- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 141 เรซูเม่
บทที่ 141 เรซูเม่
บทที่ 141 เรซูเม่
เจียงอวี่ซีพบว่า ยิ่งเธอพูดมากเท่าไหร่ ใบหน้าของหนุ่มหล่อที่อยู่ตรงข้ามก็ยิ่งดูซึมเศร้าและเสียใจมากขึ้นเท่านั้น
โดยเฉพาะดวงตาที่ทั้งอบอุ่นและกระจ่างใสคู่นั้น ให้ความรู้สึกเหมือนไข่มุกเม็ดงามที่ถูกฝุ่นบดบัง
แม้กระทั่งเส้นผมสีแดง ที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้าบนหัวก็ยังดูหม่นหมองไร้ประกายไปเลย
ช่างเป็นเวรกรรมแท้ ๆ!
เมื่อคืนก่อนเขายังเป็นมนุษย์สัตว์เพศผู้โสดอนาคตไกลอยู่เลย แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า สิ่งที่ต้อนรับเขาดันไม่ใช่แสงแรกของรุ่งอรุณ แต่กลับเป็นสถานการณ์สุดรันทด ที่ชื่อเสียงป่นปี้แถมยังเสียทั้งตัวเสียทั้งเงิน
ถูกเด็กแสบของทั้งสองบ้าน จับมัดรวมกันแบบงง ๆ ซะงั้น
ถึงแม้จะเป็นผู้เสียหายที่ถูกเด็กแสบแกล้งเหมือนกันก็เถอะ แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับคนซวยที่ตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าตัวเองถูกลูกสัตว์ที่บ้านขายทิ้งจนหมดตัวไม่เหลือแม้แต่กางเกงใน ในฐานะฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์ เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะปลอบใจอีกฝ่ายยังไงดี
เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ตอนที่เขาตื่นขึ้นมาเมื่อเช้า สีหน้าจะพังทลายขนาดไหน
หลังจากยกเลิกสัญญาผู้พิทักษ์แล้ว นอกจากจะมีบทลงโทษด้านเงินทองแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือต้องถูกประกาศประจาน บนเว็บไซต์ทางการของผู้พิทักษ์เป็นเวลาถึงครึ่งปีเต็ม
ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบในแง่ลบต่อการทำงาน หรือการใช้ชีวิตของเพศผู้ในอนาคต ล้วนรุนแรงอย่างยิ่ง
เผลอ ๆ อาจจะทำให้เพศผู้หาภรรยาไม่ได้ด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุดแล้ว ภายใต้การหล่อหลอมของค่านิยมเพศเมียเป็นใหญ่ เพศผู้ต่ำต้อยในโลกใบนี้ ข้อผูกมัดและข้อเรียกร้องต่อเพศผู้ยังคงสูงมาก
โดยเฉพาะในสังคมยุคดวงดาวปัจจุบัน สัดส่วนระหว่างเพศเมียกับเพศผู้มีความแตกต่างกันมาก เพศเมียมีตัวเลือกกว้างขวางมากในการเลือกสามี และก็เข้มงวดมากขึ้นด้วย
ไม่มีใครอยากได้เพศผู้ที่มีประวัติด่างพร้อยหรอก
เว้นเสียแต่ว่าเพศผู้คนนั้นจะแข็งแกร่งมากพอ มากพอที่จะเมินเฉยต่อกฎ เปลี่ยนแปลงกฎ หรือสร้างกฎขึ้นมาใหม่ได้
"เอาแบบนี้ไหม คุณคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการยังไงดีถึงจะเหมาะสม?" เธอเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง โดยยึดหลักการที่ไม่ไปกระตุ้นสุขภาพกายและใจของคนซวย
"ไม่ยกเลิกคำร้อง..." เฟรเดอริกส่งสายตาเปี่ยมด้วยความหวังมาที่เธอ
อะ อะไรนะ?
เธอต้องหูแว่วไปแน่ ๆ
มีผู้เสียหายที่ไหน ขอร้องให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อต่อไปด้วยเหรอ?
สัญญาผู้พิทักษ์ที่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลยแบบนี้ ไม่ยกเลิกแล้วจะเก็บไว้ดูเล่นข้ามปีหรือไง?
"ผมไม่อยากยกเลิกคำร้องเป็นผู้พิทักษ์ครับ!" เสียงของเฟรเดอริกดังขึ้นมาหน่อย หนักแน่นและกังวาน
"?" เจียงอวี่ซีตกตะลึง
ทำบ้าอะไรเนี่ย? มีคนโง่แบบนี้อยู่บนโลกจริง ๆ ด้วยเหรอ?
"คุณรังเกียจผมเหรอครับ?" เฟรเดอริกมองด้วยสายตาร้อนแรง
รังเกียจเหรอ? จะเป็นไปได้ยังไง ก่อนหน้านี้ตอนที่คุยกันในเน็ต ก็รู้สึกประทับใจเขามาก ทัศนคติดี นิสัยดี จริงใจต่อผู้อื่น พูดจาไพเราะ แถมเวลาอยู่ด้วยยังรู้สึกสบายใจสุด ๆ
พอได้มาเจอตัวจริงถึงรู้ว่า ข้อดีของเขาไม่ได้มีแค่นั้น
ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือหน้าตาดี
ดีมาก ๆ ดีสุด ๆ !
ดีระดับไหนน่ะเหรอ?
ดีจนขนาดที่ว่าสีผมที่เธอเคยขัดหูขัดตาที่สุด เธอก็ยังมองว่ามันดูดีขึ้นมาได้เฉยเลย
เธอไม่เคยเห็นใคร ที่สามารถรับมือกับผมสีแดงทั้งหัว ได้ดูดีขนาดนี้มาก่อนเลย
ปอยผมสีแดงเพลิงที่ระย้าลงมาตรงหางตา สอดรับกับความร้อนแรงในดวงตาของเขา ทำเอาหัวใจของเธอราวกับถูกความร้อนนั้นลวกเข้าให้
เธอใช้การควบคุมตัวเองทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิต ละสายตาออกจากใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างยากลำบาก
เจียงอวี่ซี เธอใจเย็น ๆ หน่อย อย่าปล่อยให้ความหล่อมาครอบงำสิ
ถึงแม้ทุกตารางนิ้วบนตัวเขาจะตรงสเปกเธอไปหมด ก็จะฉวยโอกาสเอาเปรียบตอนที่เขาเดือดร้อนไม่ได้เด็ดขาด
แต่ว่าเขาน่ะ แม้กระทั่งผมสีแดงบนหัว ก็ยังแผดเผาใจเธอได้ขนาดนั้นเลยนะ!
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า เมื่อก่อนเธอมองความงามของไอ้พวกผมแดง ผมเหลือง หรือผมน้ำเงินไม่ออกเลยสักนิด!
ช่างเป็นตัวอันตรายจริง ๆ ถุย! ช่างเป็นเวรกรรมแท้ ๆ!
ประกายในดวงตาของเฟรเดอริกหม่นหมองลงไปส่วนหนึ่ง : แม้แต่จะมองก็ยังไม่อยากมองเลยเหรอ?
"ไม่รังเกียจเลย ไม่รังเกียจเลยสักนิด" ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจนะ เธอยังอยากจะเอาสำนวนทั้งหมดที่เคยเรียน ตอนอยู่ยุคเก่าของดาวโลกสีน้ำเงินมาปาใส่เขาเลย
พอได้ยินคำว่า "ไม่รังเกียจ" นัยน์ตาของเขาก็เป็นประกายวิบวับ
เจียงอวี่ซีใจเต้นตึกตัก
อาการแบบนี้เธอเข้าใจ
ดวงตาลึกล้ำ สว่างไสวเปี่ยมไปด้วยพลัง!
นัยน์ตาแจ่มใสงดงาม มองไปทางไหนก็เปล่งประกาย!
"ฉันว่าคุณเป็นคนดีมากเลยนะ จริง ๆ นะ ดีมาก ๆ เลยแหละ!" เธออดไม่ได้ที่จะยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ดีไปหมดทุกอย่างเลย! ฉันก็แค่รู้สึกว่าสัญญานี้มันไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับคุณเท่าไหร่น่ะ!"
พูดจบ เธอก็พบว่ามันแย่แล้ว!
เพราะคำกล่าวที่ว่า "เมื่อถึงคราวต้องใช้ความรู้ ถึงได้เสียใจว่าเรียนมาน้อย" มันคือเรื่องจริง
มนุษย์สัตว์เพศผู้ตรงข้ามยิ้มออกมา ยิ้มจนใบหน้าสว่างไสว
ทำให้เธอเกิดความรู้สึกราวกับว่า กระท่อมโกโรโกโสนั้นสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น
เฟรเดอริก ที่ใบหน้าเปล่งปลั่งหยิบเรซูเมฉบับหนึ่งยื่นให้เธอ
"ผมดูไลฟ์สดของคุณมาตลอดเลยครับ"
"คุณเคยบอกว่า โรงเรียนอนุบาลแสงตะวันขาดแคลนครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติ นี่คือเรซูเมของผมครับ ถ้าคุณดูแล้วคิดว่าผมเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ได้โปรดอนุญาตให้ผมอยู่เคียงข้างคุณ เพื่อช่วยคุณแบ่งเบาภาระด้วยนะครับ"
ท่าทีของอีกฝ่ายนั้นจริงใจเหลือเกิน จนทำให้เธอไม่กล้าบอกออกไปว่า ตอนนี้วิชาฝึกปฏิบัติมีครูสอนแล้ว ซึ่งก็คือดูแรนต์ผู้น่าสงสารนั่นเอง
เธอรับเรซูเมมาเปิดดูอย่างตกกระไดพลอยโจน
"ชื่อ เฟรเดอริก?" เธอเรียกชื่อนั้นออกมาอย่างอึดอัดเล็กน้อย ชื่อนี้แอบยาวไปหน่อยนะ
เฟรเดอริกกระแอมเบา ๆ : "เฟรเดอริกเป็นชื่อจริงครับ ครูใหญ่ซีซีเรียกผมว่า อาเย่ ก็ได้ครับ นั่นเป็นชื่อเล่น"
เฟรเดอริก คือชื่อที่เขาใช้ตอนเซ็นสัญญากับสมองกลหลักแห่งเครือข่ายดวงดาว
ส่วนชื่อ อาเย่ คือชื่อของเขาในตอนที่เคยถูกทุกคนมองว่าเป็น "ลูกสัตว์พิการ"
"อาเย่เหรอ? ก็เพราะดีนะ ฉันชอบเวลากลางคืนอยู่แล้วด้วย" เพราะกลางคืนหมายถึงเวลาเลิกงาน เวลาพักผ่อน
เฟรเดอริก ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา แล้วพูดเสียงเบาว่า : "ครับ กลางคืนก็ดีจริง ๆ นั่นแหละ"
"ใช่แล้วล่ะ ดวงดาวตอนกลางคืนจะสว่างที่สุด ตอนกลางวันมองไม่เห็นหรอก" เจียงอวี่ซี พลิกดูเรซูเม พูดไปพลางทำหน้าจริงจังปนกลุ้มใจไปพลาง
หากจะพูดถึงพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในยุคดวงดาว ก็คงหนีไม่พ้นพลังแห่งดวงดาวแล้วล่ะ
โดยเฉพาะพลังแห่งดวงดาวในยามค่ำคืน มันทำให้การวางค่ายกลหรือการวาดยันต์ที่เธอใช้พลังแห่งดวงดาวเป็นตัวนำทางนั้นลื่นไหลเป็นพิเศษ แถมผลลัพธ์ที่ได้ยังมีอานุภาพมหาศาลอีกด้วย!
เธอรักพลังแห่งดวงดาวในยุคนี้เข้าอย่างจังเลย!
"ครับ สว่างมากจริง ๆ" เธอที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจึงไม่รู้เลยว่า สายตาที่เฟรเดอริกมองมาที่เธอนั้น ช่างอ่อนโยนเสียจนแทบจะทำให้มนุษย์สัตว์จมน้ำตายได้เลยทีเดียว
"อายุ 86 ปีเหรอ?" อายุเฉลี่ยที่ถือว่าบรรลุนิติภาวะของมนุษย์สัตว์ยุคดวงดาวคือ 30 ปี
ช่วงเวลาที่ถือเป็นจุดสูงสุดของวัยหนุ่มสาวคือลากยาวไปจนถึง 50 ปีก่อนสิ้นอายุขัย ทำเอาเธอต้องอุทานออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจเลยว่า : สมแล้วที่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ได้รับพรสวรรค์จากสวรรค์จริง ๆ
เฟรเดอริกพยักหน้ายิ้ม ๆ
เขาไม่ได้เขียนมั่วนะ เพียงแต่รูปแบบเรซูเมที่ดาวน์โหลดมา ช่องอายุมีแค่สองช่องว่าง เพื่อรักษาความสะอาดเรียบร้อยของเรซูเม เขาจึงช่วยละตัวเลขหลักแรกออกไปอย่างเอาใจใส่ก็เท่านั้นเอง
"ส่วนสูง 192 จบการศึกษาจากสถาบันการทหารอันดับหนึ่งแห่งสหพันธ์ดวงดาว? นิสัยอ่อนโยนร่าเริง เป็นมิตรกับผู้อื่น..."
นี่เขียนอะไรมาเนี่ย ทำไมรู้สึกไม่เห็นเหมือนเรซูเมสมัครงานเลย?
มีใครที่ไหนเอาทั้งเรื่องนิสัย การคบเพื่อน สถานะโสดไหม มีเพศเมียที่ชอบหรือเปล่า ภูมิหลังครอบครัว แล้วก็ประสบการณ์การเติบโตมาเขียนลงไปหมดแบบนี้ด้วยเหรอ?
โชคดีนะที่ไม่เขียนสถานะทางการเงิน กับสเปกคู่ครองลงไปด้วย ไม่งั้นเธอคงสงสัยแล้วว่านี่มันคือโปรไฟล์สำหรับดูตัว ไม่ใช่เรซูเมสมัครงาน
เจียงอวี่ซีหูแดงก่ำขณะที่อ่านต่อไป
หลังจากอ่านกระดาษไปสามหน้าติด ในที่สุดก็ปรากฏประวัติการทำงานของเจ้าของเรซูเมสักที
มีแค่ครึ่งหน้ากระดาษบาง ๆ
สั้นกระชับสุด ๆ
เจียงอวี่ซีทำได้เพียงตรวจสอบข้อมูลในเรซูเมกับอีกฝ่ายทีละข้อ
"คุณเคยทำงานด้านการศึกษามาก่อนเหรอ? แถมยังรับผิดชอบสอนวิชาฝึกปฏิบัติด้วย?" นี่มันตรงสายเลยนี่นา? ครูสอนวิชาฝึกปฏิบัติที่มีประสบการณ์ น่าจะสอนนักเรียนได้ดีกว่าดูแรนต์แน่ ๆ
(จบบท)