- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 200 หลิวหลิงหลงและตระกูลหลิว
บทที่ 200 หลิวหลิงหลงและตระกูลหลิว
บทที่ 200 หลิวหลิงหลงและตระกูลหลิว
การสัมภาษณ์ในช่วงกลางวันประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมเหยียนซืออวิ้นด้วยแล้ว รับครูเข้ามาได้ทั้งหมดสิบเอ็ดคน
หลังอาหารค่ำ
เจียงอวี่ซีกำลังดูวิดีโอรีเพลย์การสัมภาษณ์เมื่อช่วงกลางวัน
พวกลูกสัตว์กำลังทำการบ้าน ที่รองครูใหญ่อาเย่และครูอีอีสั่งเอาไว้
เฮ่อจื่อเซียว ครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติที่เข้าเวรคืนนี้เดินเข้ามาแจ้งข่าว
หลิวหลิงหลง พาคุณสามีหลวงหนึ่งคน คุณสามีรองสี่คน ผู้อาวุโสของตระกูลหลิวทั้งหมด และลูกหลานที่โดดเด่นในรุ่นถัดไป มาขอเข้าพบ
เจียงอวี่ซีรู้สึกประหลาดใจ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
มากันทั้งครอบครัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอเอ่ยปากบอกให้เฮ่อจื่อเซียวพาพวกเขาทั้งหมดเข้ามา แต่คนที่เดินเข้ามากลับมีเพียงหลิวหลิงหลงแค่คนเดียว
ส่วนคนที่เหลือล้วนรออยู่ตรงลานบ้าน
"ครูหลิงหลง?" เจียงอวี่ซีถามด้วยความสงสัย
ใครจะไปคิดว่า หลิวหลิงหลงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วคุกเข่าลงอย่างจริงจังด้วยท่าทีที่นอบน้อมถึงขีดสุด ศีรษะแนบชิดติดกับพื้น
"ครูใหญ่ซีซี ฉันอยากจะติดตามรับใช้คุณค่ะ!" เธอเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
สิ้นประโยคนี้ "พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ถึงกับลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
แม้แต่เฟรเดอริกกับครูอีอี ก็ยังเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง
"คุณ จะติดตามรับใช้ ฉันงั้นเหรอ?" เจียงอวี่ซีชี้นิ้วสลับไปมาระหว่างตัวเธอกับอีกฝ่าย
คำพูดประโยคนี้ ในยุคดวงดาวไม่ใช่เรื่องที่หาดูได้ยากเลย
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เห็นได้บ่อยมากต่างหาก
นี่คือการยอมสยบของมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่อ่อนแอกว่าต่อมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่แข็งแกร่งกว่า และยังเป็นการแสดงออกถึงการตามจีบของเพศผู้ที่มีต่อเพศเมียด้วย
ครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติในโรงเรียน ก็เคยแสดงความอ่อนแอและยอมสยบต่อเฟรเดอริกด้วยวิธีนี้เช่นกัน
ทว่า ในเวลานี้และสถานที่แห่งนี้ มันกลับดูแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง
เพศเมียคนหนึ่ง กำลังบอกว่าจะขอติดตามรับใช้เพศเมียอีกคนเนี่ยนะ?
เฟรเดอริก มองมนุษย์สัตว์เพศเมีย ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาพิลึกพิลั่น : นี่หล่อนถูกใจครูใหญ่ซีซีของเขา แล้วคิดจะมาแย่งคนไปจากเขางั้นเหรอ? แค่เจ้าเด็กน้อยจากตระกูลเออร์วินคนหนึ่ง กับลูกเสือน้อยของราชวงศ์อีกคนหนึ่ง ตอนนี้แม้แต่เพศเมีย ก็ยังจะกลายมาเป็นศัตรูหัวใจของเขาด้วยเหรอเนี่ย?
ใช่แล้วล่ะ เพิ่งจะเข้าทำงานได้แค่ไม่กี่วัน เฟรเดอริกจะสืบเรื่องอื่นรู้ตื้นลึกหนาบางแค่ไหนก็ไม่รู้หรอก แต่ประวัติเบื้องลึกเบื้องหลังของศัตรูหัวใจน่ะ เขาสืบมาจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
ลูกเสือน้อยที่กำลังจะทะลวงขึ้นสู่ระดับ 12 และระดับ SSS กับลูกครึ่งเผ่าเงือกที่ซ่อนพลังจิตเอาไว้ในหุ่นยนต์ซีรีส์รุ่งอรุณ
ชิปประมวลผลในตัวครูอีอีทำงานด้วยความเร็วสูง ประวัติชีวิตของหลิวหลิงหลง และความช่วยเหลือที่เธอสามารถมอบให้กับครูใหญ่ซีซีได้...
กำลังถูกนำมาประเมินข้อดีข้อเสียในทุก ๆ ด้าน
"ใช่ค่ะ ฉันอยากจะติดตามรับใช้คุณ อยากเป็นตระกูลบริวารตระกูลแรกที่คอยหนุนหลังคุณ! จากนี้ไปจะขอเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของคุณทุกอย่างค่ะ!"
ตระกูลบริวาร?
เจียงอวี่ซีจับสังเกตคำพูดที่หลุดปากออกมาของอีกฝ่ายได้อย่างเฉียบแหลม
"คุณหมายความว่า ไม่ใช่แค่ตัวคุณ แต่รวมถึงตระกูลหลิวของคุณด้วย ที่จะมาติดตามรับใช้ฉัน? พวกเขายินยอมแล้วเหรอ?"
หลิวหลิงหลงพยักหน้า : "ใช่ค่ะ พวกสามีมนุษย์สัตว์ของฉัน ผู้อาวุโสของตระกูลหลิวทุกคน และลูกหลานที่โดดเด่นในรุ่นถัดไป ตอนนี้ล้วนรอคอยการเรียกพบจากคุณอยู่ที่ลานบ้านค่ะ ทั่วทั้งตระกูลหลิวของเรา ยินดียอมรับให้คุณเป็นเจ้านายค่ะ!"
แบบนี้สิค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย
เจียงอวี่ซีส่งยิ้มบาง ๆ
"พวกคุณ ต้องการอะไรจากตัวฉันกันแน่? หรือจะพูดอีกอย่าง บนตัวฉันมีอะไรที่คุ้มค่า ให้พวกคุณยอมติดตามรับใช้กันทั้งตระกูลล่ะ?"
หลิวหลิงหลงมองด้วยสายตาเป็นประกายแรงกล้า : "หวังว่าจะได้เรียนรู้อยู่ข้างกายคุณค่ะ"
ตระกูลหลิวของพวกเธอ หวังผลประโยชน์หลายอย่างจริง ๆ นั่นแหละ กระหายที่จะได้เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรอันแยบยลหลากหลายแขนงในมือของครูใหญ่ซีซี ได้ภาพวาดค่ายกลที่มีอานุภาพร้ายแรงมหาศาล หรือแม้แต่วิธีการชำระล้างวัตถุดิบอาหารที่พวกลูกสัตว์ทำกันง่าย ๆ หรือแม้กระทั่งสูตรการเพาะปลูกพืชวิญญาณ...
แต่เธอก็รู้ดีว่า สิ่งเหล่านี้เมื่อเทียบกับเพศเมียที่อยู่ตรงหน้าแล้ว มันเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำมาเท่านั้น
คำพูดนับพันนับหมื่นคำ สุดท้ายก็รวบยอดออกมาได้เพียงประโยคเดียว : หวังว่าจะได้เรียนรู้อยู่ข้างกายคุณ
"ตระกูลหลิวของเรา ยินดีที่จะเป็นดาบที่คมกริบที่สุดภายใต้การบัญชาของคุณค่ะ..."
หลิวหลิงหลงยังพูดไม่ทันจบ เสียงแสดงความไม่พอใจของเฟรเดอริกก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
"ดาบที่คมกริบที่สุดของครูใหญ่ซีซี คือฉันต่างหาก!" สายตาของเขาราวกับลูกหมาที่ถูกแย่งกระดูกไปก็ไม่ปาน
หลิวหลิงหลง รีบกล่าวขอโทษอย่างลุกลี้ลุกลน แล้วเปลี่ยนคำพูดใหม่ : "ไม่ใช่ค่ะ ความหมายของฉันก็คือ ตระกูลหลิวของเรายินดีที่จะเป็นผู้ช่วยที่เก่งกาจที่สุดของคุณ หรือจะเรียกว่าเป็นกุนซือให้ก็ได้ค่ะ..."
แต่ครั้งนี้คำพูดของเธอก็ถูกขัดจังหวะอีกครั้ง
เป็นครูอีอี
"ท่านหลิวหลิงหลง โปรดระวังคำพูดด้วยครับ! ผู้ช่วยที่เก่งกาจที่สุดภายใต้การบัญชาของครูใหญ่ซีซีคือผม กุนซือของเธอก็คือผมเช่นกัน
และผลการประมวลผลของผมก็บอกผมว่า ตัวคุณกับตระกูลของคุณ พอเอามารวมกันแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับความสามารถในการคำนวณของผมเลยด้วยซ้ำ"
หลิวหลิงหลงเงียบกริบ ต้องเรียบเรียงคำพูดใหม่อีกครั้ง
แต่ทว่าความคิดที่ถูกขัดจังหวะติดต่อกัน ก็ทำให้ความตึงเครียดที่เดิมทีก็มีอยู่แล้ว พุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท
สุดท้าย เธอกลับคิดออกแค่ประโยคเดียว : "ครูใหญ่ซีซี ฉันยินดีจะเป็นสุนัขดุร้ายของคุณ จะขอมอบความจงรักภักดีชั่วชีวิตนี้ให้กับคุณค่ะ!" นี่คือคำสาบานตอนที่คุณสามีหลวง สารภาพรักกับเธอในอดีต
ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปาก เธอก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองพูดผิดอีกแล้ว
และก็เป็นไปตามคาด เสียงคัดค้านดังขึ้นอีกครั้ง
"ไม่ด้ายน้าฮับ อันอันบอกว่าเค้าคือลูกหมา ลูกแมว ลูกนก ลูกหมาป่า... ของครูใหญ่ซีซีแต่เพียงผู้เดียวฮับ ถ้าคุงป้าฉวยโอกาศตอนเค้าหลับ มาแย่งตำแหน่งของเค้าล่ะก้อ รอเค้าตื่นขึ้นมา เค้าต้องอาละวาดแน่เยย! อันอันตอนอาละวาดน่ากัวมากเยยน้าฮับ!"
หลิวหลิงหลง ตกตะลึง
ทำไมถึงเป็นเสียงของลูกสัตว์ได้ล่ะ?
เธอเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าเป็นดอริส
ดอริสพอได้ยินคำว่า "สุนัข" ก็รีบปลีกตัวจากความวุ่นวาย มาช่วยปกป้องอธิปไตยให้กับเพื่อนสนิททันที
อันอันพูดเองกะปากเยยน้า ว่าครูใหญ่ซีซีชอบอะไย เค้าก้อจะเป็งสิ่งนั้นของครูใหญ่ซีซี
ครูใหญ่ซีซีชอบลูกแมว เค้าก้อจะเป็งลูกแมว ครูใหญ่ซีซีชอบลูกหมา เค้าก้อจะเป็งลูกหมา...
ตอนอยู่ที่โรงเรียน พวกเขาทุกคนต่างก็รู้ซึ้งถึงความขี้หึงของเจียงโย่วอันเป็นอย่างดี ขอแค่เขายังอยู่ ก็จะไม่ยอมให้ใครเข้าไปป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ ครูใหญ่ซีซีเด็ดขาด
อันอัน น่าสงฉารจะตายอยู่แย้ว เค้ามีแค่ครูใหญ่ซีซีคนเดียวเอง
เฟรเดอริกขมวดคิ้ว : ไอ้ลูกเสือน้อยของราชวงศ์จักรวรรดินี่ มันช่างพูดช่างเจรจาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
ในชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกถึงวิกฤตอันรุนแรงก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
เขาตัดสินใจแล้วว่า เดี๋ยวจะต้องไปกดสั่งซื้อหนังสือพวกศิลปะการสนทนา หรือวาทศิลป์การพูดสักหลาย ๆ ร้อยเล่มบนเครือข่ายดวงดาวซะแล้ว
ถึงแม้หลิวหลิงหลงจะถูกพูดแทรกถึงสามครั้ง แต่เจียงอวี่ซีก็เข้าใจความหมายของเธอแจ่มแจ้งแล้ว
ทว่า กับแค่ความสัมพันธ์ทางสัญญาที่เป็นกระดาษแผ่นเดียวในยุคดวงดาว เธอก็ยังไม่ค่อยจะยอมรับมันสักเท่าไหร่
สัญญาที่ค้ำจุนด้วยกฎหมายและศีลธรรมเพียงอย่างเดียว สำหรับเธอแล้ว มันยังไม่มั่นคงเพียงพอ
"ถ้าคุณหมายความว่า จะสนับสนุนฉันอย่างเต็มที่ในเรื่องงาน รวมไปถึงตระกูลของคุณด้วยล่ะก็ พวกเราสามารถเซ็นสัญญาการทำงานกันได้นะ" เจียงอวี่ซีลองโยนหินถามทางดู
"ไม่ ไม่ใช่สัญญาการทำงานแบบนี้ค่ะ ความหมายของฉันก็คือ เหมือนกับที่ตระกูลเหยียนมีต่อตระกูลเออร์วินยังไงล่ะคะ คุณคือเจ้านาย ตระกูลหลิวคือข้ารับใช้ ตัวฉันและตระกูลหลิวยินดีที่จะยอมสยบต่อคุณ และลูกหลานของคุณไปทุกรุ่นทุกสมัยค่ะ!" คำตอบของหลิวหลิงหลง เหนือความคาดหมายของทุกคนมาก
ศีรษะของเธอแนบชิดติดพื้นอีกครั้ง "ได้โปรดให้โอกาสตระกูลหลิวด้วยเถอะค่ะ!"
เจียงอวี่ซีนิ่งเงียบ ภายในห้องพลันตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
หัวใจของหลิวหลิงหลงเต้นรัวเร็ว เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายไปทั่วทั้งร่าง
ระดับความตึงเครียดแบบนี้ ต่อให้เป็นตอนที่เธอแก่งแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล ก็ยังไม่เคยเป็นขนาดนี้มาก่อนเลย
ท่ามกลางความเงียบงัน น้ำเสียงอ่อนโยนของเจียงอวี่ซีก็ดังขึ้น
"คุณรู้หรือเปล่าว่า เมื่อเซ็นสัญญาเจ้านายข้ารับใช้ไปแล้ว จะไม่มีโอกาสให้กลับคำอีก ตระกูลหลิวของคุณ ทุกรุ่นทุกสมัยห้ามทำผิดสัญญาเด็ดขาด มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์อย่างแน่นอน!" สัญญาที่เจียงอวี่ซีพูดถึง ไม่ใช่สัญญากฎหมายในยุคดวงดาวหรอกนะ แต่เป็นสัญญาแห่งมรรคาฟ้าในโลกบำเพ็ญเพียรต่างหาก!
(จบบท)