- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 50 การเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
บทที่ 50 การเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
บทที่ 50 การเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
ในสายตาของผู้ชมในห้องไลฟ์สด วันที่ครูใหญ่ซีซี พาพวกลูกสัตว์เล่นสนุกอย่างมีความสุขได้ผ่านพ้นไปอีกวันแล้ว
คาบเช้าที่มีเสียงเคาะท่อนไม้ดัง "ป๊อก ๆ"
ตามมาด้วยการแสดงโต้เถียงกัน เรื่องอาหารเช้าระหว่างหัวหน้าห้องเฮยม่อกับเจ้าลูกสัตว์จ้ำม่ำจู๋เซี่ย
ต่อด้วยเกมในวิชาศิลปะ ที่เพศเมียตัวน้อยพาพวกลูกสัตว์ขีด ๆ เขียน ๆ ลงบนกระดาษแผ่นยาวสีเหลือง
จะว่าไป นอกจากเจ้าตัวที่ซนที่สุด (ไลโอ) แล้ว ลูกสัตว์ตัวอื่น ๆ ต่างก็วาดเสร็จภายในรวดเดียว ดูแล้วก็มีเค้าโครง ของการเรียนอยู่บ้างเหมือนกันนะ
เพศเมียตัวน้อยยังทำหน้าจริงจัง มอบดอกไม้แดงเพิ่มให้ลูกสัตว์สองตัวที่ "วาดได้ดีที่สุด" ด้วย
อ๊ะ ไม่สิ ลูกแมวกับลูกเสือนั่นไม่ได้ดอกไม้แดงนี่นา โดนหักไปแล้ว
จากนั้นก็เป็นเกมในวิชาประดิษฐ์ ลูกสัตว์แต่ละคนจะมีหม้อหน้าตาประหลาด ๆ อยู่คนละใบ แล้วก็โยนของแปลก ๆ ลงไปข้างใน มีทั้งใบไม้ รากไม้ ผลไม้ กิ่งไม้ แล้วก็ยังมีก้อนหิน กับโลหะหลากหลายชนิดด้วย
ทำท่าทางแปลก ๆ พร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ในปาก
ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ออกมา ก็รูปร่างหน้าตาพิลึกพิลั่นกันไปหมด
แต่ดูเหมือนเพศเมียตัวน้อยจะพอใจมาก เลยแจกรางวัลเป็นดอกไม้แดงให้อีกแล้ว
อ้อ ดอกไม้แดงก็ยังไม่มีส่วนของลูกแมวกับลูกเสืออยู่ดี
ส่วนคาบเรียนช่วงบ่าย ก็คือวิชาขี่กระบี่บิน?
ในสายตาของชาวเน็ต มันก็คือยานพาหนะสำหรับบินขนาดจิ๋ว ที่พวกลูกสัตว์เอาดอกไม้แดงไปแลกมา จากห้องแลกของรางวัลนั่นแหละ
เพศเมียตัวน้อย คอยพูดจูงใจพวกลูกสัตว์เบา ๆ ให้ทำท่าทางตาม แล้วก็ท่องคาถา สำหรับเล่นเกมที่ฟังดูแปลกหู
ดาบไม้ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ตามการขยับมือของพวกลูกสัตว์ พร้อมกับที่ลูกสัตว์น้อยส่งเสียงเล็ก ๆ น่ารักสั่งการว่า "ขึ้น~" "หมุน" เป็นต้น
ต้องยอมรับเลยว่า การบังคับยานพาหนะสำหรับบินขนาดจิ๋วด้วยวิธีนี้ ดูมีระดับกว่าการใช้รีโมตคอนโทรลตรง ๆ ตั้งเยอะ
ดูหรูหราขึ้นมาทันทีเลย
มีคนวิ่งไปแท็ก @ออฟฟิเชียลเออร์วิน อีกแล้ว : ขอแบบเดียวกันนี้มาขายหน่อยได้ไหม? เอาแบบที่สั่งการด้วยเสียงนะ
หลังจากบังคับจนคล่องแล้ว พวกลูกสัตว์ก็กระโดดขึ้นไปยืนบนดาบไม้ขนาดจิ๋วด้วยท่าทางแปลก ๆ ปากก็พึมพำว่า "บิน~"
มองดูลูกสัตว์ที่กำลังตื่นเต้น ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวตะโกนบอกว่า "ผมบินได้แล้ว~" "ผมบินเป็นแล้วฮะ!"
และสุดท้าย ลูกเสือน้อยที่สามารถทรงตัวบน "ยานพาหนะสำหรับบิน" ได้ดีที่สุด ก็สามารถปลด "หนี้" ดอกไม้แดงไปได้อีกสองดอก
มนุษย์สัตว์ ที่ดูไลฟ์สดอยู่ต่างก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู : ก็เพราะว่าลูกสัตว์พวกนี้ยังเรียนไม่จบอนุบาลนั่นแหละ ถึงได้ถูกของเล่นบินได้หลอกเอาง่าย ๆ นึกว่าตัวเองบินได้จริง ๆ ซะแล้ว
ของเล่นบินได้แบบนี้ อย่างมากก็บินได้แค่เมตรสองเมตรเท่านั้นแหละ ยังไม่สูงเท่ากับความสูงที่ลูกสัตว์วัยกำลังโตกระโดดเล่นเลยด้วยซ้ำ ลูกสัตว์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากเล่นหรอก
แน่นอนว่า ความคิดนี้จะถูกเจียงอวี่ซีและพวกลูกสัตว์ ตอกหน้ากลับจนหน้าหงายในห้องไลฟ์สดสัปดาห์หน้าอย่างรวดเร็ว
มนุษย์สัตว์ที่นั่งดูมาทั้งวันสรุปส่งท้าย: เพศเมียตัวน้อย เก่งเรื่องหลอกล่อพวกลูกสัตว์จริง ๆ ด้วย
ลูกสัตว์ทั้งเก้าตัวถูกหลอกล่อจนอยู่หมัด ไม่พังโรงเรียนอนุบาล ไม่กัดหุ่นยนต์ แล้วก็ไม่ตีเพื่อนร่วมชั้นอีกแล้ว
ค่าซ่อมแซมกับค่ารักษาพยาบาล ของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน จะต้องต่ำที่สุดในบรรดาโรงเรียนอนุบาล ทั่วทั้งจักรวาลแน่นอน
ดูเหมือนว่าเกมแบบนี้ จะเหมาะกับพวกลูกสัตว์จริง ๆ ด้วย ไม่รู้ว่าจะลองเอาไปทำตามได้ไหมนะ เพศเมียตัวน้อยคนหนึ่งที่บังเอิญเปิดมาดูไลฟ์สดกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ ลองกลับไปดูรีรันก่อนหน้านี้เพื่อเรียนรู้บ้างดีกว่า
ตกเย็น หลังจากที่เจียงอวี่ซีอธิบาย เรื่องการสอบประเมินระดับให้ผู้ปกครองที่มารับลูก ๆ ฟังอย่างละเอียด และกำชับให้นักเรียนกลับไปทบทวนบทเรียนของวันนี้ที่บ้านแล้ว เธอก็รีบปิดไลฟ์สดทันที
ยังมีเรื่องให้ต้องทำอีกตั้งเยอะแยะเลยนี่นา
ออกเดินทางหนึ่งเดือน ก็ต้องเตรียมเสบียงเผื่อไว้สักเดือนครึ่งล่ะมั้ง
คืนนี้ต้องตั้งค่ายกลรวมปราณเพิ่มอีกสักสองสามอัน จะได้ปลูกพืชวิญญาณเพิ่มเยอะ ๆ
ส่วนเนื้อสัตว์ คราวก่อนเพิ่งจะสั่งซื้อมาจากเจ้าผู้ครองดาวลอตใหญ่ ตอนนี้ยังพอมีเหลืออยู่ ให้อีอีเอาส่วนหนึ่งไปทำเป็นเนื้ออบแห้ง หมูแผ่น หมูหยอง กุนเชียง เก็บไว้เป็นเสบียงกรังก็แล้วกัน
เสื้อผ้าเวทมนตร์ เอ่อ ไม่สิ ชุดนักเรียนสำหรับเปลี่ยน ก็ต้องเตรียมเผื่อไว้ให้นักเรียนหลาย ๆ ชุดหน่อย
แล้วก็พวกค่ายกลป้องกัน กับยันต์คุ้มกายก็ต้องเตรียมไว้เยอะ ๆ หน่อย
ออกเดินทางไปข้างนอก ต้องระวังความปลอดภัยของพวกลูกสัตว์ให้ดี
ค่ายกลป้องกันบนบัตรนักเรียน ต้านทานการโจมตีเต็มกำลัง ของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ยังไม่พอหรอก
ส่วนเรื่องที่พัก ครั้งนี้พวกเขาไปสอบ ไม่น่าจะมีโอกาสได้ไปนอนกลางป่าหรอกมั้ง เพราะงั้นอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับที่พักก็น่าจะไม่จำเป็น แต่ก็ควรหลอมเตรียมเผื่อเอาไว้ก่อนดีกว่า จะได้อุ่นใจ
ส่วนอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับเดินทาง ไม่มีอะไรจะเหมาะสมไปกว่ากระบี่บินอีกแล้ว แค่แจกให้พวกลูกสัตว์เพิ่มอีกคนละสองสามเล่มก็พอ
อ้อ จริงสิ อุปกรณ์เวทมนตร์มิติที่สำคัญที่สุด ต้องเตรียมเผื่อพวกลูกสัตว์ไว้เยอะ ๆ หน่อย
ไม่งั้น ของที่เตรียมไว้จะเอาไปเก็บที่ไหนล่ะ
โชคดีนะที่ไม้ลอตที่เพิ่งซื้อมา มีคุณสมบัติมิติแฝงอยู่ด้วย
เพียงแต่ว่าระดับมันไม่ค่อยสูง ความทนทานเลยมีน้อย
ยังไงก็ต้องใช้อุกกาบาต ที่มีคุณสมบัติมิติถึงจะดีที่สุด
แต่จะว่าไป ดาวแอสเตอร์นี่ ก็ถือว่ามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์มากเลยนะ ขนาดพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับเขตที่มีผู้คนอาศัยอยู่ ยังมีของวิเศษจากฟ้าดินเยอะขนาดนี้ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ล่ะก็...
ไม่รู้ทำไม ถึงยังไม่มีใครเข้าไปบุกเบิกพัฒนาอย่างจริงจังสักที เป็นเพราะอยู่ห่างไกลจากดาวหลักเกินไปหรือเปล่านะ?
ตอนนี้ ความคิดที่อยากจะเข้าไปสำรวจ ที่ถูกฝังลึกอยู่ในใจของเจียงอวี่ซียิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
รอให้เธอบำเพ็ญเพียร จนถึงระดับวิญญาณก่อกำเนิดเมื่อไหร่ จะต้องเข้าไปสำรวจให้ได้เลย!
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ในตอนนี้ก็คือ ในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งที่ยังบำเพ็ญเพียรไม่ถึงระดับวิญญาณก่อกำเนิด เธอกลับต้องถูกบังคับให้เข้าไปในส่วนลึกของดวงดาวเสียแล้ว
สำหรับเธอในตอนนี้ เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือการเก็บเกี่ยวข้าววิญญาณ
หนึ่งคน หนึ่งลูกสัตว์ หนึ่งหุ่นยนต์ ประสานงานกันอย่างรู้ใจ
เจียงอวี่ซีที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเกี่ยวผลผลิต จู่ ๆ ก็หน้าซีดเผือด เมื่อเพิ่งจะนึกถึงปัญหาที่สำคัญที่สุด ในการเดินทางครั้งนี้ขึ้นมาได้
เธอไม่มีเงิน
ไม่เพียงแต่จะไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว แต่ยังเป็นหนี้หัวโตอีกหลายสิบล้าน
ถึงตอนขาไปจะมียานอวกาศส่วนตัวมารับ แต่ระหว่างทางที่พาววกลูกสัตว์ไปเปิดหูเปิดตานั้น ยังไงก็ต้องใช้เงินเหรียญดาวจำนวนมากแน่นอน
เหอะ ๆ กระเป๋าตังค์ของเธอตอนนี้สะอาดกว่าหน้าซะอีก
เจียงอวี่ซีที่ถูกความเป็นจริงตบหน้าจนหน้าถอดสี เปิดใช้งานเครือข่าย 2G บนเทอร์มินัลส่วนตัว แล้วพิมพ์ข้อความส่งไปอย่างสั่น ๆ
[ครูใหญ่ซีซี]: ฮัลโหล? คราวที่แล้วนายบอกว่าจะซื้อน้ำยาสกัดยีนลูกสัตว์ไปให้ลูกของเพื่อนน่ะ ตกลงว่าซื้อได้หรือยัง?
จากการสังเกตในช่วงที่ผ่านมา ชาวเน็ตคนนี้เป็นคนซื่อตรงและพึ่งพาได้จนออกจะดูซื่อบื้อไปสักหน่อยด้วยซ้ำ แต่ก็อาจจะจนไปนิดนึงล่ะมั้ง
(เฟรเดอริกผู้มีฐานะค่อนข้างจะยากจน: ???)
ดังนั้น ข้อความนี้ เธอจึงส่งไปด้วยความรู้สึกผิดเล็ก ๆ
ก็แหม เขาอุตส่าห์เห็นเธอเป็นเพื่อนสนิท เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูลูกสัตว์ แต่เธอกลับเห็นเขาเป็นหมูตู้ให้หลอกฟันกำไรนี่นา มันน่าละอายใจจริง ๆ
ราวกับว่าชาวเน็ตคนนี้ คอยเฝ้าอยู่หน้าสตาร์แชตตลอดเวลา เพราะเขาตอบกลับมาทันที
[ซีเหอฉางหลิว]:
[ครูใหญ่ซีซี]: ฮ่า ๆ พอดีโรงเรียนอนุบาลของเรา มีน้ำยาสกัดยีนเหลืออยู่น่ะ แบบเดียวกับที่นายเห็นในไลฟ์สดเลยนะ ที่นักเรียนทุกคนกินกันนั่นแหละ
[ครูใหญ่ซีซี]: ไม่ใช่ของไม่มีแบรนด์นะ เป็นแบรนด์เฉพาะของสมาคมคุ้มครองลูกสัตว์แห่งจักรวรรดิเลย ของแท้แน่นอน!
[ครูใหญ่ซีซี]: คือว่า โรงเรียนอนุบาลเรามีเหลือเยอะไง นักเรียนก็กินกันไม่ทันแล้วด้วย
[ครูใหญ่ซีซี]: ฉันก็เลยคิดว่า ถ้านายยังซื้อไม่ได้ ฉันก็ขายต่อให้นายในราคาถูก ๆ ได้นะ
[ครูใหญ่ซีซี]: ฮ่า ๆ ก็แค่อยากจะช่วยไม่ให้ของมันเสียเปล่าน่ะ
เธอกลั้นใจพิมพ์ข้อความรัว ๆ ส่งไป แล้วก็หลับตาปี๋ไม่กล้าอ่านข้อความตอบกลับ กลัวว่าชาวเน็ตที่อยู่ปลายทาง จะจับได้ว่าเธอกำลังร้อนรนแค่ไหน
เมื่อเห็นข้อความยาวเหยียด ที่เพศเมียตัวน้อยไม่ค่อยจะส่งมาให้บ่อยนัก รอยยิ้มโง่ ๆ ที่ดูร่าเริงก็ปรากฏขึ้น บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเฟรเดอริก
ถ้ารอยยิ้มแบบนี้ไปเข้าตาพวกศัตรูคู่อาฆาตเก่าแก่ของเขาล่ะก็ คงไม่มีใครกล้าเชื่อสายตาตัวเองแน่ ๆ
ความพยายามในช่วงที่ผ่านมา ในที่สุดเพศเมียตัวน้อยก็เห็นเขาเป็นเพื่อนสนิทแล้วจริง ๆ สินะ
ดูสิ ขนาดคำพูดที่เขาแค่พูดออกไปลอย ๆ เธอก็ยังจดจำใส่ใจเอาไว้เลย
[ซีเหอฉางหลิว]: ยังซื้อไม่ได้เลยครับ! ถ้าคุณยินดีจะขายต่อให้ ผมก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง แต่ผมจะไม่ยอมเอาเปรียบคุณเด็ดขาด
[ซีเหอฉางหลิว]: น้ำยาสกัดยีนลูกสัตว์หาซื้อยากมาก ผมยินดีรับซื้อต่อจากคุณในราคาเป็นสองเท่าของราคาตลาดเลยครับ!
สองเท่า! ดวงตาของเจียงอวี่ซีเป็นประกายวิบวับ
แต่วินาทีต่อมา เธอก็จำใจปฏิเสธไป
[ครูใหญ่ซีซี]: เอาเป็นราคาเดิมก็แล้วกันนะ แต่ช่วงนี้ฉันยังไม่สะดวกส่งพัสดุ คงต้องรอสัปดาห์หน้านะ
[ครูใหญ่ซีซี]: นายส่งที่อยู่สำหรับจัดส่งมาให้ฉันก่อนก็แล้วกัน
บนใบหน้าเปื้อนยิ้มของเฟรเดอริกปรากฏแววตา "ในที่สุดก็ติดเบ็ดสักที" เขาจึงส่งที่อยู่กลับไปให้ทันที
(จบบท)