- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน
บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน
บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน
[เนรคุณเหรอ? ไม่มีทาง ก็บอกแล้วไงว่านี่มันบทของตัวละครที่ทั้งหล่อ เก่ง และรันทด]
[ท่านผู้นั้นตรงตามคอนเซปต์หล่อเก่งรันทดเป๊ะเลย วัยเด็กก็ต้องลิ้มรสความขมขื่นบนโลกมาสารพัด กว่าจะเจอเจ้านายที่เห็นคุณค่า แต่สุดท้ายก็พบว่าอีกฝ่ายแค่หลอกใช้เขาเป็นเครื่องมือ เพื่อทำลายขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม ไม่สนเลยว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง พอหมดประโยชน์ก็คิดจะกำจัดทิ้ง เป็นพวกจอมวางแผนตัวยง แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตกำลังจะดับวูบลงแท้ ๆ]
ภายใต้สายตาชื่นชมของเจียงอวี่ซี น้ำเสียงของเฟรเดอริกก็เจือไปด้วยความปีติยินดีอย่างเห็นได้ชัด "ตอนที่เขาดำรงตำแหน่งนายพลแห่งสหพันธรัฐ เขาผ่านสมรภูมิรบทั้งเล็กและใหญ่มามากกว่าหมื่นครั้ง แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คงเป็นสงครามกวาดล้างสัตว์อวกาศ สงครามทำลายล้างเผ่าเซิร์ก และเหตุการณ์ 816 ของสหพันธรัฐ ถ้าพวกคุณสนใจก็ลองไปค้นหาข้อมูลดูได้ ในที่นี้จะไม่อธิบายอะไรมาก"
หนังสือเคยบอกไว้ว่า ต่อหน้าเพศเมียที่ถูกใจ อย่าเอาแต่โอ้อวดว่าตัวเองเก่งแค่ไหน เพราะมันจะดูหยิ่งยโส
วิธีที่ดีที่สุดคือการให้เธอได้รู้เรื่องนี้ 'อย่างไม่ได้ตั้งใจ' จากปากของคนอื่น...
เฟรเดอริก กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจว่า แล้ว 'คนอื่น' ที่ว่านี่ควรจะเป็นใครดีล่ะ? พวกลูกสัตว์พวกนี้เหรอ? 'ครูอีอี' คนนั้นเหรอ? หรือว่า...
[ขอเสริมหน่อยนะ: รองครูใหญ่อาเย่สรุปได้ดีมาก สมรภูมิทั้งสามนี้คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของเทพสงครามท่านนั้น
สงครามกวาดล้างสัตว์อวกาศ เป็นตอนที่เขากวาดล้างสัตว์อวกาศเสร็จ ก็ถือโอกาสสลัดหลุดจากการควบคุมของ 'จอมวางแผน' ที่เมนต์บนบอก ผลงานทางทหารที่ได้รับทำให้เขากลายเป็นนายพลหนึ่งดาวที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐ
สงครามทำลายล้างเผ่าเซิร์ก น่าจะเป็นครั้งที่เขาบาดเจ็บสาหัสที่สุดเลยมั้ง เกือบทำเอามนุษย์สัตว์ทั้งยุคดวงดาว คิดว่าเขาตายตกไปตามกันกับราชินีเผ่าเซิร์กซะแล้ว
แต่ก็เพราะสงครามครั้งนี้แหละ ที่ทำให้เขากลายเป็นนายพลห้าดาวคนที่สามในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจสหพันธรัฐอย่างแท้จริง ห่างจากตำแหน่งสูงสุดเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
ตอนนั้นเขาพูดประโยคเดียว ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าประธานาธิบดีสหพันธรัฐพูดสิบประโยคซะอีก อิทธิพลของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ไม่ว่าจะในสหพันธรัฐหรือทั่วทั้งยุคดวงดาว]
[จะไม่ให้บูชาได้ยังไงล่ะ? นี่เป็นชัยชนะครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์สัตว์ที่ต้องเผชิญหน้ากับราชินีเผ่าเซิร์กเลยนะ]
[ได้รับการยืนยันแล้วว่าราชินีเผ่าเซิร์ก ที่โตเต็มวัยมีพลังจิตเกินระดับ 3S ไปแล้ว ดังนั้นจนถึงตอนนี้ยุคดวงดาวก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเขารอดชีวิตและลงมือกวาดล้างภายใต้การควบคุมพลังจิตของราชินีเผ่าเซิร์กได้ยังไง]
[นี่ก็เป็นหนึ่งในปริศนา ที่ยังไขไม่ออกของสหพันธรัฐเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความคลั่งไคล้ ที่มนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวมีต่อเขาในตอนนั้นเลย อย่างคุณทวดของฉันเนี่ย~ ก็เป็นติ่งตัวยงของท่านเลยล่ะ]
[เหตุการณ์ 816 ของสหพันธรัฐอันสุดท้ายฉันรู้ เป็นตอนที่เขาค้นพบว่าระดับสูงของสหพันธรัฐสมรู้ร่วมคิดกับสมาพันธ์กบฏ มีส่วนร่วมในการทดลองดัดแปลงยีนมนุษย์สัตว์ ค้ามนุษย์... และอาชญากรรมที่เลวร้ายจนสุดจะพรรณนาอีกมากมาย เขาจึงตัดสินใจล้างบางสหพันธรัฐครั้งใหญ่ และหลังจากที่ประกาศใช้กฎระเบียบจำกัดอำนาจขุนนาง คุ้มครองมนุษย์สัตว์ชนชั้นล่าง และกฎระเบียบประชาธิปไตยอีกหลายข้อแล้ว เขาก็ประกาศแยกตัวออกจากสหพันธรัฐ]
[พงศาวดารจักรวรรดิของเราก็มีบันทึกไว้นะ ว่าเป็นเพราะการกวาดล้างสหพันธรัฐครั้งใหญ่ของเขานั่นแหละ ที่ทำให้องค์จักรพรรดิและจอมพลสืออี้ถิงของจักรวรรดิเราในตอนนั้น สบโอกาสทำลายล้างสมาพันธ์กบฏจนราบคาบ]
[มีข่าวลือวงในบอกว่า เรื่องที่เขาถูกขายและต้องไปตกระกำลำบากในเหมืองแร่เมื่อตอนนั้น มีฝีมือของพวกระดับสูงของสหพันธรัฐอยู่เบื้องหลังด้วย]
[ฉันยังเคยได้ยินมาอีกว่า สภาพครึ่งมนุษย์สัตว์ของเขาในวัยเด็ก ก็เกี่ยวข้องกับการทดลองทางพันธุกรรม ระหว่างระดับสูงของสหพันธรัฐกับสมาพันธ์กบฏในตอนนั้นด้วย นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ 816 ของสหพันธรัฐ]
[สหพันธรัฐตอนนั้นวุ่นวายและเน่าเฟะจริง ๆ ได้ยินมาว่าพวกขุนนางสามารถฆ่าฟันสามัญชนได้ตามใจชอบ แถมยังทำกับสามัญชนเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่นอีก]
[ประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ ใครฟังแล้วไม่ส่ายหน้าแล้วพูดคำว่า "รันทด" ก็บ้าแล้ว]
[ความจริงหลายคนก็ไม่เข้าใจความคิดของเขานะ รวมถึงฉันด้วย ทำไมหลังจากล้างบางเสร็จ ถึงได้ยอมทิ้งอำนาจและเกียรติยศทั้งหมดในสหพันธรัฐ แล้วเลือกที่จะแยกตัวออกมา สหพันธรัฐในตอนนั้นแทบจะอยู่ในกำมือเขาทั้งหมดเลยนะ! อำนาจของเขายังเบ็ดเสร็จยิ่งกว่าประธานาธิบดีคนไหน ๆ ซะอีก]
[ฉันว่าคงเป็นเพราะอยากจะไปจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดล่ะมั้ง ยังไงซะก็เป็นเพราะพวกระดับสูงของสหพันธรัฐนี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องพบกับความรันทดขนาดนั้น]
"เรื่องราวของท่านนายพลคนนี้สอนให้เรารู้อะไรบ้างคะ มีเด็ก ๆ คนไหนอยากจะลองบอกความคิดเห็นของตัวเองให้ฟังหน่อยไหม?" เจียงอวี่ซีส่งสัญญาณให้ทุกคนกระตือรือร้นในการแสดงความคิดเห็น
เฮยม่อ: "เวลาเจอทางตัน ต้องม่ายยอมแพ้ ต้องพยายามหาทางออกฮับ!"
ไลโอ: "เวลาพวกเลาออกปายข้างนอก จะเจอพวกลูกฉัตว์นิสัยม่ายดีกะฉัตว์ประหลาดตัวใหญ่เยอะแยะเยย ต้องม่ายกลัวฮับ"
เบอร์นี: "อย่าดูถูกลูกฉัตว์ตอนที่ยังจนอยู่? เอ๋ แต่เหมือนพวกเลาก้อจะจนอยู่หน่อยนึงจิง ๆ น้า~"
เบิร์ล: "ถ้าโดนคนอื่นรังแก ก้อต้องกล้าใช้หมัดของตัวเอ็ง ปกป้องตัวเอ็งฮับ!"
มู่อวิ๋นเคอ : "ใช่แย้วฮับ! กะพวกที่มาหาเรื่องแย้วก้อกดขี่พวกเลา ก้อม่ายต้องเกรงใจฮับ! เพราะพวกมานจะปีน... ปีน..." เขาเริ่มจะ "ปีน" ไม่ออกจนออกอาการหงุดหงิด
"ปีนเกลียวไงฮับ" หัวหน้าห้องเฮยม่อกระซิบแอบบอกอยู่ข้าง ๆ
มู่อวิ๋นเคอ : "ก้อนั่นแหละฮับ ม่ายให้พวกมานปีนเกลียว! ตั้บๆๆ~"
กาซิโอ: "บดขยี้พวกมันด้วยผลการเรียน อัดพวกมานให้หมอบด้วยฝีมือ แย้วค่อยรักษาพวกมันเพื่อเก็บค่ารักษาพยาบาลฮับ"
หลินซีเหอ: "อัดให้หนักกว่าเน้อีกหน่อยก้อได้ฮับ ราคาจะได้แพงขึ้นอีกนิด"
ดอริส: "อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นจนม่ายสบายใจฮับ พวกเลาเป็งลูกฉัตว์ที่เก่งที่ฉุดเยย!"
จู๋เซี่ย: "เลารู้ฮับ เอาของอร่อย ๆ มาล่อให้พวกมานยอมศิโรราบให้เลาฮับ!"
ฟีล: "ต้องมีความมั่นใจฮับ!"
ถังเล่อเซวียน: "ใครพูดจาม่ายดี ก้อดึงผมแย้วก้อกัดหูเยย!"
...
พวกลูกสัตว์ต่างพากันแสดงความคิดเห็นของตัวเองทีละคน
[โอ๊ยยย พวกลูกสัตว์แสงตะวันบ้านเราพูดได้ดีมากเลยลูก~]
[ใช่แล้ว ถึงแม้พวกลูกสัตว์ของเราจะมาจากดาวเคราะห์ห่างไกล ฐานะทางบ้านและการศึกษาอาจจะสู้ลูกสัตว์บนดาวดวงใหญ่ ๆ ไม่ได้ แต่ลูกสัตว์ของพวกเราต้องรักษาความมั่นใจแบบนี้ไว้นะ]
"ว้าว~ เด็ก ๆ สรุปกันได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ! ปรบมือชมเชยหน่อยเร้ว~" เจียงอวี่ซีเป็นผู้นำในการปรบมือแปะ ๆ
"เราเลือกเกิดไม่ได้หรอกนะคะ แต่เราเลือกที่จะพยายามเติบโตขึ้นได้ ใช้ความรู้มาเปลี่ยนแปลงโชคชะตา เหมือนอย่างท่านนายพลที่โคตรจะเก่งกาจที่รองครูใหญ่อาเย่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ไงคะ"
"เมื่อต้องเผชิญกับคำพูดนินทาว่าร้ายของคนอื่น เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับทัศนคติ สร้างความมั่นใจในตัวเอง และไม่ยอมให้คำพูดพวกนั้นมาส่งผลกระทบต่อเราค่ะ"
"ส่วนพวกมนุษย์สัตว์หรือลูกสัตว์ ที่ใช้คำพูดเกินเลยหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวเกินเหตุ เราก็ต้องรู้จักกางกรงเล็บของตัวเองออกมาอย่างเหมาะสม เพื่อบอกให้รู้ว่าพวกเราก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ นะ"
"แต่มีข้อควรระวังนิดนึงนะคะ ถ้าวันนี้ไม่มีครูใหญ่ทั้งสองท่านหรือคุณครูคนอื่น ๆ อยู่ด้วย เด็ก ๆ ต้องจำไว้ว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงไปก่อน อย่าไปเอาพิมเสนแลกกับเกลือนะคะ กลับมาบอกครูใหญ่กับคุณครู แล้วพวกเราจะหาวิธีจัดการให้เองค่ะ"
"จำไว้นะคะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน ครูใหญ่ และคุณครูทุกคน จะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่ง คอยหนุนหลังพวกหนูเสมอค่ะ"
"แน่นอนค่ะว่า การทำเรื่องไม่ดีหรือตั้งใจแก้แค้นเอาคืนเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้นะ! เบิร์ลกับมู่อวิ๋นเคอ เพลา ๆ ลงหน่อยนะ แผนลับของพวกหนูน่ะครูใหญ่ซีซีรู้หมดแล้ว ห้ามแอบเอาถุงกระสอบไปคลุมหัวใครตีอีกนะ ถึงจะลากคุณครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติไปด้วยก็ไม่ได้ค่ะ"
"ใครเป็นคนออกไอเดียก็รู้อยู่แก่ใจนะ ครูใหญ่ซีซีจะไม่เรียกชื่อก็แล้วกัน"
ตอนที่พูดถึงลูกสัตว์ตัวที่ออกไอเดีย เจียงอวี่ซีก็ปรายตามองไปทางกาซิโอกับหลินซีเหอ
สองจอม "วางแผน" มารวมหัวกันแบบนี้ ดูท่าวันหลังเธอคงต้องจับตาดูให้ดีขึ้นซะแล้ว
(จบบท)