- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 31 ครูใหญ่ซีซีสาวติดเน็ต
บทที่ 31 ครูใหญ่ซีซีสาวติดเน็ต
บทที่ 31 ครูใหญ่ซีซีสาวติดเน็ต
เจียงอวี่ซีเพศเมียตัวน้อยที่เป็นบุคคลศูนย์กลางของเรื่องราว กลับไม่ได้รับรู้ถึง ‘พายุคาวเลือด’ บนเครือข่ายดวงดาวเลยแม้แต่น้อย
หลังจากส่งนักเรียนกลับบ้านหมดแล้ว ในระหว่างที่รอครูอีอียกอาหารเย็นมาให้ เธอก็รีบเปิดเครือข่ายดวงดาวทันที
ใช่แล้ว สุดท้ายเธอก็หนีไม่พ้นเสน่ห์อันเย้ายวนของโลกแห่งสีสันบนเครือข่ายดวงดาว จนกลายเป็น ‘สาวติดเน็ต’ ไปเสียแล้ว
ต่อให้จะเป็นแค่เน็ตความเร็ว 2G ก็ไม่อาจบั่นทอนความกระตือรือร้นและหลงใหลที่เธอมีต่อโลกแห่งสีสันนี้ได้เลย
พอเปิดเครือข่ายดวงดาวขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำก็คือเข้าไปดูเครือข่ายดวงดาวหมวดบันเทิงตลกขบขันที่เธอชอบ ว่าอัปเดตไปถึงไหนแล้ว
จากนั้นก็กดเข้าไปในเว็บไซต์ทางการของการแข่งไลฟ์สด แล้วรอให้ระบบตอบสนอง
เว็บไซต์นี้ได้รับความสนใจสูงมาก ไม่ว่าจะเวลาไหนก็มีชาวเน็ตออนไลน์อยู่เป็นจำนวนมหาศาล สำหรับเจียงอวี่ซีแล้ว การจะเปิดหน้าเว็บได้ต้องใช้เวลานานมาก
“(⊙o⊙) ว้าว พี่สาวคนนี้สวยจัง หุ่นก็ดี๊ดี ส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจนสุด ๆ”
มนุษย์สัตว์ในโลกนี้นี่ช่างมีความสุขจริง ๆ อาหารตาก็ดี๊ดี
“ฮ่าๆ O(∩_∩)O~~ คำพูดของชาวเน็ตคนนี้น่าสนใจจัง”
……
ห้านาทีต่อมา เว็บไซต์การแข่งไลฟ์สดที่กว่าจะเปิดขึ้นมาได้ ก็ส่งเสียงแจ้งเตือน “ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด—”
เป็นการแจ้งเตือนข้อความตอบกลับจากเว็บไซต์การแข่งไลฟ์สดนั่นเอง
“ฉะ...ฉันเองก็ชอบลูกสัตว์มากเหมือนกัน ขอแอดเฟรนด์ไว้หน่อยได้ไหม วันหลังจะได้คอยแชร์วิดีโอลูกสัตว์น่ารัก ๆ ให้กันไง?”
เจียงอวี่ซีพยายามนึกทบทวนด้วยความงุนงง
เหมือนว่าเมื่อหลายวันก่อน หลังจากอัปโหลดวิดีโอโปรโมตลงไป เธอก็ใช้จิตวิญญาณแห่งการสอดแนมศัตรู ตระเวนเข้าไปดูตามหน้าเพจต่าง ๆ ของเว็บไซต์การแข่งไลฟ์สด แล้วบังเอิญไปเห็นวิดีโอหนึ่งที่เกี่ยวกับการทารุณกรรมลูกสัตว์เข้า ก็เลยไปกดไลก์แล้วคอมเมนต์ทิ้งไว้
พอนึกถึงวิดีโอทารุณกรรมนั่น เธอก็ขมวดคิ้ว แล้วกดเข้าไปดู
แต่ผลกลับปรากฏว่าหน้าเว็บถูกลบไปแล้ว?
???
ตกลงว่าวิดีโอทารุณกรรมนั่นเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกกันแน่?
คราวก่อนเน็ตช้าจนดูวิดีโอไม่ได้ก็แล้วไปเถอะ แต่คราวนี้อุตส่าห์เปิดวิดีโอได้แล้ว ทำไมหน้าเว็บถึงหายไปล่ะ?
ในเวลานี้ อีอีก็ยกอาหารเข้ามาพอดี
“เจ้านาย เชิญรับประทานอาหารครับ”
เจียงอวี่ซีมีสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
เธอใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวสวยในชามเข้าปากอย่างเนือย ๆ
ถ้าวิดีโอทารุณกรรมนั่นเป็นเรื่องแต่งก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องจริงขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?
เธอเผลอคีบแผ่นขิงเข้าปากโดยไม่รู้ตัว แล้วเคี้ยว ๆ ๆ
เธอลองจินตนาการเอาภาพของนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลเข้าไปแทนที่ ลองนึกดูสิว่า ถ้าคนที่ถูกทารุณกรรมคือเฮยม่อ ไลโอ จู๋เซี่ย... หรือแม้แต่ลูกแมวน้อยฟีลล่ะก็
ไม่ยอมหรอก แค่คิดก็ปวดใจจนน้ำตาแทบจะร่วงแล้ว
อีอีจับมือของเจียงอวี่ซีที่กำลังยื่นไปคีบกับข้าวเอาไว้เบา ๆ
“เจ้านาย เมื่อกี้คุณเพิ่งจะคีบรากเผ็ดร้อนไปชิ้นหนึ่งแล้วนะครับ”
เธอก้มหน้าลงมอง ก็เห็นว่าปลายตะเกียบกำลังคีบแผ่นขิงชิ้นเบ้อเริ่มอยู่ แถมในปากก็กำลังเคี้ยวอยู่อีกชิ้น
กว่าจะรู้ตัว เธอก็กลืนมันลงคอไปเสียแล้ว
“แหมะ” คราวนี้น้ำตาร่วงลงมาจริง ๆ
“ฮือๆๆ อีอี ฉันกินขิงเข้าไปแล้ว เผ็ดจะตายอยู่แล้ว! ช่วยด้วย!”
อีอีรีบส่งน้ำหวานให้ทันที
“ขออภัยครับเจ้านาย เป็นความผิดของผมเอง ครั้งหน้าผมจะคอยเตือนคุณให้ดีครับ”
เจียงอวี่ซีดื่มน้ำหวานเพื่อดับรสเผ็ดร้อนของขิงในปาก ก่อนจะโบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ฉันมัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ”
เธอชอบใส่ขิงในผัดผัก แต่ตัวเองกลับกินขิงไม่ได้ เพราะทนความเผ็ดร้อนของมันไม่ไหว
ก็น่าแปลก ทั้ง ๆ ที่เธอก็กินเผ็ดเก่งแท้ ๆ
“เจ้านาย คุณกำลังกลัดกลุ้มเรื่องอะไรอยู่หรือครับ? อีอียินดีแบ่งเบาความทุกข์ใจของคุณ”
เจียงอวี่ซีวางแก้วลง แล้วจ้องมองหุ่นยนต์ที่อยู่ข้าง ๆ ตาไม่กะพริบ
“อีอี ฉันรู้สึกว่าคุณเหมือนจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะ” ดูเหมือนว่าวิชาหลอมอาวุธจะประสบความสำเร็จจริง ๆ อีอีคงใกล้จะก่อกำเนิดจิตวิญญาณแห่งอาวุธแล้วล่ะ
เธอนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ
เรียนรู้อะไรก็รวดเร็วไปเสียหมด
ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหลอมอาวุธต้องหลอกเธอแน่ ๆ ที่บอกว่าเธอไม่มีพรสวรรค์ด้านวิชาหลอมอาวุธ ทำได้แค่หลอมภาชนะระดับล่างง่าย ๆ เท่านั้นน่ะ
ดูนี่สิ ขนาดหุ่นยนต์แอนดรอยด์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างอีอี เธอยังจัดการได้สบาย ๆ เลย
ถ้าเป็นในโลกบำเพ็ญเพียร นี่มันก็ระดับวิชาหลอมอาวุธขั้นสูงเลยไม่ใช่หรือไง? แถมยังเป็นการหลอมหุ่นเชิดที่มีความยากระดับสูงสุดอีกต่างหาก
ถ้าไม่ใช่เพราะติดต่อโลกบำเพ็ญเพียรไม่ได้ล่ะก็ เธอคงเอาผลงานชิ้นนี้ไปอวดต่อหน้าผู้อาวุโสยอดเขาหลอมอาวุธให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
หุ่นยนต์อีอีมีสีหน้าเรียบเฉย “ขออภัยครับเจ้านาย ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไรครับ?”
“ช่างเถอะ ถึงพูดไปตอนนี้คุณก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
ก่อนที่จิตวิญญาณแห่งอาวุธจะก่อกำเนิดขึ้น หุ่นยนต์ก็มีเพียงแค่โปรแกรมอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีทั้งความคิดและความรู้สึก
“ฉันบังเอิญไปเจอวิดีโอทารุณกรรมลูกสัตว์ในเน็ตน่ะ คราวก่อนดูไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ในใจก็เลยพะวงมาตลอด
พอวันนี้เห็นว่าวิดีโอถูกลบไปแล้ว ก็เลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ”
อีอีเงียบไปครู่หนึ่ง “เจ้านาย คุณยังจำได้ไหมครับว่าเป็นวิดีโออะไร? ลองไปสอบถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องดูได้นะครับ”
เจียงอวี่ซีดีใจสุด ๆ “จริงด้วย ทำไมฉันถึงนึกไม่ถึงนะ ลองไปถามดูก็รู้แล้วนี่นา!”
เธอตื่นเต้นจนแทบจะเปิดกล่องข้อความขึ้นมาทันที
อีอีกดมือของเธอเอาไว้อีกครั้ง “เจ้านายครับ อาหารจะเย็นหมดแล้ว ร่างกายของคุณอ่อนแอ การทานอาหารเย็นชืดไม่เป็นผลดีต่อการบำรุงรักษาสุขภาพนะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก เย็นแล้วเดี๋ยวฉันค่อยเอาไปอุ่นกินทีหลังก็ได้”
“อาหารที่นำไปอุ่นใหม่รสชาติจะไม่อร่อย คุณจะไม่ชอบทานนะครับ”
ตอนที่อีอีพูดประโยคนี้ เธอเหมือนจะมองเห็นคำว่า ‘จริงจัง’ ปรากฏอยู่บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ของเขาเลยล่ะ
“ก็ได้ ๆ งั้นฉันกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยแอดเฟรนด์ก็แล้วกัน” พูดจบเธอก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างขะมักเขม้น
อีอีเอ่ยเตือนอีกครั้ง “เจ้านายครับ การทานอาหารเร็วเกินไปก็ไม่เป็นผลดีต่อการบำรุงรักษาสุขภาพเช่นกันครับ”
“โอ้” เจียงอวี่ซีรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับครูสมัยเรียนไม่มีผิด
ขณะนี้ ใครบางคนที่กำลังรอข้อความตอบกลับอย่างใจจดใจจ่อคิดว่า : ทำไมเพศเมียตัวน้อยยังไม่ออนไลน์อีกนะ?
หรือว่าออนไลน์แล้วแต่ไม่เห็นข้อความ?
หรือว่าเห็นข้อความแล้วแต่ไม่อยากตอบกันล่ะ?
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดเธอก็กินข้าวเสร็จด้วยความเร็วระดับปกติภายใต้สายตาจับจ้องของครูอีอี แถมยังดื่มน้ำแกงหวานบำรุงสุขภาพไปอีกหนึ่งชาม
จากนั้นก็เปิดข้อความส่วนตัวในช่องไลฟ์สดด้วยความเร็วแสง แล้วค้นหาข้อความนั้น
คัดลอก วาง แล้วก็กดส่งคำขอแอดเฟรนด์
แทบจะในทันทีที่ส่งสำเร็จ คำขอแอดเฟรนด์ก็ได้รับการตอบรับทันที
จะให้เปิดฉากถามเรื่องวิดีโอเลยก็ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทักทายไปก่อนดีกว่า
ว่าแต่ชาวเน็ตในยุคดวงดาวเขาทักทายกันยังไงนะ
ในขณะที่เจียงอวี่ซีกำลังกังวลว่าจะเริ่มบทสนทนายังไงดี ข้อความจากอีกฝั่งก็ส่งมาพอดี
[ซีเหอฉางหลิว]: สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ไม่ทราบว่าให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ?
ใครบางคนพอเห็นคำขอแอดเฟรนด์ ก็รีบนั่งหลังตรงตัวเกร็งทันที
บนโต๊ะเต็มไปด้วยหนังสือวางเกลื่อนกลาด แถมยังมีหนังสือสองสามเล่มที่หน้าปกเขียนไว้ว่า : ‘ทำอย่างไรถึงจะสร้างความประทับใจที่ดีให้กับเพศเมีย’, ‘108 วิธีแชตกับเพศเมีย’, ‘ทำอย่างไรให้เพศเมียหลงรักการพูดคุยกับคุณ’ และ ‘ศิลปะการใช้คำพูดอ่อนโยนในการแชตกับเพศเมีย’
เธอรีบตอบข้อความกลับไป:
[ครูใหญ่ซีซี]: สวัสดีค่ะ ๆ ฉันเป็นคนที่ไปกดไลก์และคอมเมนต์ใต้ข้อความของคุณในวิดีโอทารุณกรรมลูกสัตว์น่ะค่ะ วันนี้เพิ่งจะเห็นข้อความส่วนตัวของคุณ ขอโทษด้วยนะคะ
[ซีเหอฉางหลิว]: ไม่เป็นไรครับ ผมชอบลูกสัตว์มาก ๆ เลย คุณก็เหมือนกันใช่ไหมครับ?
ที่แท้เพศเมียตัวน้อยก็แค่ไม่เห็นข้อความนี่เอง
[ครูใหญ่ซีซี]: ใช่ ๆ ค่ะ ฉันคิดว่าลูกสัตว์น่ารักมากเลย! ราวกับเป็นเทวดาน้อยจอมฮีลใจเลยล่ะค่ะ
ลูกสัตว์ในห้องเรียนทั้งน่ารัก รู้ความ ขยันขันแข็ง รักการเรียน แถมยังอ่อนโยนและเอาใจใส่ ถ้าไม่ให้เรียกว่าเทวดาน้อยแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ
[ซีเหอฉางหลิว]: ใช่ครับ ที่บ้านเพื่อนผมก็มีลูกสัตว์อยู่ตัวหนึ่ง ขี้อ้อนมาก ๆ เลยล่ะครับ
เขาไม่ได้โกหกนะ ลูกสัตว์บ้านของมู่จื่อฮวาน่ะ ขี้อ้อนติดหนึบจริง ๆ นั่นแหละ
ชอบเอากาวช้างไปทาตามเก้าอี้กับเตียงนอนในบ้านอยู่เรื่อย ตั้งปณิธานไว้เลยล่ะว่าจะต้องทำให้พ่อแก่ ๆ ผู้น่าสงสารของตัวเองหัวล้านตั้งแต่ยังหนุ่มให้ได้
[ซีเหอฉางหลิว]: แถมยังชอบช่วยแบ่งเบาภาระและแก้ปัญหาให้มนุษย์สัตว์วัยผู้ใหญ่อีกด้วยนะครับ
คราวก่อนใครกันนะ ที่มัวแต่อวดอ้างว่าขนของตัวเองมันเงาสลวยสวยเก๋ แล้วไอ้เด็กนั่นดันไปได้ยินเข้าน่ะ
ผลก็คือ ไอ้เด็กนั่นวิ่งไล่พ่นไฟใส่เขาทุกวัน จนกระทั่งเผาขนของหมอนั่นจนเกลี้ยงเตียนไปเลยน่ะสิ
[ซีเหอฉางหลิว]: แล้วก็เป็นเด็กอารมณ์ดีชอบยิ้มด้วยครับ
ทุกครั้งที่แกล้งคนอื่นสำเร็จ ก็จะไปยืนหัวเราะเยาะเย้ยต่อหน้าเหยื่ออยู่ตั้งหลายวัน
เจียงอวี่ซีวาดภาพเด็กน้อยผู้อารมณ์ดี ขี้อ้อน และแสนจะรู้ใจขึ้นมาในหัวทันที
[ซีเหอฉางหลิว]: ความจริงแล้ว ที่ผมขอแอดเฟรนด์คุณก็เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่น่ะครับ แต่คุยตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ขอแอดสตาร์แชตหน่อยได้ไหมครับ...
ซีเหอฉางหลิวคิดในใจ : นี่แหละที่เขาเรียกว่าศิลปะการใช้คำพูด
(จบบท)