าของรองครูใหญ่อาเย่ที่ยืนอยู่ข้างเจียงอวี่ซีเข้าพอดี
บนใบหน้าของเขาเหมือนเขียนเอาไว้ชัดเจนเลยว่า: ที่แท้นี่ก็คือพวกอัจฉริยะของตระกูลเออร์วินงั้นเหรอ?
สายตาที่รังเกียจเดียดฉันท์นั่น มันชัดเจนเกินไปแล้ว
แย่แล้ว ลืมไปเลยว่ายังมีบิ๊กบอสคนนี้อยู่อีกคน
วินาทีนี้ เหยียนซืออวิ้นเข้าใจความรู้สึกอับอายขายหน้าของเจียงอวี่ซีเมื่อไม่นานมานี้อย่างลึกซึ้งเลยทีเดียว
อย่างที่คิด ความอับอายไม่ได้จางหายไปไหน มันแค่เปลี่ยนเป้าหมายไปเท่านั้น ถึงแม้วงโคจรมันจะยาวไปสักหน่อย แต่สุดท้ายมันก็เวียนมาบรรจบอยู่ดี
เจียงอวี่ซีมองดู "ลูกสัตว์" สิบกว่าตัวที่กระโดดโลดเต้นอย่างดีอกดีใจด้วยรอยยิ้ม
มีชีวิตชีวาดีจัง ลูกสัตว์ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ
เจียงอวี่ซี: "นักเรียนทุกคนต้องจำความรู้สึก ตอนที่ท่องบทเรียนเมื่อกี้เอาไว้นะคะ พยายามทำให้ตัวเองเข้าสู่สภาวะแบบนั้นให้ได้ทุกครั้งที่ท่องบทเรียน ขอแค่ทำอย่างสม่ำเสมอ การสอบปลายภาคของพวกเธอก็จะได้คะแนนที่ยอดเยี่ยมแน่นอนค่ะ!"
พวกลูกสัตว์ที่ไม่รู้ความจริงต่างตอบรับพร้อมเพรียงกัน: "รับซาบฮับ/ค่า ขอบคุงครูใหญ่ซีซีฮับ/ค่า~"
เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาตอนนี้ก็คือ การสอบปลายภาคให้ได้คะแนนยอดเยี่ยมนั่นเอง!
ส่วน "ลูกสัตว์" ที่รู้ความจริง: ก็คงมีแค่ท่านเจียงอวี่ซีนี่แหละ ที่สามารถเอาวิธีการบำเพ็ญเพียรพลังจิตมารวมกับวิชาภาษากลางยุคดวงดาวได้ จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี ว่าทั้งสองอย่างนี้มันเกี่ยวข้องกันยังไง
เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร = บทเรียนภาษากลาง, พลังจิตเพิ่มขึ้น = ผลการเรียนยอดเยี่ยม?
มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ฉู่อี้ถึงบอกว่า ถ้าอิงตามเกณฑ์การประเมินของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน มนุษย์สัตว์ของตระกูลเออร์วินของพวกเขาน่าจะมีแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่สอบผ่านวิชาภาษากลางยุคดวงดาว
ก่อนเริ่มเรียน ในใจพวกเขาต่างก็รู้สึกไม่พอใจ คิดว่าฉู่อี้พูดผิด พูดเว่อร์เกินไป
แต่หลังจากเรียนจบ พวกเขาก็ยังคงรู้สึกอย่างสุดซึ้งอยู่ดี ว่าฉู่อี้น่ะพูดผิด พูดเว่อร์เกินไปจริง ๆ
การประเมินที่โรคจิตขนาดนี้ ใครมันจะไปสอบผ่านฮะ?!
วิชาภาษากลางยุคดวงดาวแค่เทอมแรก ก็มีบทเรียนยาวเหยียดตั้งสามสิบบทแล้ว!
มิน่าล่ะทางตระกูลถึงได้ออกคำสั่งเด็ดขาด ว่าสมาชิกทุกคนต้องสอบออนไลน์ปลายภาคของโรงเรียนอนุบาลให้ผ่าน ไม่งั้นทรัพยากรที่ตระกูลจัดสรรให้ในปีหน้าจะลดลงเหลือแค่หนึ่งในสิบของปกติ
ก่อนจะมา มนุษย์สัตว์หลายคนยังรู้สึกไม่พอใจอยู่เลย
แต่ตอนนี้ หุบปากเงียบกริบกันหมดแล้ว
แทบอยากจะขับยานอวกาศพุ่งตรงมาที่โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน แล้วมานั่งเรียนออฟไลน์ซะเดี๋ยวนี้เลย!
น่าเสียดายที่ได้ยินมาว่า โควตาคลาสออนไลน์นี้ก็เป็นฉู่อี้กับหัวหน้าแพทย์เหยียนซืออวิ้น ที่พยายามอย่างเต็มที่กว่าจะแย่งมาได้
"ครูใหญ่ซีซี คุงวางใจด้ายเยย พวกเลาจะต้องบำ... ตั้งใจเรียนทุกวันแน่นอนฮับ! ม่ายกลัวเหนื่อย ม่ายกลัวลำบาก!" เกือบจะหลุดคำว่าบำเพ็ญเพียรออกมาแล้วเชียว
"ช่ายแย้ว พวกเลาชอบเรียนที่ฉุดเยย! วันไหนม่ายได้เรียน ในใจก้อม่ายเป็งสุข!" ได้โปรดถ่ายทอด "ความรู้" ให้พวกเรามากกว่านี้อีกเถอะ!
"เลิกเรียนเมื่อไหร่ เลาจะสลักคำว่าตั้งใจเรียนหนังสือ พัฒนาขึ้นทุกวัน ไว้บนหัวเตียงเยย! เพื่อเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าต้องขยันเรียน! จะได้ทำคะแนนให้ดีที่ฉุด!" มนุษย์สัตว์คนนี้รู้ว่าเจียงอวี่ซีชอบพูดประโยคนี้บ่อย ๆ ก็เลยปิ๊งไอเดียเอามาใช้แสดงจุดยืนซะเลย
ในชั่วพริบตาเดียว บรรดา "ลูกสัตว์" ของตระกูลเออร์วินก็พากันแย่งพูดเจื้อยแจ้ว
พูดจาฉะฉาน การเรียบเรียงคำพูดก็มีตรรกะชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือรักการเรียน
นี่คือสิ่งที่เจียงอวี่ซี คิดกับลูกสัตว์ของตระกูลเออร์วินกลุ่มนี้
สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ที่ตระกูลใหญ่ปลุกปั้นมา ช่างแตกต่างจริง ๆ
ทั้งความคิดและมุมมอง ล้วนมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่านักเรียนคนอื่น
เจียงอวี่ซีแอบชื่นชมในใจอีกครั้ง
แต่นักเรียนที่ใฝ่เรียนแบบนี้ เธอยินดีต้อนรับสุด ๆ อยู่แล้ว
"ลำดับต่อไป ขอเชิญรองครูใหญ่อาเย่มาช่วยอธิบายปัญหา ที่นักเรียนส่วนน้อยถามมาก่อนหน้านี้นะคะ ส่วนนักเรียนคนอื่น ๆ ถ้าฟังเข้าใจก็ลองฟังดู แต่ถ้าฟังไม่เข้าใจ ก็สามารถท่องบทเรียนเมื่อกี้ต่อไปได้เลยค่ะ" เจียงอวี่ซีก้าวถอยหลัง ปล่อยแท่นบรรยายให้รองครูใหญ่อาเย่
เฟรเดอริก: "เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าทำไมพลังปราณในร่างกายพอหมุนเวียนไปถึงจุด ๆ หนึ่งแล้วถึงได้หยุดชะงัก แถมยังมีความรู้สึกเจ็บปวดตามมา..."
และจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เจียงอวี่ซี ก็เพิ่งรู้ว่าในด้านการบำเพ็ญเพียร รองครูใหญ่อาเย่ มีมุมมองที่ลึกซึ้งและเฉียบคมกว่ามาก
พูดได้เต็มปากเลยว่า ในเรื่องนี้ เธอถึงกับต้องเรียกเขาว่า "คุณครู" เลยทีเดียว!
แต่รองครูใหญ่อาเย่ไม่ยอม แถมยังคัดค้านหัวชนฝาอีกด้วย
เฟรเดอริก: ผมอยากเป็นสามีของคุณ แต่คุณดันอยากมาเป็นลูกศิษย์ผมเนี่ยนะ?
คำถามแรกของเฟรเดอริก ถูกอธิบายด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมา และเข้าใจง่ายที่สุด ใครที่ควรจะฟังเข้าใจในที่นั้นต่างก็เข้าใจกันหมดแล้ว
เจียงอวี่ซีนำปรบมือ: ยอดเยี่ยมไปเลย วิธีแก้ปัญหาทั้งสองวิธีที่รองครูใหญ่อาเย่พูดตบท้ายนั้น เป็นวิธีที่เธอคิดไว้ไม่ผิดเพี้ยน เก่งกาจเกินไปแล้ว ราวกับเป็นวิธีที่คิดค้นมา เพื่อเผ่ามนุษย์สัตว์ยุคดวงดาวโดยเฉพาะเลยล่ะ
เซนส์ของเจียงอวี่ซีไม่ผิดเพี้ยนเลย มันคือวิธีที่คิดค้นมาให้โดยเฉพาะจริง ๆ
มุมมองเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เฟรเดอริกดึงมาจากความทรงจำสืบทอด บวกกับประสบการณ์และข้อคิด ที่ได้จากการบำเพ็ญเพียรของเขาเอง จนกลายมาเป็นวิธีแก้ปัญหาในท้ายที่สุด
เธอกำลังมองดูเฟรเดอริก ในแววตามีประกายแสงที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่เคยสังเกตเห็นซ่อนอยู่
คล้ายชื่นชม คล้ายยินดี คล้าย... หวั่นไหว
ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดกับรองครูใหญ่อาเย่ รองครูใหญ่อาเย่ก็ยิ่งนำพาความประหลาดใจมาให้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
ราวกับหนังสือที่มีเนื้อหาสาระลึกซึ้ง ยิ่งอ่านลึกลงไปก็ยิ่งถูกดึงดูดได้ง่าย
ชื่อหนังสือที่ปั๊มทอง สีสันของหมึกที่เข้มข้น การจัดวางที่หรูหราอลังการ เพียงแค่หน้าปกก็มีแรงดึงดูดมหาศาลแล้ว
พอเปิดหน้าหนังสือกระดาษสีเหลืองนวลที่ทำให้รู้สึกสบายตาสุด ๆ กลิ่นหมึกจาง ๆ ที่แทรกซึมอยู่ระหว่างบรรทัด ก็มอบความรู้สึกอันเงียบสงบ ผ่อนคลาย และมั่นคงให้กับผู้อ่าน
และสิ่งที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินยิ่งกว่าก็คือ เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้จืดชืดน่าเบื่อเลยสักนิด ตรงกันข้าม กลับมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ เต็มไปด้วยความโดดเด่นและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังงาน…
(จบบท)