- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 80 กองทัพรุ่งโรจน์ ครูอาหลิ่น!
บทที่ 80 กองทัพรุ่งโรจน์ ครูอาหลิ่น!
บทที่ 80 กองทัพรุ่งโรจน์ ครูอาหลิ่น!
ไม่ว่าคอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดจะพูดอย่างไร หรือฉู่อี้จะพยายามอธิบายจนปากเปียกปากแฉะแค่ไหน พวกลูกสัตว์ก็ยังคงฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า มนุษย์สัตว์พวกนี้ก็คือแก๊งลักพาตัวเด็กในตำนาน!
อันอันบอกแย้วว่า เมื่อคืนนี้ตอนที่พวกเขากะลังหลับปุ๋ย พวกคนร้ายพวกนี้คิดจะแอบมาอุ้มพวกเขาไป! โชคดีที่อันอันตื่นมาเจอทัน ม่ายงั้นตอนนี้พวกเขาคงกลายเป็นลูกสัตว์มอมแมมที่ต้องไปขุดเหมืองอยู่ใต้ดินลึก ๆ หรือไม่ก็กลายเป็นลูกสัตว์พิการแขนขาขาดต้องไปนั่งขอทานอยู่ริมถนนเหมือนในนิทานที่ครูใหญ่ซีซีเล่าแย้ว! ฮึ! พวกคนร้าย~
ฉู่อี้ที่เกลี้ยกล่อมลูกสัตว์ตัวอื่นไม่ได้ผล จึงลองหันไปอธิบายกับลูกสัตว์เฮยม่อที่ดูใจเย็นและสุขุมที่สุดแทน แต่กลับถูกสายตาของท่านหัวหน้าห้องเบรกเอาไว้ จนต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ: คุณลุงฉู่ฮะ ลุงไม่ต้องพูดแย้ว ลุงลืมไปแย้วเหรอฮะว่าตัวเองก็เพิ่งจะโดน "หมอเถื่อน" หลอกมาหมาด ๆ?
ฉู่อี้ผู้มี "ประวัติ" ได้แต่ร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ในใจ แต่ด้วยมนุษยธรรม (สัตว์ธรรม) เขาก็ยังพยายามต่อรองเพื่อต่อลมหายใจให้กองทัพที่หก: "นักรบพวกนี้... คนร้ายพวกนี้ พวกเราต้องส่งตัวให้ทางจักรวรรดินะ จะจัดการกันเองไม่ได้ ยิ่งเอาพวกเขาไปจุดดอกไม้ไฟไม่ได้เด็ดขาด"
ตอนแรกฉู่อี้ตั้งใจจะพูดว่า "นักรบพวกนี้" แต่พอโดนดวงตากลมโตเป็นประกายของลูกสัตว์ทั้งห้าจ้องมอง ก็ต้องจำใจเปลี่ยนคำเป็น "คนร้ายพวกนี้" อย่างยากลำบาก พี่น้องกองทัพที่หกทุกท่าน ผมขอโทษจริง ๆ นะ
พอคำพูดนี้หลุดออกไป ลูกสัตว์ทั้งห้าตัวก็มองเขาเหมือนเห็นตัวประหลาด แม้แต่ลูกเสือน้อยที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ก็ยังลืมตาขึ้นมามองเขาเป็นครั้งแรก
ฉู่อี้: ?
ในสายตาของเจียงโย่วอันเต็มไปด้วยความดูถูก: นายนี่มันคนไม่รู้กฎหมายมาจากไหนเนี่ย?
"คร่อก ๆ ๆ~" คุณลุงฉู่ฮะ ลุงไม่เคยเรียนกฎหมายจักรวรรดิกับกฎหมายดวงดาวสากลเหรอฮะ?
"เมี๊ยว ๆ ๆ~" ก็ต้องส่งให้จักรวรรดิอยู่แย้วสิฮะ~
เฮยม่อถอนหายใจ พูดอย่างอ่อนใจว่า: "คุณลุงฉู่ฮะ ฆ่าคนมันผิดกฎหมายน้าฮะ!"
พอได้ยินคำพูดของเฮยม่อ ฉู่อี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก: เกือบไปแล้ว ชีวิตน้อย ๆ ของมนุษย์สัตว์กองทัพที่หกรอดแล้ว
แต่พอคิดอีกที: แย่แล้ว ภาพลักษณ์ของเขาในใจพวกลูกสัตว์ล่ะ
เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะอธิบาย ทว่าความประทับใจที่พวกลูกสัตว์มีต่อเขามันฝังรากลึกไปแล้ว ยิ่งอธิบายก็ยิ่งเหมือนแก้ตัว สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่ร้องไห้กระซิก ๆ ปลอบใจตัวเอง: ภาพลักษณ์พังก็พังไปเถอะ ขอแค่รักษาชีวิตของนักรบกองทัพที่หกพวกนี้ไว้ได้ก็พอแล้ว
เวลาผ่านไปพร้อมกับการที่เบอร์นีและฟีล คอยศึกษาเรียนรู้วิธีการรักษาจากดอริสไปพลาง และคอยส่งเสียงแก้ไขพร้อมห้ามปราม วิธีรักษาแบบวาดงูเติมขาของไลโอไปพลาง จนกระทั่งถึงเวลาอาหาร
อาหารอันอุดมสมบูรณ์ในห้องไลฟ์สดที่หนึ่ง ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับอาหารอันเรียบง่ายในห้องไลฟ์สดที่สอง
ขนตายาวงอนของดอริสกะพริบถี่ ๆ เหมือนพัดเล่มเล็ก พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่มแต่รัวเร็วว่า: "พวกเราไม่ได้ทำผิดกฎน้าฮะ วันนี้เป็นกรณีพิเศษฮะ ต้องมารักษาพวกคนร้าย! เวลาไม่พอแย้วฮะ!"
ถึงแม้ครูใหญ่ซีซี จะเตรียมอาหารไว้ในกำไลมิติของลูกสัตว์แต่ละตัวไม่น้อย แต่ก็สั่งให้พวกเขารู้จักพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุดระหว่างการทัศนศึกษา ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ช่วยกันเป็นลูกมือ ให้จู๋เซี่ยใช้วัตถุดิบในกำไลมิติมาทำอาหารเองฮะ คะแนนวิชาทำอาหารของจู๋เซี่ยดีที่สุดเยย!
"คร่อก ๆ ๆ~" อิจฉาพวกคุณจังเยยฮะ~ เบอร์นีพูดแทนใจของลูกสัตว์อีกสองตัว
เฮยม่อ เองก็แอบกลืนน้ำลาย ไม่ได้กินของอร่อยที่ครูอีอีทำมาตั้งสี่วันแย้ว!
[พวกลูกสัตว์มีอาหารที่ดูน่าอร่อยขนาดนี้ ทำไมถึงยังต้องทำอาหารเองอีกล่ะ?]
[ไม่รู้ว่าพวกลูกสัตว์ชอบสารอาหารเหลวรสอะไร อยากซื้อให้พวกลูกสัตว์จังเลย]
[ฉันก็อยากซื้อสารอาหารเหลวให้ครบทุกรสให้พวกลูกสัตว์เหมือนกัน]
ฉู่อี้ที่กำลังร่วมดูไลฟ์สดอยู่แค่นเสียงหัวเราะ: ถ้าไม่ใช่เพราะพวกลูกสัตว์ยืนกรานว่าไม่เอา เขาคงเหมาสารอาหารเหลวจนหมดสต็อกของห้างสรรพสินค้าในเครือเออร์วินไปตั้งนานแล้ว!
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็กระหน่ำโดเนทไปอีกชุด พร้อมกับเปิดดูตารางอันดับนักโดเนทในห้องไลฟ์สด
อันดับหนึ่งยังคงเป็น ซีซี·ซิงเหอฉางหมิง ถึงแม้ท่านผู้นำตระกูลจะไม่ได้ออนไลน์มาหลายวันแล้ว แต่ตำแหน่งของเขาก็ยังคงสั่นคลอนไม่ได้!
อันดับสองคือตัวเขาเอง ฉู่อี้คิดอย่างภูมิใจ นี่คือห้องไลฟ์สดของนายหญิงกับลูกสัตว์ตระกูลเขานะ จะปล่อยให้คนอื่นมาอยู่แซงหน้าเขาได้ยังไง
อันดับสามคือ ซื่อยี่หลิวเหนียน? นี่มนุษย์สัตว์คนไหนเนี่ย ไม่เคยได้ยินชื่อเลย
ที่เหลือก็มี หว่านซิงซูอิ่ง, หวังเฉวียนป้าเยี่ย... เอ๊ะ บัญชีทางการของตระกูลก็ติดอันดับด้วยแฮะ
การค้นพบนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้นไปอีก ว่าอันดับหนึ่งคือท่านผู้นำตระกูลของตัวเองแน่ ๆ
ช่วงเที่ยง ฝูงสัตว์ร้ายระลอกใหญ่ก็มาเยือนอีกครั้ง จำนวนมากกว่าตอนเช้าเสียอีก
มนุษย์สัตว์ร่วงหล่นบางตัวรู้สึกขัดใจ: ทำไมถึงยังไม่มีเสียงเคาะก๊อก ๆ เสียงเป่าปี๊บ ๆ อีกนะ
ไฮไลต์ของช่วงบ่าย ไม่ใช่การดูว่ากองทัพที่หกอาบเลือดสู้กับสัตว์ร้ายอย่างกล้าหาญแค่ไหน และไม่ใช่การดูว่าพวกลูกสัตว์ตั้งใจเรียนยังไง แต่สิ่งที่น่าดูที่สุดก็คือ กองยานรบของกองทัพรุ่งโรจน์ลงจอดบนดาวแห่งการเนรเทศต่างหาก
ในขณะที่มนุษย์สัตว์ในห้องไลฟ์สด กำลังกังวลว่าพวกลูกสัตว์จะมองพวกเขาเป็นแก๊งลักพาตัวเด็กอีกหรือไม่
ทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากัน
พวกลูกสัตว์เบิกตากลมโตจ้องมองพวกเขาด้วยความตื่นเต้นตึงเครียด
ส่วนท่านหัวหน้าห้องที่สุขุมที่สุด ทันทีที่เห็นหลิ่นซึ่งเป็นผู้นำทีม ก็ถึงกับชะงักไป ประกายแสงในดวงตาค่อย ๆ เปล่งประกายและสว่างวาบขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ กองทัพรุ่งโรจน์ที่กลัวว่าจะซ้ำรอยกองทัพที่หก ก็อดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปพร้อมกันครึ่งก้าว
นักรบกองทัพรุ่งโรจน์ทุกคนรวมถึงหลิ่น หัวใจในอกเต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะทะลุออกมานอกร่างให้ได้
ในเสี้ยววินาทีนั้น หลิ่นมีความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัว ทำไงดี ถ้าพวกลูกสัตว์คิดจะทำกับพวกเขาเหมือนที่ทำกับกองทัพที่หกล่ะ?
พวกเขาจะไปลงมือกับพวกลูกสัตว์ต่อหน้าต่อตาคนดูในห้องไลฟ์สดก็ไม่ได้ ไม่สิ ต่อให้ไม่ใช่อยู่ต่อหน้าสายตาคนนับหมื่น พวกเขาก็ไม่มีทางลงมือกับพวกลูกสัตว์เด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้นฝั่งตรงข้ามยังมีฝ่าบาทประทับอยู่อีกนะ แต่ทำไมฝ่าบาทถึงไม่ตรัสอะไรเลยล่ะ
จะลนลานไปทำไม พวกเขาไม่ใช่แก๊งลักพาตัวเด็กสักหน่อย เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพวกเขามาช่วยพวกลูกสัตว์
ไม่ ๆ กองทัพที่หกก่อนหน้านี้ก็มาช่วยพวกลูกสัตว์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ แล้วก็ยังโดนหาว่าเป็นแก๊งลักพาตัวเด็กอยู่ดี?
ก็ไม่ถูก กองทัพที่หกโดนหาว่าเป็นคนร้ายก็เพราะดันจะแอบมาอุ้มพวกลูกสัตว์ไปตอนดึก ๆ ต่างหากล่ะ
พวกเขาได้รับบทเรียนมาเต็ม ๆ แล้ว ไม่ได้คิดจะอุ้มพวกลูกสัตว์ไปทันทีที่ลงมา แต่ตั้งใจจะลองใช้วิธีหลอกล่อ ชักจูง ให้พวกลูกสัตว์ยอมตามพวกเขาไปเองต่างหาก
หลิ่นคิดฟุ้งซ่านไปไกล จนสุดท้ายสมองก็เบลอจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ หวังเพียงแค่ว่าจะไม่ต้องมาสร้างรอยด่างพร้อยไปตลอดชีวิตต่อหน้าสายตามนุษย์สัตว์นับหมื่นก็พอ
ประกายในดวงตาของเฮยม่อยิ่งสว่างวาบขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
บรรยากาศตึงเครียดราวกับระเบิดที่พร้อมจะปะทุ นักรบกองทัพรุ่งโรจน์พยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะรักษาความเยือกเย็นภายนอกเอาไว้ แต่ก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ๆ ไม่หยุด
เมื่อบรรยากาศความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เสียงใส ๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจของเฮยม่อก็ตะโกนลั่นออกมา: "ครูอาหลิ่นนี่ฮะ!"
สัญญาณเตือนภัยถูกปลดล็อกในพริบตา ลูกสัตว์ตัวอื่น ๆ ลดความระแวดระวังลง มองดู "ครูอาหลิ่น" ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ในบรรดาครูสอนคอร์สออนไลน์ ของพวกลูกสัตว์ในสนามฝึกฝนลูกสัตว์ ครูอาหลิ่นของหัวหน้าห้องถือเป็นครูที่มีระดับสูงสุดแล้วฮะ
หลิ่น: ครูอาหลิ่น? นั่นคือชื่อที่เขาใช้ในคอร์สออนไลน์นี่นา ในเมื่อคนกันเองก็จัดการง่ายแล้ว
นักรบกองทัพรุ่งโรจน์คนอื่น ๆ: โชคดีนะที่หัวหน้ามีวิสัยทัศน์กว้างไกล ยืนหยัดที่จะอัดคลิปสอนคอร์สออนไลน์มาตลอด
ฉู่อี้ เองก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก: โล่งอกไปที โล่งอกไปที กลัวแทบแย่ว่าพวกลูกสัตว์จะไม่ฟังคำเตือน แล้วคิดจะลงมือกับนักรบกองทัพรุ่งโรจน์ด้วย นี่คือกองทัพในสังกัดขององค์รัชทายาทโดยตรงเลยนะ
ใครบางคนที่เฝ้าติดตามห้องไลฟ์สดเงียบ ๆ ใช้นิ้วลูบไล้รอยสักรูปหัวคนตัวแมลงสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนข้อมือด้านใน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วข้อความหนึ่งก็ถูกส่งออกไปสำเร็จ
"แผนเปลี่ยนแล้ว ระงับปฏิบัติการกวาดล้างกองยานของฉู่อี้และดาวแห่งการเนรเทศไว้ก่อน รอให้พวกเขาแยกกับพวกลูกสัตว์แล้วค่อยดูสถานการณ์อีกที นอกจากนี้ จงทุ่มเทกำลังทั้งหมด ไปสังหารลูกสัตว์สามตัวสุดท้ายอย่างโหดเหี้ยมที่สุด จำไว้ว่าต้องอัดวิดีโอตอนฆ่าเอาไว้ด้วย ฉันจะเอาไปฉายประจานให้ดูทั่วทั้งยุคดวงดาว"
บนดาวแห่งการเนรเทศ มีทั้งมนุษย์สัตว์ร่วงหล่น กองทัพที่หก แล้วก็กองทัพรุ่งโรจน์ ไม่เหมาะที่จะลงมือ ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องเผชิญหน้ากับจักรวรรดิโดยตรง
กองยานขนส่งของตระกูลเออร์วิน บนยานมีฉู่อี้ มีอาวุธที่ล้ำสมัยที่สุด ตอนนี้อิทธิพลของพวกเขายังแทรกซึมเข้าไปในตระกูลเออร์วินไม่ได้ จึงไม่สะดวกที่จะลงมือ
ส่วนพฤติกรรมการควบคุมกองทัพที่หกของดอริสในห้องไลฟ์สด เขาตีความไปว่ากองทัพของจักรวรรดิไม่คิดจะลงมือกับพวกลูกสัตว์ก็เท่านั้นแหละ
ก็แค่ลูกมดปลวกสามตัวที่บีบให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้ โชคดีได้โล่ป้องกันระดับต่ำกับอาวุธพิเศษมานิดหน่อยเท่านั้นเอง
มือสังหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสมาพันธ์สร้างเทพของพวกเขา ไม่ใช่นักรบของจักรวรรดิที่ใจอ่อนพวกนั้นสักหน่อย
(จบบท)