- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 100 เลื่อนระดับสำเร็จ อันอันแยกเขี้ยวเตรียมสังหาร!
บทที่ 100 เลื่อนระดับสำเร็จ อันอันแยกเขี้ยวเตรียมสังหาร!
บทที่ 100 เลื่อนระดับสำเร็จ อันอันแยกเขี้ยวเตรียมสังหาร!
เจียงอวี่ซีมองดูทั้งสองคนในค่ายกลด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง
ไม่จริงน่า หรือว่าท่านนายพลทั้งสองจะมีโอกาสสกัดความบริสุทธิ์ของสายเลือดได้จริงๆ?
เจียงอวี่ซี ที่ตอนแรกแค่กะจะทดสอบสรรพคุณของน้ำยาให้พวกลูกสัตว์ดูล่วงหน้า ถึงกับนั่งตัวตรงขึ้นมาทันที
[เพศเมียตัวน้อยโยนขวดเล็กๆ เข้าไปข้างในเหรอ? มนุษย์สัตว์ที่มาจากโรงเรียนอนุบาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือลูกสัตว์ ล้วนชอบโยนของใส่คนอื่นตอนกำลังเลื่อนระดับหรือไงเนี่ย?]
[คราวก่อนฉันจำได้ว่า ตอนที่ตาฉู่อี้ดัดเสียงกำลังเลื่อนระดับ พวกลูกสัตว์ก็โยนเศษกระดาษกับป้ายไม้เล็กๆ เข้าไปตั้งเยอะแยะ อ้อใช่ แล้วก็ยังมีไอ้ของที่เคาะดังป๊อกๆ นั่นด้วย ทำไมเพศเมียตัวน้อยถึงไม่เคาะแล้วล่ะ? ฉันรู้สึกว่าการที่ตาฉู่อี้ดัดเสียงเลื่อนระดับสำเร็จได้ ก็น่าจะเกี่ยวพันกับของพวกนั้นอยู่นะ]
"ท่านนายพล!" เหล่านักรบที่ฟื้นจากการชำระล้างครั้งใหญ่พากันกรูเข้ามาล้อมรอบ
โล่ป้องกันระดับกองทัพ ถูกกางครอบร่างของหลิ่นและเว่ยเซินแบบกลับด้านอันแล้วอันเล่า
เวลาที่มนุษย์สัตว์เพศผู้เลื่อนระดับ บางครั้งอาจเกิดความเคลื่อนไหวและพลังทำลายล้างมหาศาล จึงต้องควบคุมอย่างเข้มงวด
"ท่านนายพลทั้งสองอาการดีมาก ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ" เจียงอวี่ซีพูดพลางโยนของดีลงไปในค่ายกลอีกครั้งอย่างสบายๆ
นายพลหลิ่นเป็นมนุษย์สัตว์เผ่างู
ดังคำกล่าวที่ว่า งูร้อยปีกลายเป็นหลาม พันปีกลายเป็นเจียว (มังกรน้ำ) หมื่นปีกลายเป็นมังกร
ตอนนี้แม้นายพลหลิ่นจะบำเพ็ญเพียรมาได้แค่ร้อยกว่าปี แต่ก็มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ภายใต้การช่วยเหลือของน้ำยา เขาก็มีเค้าลางของการกลายร่างเป็นเจียวแล้ว
ด้วยพรสวรรค์ของนายพลหลิ่น หากให้เวลาอีกสักหน่อย การจะกลายเป็นมังกรก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ส่วนสายเลือดของนายพลเว่ยเซินนั้นด้อยกว่าหน่อย
คาดว่าคงต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมาก
และในเมื่อเธอมีวาสนาได้พบเจอ แถมยังบังเอิญช่วยผลักดันพวกเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง จะผลักดันต่ออีกสักนิดก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
เมื่อคิดดังนั้น เธอก็ล้วงเอาของที่เหมาะสมออกมาจากกำไลมิติอย่างต่อเนื่อง
ส่งผ่านค่ายกลเสริมเข้าไปในร่างของทั้งสองคน
ล้วนเป็นของที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ตอนสกัดสายเลือดให้เจียงโย่วอันในครั้งหน้าทั้งนั้น
ถึงแม้จะไม่มีมากพอให้จัดสรรแก่นักรบจำนวนมาก แต่ถ้าให้แค่สองคนก็ยังมีเหลือเฟือ
[เพศเมียตัวน้อยใจเย็นสุดๆ]
[ท่าทางที่เหมือนมั่นใจเต็มเปี่ยมแบบนี้ รักเลยๆ]
[ท่าทางสบายๆ ของเพศเมียตัวน้อยตอนที่โยนของเข้าไปข้างใน ดูเหมือนกำลังเดินช้อปปิ้ง ซื้อของในห้างแบบชิลๆ เลย]
[พูดจริงๆ นะ พวกนายไม่มีใครสนใจลูกสัตว์สามตัวที่กำลังสู้อยู่เลยเหรอ?]
[รู้สึกว่าฝูงสัตว์ร้ายพอมาเจอกับพวกลูกสัตว์ ก็ไม่มีทางสู้ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกี้นายพลหลิ่นยังให้โล่ป้องกันระดับ S กับพวกลูกสัตว์ไปด้วย!]
[ขอแก้นิดนึง มันคือโล่ป้องกันระดับ S ของกองทัพ อย่างต่ำๆ ก็ราคาหลักร้อยล้านแล้วมั้ง]
[อิจฉาพวกลูกสัตว์จริงๆ อายุยังน้อยก็กลายเป็นลูกสัตว์ที่ได้เปิดหูเปิดตาเห็นโลกกว้างซะแล้ว ต้องขอบคุณพวกเขาเลยที่ทำให้ฉันกลายเป็นมนุษย์สัตว์วัยผู้ใหญ่ที่ได้เปิดหูเปิดตาเหมือนกัน]
[แทนที่จะห่วงว่าพวกลูกสัตว์จะรับมือกับฝูงสัตว์ร้ายได้ไหม สู้เอาเวลาไปห่วงดีกว่าว่าพวกลูกสัตว์จะทำภารกิจที่เพศเมียตัวน้อยมอบหมายไว้ได้สำเร็จหรือเปล่า]
[เพศเมียตัวน้อยต้องการวัตถุดิบจากสัตว์ร้ายพวกนี้ไปทำไม? ของพวกนี้มีสาร “X” ปนเปื้อนอยู่เยอะเกินไป ไม่มีทางกำจัดออกได้เลย ทั้งกินไม่ได้และใช้ประโยชน์ไม่ได้ด้วย]
[เพศเมียตัวน้อยคงไม่ได้ไม่รู้หรอกนะ คิดว่าสัตว์ร้ายพวกนี้เหมือนสัตว์ป่าหรือสัตว์อวกาศธรรมดาที่กินได้ใช้ได้งั้นเหรอ?]
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก แสงจางๆ ยามเย็นระบายเต็มท้องฟ้าอย่างเงียบเชียบ
ลูกสัตว์ทั้งสามตัวที่ทำภารกิจสำเร็จแล้ว หอบหิ้วของที่ยึดมาได้กลับมาหาเจียงอวี่ซี
เมื่อเทียบกับสภาพทุลักทุเลของดอริสและไลโอแล้ว เจียงโย่วอันยังคงรักษาสภาพขาวสะอาดหมดจดเหมือนตอนขาไปไว้ได้
ลูกเสือน้อยที่กำลังจะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเพศเมียตัวน้อย กลับเห็นเจียงอวี่ซีมัวแต่ล้วงเอา "ของดี" ออกมาจากกำไลมิติแล้วโยนไปทางมนุษย์สัตว์ผู้ใหญ่สองคนนั้นไม่หยุด
ถึงกับชะงักอึ้งไปเลย
โอสถร้อยสมุนไพร ของเขาอ่ะ
โอสถหลอมวิญญาณ ของเขาอ่ะ
โอสถเสริมญาณ ของเขาอ่ะ
ยันต์เยียวยา ของเขาอ่ะ
……
ยันต์ดารา ก็ของเขาอ่ะ
ล้วนเป็นของเขาทั้งนั้นเลยนะ
มันคือของที่เขาตามติดไม่ห่าง คอยอยู่เป็นเพื่อนเพศเมียตัวน้อยทำขึ้นมาตอนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลนี่นา
เพศเมียตัวน้อยบอกว่า ด้วยพรสวรรค์ของเขา อีกไม่นานก็จะสามารถทำการสกัดสายเลือดได้แล้ว ก็เลยต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า
แต่ทำไมตอนนี้ เพศเมียตัวน้อยถึงเอาไปให้มนุษย์สัตว์สองคนนั้นใช้หมดเลยล่ะ
เมื่อเจียงอวี่ซีโยนขวดหยกเข้าไปในค่ายกลอีกครั้ง
มันคือโอสถหยั่งมรรคา ที่ช่วยให้ผู้กินสามารถรับรู้และทำความเข้าใจในวิถีมรรคาแห่งฟ้าดินได้ เพศเมียตัวน้อยตั้งใจหลอมขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อเก็บไว้ใช้ทำความเข้าใจมรรคาหลังจบการทัศนศึกษา
นี่มันโอสถของเพศเมียตัวน้อยนี่!
ต้องเป็นมนุษย์สัตว์พวกนี้รังแกเพศเมียตัวน้อยแน่ๆ เยย!
พอคิดได้ดังนั้น เขาก็สาดประกายตาเกรี้ยวกราด แยกเขี้ยวใส่นักรบทุกคน พร้อมกับส่งเสียงคำรามในลำคอ
เสียงคำรามของพยัคฆ์ครั้งนี้ ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ
ถ้าบอกว่าเสียงคำรามตอนเผชิญหน้ากับสัตว์ร่วงหล่นก่อนหน้านี้ เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันน่าเกรงขาม
เสียงคำรามในตอนนี้ ก็คือเต็มไปด้วยจิตสังหารและความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะลุฟ้า!
พยัคฆราชพิโรธ ฟ้าดินถึงกับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เขาจะฆ่าพวกมนุษย์สัตว์ที่บังอาจรังแกเพศเมียตัวน้อย แย่งของเพศเมียตัวน้อยไปให้หมดเยย
เจียงอวี่ซี มองดูเจ้าตัวเล็กแสนน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยความประหลาดใจ
ที่แท้เจ้าตัวเล็กอันอัน ก็มีมุมที่ดุร้ายขนาดนี้ด้วยเหรอเนี่ย?
ปกติตอนอยู่ต่อหน้าเธอ เสียงร้องทั้งนุ่มนิ่มหวานหู พูดจาเสียงเล็กเสียงน้อย น่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ
ขนาดพูดเสียงดังๆ ยังทำไม่ได้เลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่ลำคอเล็กๆ นั่นจะเปล่งเสียงคำรามพยัคฆ์ที่ทุ้มต่ำและทรงพลังขนาดนี้ออกมาได้
ตอนแรกเธอยังแอบกังวลอยู่เลย ว่าจะดัดนิสัยขี้ขลาดของอันอันยังไงดี
ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วแฮะ
ของบางอย่างมันสลักลึกอยู่ในสายเลือดและยีน ไม่จำเป็นต้องสอนเลยจริงๆ
เจียงอวี่ซี อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สมกับเป็นลูกสัตว์เผ่าพยัคฆ์จริงๆ
เจียงโย่วอัน ที่กำลังจะพุ่งโจมตี พอได้ยินเสียงของเพศเมียตัวน้อย ก็ไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ร้อง "เมี๊ยว~" ออกมาคำหนึ่งด้วยน้ำเสียงเล็กๆ นุ่มนิ่มบอบบาง
พวกเขากล้ามาแย่งของของคุณ! คนเลวทุกคนที่รังแกคุณ ผมจะฆ่าทิ้งให้หมดเยย ไม่ต้องกัวน้าฮะ~
พอได้ยินคำพูดปกป้องจากลูกสัตว์ตัวน้อย เจียงอวี่ซี ก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่ เธอย่อตัวลงลูบขนสีขาวนุ่มฟูที่กำลังตั้งชันของเขา
เจียงโย่วอัน ที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ท่ามกลางความยุ่งเหยิงเขาก็หันหน้ากลับมามองเธออย่างละเอียดถี่ถ้วน ใช้หัวเล็กๆ ถูไถฝ่ามือเธอเบาๆ จากนั้นก็ร้อง "เมี๊ยว~" ด้วยน้ำเสียงหวานจ๋อย
ไม่ต้องกัวน้า ผมจะปกป้องคุณเอง แป๊บเดียวก็เสร็จแย้ว คุณกินของอร่อยรอไปก่อนน้าฮะ~
คำพูดแฝงแววปลอบประโลมเอาไว้อย่างเข้มข้น
หลิ่นที่เลื่อนระดับสำเร็จแล้ว บังเอิญโชคดีได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดี
เขาเงียบกริบ พูดไม่ออก
พูดไม่ออกเลยจริงๆ
นี่ใช่พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทที่เขารู้จักจริงๆ หรือ?
เขาไม่ได้จำคนผิดจริงๆ ใช่ไหม?!
[ตอนแรกอยู่หน้าจอไลฟ์สดแท้ๆ เกือบโดนเสียงคำรามของลูกเสือน้อยขู่จนหัวใจจะวายแล้วเชียว สุดท้ายดันมาหักมุมแบบนี้ จะให้ฉันทำตัวยังไงล่ะเนี่ย?]
[รักเลยๆ ลูกเสือน้อยสองมาตรฐานสุดๆ]
[อันอันนึกว่าครูใหญ่ซีซีโดนพวกนักรบรังแกเหรอ? เขาระแวดระวังตัวสูงมากเลยนะ เหมือนว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยไว้ใจกองทัพรุ่งโรจน์กับกองทัพที่หกเลย]
[นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกกันว่า คนที่รักคุณต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็จะตอบรับคุณเสมอ?]
[แย่แล้วสิ สมองคลั่งรักเริ่มงอกออกมาแล้ว]
[ระหว่างเตรียมสู้ ยังอุตส่าห์หันมาโอ๋เพศเมียตัวน้อยเหรอ? จังหวะนี้ฉันให้ A++ ไปเลย บวกที่เพิ่มมาถือว่าให้ลูกเสือน้อยเอาไปภูมิใจเล่นก็แล้วกัน]
[เพราะงั้นคุณเพศผู้ในห้องไลฟ์สดทั้งหลาย คงรู้แล้วสินะ เธอไม่ได้ยุ่งจนไม่มีเวลาตอบข้อความนายหรอก แค่ไม่อยากคุยด้วยเท่านั้นเอง]
[พูดจริงๆ นะสาวๆ ถ้าพวกเธอเจอเพศผู้แบบลูกเสือน้อยล่ะก็ รีบตะครุบไว้เลย ลูกสัตว์ตัวเท่าฝ่ามือ พอนึกว่าครูใหญ่ซีซีโดนรังแก ก็กล้าเอาตัวเล็กๆ ไปงัดกับมนุษย์สัตว์ผู้ใหญ่ทั้งหมดเลยนะ]
[พอลองเอาลูกสัตว์มาเทียบกันแล้ว ไอ้ตัวที่บ้านฉันสงสัยต้องเอาไปทิ้งซะแล้ว]
ไม่ว่าหลิ่นและคนอื่นๆ จะอธิบายยังไง เจียงโย่วอัน ก็ยังคงดื้อดึงเชื่อว่าต้องเป็นพวกมนุษย์สัตว์กลุ่มนี้รังแกเจียงอวี่ซีแน่ๆ
เมื่อเห็นว่าอธิบายไปก็ไร้ประโยชน์ ในลำคอของลูกเสือน้อยก็ส่งเสียง "ครืนๆ" ขู่ต่ำเตรียมจะพุ่งเข้าโจมตี
เจียงอวี่ซี จึงจัดการอย่างเด็ดขาดด้วยการใช้มือข้างเดียว หิ้วหลังคอที่เต็มไปด้วยเนื้อนุ่มๆ ของลูกเสือน้อย แล้วก็หิ้วเขาขึ้นมาหน้าตาเฉย
สงครามที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นดินปืน จึงถูกขีดจุดจบลงด้วยประการฉะนี้
(จบบท)