- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 70 เสียงคำรามพยัคฆ์สะเทือนขุนเขา มีถึงสองตัว~
บทที่ 70 เสียงคำรามพยัคฆ์สะเทือนขุนเขา มีถึงสองตัว~
บทที่ 70 เสียงคำรามพยัคฆ์สะเทือนขุนเขา มีถึงสองตัว~
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าช่วงบ่ายพวกลูกสัตว์จะฆ่าสัตว์ร้ายต่อไป แต่พวกลูกสัตว์กลับหยิบขนมหวาน ยามบ่ายแสนอร่อยออกมานั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย
ขนมยามบ่ายของวันนี้คือพุดดิ้งเด้งดึ๋ง~
ก่อนจะกิน ดอริสถือช้อนคันเล็ก เคาะเบา ๆ บนผิวพุดดิ้งตามความเคยชิน
พุดดิ้งสั่นดุ๊กดิ๊กอยู่ในถ้วย
เขาตักเข้าปากอย่างอารมณ์ดี
ตัดภาพมาที่ดอริสเพิ่งกินถ้วยแรกเสร็จอย่างเชื่องช้า ไลโอก็กินถ้วยที่สองอย่างตะกละตะกลามส่งเสียงง่ำ ๆ ไปแล้ว ส่วนลูกเสือน้อยกลับกำลังกินถ้วยที่สามด้วยท่วงท่าที่สง่างามที่สุดและด้วยความเร็วที่ไวที่สุด
นี่คือของที่เพศเมียตัวน้อยทำด้วยตัวเอง อร่อย!
[ใครจะเข้าใจ ตอนที่พวกลูกสัตว์นอนกลางวัน ฉันยังตัดใจออกจากห้องไลฟ์สดไม่ได้เลย]
[ตารางเวลาของพวกลูกสัตว์ก็เป๊ะเกินไปแล้ว ขนาดอยู่ข้างนอกยังรู้หน้าที่ขนาดนี้]
[ขนมยามบ่ายอันนี้ฉันรู้จัก ได้ยินมาว่าอร่อยมาก ลูกสัตว์จ้ำม่ำตัวนั้นกินรวดเดียวสิบถ้วยเลยนะ!]
[เห็นแล้วก็เจริญอาหาร ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้ลองชิมบ้าง]
[พวกลูกสัตว์ของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน ไม่ชอบกินสารอาหารเหลว กินแต่พืชธรรมชาติและเนื้อสัตว์ ที่ผ่านการปรุงแล้วเท่านั้น]
[รสชาติน่าจะดีไม่เลว ไม่งั้นพวกเขาก็คงไม่กินกันอย่างมีความสุขขนาดนี้หรอก]
ในจังหวะที่เจียงโย่วอันเตรียมจะกินถ้วยที่สี่ ก็มีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ดังกึกก้องกังวานมาจากที่ไกลแสนไกล
[เสียงนี้มัน...]
[มนุษย์สัตว์ร่วงหล่น!]
[พวกลูกสัตว์จบเห่แน่! มันคือมนุษย์สัตว์ร่วงหล่น!]
[มนุษย์สัตว์ร่วงหล่น ที่มีพลังต่อสู้อย่างน้อยระดับเก้าขึ้นไป]
อานุภาพที่หลงเหลือของเสียงคำราม ทำเอาถ้วยของพวกลูกสัตว์แตกกระจาย
พุดดิ้งตกลงไปบนดิน กลิ้งคลุกฝุ่นไปหลายตลบ
เจียงโย่วอัน มองดูพุดดิ้งเด้งดึ๋งที่คลุกฝุ่นจนมอมแมม ดวงตาเริ่มมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ
นี่คือของที่เพศเมียตัวน้อย ทำด้วยตัวเองให้เขาเลยนะ
ฮือ ๆ ๆ เขาพยายามอย่างหนักที่จะค่อย ๆ กินแล้วนะ
มีแค่ตอนกินข้าวที่คิดถึง... คิดถึงเพศเมียตัวน้อยมาก ๆ เท่านั้นแหละ ถึงจะตัดใจกินเยอะขึ้นมาหน่อย
เสียงคำรามหยุดลง ม่านแสงแตกออกเป็น "ประตู" บานหนึ่ง ฝูงสัตว์ร้ายต่างแย่งกันวิ่งกรูเข้ามาจากนอก "ประตู"
เสียงฝีเท้าสัตว์ดังกึกก้อง พื้นดินกำลังสั่นสะเทือน
ดอริสกับไลโอ รีบเข้าไปปลอบลูกเสือน้อย
"อันอัน นาย... นายอย่าเสียจายไปเยย ฉัน... ฉันยังมี..." ดอริสที่ตอนแรกกะจะบอกว่าในกำไลของเขายังมีพุดดิ้งเด้งดึ๋งอีกตั้งเยอะ ชะงักไปนิดหนึ่ง
เขานึกทบทวนดูอุปกรณ์เวทมนตร์มิติเก็บของทั้งหมดบนตัวแล้ว ไม่มีเลย
ตอนอยู่โรงเรียนอนุบาล อันอันกินแต่อาหารที่ครูใหญ่ซีซีทำเท่านั้น ไม่งั้นก็ยอมทนหิว
ส่วนของในอุปกรณ์เวทมนตร์มิติของเขากับไลโอล้วนเป็นของอร่อยที่ครูอีอีทำทั้งนั้น
สองวันที่พลัดหลงกับครูใหญ่ซีซีมานี้ นอกจากกินข้าวสามมื้อไปแค่ไม่กี่คำ เวลาที่เหลืออันอันก็อาศัยอาหารในสร้อยคอของตัวเองประทังชีวิตมาตลอด
ฝูงสัตว์ร้ายเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
ในที่สุดหยาดน้ำตาในดวงตาของเจียงโย่วอันก็ร่วงหล่นลงมา
ไลโอตาไวรวดเร็ว ปาจานค่ายกลออกไปรวดเดียวสิบอัน
ล้วนเป็นของที่ครูใหญ่ซีซีหลอมขึ้นมาทั้งสิ้น
ค่ายกลถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างรวดเร็ว ครอบตัวเขากับดอริสเอาไว้ด้านใน
ค่ายกลพื้นฐานห้าธาตุ, ค่ายกลป้องกันสองรูปลักษณ์, ค่ายกลตัดเสียง...
และก็เป็นไปตามคาด
เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของพยัคฆ์ที่แฝงไปด้วยแรงกดดันแห่งราชันย์ดังกึกก้องสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
เป็นเสียงของลูกเสือน้อย!
แม้เสียงคำรามจะยังดูเด็ก แต่กลับมีพลังทะลุทะลวงสูงมาก ดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาด ทำเอาคนฟังขวัญหนีดีฝ่อ
รวมถึงฝูงสัตว์ร้ายและมนุษย์สัตว์ ในห้องไลฟ์สดด้วย
การสะกดข่มทางสายเลือดอันเป็นของราชันย์ ถูกเปล่งออกมาอย่างถึงที่สุด
ฝูงสัตว์ร้ายตื่นตระหนก หมอบคลานกราบกรานอยู่บนพื้น
มนุษย์สัตว์ในห้องไลฟ์สด รู้สึกอึดอัดจนต้องเอามือกุมหน้าอก
[นี่มันเสียงที่ลูกเสือน้อยร้องออกมาได้จริง ๆ เหรอเนี่ย?]
[ฉันที่เป็นนักรบระดับแปด ตอนนี้มือยังสั่นอยู่เลย ถ้าเมื่อกี้อยู่ในการต่อสู้ ฉันคงตายไปแล้ว]
[ลูกเสือน้อย ตอนอยู่ต่อหน้าเพศเมียตัวน้อยไม่ใช่ว่าอ่อนแอบอบบาง ผลักทีเดียวก็ล้มหรอกเหรอ?]
[คนที่สามารถส่งเสียงคำรามพยัคฆ์แบบนี้ออกมาได้ แกกล้าบอกฉันว่าลูกเสือน้อยตัวนี้ผลักทีเดียวก็ล้ม อ่อนแอบอบบางงั้นเหรอ?]
[ข่าวลือที่ว่าลูกเสือน้อยตัวนี้อ่อนแอที่สุดในชั้นเรียนมันมาจากไหนกัน]
[แรงกดดันที่สัมผัสได้แม้จะผ่านเครือข่าย อย่างน้อย ๆ ก็ระดับ SS ขั้นต่ำสุด! แถมยังมีสายเลือดราชันย์ที่สืบทอดกันมาในตระกูลด้วย!]
[เผ่าพยัคฆ์ขาวเหรอ?]
[ราชวงศ์?]
หลิ่น ที่กำลังดูไลฟ์สดอยู่จ้องมองลูกเสือน้อยด้วยความตกตะลึง
คือฝ่าบาท!
ไม่มีทางผิดแน่!
เสียงร้องแบบนี้!
มิน่าล่ะถึงหาฝ่าบาทไม่เจอสักที ที่แท้ก็กลายร่างเป็นวัยเด็กนี่เอง
เขารีบแจ้งลูกน้องทันที: "ฉันจะนำทีมออกไปเอง"
หลังจากเสียงคำรามของลูกเสือผ่านไป เสียงคำรามอันทรงพลังของพยัคฆ์ตัวผู้ที่โตเต็มวัยก็ดังขึ้น
เสียงคำรามพยัคฆ์สะเทือนขุนเขาของจริง สัตว์ร้อยชนิดล้วนขวัญหนีดีฝ่อ
ทุกที่ที่เสียงคำรามพุ่งผ่าน ต้นไม้ใหญ่สูงเทียมฟ้าถูกพัดหักโค่นเป็นสองท่อน
สัตว์ร้ายที่พลังอ่อนแอบางส่วนถูกทำให้ตกใจตายคาที่
สัตว์ร้ายที่เหลือก็ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ขยับเขยื้อนไม่ได้
อานุภาพของเสียงคำรามในครั้งนี้ มีแต่จะมากกว่าเสียงคำรามของลูกเสือเมื่อครู่ ไม่มีน้อยกว่าเลย
มนุษย์สัตว์ในห้องไลฟ์สด รู้สึกราวกับถูกใครบางคนบีบหัวใจเอาไว้แน่น
[อย่างน้อยก็มนุษย์สัตว์ร่วงหล่นระดับสิบเอ็ด]
[คราวนี้จบเห่ของจริงแล้ว]
หลิ่น พยายามต่อต้านแรงกดดันจากเสียงคำราม หอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อไหลเป็นทางราวกับสายฝน
เสียงนี้ คือ...
ไม่ได้การ ฝ่าบาทกำลังตกอยู่ในอันตราย!
เขาพยายามฝืนพยุงร่างกาย ปิดห้องไลฟ์สด
หลังจากพยายามสงบสติอารมณ์ เขาก็รีบเดินจ้ำอ้าว ระหว่างเดินก็ต่อสายสัญญาณเข้ารหัสลับเฉพาะ: "ฉันเจอฝ่าบาทแล้ว อยู่ที่ดาวแห่งการเนรเทศ!"
ในขณะเดียวกัน อีกคนที่กำลังติดตามไลฟ์สด ดวงตายั่วยวนที่เชิดขึ้นเล็กน้อยมีประกายแสงสีแดงเลือดวาบผ่าน สีหน้าดูบ้าคลั่ง มองดูลูกเสือน้อยในไลฟ์สดแล้วระเบิดหัวเราะเสียงดัง: "ในที่สุดก็หาแกเจอ แกยังไม่ตายจริง ๆ ด้วย สือ... หยวน!"
มุมปากของเธอมีคราบเลือดจาง ๆ บาดเจ็บจากแรงสั่นสะเทือนของลูกเสือน้อย
หัวเราะไปหัวเราะมา มุมปากของเธอก็มีเลือดซึมออกมาอีก
บาดเจ็บจากเสียงคำรามของเสือโตเต็มวัย
เธอกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น: "แกอีกแล้ว สืออี้ถิง แกกลายเป็นมนุษย์สัตว์ร่วงหล่นไปแล้ว ยังจะกล้ามาทำร้ายฉันอีก!
บ้าเอ๊ย รอให้ทวยเทพจุติลงมาเมื่อไหร่ ฉันจะเหยียบดาวแห่งการเนรเทศให้ราบเป็นหน้ากลอง จะแล่เนื้อแกทั้งเป็น สับแกเป็นชิ้น ๆ ให้ทั่วทั้งสมาพันธ์เอาไปวิจัย!"
เธอหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากอุปกรณ์มิติ เปิดออก ภายในมีหนอนเลือดสีแดงฉานที่เหลือตัวแค่ครึ่งท่อนกำลังดิ้นกระดึ๊บอยู่
เธอคว้า "ยาวิเศษ" ที่ช่วยเติมเต็ม "พลังเทพ" ในร่างกายขึ้นมากลืนลงไปในคำเดียว
ความแดงฉานในดวงตายิ่งเข้มข้นขึ้น บนใบหน้าและท่อนแขนปรากฏรอยนูนประหลาด ๆ ราวกับมีแมลงจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังดิ้นพล่านอยู่ในร่างกาย
ในปากที่อ้ากว้าง มองเห็นฟันแทะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเผ่าแมลงได้ลาง ๆ
"สมกับเป็นยาวิเศษ อาการบาดเจ็บหายสนิทแล้ว" ใบหน้าของเธอกลับมางดงามดังเดิม
เธอก้มลงชื่นชมสองมือที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวาของตัวเอง
ขาวเนียนเรียวยาว สัมผัสนุ่มละมุน ราวกับงานศิลปะที่ถูกแกะสลักมาอย่างประณีต
"หึ ๆ สืออี้ถิง ตอนนี้แกกลายเป็นมนุษย์สัตว์ร่วงหล่นไปแล้ว
ส่วนฉัน ยังคงมีรูปลักษณ์เป็นเด็กสาวเหมือนเมื่อก่อน แถมยังสวยและเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม
ความงามที่ล่มเมืองล่มแคว้น สถานะที่สูงส่งไร้ผู้ทัดเทียม ทรัพย์สมบัติที่ใช้ไม่หวาดไม่ไหว การยกย่องและความรักจากมนุษย์สัตว์ นับหมื่นในยุคดวงดาว ล้วนเป็นของฉันในตอนนี้
แม้แต่สถานะที่สูงส่งยิ่งกว่านี้ สำหรับฉันแล้ว ก็เป็นแค่ของที่ไขว่คว้ามาได้ง่าย ๆ
ฮ่า ๆ ๆ ฉันไม่ใช่หนูในท่อระบายน้ำ อย่างที่แกพูดสักหน่อย
ฉัน คืออนาคตและความหวังของเผ่ามนุษย์สัตว์ต่างหาก"
เธอหันหน้าเข้าหากระจก ลูบไล้ใบหน้าเนียนนุ่มของตัวเองเบา ๆ ด้วยสายตาหลงใหล: "นี่แหละคือฉัน อายุยืนยาวไม่มีวันตาย อ่อนเยาว์ไปตลอดกาล"
ปลายนิ้วดีดเบา ๆ ที่พวงแก้ม สัมผัสถึงความเต่งตึงและเด้งดึ๋งเมื่อปลายนิ้วสัมผัส
"ขอเพียงทวยเทพจุติ ขอเพียงทวยเทพจุติ ทุกสิ่งที่ฉันต้องการ ก็จะเป็นจริง!"
ราวกับเสียงกระซิบอันหลงใหลของคู่รัก เผยให้เห็นถึงความทะเยอทะยานอันบ้าคลั่งในใจของเธอ
(จบบท)