- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 221 ถ้าจะจับก็จับพวกเราสามคนไปขังห้องมืดด้วยกันเลย!
บทที่ 221 ถ้าจะจับก็จับพวกเราสามคนไปขังห้องมืดด้วยกันเลย!
บทที่ 221 ถ้าจะจับก็จับพวกเราสามคนไปขังห้องมืดด้วยกันเลย!
ภายใต้การจ้องมองของฝูงสัตว์ร้ายกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ถึงแม้จะมีพวกลูกสัตว์คอยปลอบโยนอยู่ตลอด แต่พวกตำรวจอวกาศก็ยังคงกินอาหารเย็นที่พวกลูกสัตว์แบ่งให้ด้วยความหวาดผวาอยู่ดี
พวกเขาเกรงว่าสัตว์ร้ายที่อยู่ข้าง ๆ หรือข้างหลัง จะอ้าปากกว้างเกินไปตอนกินอาหารเย็น แล้วเผลองาบพวกเขาเข้าไปด้วย
"ม่ายต้องกัวน้าฮับ ที่นี่ปลอดภัยแบบฉุด ๆ ปายเยย!" ฟีลบอกกับหลินรุ่ยอย่างภาคภูมิใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขากางค่ายกลระดับสูงขนาดนี้! เขาอยากจะป่าวประกาศให้รู้กันทั่วโลกไปเลย
หลินรุ่ยถึงกับพูดไม่ออก ลูกสัตว์พวกนี้ต้องมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่าปลอดภัยแน่ ๆ
"คุงดูฉิฮับ ที่นี่มีเถาวัลย์คอยคุ้มครองอยู่ ปลอดภัยฉุด ๆ ปายเยยใช่ม่ายฮับ?!" ฟีลชี้ให้หลินรุ่ยดูเถาวัลย์อวบอ้วนเส้นหนึ่ง
หลินรุ่ยได้แต่มอง "เถาวัลย์น้อย" กลายพันธุ์ระดับแปดหรือระดับเก้า ที่สามารถเจาะทะลุหุ่นเกราะจิ๋วระดับต่ำได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ และยังคงเงียบต่อไป
"จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ~" แย้วก้อมีพวกฉัตว์กลายพันธุ์ที่น่ารักพวกเน้อีก!
ดอริส กระโดดดึ๋ง ๆ ไปมาบนตักของหลินรุ่ยพร้อมส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
จะลืมเพื่อนตัวโตพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด! ถ้าไม่มีพวกมัน ฝูงสัตว์ร้ายพวกนั้นต้องดุร้ายมากแน่ ๆ!
เมื่อได้ยินเสียงของดอริส สัตว์ร้ายตัวหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วร้อง "โฮก โฮก โฮก" ออกมา
ลูกของฉันนี่! ลูกของฉันกำลังชมฉันอยู่! สมกับเป็นลูกที่ฉันให้กำเนิดมาจริง ๆ!
คราวนี้หลินรุ่ยไม่สามารถฝืนยิ้มแห้ง ๆ ได้อีกต่อไป เขารู้สึกปวดหนึบ ๆ ที่บาดแผลบนหน้าผากที่เพิ่งโดนโขกมา
มุมปากของเขากระตุก พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หันไปมองหัวอันน่ากลัวของสัตว์ร้ายที่เกาะติดหนึบอยู่ข้างตัวเขาไม่ยอมไปไหน
"จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ~" เลาม่ายช่ายลูกของคุงจิง ๆ น้าฮับ เลามีปีกน้า!
สัตว์ร้ายพยายามตะกุยขาหน้า ทำท่าเลียนแบบดอริสกระพือปีก แล้วร้อง "โฮก โฮก โฮก" เพื่อบอกว่ามันก็มีปีกเหมือนกัน!
"จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ..." ตัวเลามีขนนกน้า...
"โฮก โฮก โฮก" : ตัวฉันก็มีขนเหมือนกัน...
ท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ในที่สุดหลินรุ่ยก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่ายังมีอีกคนที่พวกเขาหลงลืมไป นั่นก็คือ มัตสึอิ โกอิจิ
ทว่าคำตอบของพวกลูกสัตว์ กลับทำให้เขารู้สึกทั้งสับสนและขนลุกขนพอง
"มีลูกฉัตว์ตั้งเยอะตั้งแยะ กำลังเล่นเป็งเพื่อนเค้าอยู่ฮับ!"
"ลูกฉัตว์อยู่ที่ไหนเหยอ? ก็อยู่เต็มปายหมดเยยไงฮับ! พวกเค้าอยากเล่นกะมนุษย์ฉัตว์ผู้ใหญ่คนนั้นมากๆ เยย!"
"ถ้าม่ายช่ายเพราะฟีลบอกว่าต้องต่อแถวตามลำดับ พวกเค้าคงเข้าไปเล่นกะมนุษย์ฉัตว์ผู้ใหญ่คนนั้นพร้อมกานหมดแย้ว แบบนั้นเค้ารับม่ายไหวแน่ๆ ฮับ!"
เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันของมัตสึอิ โกอิจิ เฮยม่อที่เรียนวิชาภาษาดวงดาวสากลเก่งที่สุด ก็เลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง
"ตอนนี้เค้า น่าจา... ซาบซึ้งอยู่มั้งฮับ"
พวกลูกสัตว์ที่อยู่ข้างๆ พยักหน้ารับหงึกหงัก
คำว่าซาบซึ้งนี่ใช้ได้เหมาะสมมาก!
สมกับเป็นหัวหน้าห้อง ที่สอบวิชาภาษาดวงดาวสากลได้ที่หนึ่งทุกครั้งจริงๆ!
จะไม่ให้ซาบซึ้งได้ยังไงล่ะ?
ซาบซึ้งกับประสบการณ์และความรู้สึกของเหยื่อที่เคยถูกทำร้ายในอดีตไงล่ะ
สงสัยคงได้ซาบซึ้งไปอีกนานเลยล่ะ ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อซาบซึ้งกับมัน
ในขณะที่พวกตำรวจอวกาศกำลังจะถามอะไรต่อ กาซิโอก็แอบควบคุมค่ายกล ดึงเอาหมอกหนาทึบมาปกคลุมพวกเขาท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนอีกครั้ง
"พวกคุงลุงตำรวจอวกาศเหนื่อยแย้ว ให้พวกเค้าพักผ่อนก่อนเถอะฮับ" กาซิโอตีหน้าขรึม พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ฟีล ปรายตามองพวกตำรวจอวกาศ ที่โดนยาสลบจนสลบเหมือดไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เฮยม่อจ้องมองกาซิโอ แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ เช่นกัน
ดอริส ที่เพิ่งจะเถียงกับสัตว์ร้ายเสร็จก็เริ่มง่วงแล้ว ตอนนี้สัปหงกหัวผงกๆ เหมือนไก่จิกข้าวสารไม่มีผิด
เหมือนเป๊ะจนแยกไม่ออกเลยทีเดียว
"พวกคุงก้อรีบไปนอนด้ายแย้ว พรุ่งเน้เช้าพวกเลายังต้องตื่นมาเก็บของอีกน้าฮับ!" กาซิโอไล่ต้อนทุกคนไปนอน
ส่วนลูกสัตว์ตัวอื่น ๆ ก็ใจกว้าง คิดว่าพวกตำรวจอวกาศเหนื่อยกันแล้วจริง ๆ
เมื่อช่วงบ่ายพวกเขาใช้พลังไปเยอะมาก ทั้งวางค่ายกล วาดลวดลายยันต์ แถมยังต้องสู้รบปรบมือกับมัตสึอิ โกอิจิอีก เรียกได้ว่าผลาญพลังงานไปมหาศาล อดทนมาจนถึงตอนนี้ก็เริ่มง่วงกันแล้ว จึงยอมแยกย้ายไปนอนแต่โดยดี
มู่อวิ๋นเคอกับไลโอถึงขนาดปีนป่ายขึ้นไปบนตัวตำรวจอวกาศที่เล็งไว้ แล้วใช้พวกเขาเป็นเบาะรองนอนซะเลย
หลังจากแน่ใจว่าเพื่อน ๆ หลับกันหมดแล้ว เฮยม่อก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งข้าง ๆ กาซิโอ แล้วจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ
กาซิโอโดนจ้องจนทนไม่ไหว ต้องตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา
"คุงลงมือกับตำรวจอวกาศแบบเน้ ถ้าโดนจับด้าย ต้องโดนลงโทษน้า!" เฮยม่อเตือนกาซิโอ
หัวหน้าห้องเฮยม่อน่ะ ศึกษากฎหมายมาอย่างทะลุปรุโปร่งเลยนะ
ในกรณีแบบนี้ ถ้าถูกตัดสินว่ามีความผิดร้ายแรง จะต้องโดนทั้งปรับเงินแล้วก็ถูกจับขังด้วย!
"ฮึ ขืนรอให้พวกเค้าถามนู่นถามนี่ แย้วฉั่งให้พวกเลาปล่อยไอ้คนเลวนั่นออกมาก้อแย่ฉิ!" กาซิโอเถียงกลับ
เฮยม่ออ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
เพราะเขาก็ไม่อยากปล่อยไอ้คนเลวนั่นออกมาเหมือนกัน
ตอนนั้นเอง เสียงของฟีลก็ดังขึ้นท่ามกลางความมืด "ต่อให้คุงลุงตำรวจจาฉั่งให้ปล่อยไอ้คนเลว เลาก้อม่ายยอมฟังหรอกฮับ! เลา... เลาวันเน้ขอเป็งเด็กดื้อฉักวันนึงเยย!!!
ต่อให้คุงลุงตำรวจจะจับเลาไปขังในห้องมืดหรือในกรงเล็ก ๆ เลาก้อ... เลาก้อม่ายมีทางปล่อยไอ้คนเลวปายเด็ดขาด!
กาซิโอ ถึงตอนนั้นคุงบอกครูใหญ่ซีซีปายเยยนะ ว่าเลาเป็งคนทามเอง!"
ตอนที่ฟีลพูดถึงห้องมืดกับกรงเล็ก ๆ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
เขายังเป็นแค่ลูกสัตว์อยู่นะ ก็ต้องกลัวการถูกขังอยู่แล้ว แถมยังกลัวว่าจะไม่ได้เรียน ไม่ได้เล่นกับครูใหญ่ซีซีแล้วก็เพื่อน ๆ อีกด้วย
แต่ว่า ถึงจะถูกขัง ก็มีบางเรื่องที่เขาอยากจะทำอยู่ดี!
กาซิโอแค่นเสียง "ฮึ" อีกครั้ง ก่อนจะเชิดหน้าพูดว่า "ลูกฉัตว์ทำอะไรก้อต้องรับผิดชอบฉิ! เลาม่ายต้องการให้คุงมารับผิดแทนหรอก พรุ่งเน้ พอออกปาย เลาจะปายมอบตัวกะครูใหญ่ซีซีเอง! จะบอกว่าเลาเป็งคนทำ! จะขังก้อมาขังเลาฉิ! เลาม่ายเหมือนคุงหรอก เลาม่ายกัวห้องมืดกะกรงเล็ก ๆ หรอก!"
"คราย... ใครกัวกานล่ะ!" ฟีลเถียงเสียงตะกุกตะกักด้วยความร้อนตัว
ในที่สุดเฮยม่อก็ตัดสินใจได้ : "พรุ่งเน้ พอออกปาย พวกเลาจะปายบอกครูใหญ่ซีซีด้วยกัน ว่าพวกเลาฉามคนเป็งคนทามเรื่องแย่ ๆ พวกเน้เอง! ถ้าจะจับ ก้อให้จับพวกเลาฉามคนปายขังรวมกันเยย ฉามคนอยู่ด้วยกัน ก้อม่ายต้องกัวห้องมืดกะกรงเล็ก ๆ แย้ว!"
"มันม่ายเกี่ยวอะไรกะพวกคุงฉักหน่อย เลาเป็งคนทำเรื่องแย่ ๆ พวกเน้คนเดียว" กาซิโอยังคงปากแข็ง
"ตอนที่คุงเปิดการทำงานค่ายกล เลาก้อรู้ทันทีเยย แต่เลาก้อม่ายด้ายห้ามคุง แบบ... แบบเน้เค้าเรียกว่า ผู้สม... สม..." ฟีลเกาหัวแกรก ๆ พยายามนึกคำ
"ผู้สมรู้ร่วมคิด! ก้อคือลูกฉัตว์ที่ทำเรื่องแย่ ๆ ด้วยกันนั่นแหละ! วันเน้พวกเลาเป็งลูกฉัตว์ดื้อ ที่ทำเรื่องแย่ ๆ ด้วยกันหมดเยย!
เลาเป็งหัวหน้าห้อง ครูใหญ่ซีซีมอบหมายหน้าที่ให้เลาดูแลพวกคุง แต่เลาทามม่ายด้าย ก้อต้องเป็งฟามผิดของเลาฉิ" น้ำเสียงของเฮยม่อหนักแน่น "เอาตามเน้แหละ ถ้าพวกเลาฉามคนโดนขังรวมกัน ก้อม่ายมีอะไรต้องกัวแย้ว! ทีเน้ ไม่ว่าพวกเลาจะโดนขังในห้องมืดหรือในกรงเล็ก ๆ พวกเลาก้อจะด้ายอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย แย้วก้อทบทวนบทเรียนด้วยกันทุกเช้าเยย!"
ฟีลกับกาซิโอเงียบกริบ
เพราะเอาเข้าจริง พอพูดถึงเรื่องที่จะโดนคุณลุงตำรวจอวกาศจับไปขังในห้องมืดหรือกรงเล็ก ๆ ในใจพวกเขาก็ยังแอบกลัวอยู่ดี แต่ถ้ามีเพื่อน ๆ ไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย มันก็ดูจะไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่แล้วล่ะ!
แถมถ้ายังได้อ่านหนังสือ ท่องตำรา ออกกำลังกาย แล้วก็เรียนด้วยกันตอนเช้าได้อีก แบบนี้ก็ยิ่งไม่น่ากลัวเข้าไปใหญ่เลย!
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ลูกสัตว์ทั้งสามตัวที่มีเรื่องหนักอึ้งอยู่ในใจ ก็สามารถล้มตัวลงนอนได้อย่างสบายใจเสียที
ภายใต้ความมืดมิดที่ปกปิด เปลือกตาของหลินรุ่ยขยับยุกยิกเล็กน้อย
ค่ำคืนนี้ ท้องฟ้าโปร่งใส ดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ
บนทุ่งหญ้า เหล่าตำรวจอวกาศกำลังนอนหลับสนิท
โดยมีลูกสัตว์ตัวน้อยนอนพิงหรือหนุนพวกเขาเป็นหมอน
วงนอกสุดคือฝูงสัตว์ร้ายที่นอนขดตัวซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เพื่อสร้างวงแหวนป้องกัน พวกมันซุกหัวนอนหลับอย่างสงบ
ทว่าความสงบสุขที่เห็นอยู่นี้ กลับมีเพียงมัตสึอิ โกอิจิที่ติดอยู่ในค่ายกลเท่านั้นที่ไม่สามารถสัมผัสได้
ในเวลานี้ จิตใต้สำนึกของเขาถูกกักขังอยู่ในร่างของลูกสัตว์แต่ละตัวที่เคยตกเป็นเหยื่อ และถูกบังคับให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทรมานที่พวกมันเคยได้รับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
(จบบท)