เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 หลิวหลิงหลงผู้ทะเยอทะยาน

บทที่ 180 หลิวหลิงหลงผู้ทะเยอทะยาน

บทที่ 180 หลิวหลิงหลงผู้ทะเยอทะยาน


จู๋เซี่ยที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการร้านชั่วคราว เลียนแบบท่าทางของเจียงอวี่ซีเวลาที่ยืนตรวจตราอยู่หน้าห้องเรียน เขายกอุ้งเท้าอวบอ้วนทั้งสองข้างไพล่ไว้ด้านหลัง พยายามกำชุดนักเรียนไว้แน่น แหงนหน้าเล็ก ๆ ขึ้น มองดูเหล่ามนุษย์สัตว์ผู้ใหญ่ในร้าน ที่กำลังงัดสารพัดวิชามารออกมาใช้บนโต๊ะอาหาร

อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความทึ่งอีกครั้ง : ที่แท้ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนอนุบาลหรอกนะ แต่แม้แต่บนดาวใหญ่ ๆ ข้างนอก มนุษย์สัตว์ก็ต้องพึ่งพาความแข็งแกร่ง ในการแย่งของกินเหมือนกันฮับ!

ครูใหญ่ซีซีพูดถูกที่ฉุดเยย!

ด้วยเหตุนี้ ความคิดของลูกหมีตัวน้อยจึงถูกชักนำให้หลงทางไปอีกครั้ง

ทว่าความตั้งใจในการพยายามบำเพ็ญเพียรของเขา กลับยิ่งแน่วแน่มากขึ้นไปอีก

ก็นับได้ว่าเป็นแรงกระตุ้น อีกรูปแบบหนึ่งล่ะมั้ง

กาซิโอ ปรายตามองจู๋เซี่ยแวบหนึ่ง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ยึดติดกับท่าทางนี้นักหนา

ก็แหม ด้วยรูปร่างของจู๋เซี่ย การจะรักษาท่าทางแบบนี้ไว้ มันยากลำบากจะตายไป

แต่ในบางแง่มุมเขาก็เป็นลูกสัตว์หน้าตาย ที่แสนจะใส่ใจคนอื่น จึงไม่คิดจะเปิดปากเข้าไปก้าวก่ายพฤติกรรม และความชอบแปลก ๆ ของเพื่อนเลย

[นี่คือไลฟ์สดการกินข้าวที่น่าดูที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยล่ะ]

[แต่ละคนนะ ถ้าไม่มีฝีมือก็อดกินของอร่อยกันทั้งนั้น]

[ฮ่า ๆ ๆ มนุษย์สัตว์โต๊ะเจ็ดคนนั้นน่ะ เขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในโต๊ะนั้นเลย นั่งร่วมโต๊ะมาตั้งนาน ลวกอาหารไปสิบกว่าจานแล้ว เขาเพิ่งจะคีบหญ้าได้แค่เส้นเดียวเอง ขำจะตายอยู่แล้ว!]

[มนุษย์สัตว์หกคนโต๊ะยี่สิบ พลังรบอย่างน้อยต้องระดับเก้าแล้วแน่ ๆ !]

[ระดับเก้าเหรอ? ในห้าสิบโต๊ะนี้ มีเกือบยี่สิบโต๊ะที่มีพลังรบระดับแปดระดับเก้า! ที่เหลืออีกหกโต๊ะเป็นมนุษย์สัตว์เพศเมีย ล้วนแต่เป็นนักชำระล้างพลังจิตที่มีพลังจิตระดับ B+ ขึ้นไปทั้งนั้น!]

[ระดับ B+ ขึ้นไปแล้วมันยังไงล่ะ? เห็นเพศเมียไม่กี่คนตรงโต๊ะสามสิบเอ็ดไหม นั่นน่ะนักชำระล้างพลังจิตระดับ A ทั้งนั้น!]

[เรียกได้ว่า หนึ่งในหกของนักชำระล้างพลังจิตระดับสูงในเมืองหลวงดาวไห่หลาน มารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว!]

[น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ แค่งานเลี้ยงครอบครัวพนักงานธรรมดา ๆ ของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน ก็ยังกลายเป็นงานชุมนุมสุดยิ่งใหญ่ของเหล่าผู้มีอิทธิพลไปซะได้]

[ข่าวดีคือ ได้เห็นความสง่างามของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่! ส่วนข่าวร้ายคือ ความเร็วในการเสิร์ฟอาหารของพนักงาน ไม่ทันความเร็วในการยัดอาหารของพวกเขาน่ะสิ!]

เนื่องจากจำนวนคนกิน มากกว่าที่วางแผนไว้ถึงครึ่งหนึ่ง ประกอบกับมนุษย์สัตว์ทุกคนต่างก็สั่งอาหารและสวาปามด้วยความคิดที่ว่านี่คือ "มื้อสุดท้ายในชีวิต" วัตถุดิบจึงถูกผลาญไปเร็วกว่าที่คิดไว้มาก

ด้วยความเร็วระดับนี้ ไม่ทันถึงช่วงบ่าย วัตถุดิบที่เตรียมไว้เมื่อวานคงร่อยหรอจนหมดเกลี้ยงแน่

รองผู้จัดการร้านอย่างเบิร์ล มองดูพนักงานที่ยังคงยกอาหารออกไปเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องด้วยความกลัดกลุ้ม

พวกมนุษย์สัตว์ผู้ใหญ่พวกเน้ ทำมายถึงกินจุยิ่งกว่าคุงครูดูแรนต์อีก!

[วัตถุดิบลดลงด้วยความเร็ว ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลย ฉันต้องใช้เวลาอีกตั้งสามชั่วโมง กว่าจะถึงห้างสรรพสินค้าไห่หลาน ขอถามหน่อยว่าจะมีโอกาสได้กินไหมเนี่ย?]

[สั่นไปหมดแล้ว พวกลูกสัตว์ พวกเธอลืมจำกัดปริมาณการสั่งซื้อหรือเปล่า?]

[พวกที่บอกว่าต้องจำกัดปริมาณน่ะ ช่วยเบิกตาดูให้เต็มที่หน่อยได้ไหมว่าตอนนี้คนที่กำลังกินอยู่คือใคร? คือครอบครัวของครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติไง! พวกนายจำไม่ได้เหรอ? ในสวัสดิการรับสมัครงานของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน มีข้อ "สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวพนักงาน" ระบุไว้อยู่นะ!]

[เพราะงั้น พวกนายคงเข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าทำไมมื้อแรกของการเปิดร้าน ถึงเป็นการเลี้ยงครอบครัวคุณครู?]

[ฉันมีความคิดที่น่ากลัวแวบขึ้นมา พอถึงตาพวกเรา จะไม่โดนจำกัดปริมาณใช่ไหม!]

[ถุย ๆ ๆ เมนต์บนหุบปากไปเลยนะ กลางวันแสก ๆ มาเล่าเรื่องสยองขวัญอะไรกันเนี่ย?! กะจะให้มนุษย์สัตว์ตกใจตายหรือไง?]

[ทำไมร้านหม้อไฟของพวกลูกสัตว์ถึงเปิดให้จองคิวออนไลน์ไม่ได้? ทำไมต้องมาต่อคิวรับบัตรที่หน้าร้านด้วย? เจ็บใจนัก! กลัวจังเลยว่าเดี๋ยววัตถุดิบจะหมด!]

หลิวหลิงหลง กวาดสายตามองสถานการณ์ในร้านจนทั่ว แม้ในขณะที่กินอาหารอยู่ เธอก็ไม่ลืมที่จะคอยจับตาดูพวกลูกสัตว์

เธอเอาเห็ดชิ้นสุดท้ายในชามจิ้มน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปาก จากนั้นก็วางตะเกียบลงอย่างยากลำบาก แล้วเดินไปหาเจ้าตัวเล็กทั้งสาม

"ผู้จัดการร้านตัวน้อยที่น่ารักทั้งสามคน ก่อนอื่นครูต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ ที่ร้านหม้อไฟของพวกเธอเปิดกิจการได้รุ่งเรือง และขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดนี้ อาหารที่พวกเธอทำมันสุดยอดมาก ๆ และก็ได้รับความนิยมสุด ๆ ไปเลยล่ะ!

แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ วัตถุดิบที่เราเตรียมไว้เมื่อวานอาจจะไม่พอ

ดังนั้นครูเลยให้ครูแพทริกส่งวัตถุดิบล็อตใหม่มาให้ประเดี๋ยวนี้เลย รบกวนผู้จัดการร้านตัวน้อยทั้งสามช่วยครูเซ็นรับของหน่อยนะจ๊ะ

วัตถุดิบล็อตนี้จะมีจำนวนเยอะกว่าเดิม แถมยังมีหลากหลายชนิดขึ้นด้วย

ช่วงสองสามวันนี้ครูจะอยู่ประจำที่ร้านหม้อไฟเลยนะ จะได้คอยนับสต็อกและเติมวัตถุดิบได้ทันท่วงที มีอะไรให้ครูช่วย ผู้จัดการร้านตัวน้อยทั้งสามก็สั่งมาได้เลยนะจ๊ะ~"

แตกต่างจากการทักทายพวกลูกสัตว์ในฐานะคุณครูก่อนหน้านี้ น้ำเสียงและท่าทีในการพูดคุยของหลิวหลิงหลงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอยืนอยู่ในจุดของผู้จัดหาวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน และกำลังสื่อสารกับเจ้าตัวเล็กทั้งสามอย่างเท่าเทียม

ประสบการณ์อันแปลกใหม่นี้ ทำให้เจ้าตัวเล็กทั้งสามรู้สึกได้รับการยอมรับอย่างบอกไม่ถูก

ราวกับว่า... ราวกับว่าพวกเขาได้กลายเป็นผู้จัดการร้านหม้อไฟที่เก่งกาจจริง ๆ ไปแล้ว!

เบิร์ลตื่นเต้นจนหมุนติ้วอยู่กับที่ : "ขอบคุงคุงครูหลิงหลงฮับ~ คุงครูเก่งที่ฉุดเยย~"

ถึงแม้พวกเขาจะเคยมีประสบการณ์ตั้งแผงขายของมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สถานการณ์ในครั้งนี้ แตกต่างจากตอนอยู่บนดาวล่าสัตว์ D-584 เล็กน้อย ทำให้พวกเขาแอบรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่นิดหน่อย

คำพูดของหลิวหลิงหลง ทำให้พวกเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก

ขอแค่วัตถุดิบมีพอรับรอง พวกเขาก็ต้องทำภารกิจที่ครูอีอีมอบหมายไว้ให้สำเร็จได้แน่!

ไม่แน่ว่ากลุ่มของพวกเขาอาจจะคว้าอันดับหนึ่งใน "ปฏิบัติการเคาะระฆัง" ครั้งนี้มาครองก็ได้!

พอคิดถึงดอกไม้แดงที่รองครูใหญ่อาเย่กับครูอีอีรับปากเอาไว้ หัวใจของเจ้าตัวเล็กทั้งสามก็ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที

กาซิโอเป็นเด็กที่รอบคอบและนิ่งขรึม กว่าเบิร์ลกับจู๋เซี่ยอย่างเห็นได้ชัด เขาสังเกตเห็นว่าหลิวหลิงหลงยังกินไม่อิ่ม

"คุงครูหลิงหลงฮับ คุงครูปายกินข้าวต่อก่อนเถอะฮับ เดี๋ยวพอคุงครูแพทริกมาแย้ว คุงครูค่อยมาช่วยพวกเลาเช็กวัตถุดิบก้อด้ายฮับ~"

[ขอขอบคุณครูหลิงหลงที่มาใหม่คนนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณจริง ๆ...]

[ต้องขอบคุณเพศเมียตัวน้อยคนนี้ที่มาใหม่จริง ๆ ไม่งั้นกว่าฉันจะไปถึงร้านหม้อไฟ คงเหลือแต่โต๊ะเก้าอี้แน่! ดีไม่ดีถ้าโต๊ะเก้าอี้มันอร่อย ก็คงโดนกวาดเรียบไปด้วยแล้ว!]

[วันนี้ฉันก็ยังคงอิจฉามนุษย์สัตว์ทุกคน ที่ไปถึงสถานที่จริงได้อย่างเท่าเทียมกันเลยแฮะ!]

[ฮี่ ๆ ฉันเห็นครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติ ที่ยืนยามอยู่หลายคนทนสิ่งยั่วใจไม่ไหว แอบกลืนน้ำลายเอื๊อก ๆ บ่อยมาก]

[พอเทียบกับครูพวกนี้ที่ได้แต่มองแต่กินไม่ได้แล้ว จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกยุติธรรมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก]

หลิวหลิงหลงที่กลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอหยิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ แล้วชูแก้วไปทางผู้นำของสี่ตระกูลใหญ่ที่กำลังจ้องมองเธอตาค้าง รอยยิ้มที่เจิดจ้าถึงขีดสุดนั้น แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง

ผู้นำตระกูลเฮ่อ ตระกูลหลิน ตระกูลซานหลัว และตระกูลแอนดรูว์ต่างก็รู้สึกเจ็บใจจนแทบอกแตกตาย : ช้าไปอีกก้าวแล้ว! ยัยผู้นำตระกูลหลิวจอมเจ้าเล่ห์เอ๊ย!

หลิวหลิงหลง ดื่มเครื่องดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้วก็รีบคว้าตะเกียบมากินต่อทันที

เธอไม่เหมือนกับสี่คนจากสี่ตระกูลใหญ่นั่นหรอกนะ

พอกินเสร็จแล้วเธอยังต้องอยู่เป็นลูกมือให้พวกลูกสัตว์ ในร้านหม้อไฟต่ออีกนี่นา

ทุกคนต่างก็คิดว่า เป้าหมายของเธอ คือการได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน เพื่อกลายเป็นผู้ช่วยคนเก่งที่ครูใหญ่ซีซีขาดไม่ได้ จะได้ตักตวงทรัพยากรบำเพ็ญเพียรที่ดีกว่าให้กับตัวเองและตระกูล

ทว่า มีเพียงตัวเธอเองที่รู้ดีแก่ใจ ว่าสิ่งที่เธอต้องการมันไปไกลกว่านั้นมาก

นับตั้งแต่เริ่มแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล เป้าหมายของเธอมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ : ใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อทำให้ตระกูลหลิว กลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งดาวไห่หลานให้ได้!

การปรากฏตัวของรองครูใหญ่อาเย่ ทำให้เธอมองเห็นโอกาส

และหลังจากที่มีโอกาสได้สัมผัส และทำความรู้จักกับครูใหญ่ซีซี เปลวไฟในใจที่ชื่อว่า "ความทะเยอทะยาน" ของเธอก็ยิ่งลุกโชนขึ้นกว่าเดิม

บางที ดาวไห่หลานอาจจะไม่ใช่จุดสูงสุดของเธอและตระกูลหลิวก็ได้มั้ง?

และร้านหม้อไฟแสงตะวันแห่งนี้ ก็จะเป็นก้าวแรกที่นำพาตระกูลหลิวทะยานขึ้นสู่การเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งดาวไห่หลาน...

ครูหลิงหลงเป็นเพศเมียสายเวิร์กกิ้งวูแมนตัวจริง~

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 180 หลิวหลิงหลงผู้ทะเยอทะยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว