เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน

บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน

บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน


[เนรคุณเหรอ? ไม่มีทาง ก็บอกแล้วไงว่านี่มันบทของตัวละครที่ทั้งหล่อ เก่ง และรันทด]

[ท่านผู้นั้นตรงตามคอนเซปต์หล่อเก่งรันทดเป๊ะเลย วัยเด็กก็ต้องลิ้มรสความขมขื่นบนโลกมาสารพัด กว่าจะเจอเจ้านายที่เห็นคุณค่า แต่สุดท้ายก็พบว่าอีกฝ่ายแค่หลอกใช้เขาเป็นเครื่องมือ เพื่อทำลายขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม ไม่สนเลยว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง พอหมดประโยชน์ก็คิดจะกำจัดทิ้ง เป็นพวกจอมวางแผนตัวยง แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตกำลังจะดับวูบลงแท้ ๆ]

ภายใต้สายตาชื่นชมของเจียงอวี่ซี น้ำเสียงของเฟรเดอริกก็เจือไปด้วยความปีติยินดีอย่างเห็นได้ชัด "ตอนที่เขาดำรงตำแหน่งนายพลแห่งสหพันธรัฐ เขาผ่านสมรภูมิรบทั้งเล็กและใหญ่มามากกว่าหมื่นครั้ง แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คงเป็นสงครามกวาดล้างสัตว์อวกาศ สงครามทำลายล้างเผ่าเซิร์ก และเหตุการณ์ 816 ของสหพันธรัฐ ถ้าพวกคุณสนใจก็ลองไปค้นหาข้อมูลดูได้ ในที่นี้จะไม่อธิบายอะไรมาก"

หนังสือเคยบอกไว้ว่า ต่อหน้าเพศเมียที่ถูกใจ อย่าเอาแต่โอ้อวดว่าตัวเองเก่งแค่ไหน เพราะมันจะดูหยิ่งยโส

วิธีที่ดีที่สุดคือการให้เธอได้รู้เรื่องนี้ 'อย่างไม่ได้ตั้งใจ' จากปากของคนอื่น...

เฟรเดอริก กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจว่า แล้ว 'คนอื่น' ที่ว่านี่ควรจะเป็นใครดีล่ะ? พวกลูกสัตว์พวกนี้เหรอ? 'ครูอีอี' คนนั้นเหรอ? หรือว่า...

[ขอเสริมหน่อยนะ: รองครูใหญ่อาเย่สรุปได้ดีมาก สมรภูมิทั้งสามนี้คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของเทพสงครามท่านนั้น

สงครามกวาดล้างสัตว์อวกาศ เป็นตอนที่เขากวาดล้างสัตว์อวกาศเสร็จ ก็ถือโอกาสสลัดหลุดจากการควบคุมของ 'จอมวางแผน' ที่เมนต์บนบอก ผลงานทางทหารที่ได้รับทำให้เขากลายเป็นนายพลหนึ่งดาวที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐ

สงครามทำลายล้างเผ่าเซิร์ก น่าจะเป็นครั้งที่เขาบาดเจ็บสาหัสที่สุดเลยมั้ง เกือบทำเอามนุษย์สัตว์ทั้งยุคดวงดาว คิดว่าเขาตายตกไปตามกันกับราชินีเผ่าเซิร์กซะแล้ว

แต่ก็เพราะสงครามครั้งนี้แหละ ที่ทำให้เขากลายเป็นนายพลห้าดาวคนที่สามในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจสหพันธรัฐอย่างแท้จริง ห่างจากตำแหน่งสูงสุดเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

ตอนนั้นเขาพูดประโยคเดียว ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าประธานาธิบดีสหพันธรัฐพูดสิบประโยคซะอีก อิทธิพลของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ไม่ว่าจะในสหพันธรัฐหรือทั่วทั้งยุคดวงดาว]

[จะไม่ให้บูชาได้ยังไงล่ะ? นี่เป็นชัยชนะครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์สัตว์ที่ต้องเผชิญหน้ากับราชินีเผ่าเซิร์กเลยนะ]

[ได้รับการยืนยันแล้วว่าราชินีเผ่าเซิร์ก ที่โตเต็มวัยมีพลังจิตเกินระดับ 3S ไปแล้ว ดังนั้นจนถึงตอนนี้ยุคดวงดาวก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเขารอดชีวิตและลงมือกวาดล้างภายใต้การควบคุมพลังจิตของราชินีเผ่าเซิร์กได้ยังไง]

[นี่ก็เป็นหนึ่งในปริศนา ที่ยังไขไม่ออกของสหพันธรัฐเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความคลั่งไคล้ ที่มนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวมีต่อเขาในตอนนั้นเลย อย่างคุณทวดของฉันเนี่ย~ ก็เป็นติ่งตัวยงของท่านเลยล่ะ]

[เหตุการณ์ 816 ของสหพันธรัฐอันสุดท้ายฉันรู้ เป็นตอนที่เขาค้นพบว่าระดับสูงของสหพันธรัฐสมรู้ร่วมคิดกับสมาพันธ์กบฏ มีส่วนร่วมในการทดลองดัดแปลงยีนมนุษย์สัตว์ ค้ามนุษย์... และอาชญากรรมที่เลวร้ายจนสุดจะพรรณนาอีกมากมาย เขาจึงตัดสินใจล้างบางสหพันธรัฐครั้งใหญ่ และหลังจากที่ประกาศใช้กฎระเบียบจำกัดอำนาจขุนนาง คุ้มครองมนุษย์สัตว์ชนชั้นล่าง และกฎระเบียบประชาธิปไตยอีกหลายข้อแล้ว เขาก็ประกาศแยกตัวออกจากสหพันธรัฐ]

[พงศาวดารจักรวรรดิของเราก็มีบันทึกไว้นะ ว่าเป็นเพราะการกวาดล้างสหพันธรัฐครั้งใหญ่ของเขานั่นแหละ ที่ทำให้องค์จักรพรรดิและจอมพลสืออี้ถิงของจักรวรรดิเราในตอนนั้น สบโอกาสทำลายล้างสมาพันธ์กบฏจนราบคาบ]

[มีข่าวลือวงในบอกว่า เรื่องที่เขาถูกขายและต้องไปตกระกำลำบากในเหมืองแร่เมื่อตอนนั้น มีฝีมือของพวกระดับสูงของสหพันธรัฐอยู่เบื้องหลังด้วย]

[ฉันยังเคยได้ยินมาอีกว่า สภาพครึ่งมนุษย์สัตว์ของเขาในวัยเด็ก ก็เกี่ยวข้องกับการทดลองทางพันธุกรรม ระหว่างระดับสูงของสหพันธรัฐกับสมาพันธ์กบฏในตอนนั้นด้วย นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ 816 ของสหพันธรัฐ]

[สหพันธรัฐตอนนั้นวุ่นวายและเน่าเฟะจริง ๆ ได้ยินมาว่าพวกขุนนางสามารถฆ่าฟันสามัญชนได้ตามใจชอบ แถมยังทำกับสามัญชนเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่นอีก]

[ประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ ใครฟังแล้วไม่ส่ายหน้าแล้วพูดคำว่า "รันทด" ก็บ้าแล้ว]

[ความจริงหลายคนก็ไม่เข้าใจความคิดของเขานะ รวมถึงฉันด้วย ทำไมหลังจากล้างบางเสร็จ ถึงได้ยอมทิ้งอำนาจและเกียรติยศทั้งหมดในสหพันธรัฐ แล้วเลือกที่จะแยกตัวออกมา สหพันธรัฐในตอนนั้นแทบจะอยู่ในกำมือเขาทั้งหมดเลยนะ! อำนาจของเขายังเบ็ดเสร็จยิ่งกว่าประธานาธิบดีคนไหน ๆ ซะอีก]

[ฉันว่าคงเป็นเพราะอยากจะไปจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดล่ะมั้ง ยังไงซะก็เป็นเพราะพวกระดับสูงของสหพันธรัฐนี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องพบกับความรันทดขนาดนั้น]

"เรื่องราวของท่านนายพลคนนี้สอนให้เรารู้อะไรบ้างคะ มีเด็ก ๆ คนไหนอยากจะลองบอกความคิดเห็นของตัวเองให้ฟังหน่อยไหม?" เจียงอวี่ซีส่งสัญญาณให้ทุกคนกระตือรือร้นในการแสดงความคิดเห็น

เฮยม่อ: "เวลาเจอทางตัน ต้องม่ายยอมแพ้ ต้องพยายามหาทางออกฮับ!"

ไลโอ: "เวลาพวกเลาออกปายข้างนอก จะเจอพวกลูกฉัตว์นิสัยม่ายดีกะฉัตว์ประหลาดตัวใหญ่เยอะแยะเยย ต้องม่ายกลัวฮับ"

เบอร์นี: "อย่าดูถูกลูกฉัตว์ตอนที่ยังจนอยู่? เอ๋ แต่เหมือนพวกเลาก้อจะจนอยู่หน่อยนึงจิง ๆ น้า~"

เบิร์ล: "ถ้าโดนคนอื่นรังแก ก้อต้องกล้าใช้หมัดของตัวเอ็ง ปกป้องตัวเอ็งฮับ!"

มู่อวิ๋นเคอ : "ใช่แย้วฮับ! กะพวกที่มาหาเรื่องแย้วก้อกดขี่พวกเลา ก้อม่ายต้องเกรงใจฮับ! เพราะพวกมานจะปีน... ปีน..." เขาเริ่มจะ "ปีน" ไม่ออกจนออกอาการหงุดหงิด

"ปีนเกลียวไงฮับ" หัวหน้าห้องเฮยม่อกระซิบแอบบอกอยู่ข้าง ๆ

มู่อวิ๋นเคอ : "ก้อนั่นแหละฮับ ม่ายให้พวกมานปีนเกลียว! ตั้บๆๆ~"

กาซิโอ: "บดขยี้พวกมันด้วยผลการเรียน อัดพวกมานให้หมอบด้วยฝีมือ แย้วค่อยรักษาพวกมันเพื่อเก็บค่ารักษาพยาบาลฮับ"

หลินซีเหอ: "อัดให้หนักกว่าเน้อีกหน่อยก้อได้ฮับ ราคาจะได้แพงขึ้นอีกนิด"

ดอริส: "อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นจนม่ายสบายใจฮับ พวกเลาเป็งลูกฉัตว์ที่เก่งที่ฉุดเยย!"

จู๋เซี่ย: "เลารู้ฮับ เอาของอร่อย ๆ มาล่อให้พวกมานยอมศิโรราบให้เลาฮับ!"

ฟีล: "ต้องมีความมั่นใจฮับ!"

ถังเล่อเซวียน: "ใครพูดจาม่ายดี ก้อดึงผมแย้วก้อกัดหูเยย!"

...

พวกลูกสัตว์ต่างพากันแสดงความคิดเห็นของตัวเองทีละคน

[โอ๊ยยย พวกลูกสัตว์แสงตะวันบ้านเราพูดได้ดีมากเลยลูก~]

[ใช่แล้ว ถึงแม้พวกลูกสัตว์ของเราจะมาจากดาวเคราะห์ห่างไกล ฐานะทางบ้านและการศึกษาอาจจะสู้ลูกสัตว์บนดาวดวงใหญ่ ๆ ไม่ได้ แต่ลูกสัตว์ของพวกเราต้องรักษาความมั่นใจแบบนี้ไว้นะ]

"ว้าว~ เด็ก ๆ สรุปกันได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ! ปรบมือชมเชยหน่อยเร้ว~" เจียงอวี่ซีเป็นผู้นำในการปรบมือแปะ ๆ

"เราเลือกเกิดไม่ได้หรอกนะคะ แต่เราเลือกที่จะพยายามเติบโตขึ้นได้ ใช้ความรู้มาเปลี่ยนแปลงโชคชะตา เหมือนอย่างท่านนายพลที่โคตรจะเก่งกาจที่รองครูใหญ่อาเย่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ไงคะ"

"เมื่อต้องเผชิญกับคำพูดนินทาว่าร้ายของคนอื่น เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับทัศนคติ สร้างความมั่นใจในตัวเอง และไม่ยอมให้คำพูดพวกนั้นมาส่งผลกระทบต่อเราค่ะ"

"ส่วนพวกมนุษย์สัตว์หรือลูกสัตว์ ที่ใช้คำพูดเกินเลยหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวเกินเหตุ เราก็ต้องรู้จักกางกรงเล็บของตัวเองออกมาอย่างเหมาะสม เพื่อบอกให้รู้ว่าพวกเราก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ นะ"

"แต่มีข้อควรระวังนิดนึงนะคะ ถ้าวันนี้ไม่มีครูใหญ่ทั้งสองท่านหรือคุณครูคนอื่น ๆ อยู่ด้วย เด็ก ๆ ต้องจำไว้ว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงไปก่อน อย่าไปเอาพิมเสนแลกกับเกลือนะคะ กลับมาบอกครูใหญ่กับคุณครู แล้วพวกเราจะหาวิธีจัดการให้เองค่ะ"

"จำไว้นะคะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน ครูใหญ่ และคุณครูทุกคน จะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่ง คอยหนุนหลังพวกหนูเสมอค่ะ"

"แน่นอนค่ะว่า การทำเรื่องไม่ดีหรือตั้งใจแก้แค้นเอาคืนเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้นะ! เบิร์ลกับมู่อวิ๋นเคอ เพลา ๆ ลงหน่อยนะ แผนลับของพวกหนูน่ะครูใหญ่ซีซีรู้หมดแล้ว ห้ามแอบเอาถุงกระสอบไปคลุมหัวใครตีอีกนะ ถึงจะลากคุณครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติไปด้วยก็ไม่ได้ค่ะ"

"ใครเป็นคนออกไอเดียก็รู้อยู่แก่ใจนะ ครูใหญ่ซีซีจะไม่เรียกชื่อก็แล้วกัน"

ตอนที่พูดถึงลูกสัตว์ตัวที่ออกไอเดีย เจียงอวี่ซีก็ปรายตามองไปทางกาซิโอกับหลินซีเหอ

สองจอม "วางแผน" มารวมหัวกันแบบนี้ ดูท่าวันหลังเธอคงต้องจับตาดูให้ดีขึ้นซะแล้ว

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 270 ความรู้สึกหลังฟังนิทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว