- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 61 ตาฉู่อี้ดัดเสียงหลอมโอสถในวิชาทำอาหาร
บทที่ 61 ตาฉู่อี้ดัดเสียงหลอมโอสถในวิชาทำอาหาร
บทที่ 61 ตาฉู่อี้ดัดเสียงหลอมโอสถในวิชาทำอาหาร
(อัพเดทชดเชย แก้ไขตอนที่หาย)
ยี่สิบสาม ยี่สิบสี่ ยี่สิบห้า... สามสิบ สามสิบเอ็ด สามสิบสอง
เงินเหรียญดาวตั้งสามพันสองร้อยล้านเชียวนะ
ท็อปแฟนอันดับหนึ่งนี่มันตัวอะไรกันเนี่ย
ซีซี·ซิงเหอฉางหมิง?
เป็นใครมาจากไหนกัน?
ฉู่อี้ ทำหน้าเหมือนเห็นผี
ท็อปแฟนอันดับหนึ่งคนนี้ เขาคงสู้ไม่ไหวหรอก
เขาคิดอย่างปวดใจนิด ๆ
แต่พริบตาต่อมา เขาก็โกรธขึ้นมา
นี่มันคนบ้าที่ไหนกัน ดูไลฟ์สดโรงเรียนอนุบาลแต่กลับเปย์เงินให้ตั้งสามพันกว่าล้านเหรียญดาวเนี่ยนะ
การแข่งขันเพิ่งจะเริ่มได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ด้วยซ้ำ
เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งยุคดวงดาวหรือไง?
พอคิดถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งยุคดวงดาว เขาก็ชะงักไป
ไม่สิ ซีซี·ซิงเหอฉางหมิง คนนี้อาจจะเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งยุคดวงดาวจริง ๆ ก็ได้!
พอคิดถึงหุ่นยนต์ที่คอยตามติดเพศเมียตัวน้อยคนนั้นไม่ห่าง เขาก็ถึงบางอ้อทันที
ที่แท้ท็อปแฟนอันดับหนึ่งก็คือพวกเดียวกันนี่เอง ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ
ท่านผู้นำตระกูลก็จริง ๆ เลย
ก็แค่มีเพศเมียที่หมายปองแล้วไม่ใช่หรือไง? ถึงกับต้องปิดบังซ่อนเร้นด้วย
มีอะไรให้น่าอายกัน ก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่นี่นะ หน้าบางจริง ๆ
ฉู่อี้ ที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองเข้าใจผิด คิดว่าคนบนอินเทอร์เน็ตคือผู้นำตระกูล กำลังดื่มด่ำอยู่กับความปีติยินดี ที่ตระกูลเออร์วินกำลังจะมีนายหญิงแล้ว
มีนายหญิง = มีลูกสัตว์ = ตระกูลเออร์วินกำลังจะมีทายาทแล้ว
เขารีบเอาการค้นพบนี้ไปบอกเล่าให้เพื่อนฝูงในตระกูลฟังทันที
[เหวยฉู่อิ่วไฉ]: ท็อปแฟนอันดับหนึ่งเขาติดธุระน่ะ ไม่ได้ทิ้งไลฟ์สดไปไหนหรอก
แวะบอกบรรดาชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดที่กำลังคาดเดาด้วยความกังวลไปด้วยความหวังดี
[???]
[นายรู้จักลูกพี่ฉางหมิงด้วยเหรอ?]
[เหวยฉู่อิ่วไฉ]: แน่นอนสิ!
ฉู่อี้ มั่นอกมั่นใจ ทำหน้าเหมือนรู้ทะลุปรุโปร่งมาตั้งนานแล้ว
[คราวก่อนตอนที่พวกเพศเมียตัวน้อยถูกลอบโจมตีที่สถานีเปลี่ยนถ่าย ลูกพี่ก็ไม่ได้อยู่ในห้องไลฟ์สดเลยนะ]
ฉู่อี้แค่นเสียงหัวเราะ: ใครบอกว่าเขาไม่อยู่ล่ะ? เขาแค่ไม่ได้อยู่ในห้องไลฟ์สด แต่เขาอยู่ในสถานที่จริงเว้ย
แต่คำพูดนี้ขืนหลุดปากออกไปไม่ได้เด็ดขาด
[หายไปหลายวันแล้ว ลูกพี่ฉางหมิงไปทำอะไรน่ะ?]
จะมีธุระอะไรได้อีกล่ะ ก็ไปจีบเพศเมียตัวน้อยน่ะสิ
[เหวยฉู่อิ่วไฉ]: ติดธุระ
แพลตฟอร์มไลฟ์สด เป็นของตระกูลตัวเอง ท็อปแฟนอันดับหนึ่งคือผู้นำตระกูลตัวเอง เพศเมียตัวน้อยคือนายหญิงตระกูลตัวเอง
นี่... นี่... นี่มันพวกเดียวกัน ลูกสัตว์ของตัวเองชัด ๆ!
ยังไงซะก็เปย์ของขวัญไปให้หมดนั่นแหละถูกแล้ว!
เขาไม่เพียงแต่จะเปย์เองเท่านั้น แต่ยังจะไปเรียกคนอื่น ๆ มาช่วยกันเปย์ด้วย!
การค้นพบใหม่นี้ ทำให้เอฟเฟกต์การเปย์ของขวัญของฉู่อี้ปรากฏขึ้นในห้องไลฟ์สดเป็นชุด
[เอฟเฟกต์นี้ ฉันว่าหน้าจอไลฟ์สดมันดูเบียดเสียดไปหน่อยนะ]
[เบียดเสียดสุด ๆ เลยล่ะ!]
"คุณลุงฉู่ฮะ~" เมื่อสังเกตเห็นว่าฉู่อี้เหม่อลอยใน "เวลาเรียน" เบอร์นีก็ร้องเรียกเสียงเบา
"ว่าไงจ๊ะ——" ฉู่อี้ยิ้มแฉ่งด้วยความเมตตาปรานี
นี่มันลูกสัตว์ของตัวเองนี่นา
มิน่าล่ะ ถึงได้ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ
"ถึงวิชาทำอาหารแย้วฮะ" เบอร์นีวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา ยื่นหนังสือเรียนวิชาทำอาหารให้เขา แล้วกระซิบเตือน "ลุงไม่ตั้งจายเรียน แบบนี้ไม่ดีน้าฮะ"
ฉู่อี้พยักหน้ารัวราวกับไก่จิกข้าว ยอมรับผิดอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ: "ลุงรู้แล้วจ้า"
เบอร์นียิ้มหวานหยดย้อย แล้ววิ่งเหยาะ ๆ กลับไปที่นั่งของตัวเอง
เฮยม่อกับฟีลเตรียมเตาหลอมและสมุนไพรอย่างคล่องแคล่วว่องไวเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาทะลวงถึงขั้นสร้างรากฐานแล้ว สามารถลองหลอมโอสถได้แล้ว
คาบเรียนนี้พวกเขาตั้งใจจะลองฝึกหลอมโอสถผลัดกระดูก
ครูใหญ่ซีซีบอกว่า วัตถุดิบในการหลอมโอสถผลัดกระดูกหาได้ง่ายมาก ราคาถูก เหมาะสำหรับเอามาฝึกซ้อมที่สุด
(เจียงอวี่ซี: ขอบคุณพลังปราณอันอุดมสมบูรณ์ในยุคดวงดาว ขนาดของวิเศษที่หาได้ยากยิ่งในโลกบำเพ็ญเพียรก็ยังกลายเป็นของหาง่ายไปเลย)
เบอร์นี เปิดสวิตช์เตาหลอมโอสถเพื่ออุ่นเตา
ใช่แล้ว เตาหลอมโอสถไฮเทคนี้ เจียงอวี่ซี สั่งทำพิเศษเพื่อพวกลูกสัตว์โดยเฉพาะ
สะดวกมากสำหรับพวกลูกสัตว์ ที่ยังควบคุมพลังวิญญาณไม่คล่อง ในการควบคุมอุณหภูมิ
"บัวซีกเดียว หญ้าชวนเหว่ย ใบกิ่งทอง..." เฮยม่อกำลังเช็กจำนวนสมุนไพร
เบอร์นี ที่กลับมาถึงที่นั่ง มองดูเพื่อนตัวน้อยทั้งสอง แล้วก็หันไปมองฉู่อี้ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเรียนอยู่คนเดียวที่มุมห้อง
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กระตุกชายเสื้อของเฮยม่อเบา ๆ
เฮยม่อ เงยหน้าขึ้นมาด้วยความสงสัย
เขาบุ้ยปากให้เฮยม่อหันไปมองฉู่อี้
ฉู่อี้ ที่ถูกพวกลูกสัตว์จ้องมองก็ทำหน้างงงวย: ???
เฮยม่อพยักหน้า เบอร์นี ก็ยิ้มแฉ่งราวกับดอกไม้บานทันที วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาฉู่อี้ราวกับผีเสื้อที่กำลังโบยบินอย่างมีความสุข ดวงตาเป็นประกายจ้องมองเขา: "คุณลุงฉู่ฮะ ลุงก็มาล่วยกานสิฮะ พวกเรามาทำล่วยกานน้าฮะ~~~"
จะเอาชีวิตมนุษย์สัตว์แก่ ๆ ให้ได้เลยใช่ไหม!
ลมหายใจของฉู่อี้สะดุด
ถูกลูกสัตว์ตัวน้อยจูงมือ โค้งตัวลง แล้วเดินซอยเท้าถี่ ๆ ตามไปหน้ากล้องอย่างคนสติหลุด
"อุณหภูมิเตาหลอมขึ้นถึง 1000 องศาแย้ว ก็ใส่หินผีเสื้อบุปผาลงไปได้เยยฮะ" ฟีลเปิดหนังสือเรียนในมือ แล้วอธิบาย "หินผีเสื้อบุปผาต้องใช้เวลาหลอมละลายเยอะกว่าเพื่อนฮะ ก็เยยต้องใส่เป็นอย่างแรก"
เมื่ออุณหภูมิถึงที่ตั้งไว้ ไฟแสดงสถานะบนเตาหลอมก็เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว
เบอร์นี ยังคงจับมือของฉู่อี้แกว่งไปมา พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า: "คุณลุงฉู่ฮะ ลุงเปงคนใส่สิฮะ"
เฮยม่อ ยังใส่ใจดันหินผีเสื้อบุปผาไปตรงหน้าเขาอย่างรู้ใจ
ฟีล ประคองหนังสือเอาไว้ จ้องมองเขาด้วยสายตาให้กำลังใจ
ฉู่อี้ ติดกับดักความน่ารักของเจ้าก้อนแป้งจนถอนตัวไม่ขึ้น สติสัมปชัญญะหนีเตลิดเปิดเปิงไปจนหมดสิ้น
ภายใต้สายตาที่จ้องมองของพวกลูกสัตว์ เขาก็โยนก้อนหินลงไปในเตาหลอม
เฮยม่อ รีบปรบมือชมเชยทันที: "คุณลุงฉู่ฮะ ลุงเก่งม้ากมากเยยฮะ!"
ราวกับว่าเขาได้ทำเรื่องยิ่งใหญ่ระดับชาติลงไปอย่างนั้นแหละ
หลังจากหลอมหินผีเสื้อบุปผาในเตาหลอมไปสิบนาที ฟีลก็บิดวาล์วควบคุม เพื่อเพิ่มอุณหภูมิต่อไป
อุณหภูมิในเตาหลอมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หินผีเสื้อบุปผาถูกหลอมละลายกลายเป็นของเหลว
เบอร์นี รีบร่ายเคล็ดวิชาหลอมโอสถทันที
สิ่งเจือปนของหินผีเสื้อบุปผาลอยขึ้นมาจากเตาหลอม
เฮยม่อ รีบเอากล่องไปรองเก็บไว้
อุณหภูมิพุ่งถึง 1800 องศา
เบอร์นี จับมือของฉู่อี้เขย่าเบา ๆ อีกครั้ง: "คุณลุงฉู่ฮะ ถึงตาใส่ดอกสายลมแย้วฮะ"
เฮยม่อ ก็ยังคงทำหน้าที่ส่งดอกไม้เล็ก ๆ สีเขียวดอกหนึ่งใส่มือเขาอย่างรู้ใจเหมือนเดิม
"รีบใส่เร็ว ๆ สิฮะ~" ฟีลเร่งเร้าด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน
เขาโยนดอกไม้เล็ก ๆ นั้นลงไปในเตาหลอม อย่างว่านอนสอนง่ายด้วยความมึนงง
"ว้าว! คุณลุงฉู่ฮะ ลุงใส่ถูกอีกแย้วฮะ! ทำไมถึงมีมนุษย์สัตว์ที่เก่งแบบลุงล่ายเนี่ย~" เสียงตกใจปนดีใจแบบเกินจริงของเฮยม่อดังตามมาติด ๆ
สติของฉู่อี้ ถูกคำหวานของพวกลูกสัตว์โจมตีจนไม่เหลือชิ้นดี
ความรู้สึกภาคภูมิใจผุดขึ้นมาในใจ
ใช่แล้ว ฉู่อี้อย่างเขานี่แหละ คือมนุษย์สัตว์ที่เก่งม้ากมากขนาดนี้!
ตอนนี้ต่อให้ต้องไปชกฮิลเชอร์ สักสองหมัดก็ไม่กลัวหรอก!
ในห้องไลฟ์สดที่ไม่มีใครสนใจ มนุษย์สัตว์ที่กำลังดูอยู่แทบจะอิจฉาจนเป็นบ้าอยู่แล้ว
[ขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ที่จะไม่ด่าตาฉู่อี้ดัดเสียงแล้วนะ!]
[ฉันกับไอ้จอมดัดเสียงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้]
[เมื่อฟ้าส่งไอ้จอมดัดเสียงมาเกิด ทำไมต้องส่งฉันมาเกิดด้วย!]
[ฉันอิจฉาตาร้อนไปหมดแล้ว ทำไมคนที่พวกลูกสัตว์ชมแบบนี้ถึงไม่ใช่ฉัน]
[ฉันสามารถโยนดอกไม้ใบหญ้าพวกนั้นให้เป็นวิถีโค้งที่สวยงามที่สุดได้เลยนะ! พวกลูกสัตว์ต้องชมฉันสิ!]
[ตาฉู่อี้ดัดเสียงถูกความน่ารักของพวกลูกสัตว์ตกไปเรียบร้อยแล้ว]
[เสียชาติเกิดจริง ๆ เป็นถึงเทพสงครามฉู่เทียนผู้ยิ่งใหญ่ กลับถูกพวกลูกสัตว์หลอกล่อด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ ตอนนี้เขาคงคิดว่าตัวเอง 'เก่งม้ากมาก' จริง ๆ แล้วล่ะ!]
[ฉันโทษไม่ได้หรอกว่าพวกลูกสัตว์ไร้เดียงสาเกินไป รู้ความเกินไป น่ารักเกินไป เอาใจใส่เกินไป... ฉันได้แต่โทษว่าตาฉู่อี้ดัดเสียงมันเจ้าเล่ห์เพทุบายเกินไป!]
[ขอแช่งให้เขาทำไม่สำเร็จ!]
[ขอแช่ง +1]
[ขอแช่ง +1008]
บางทีอาจจะเป็นเพราะแรงแค้นของผู้ชม ในห้องไลฟ์สดรุนแรงเกินไปจริง ๆ เตาหลอมโอสถถึงได้ส่งเสียงดัง "ปัง" ออกมา
การหลอมโอสถเตานี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า
ฉู่อี้ ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ลูกสัตว์เฮยม่อรีบปลอบใจ: "คุณลุงฉู่ฮะ ความล้มเหลวคือแม่ของความสำเร็จฮะ"
เบอร์นี ก็จับมือเขาแกว่งไปมา พูดว่า: "เป็นเพาะเมื่อกี้ผมร่ายเคล็ดวิชาเก็บโอสถช้าไปหน่อยฮะ ไม่เกี่ยวไยกับคุณลุงฉู่เยยฮะ"
ฟีล รีบพยักหน้าหงึก ๆ: "ช่ายฮะ ช่ายฮะ"
ฉู่อี้ ที่โดนพวกลูกสัตว์โอ๋จนหน้าบานเป็นกระด้ง ฮึกเหิมเต็มที่
"เอาใหม่! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะทำไม่สำเร็จ!"
หนึ่งคนสามลูกสัตว์ เริ่มต้นทำใหม่อีกครั้ง
โอสถผลัดกระดูกเตาที่สอง ผ่านพ้นอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิดและสำเร็จในที่สุด
ได้เม็ดยาออกมา 10 เม็ด แถมยังมีลวดลายบนเม็ดยาที่สวยงามด้วย
"คุณลุงฉู่ เก่งม้ากมากเยยฮะ!" เบอร์นี หมุนตัวไปรอบ ๆ ด้วยความดีใจแทนฉู่อี้
เสียงปรบมือดังขึ้น มือเล็ก ๆ ของเฮยม่อและฟีล ปรบเข้าหากันอย่างแรง
ฉู่อี้ อุ้มเบอร์นีขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น โยนขึ้นไปในอากาศแล้วรับเอาไว้
"ฮ่า ๆ ๆ ฉันทำสำเร็จแล้ว"
มนุษย์สัตว์ในห้องไลฟ์สดต่างก็ทำหน้าเหยียดหยาม
(จบบท)