- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 19 การนำวิชาเรียนในโรงเรียนอนุบาลมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
บทที่ 19 การนำวิชาเรียนในโรงเรียนอนุบาลมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
บทที่ 19 การนำวิชาเรียนในโรงเรียนอนุบาลมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตำราเรียน 'วิชางานประดิษฐ์ 1: ทฤษฎีการผลิตเบื้องต้น' เล่มนี้ ความจริงก็คือ 'ทฤษฎีการหลอมสร้างเบื้องต้น' จากโลกบำเพ็ญเพียรนั่นแหละ เพียงแต่เพื่อที่จะทำให้ชาวมนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาในตำราได้ง่ายขึ้น เลยต้องเปลี่ยนชื่อให้ดูเข้าท่าหน่อย แน่นอนว่าตำราเรียนวิชาอื่น ๆ ก็ใช้วิธีเปลี่ยนแค่เปลือกนอกแต่ไส้ในยังเหมือนเดิมแบบนี้แหละ
ก็ตอนที่เจ้าของร่างเดิมเห็นรายชื่อหนังสือในมหาวิทยาลัยการศึกษาแบบบูรณาการแห่งดาวหลัก มันก็ตั้งชื่อแนว ๆ นี้ทั้งนั้นเลยนี่นา เช่น ทฤษฎีเบื้องต้นของ..., การประยุกต์ใช้... เป็นต้น
อย่างหนังสือ 'ทฤษฎีเบื้องต้นของ...' หรือ 'การประยุกต์ใช้...' ที่เจ้าของร่างเดิมเคยเห็น จนถึงตอนนี้มันก็ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่ในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยการศึกษาแบบบูรณาการแห่งดาวหลักนั่นแหละ — ไม่ว่าจะเป็น 'ความรู้ทฤษฎีเบื้องต้นในการสร้างหุ่นเกราะ', 'ความรู้ทฤษฎีเบื้องต้นในการสร้างยานอวกาศ', 'การนำความรู้ทฤษฎีเบื้องต้นของหุ่นเกราะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง'...
เบิร์ลที่ถูกเรียกชื่อ ดวงตากลมโตสุกใสเบิกกว้างเป็นประกาย มุมปากยกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงหู: “ครูใหญ่ซีซีฮะ ป๋มทำได้! ป๋มทำได้ฮะ!”
“ชิปประมวลผลภายในของครูอีอีถูกสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกบุกรุก ถึงแม้จะไม่ได้สร้างความเสียหายให้ตัวเครื่อง แต่ด้วยผลกระทบจากสิ่งแปลกปลอมนั้น ทำให้โปรแกรมบางส่วนเกิดความสับสนรวนเรไปหมด ในกรณีแบบนี้พวกเราควรจะทำยังไงดีจ๊ะ? เพื่อน ๆ คนอื่นก็ลองคิดตามกันดูได้นะจ๊ะ” เจียงอวี่ซีตั้งคำถาม
ชิปประมวลผลภายใน = แกนกลางค่ายกล, สิ่งแปลกปลอมจากภายนอก = หมอกดำ
เรียนแล้วก็ต้องนำไปใช้จริงสิ การเรียนรู้นอกจากจะช่วยเปิดโลกทัศน์แล้ว ยังต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย
การเรียนรู้วิชาชีพที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกลูกสัตว์ ในการออกไปศึกษาต่อหรือใช้ชีวิตในวันข้างหน้า
เบิร์ลทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะให้คำตอบ: “ต้องแก้ปัญหาจากสองทางฮะ อย่างแรก ต้องขับไล่สิ่งแปลกปลอมที่บุกรุกเข้ามาออกไป แต่ถ้าขับไล่ไม่ได้ ก็ต้องต้อนสิ่งแปลกปลอมทั้งหมดไปรวมไว้ที่จุดเดียวกันแล้วกักขังเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันกัดกินชิปประมวลผลของครูอีอีไปมากกว่านี้ รอจนกว่าเราจะหาวิธีขับไล่หรือทำลายมันได้ ค่อยลงมือจัดการฮะ อย่างที่สอง ต้องใช้การหลอมสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับชิป เพื่อลบล้างผลกระทบที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอมพวกนั้นฮะ”
“ยอดเยี่ยมมากจ้ะ คำแนะนำของเบิร์ลคนเก่งช่วยครูใหญ่ซีซีได้มากเลย
“เอาล่ะ ทีนี้มีเด็กเก่งคนไหนสามารถเสนอแผนการปฏิบัติจริงที่ได้ผลชะงัด โดยอิงจากวิธีแก้ปัญหาของเบิร์ลคนเก่งเมื่อกี้ และความรู้จากในหนังสือเรียนของพวกเราได้บ้างเอ่ย?
“ทุกคนลองนึกดูสิจ๊ะ ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะใช้ขับไล่หรือกักขังสิ่งแปลกปลอมได้? แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยกู้คืนฟังก์ชันการทำงานของชิปที่เสียหายไปให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม?”
กาซิโอคิดแค่แป๊บเดียวก็ตอบได้ “ลองใช้ยันต์พันธนาการพลังงาน ในบทที่สิบเก้าของตำราเรียนวิชาศิลปะดูก็ได้ฮะ”
ตำราเรียนวิชาศิลปะ = 'คัมภีร์ยันต์เบื้องต้นฉบับสมบูรณ์' + 'วิเคราะห์ค่ายกลพื้นฐานห้าธาตุ' บางส่วน เน้นการวาดเส้นเป็นหลัก ซึ่งก็สอดคล้องกับพื้นฐานของเด็ก ๆ ในตอนนี้ที่ยังไม่มีทักษะการวาดภาพเลยสักนิดพอดี
เนื้อหาในบทที่สิบเก้า ส่วนใหญ่จะพูดถึงยันต์ประเภทสะกดวิญญาณ ซึ่งยันต์พันธนาการพลังงานก็คือยันต์สะกดวิญญาณนั่นแหละ พูดง่าย ๆ ก็คือ การจับกุมสสารที่มีพลังปราณ หรือสสารที่ต้องอาศัยพลังปราณในการขับเคลื่อนเอาไว้ ซึ่งเธอก็อธิบายให้เด็ก ๆ ฟังในชั้นเรียนแบบนี้แหละ
ก็ในเมื่อยุคดวงดาวเรียกพลังปราณว่าพลังงาน และเรียกศิลาวิญญาณว่าศิลาพลังงาน เธอก็ต้องเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามสิ
“แต่ใช้แค่ยันต์พันธนาการพลังงานอย่างเดียวคงไม่พอหรอกฮะ กระดาษยันต์มีขีดจำกัดในการพันธนาการ หลังจากนั้นต้องใช้ค่ายกลกักขังห้าธาตุร่วมด้วย เพื่อขังสิ่งแปลกปลอมเอาไว้ให้สนิท แล้วค่อยหาวิธีขับไล่หรือทำลายทิ้งฮะ” ไลโอรีบชูมืออวบอ้วนขึ้นสุดแขน กลัวว่าครูใหญ่ซีซีจะมองไม่เห็นเขา
ค่ายกลกักขังห้าธาตุ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ค่ายกลพื้นฐานห้าธาตุ อาศัยหลักการเกื้อกูลและข่มกันของธาตุทั้งห้า รวบรวมคุณสมบัติทั้งการโจมตี การป้องกัน และการผนึกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการของผู้กางค่ายกล
“ชิปประมวลผลที่พังไปแล้ว ถ้าอาการไม่หนักมาก ก็สามารถอ้างอิงจากบทที่เจ็ด 'การวาดเส้นเพื่อการซ่อมแซม' ในตำราเรียนวิชาศิลปะ โดยใช้พลังจิตวาดเส้นลงไปในชิป แล้วดึงพลังงานจากศิลาพลังงานในตัวครูอีอีมาเชื่อมต่อระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันใหม่ ก็จะกลับมาใช้งานได้ปกติแล้วฮะ แต่ถ้าพังหนักมาก ก็ต้องหลอมสร้างใหม่ลูกเดียวเลย” ฟีลเอามือเท้าคาง คิ้วขมวดมุ่นน้อย ๆ
“คำตอบของทุกคนยอดเยี่ยมมากเลยจ้ะ เดี๋ยวครูใหญ่ซีซีจะสรุปและเพิ่มเติมให้ฟังนะจ๊ะ
“อย่างแรก สำหรับสิ่งแปลกปลอมที่บุกรุกเข้ามา ถ้าทำลายได้ก็ทำลายทิ้งเลย แต่ถ้าทำลายไม่ได้ ก็ให้ผนึกมันเอาไว้ก่อนแล้วค่อย ๆ หาวิธีทำลายทีหลัง จากนั้นก็วาดอักขระยันต์ประเภทซ่อมแซมลงไปตรงบริเวณที่เสียหาย แล้วเปิดใช้งานอักขระที่วาดลงไปใหม่พร้อมกับค่ายกลเดิมทั้งหมด เพื่อเชื่อมต่อระบบทั่วทั้งตัวของครูอีอี
“เมื่อกี้เพื่อน ๆ บอกว่าให้ใช้ยันต์พันธนาการพลังงานจับสิ่งแปลกปลอมเอาไว้ก่อน แล้วตามด้วยค่ายกลกักขังห้าธาตุเพื่อขังมันเอาไว้ นี่เป็นวิธีที่ถูกต้องมากเลยจ้ะ
“แต่ครูขอเพิ่มเติมตรงส่วนของการกักขังอีกนิดนะจ๊ะ เราสามารถลองนำเนื้อหาของบทที่สิบเก้ากับบทที่ยี่สิบเอ็ดมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ ซึ่งก็คือค่ายกลพื้นฐานห้าธาตุกับค่ายกลสังหารเบื้องต้นนั่นเอง
“ถึงแม้ค่ายกลพื้นฐานห้าธาตุจะมีคุณสมบัติในการโจมตี แต่ก็เป็นการโจมตีเชิงป้องกันซะมากกว่า ถ้าจะให้ดีควรใช้ร่วมกับค่ายกลสังหารเพื่อเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนจะดีกว่านะจ๊ะ
“เด็ก ๆ กลับไปลองคิดดูนะจ๊ะ ว่าจะผสานค่ายกลทั้งสองแบบนี้เข้าด้วยกันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดได้ยังไง?
“จะทำยังไงให้เกิดค่ายกลซ้อนค่ายกลได้? แล้วจะทำยังไงถึงจะใช้พลังวิญญาณในการขับเคลื่อนให้น้อยที่สุด? ใครคิดออก พรุ่งนี้เช้ามาบอกครูใหญ่ซีซีได้เลยนะจ๊ะ”
“ด้วยปัญหาเดียวกันนี้ ถ้าเราลองเปลี่ยนเป้าหมายดูล่ะ สมมติว่าคนที่ถูกสิ่งแปลกปลอมบุกรุกไม่ใช่ครูอีอี แต่เป็นครูใหญ่ซีซี ในกรณีแบบนี้พวกเราควรจะทำยังไงดีจ๊ะ? ทุกคนลองคิดดูนะ แล้วแย่งกันตอบได้เลยจ้ะ”
“ครูใหญ่ซีซีฮะ ป๋มรู้ฮะ ต้องใช้พลังจิตตรวจสอบก่อนฮะ ว่าสิ่งแปลกปลอมที่บุกรุกเข้ามามีคุณสมบัติแบบไหน ปกติแล้วจะแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ ด้านบวก กับ ด้านลบ สสารที่ดี เราสามารถเก็บไว้แล้วค่อย ๆ ดูดซับนำมาใช้งานได้ฮะ ส่วนของที่ไม่ดี ต้องรีบขับไล่หรือทำลายทิ้งสถานเดียวเลยฮะ” นี่คือคำตอบของไลโอคนเก่ง
“ตอนที่ส่งพลังจิตเข้าไปตรวจสอบในร่างกายของครูใหญ่ซีซี ต้องบอกให้ครูใหญ่ซีซีรู้ล่วงหน้าด้วยฮะ จะได้ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกร็ง แล้วก็ไม่ต้องต่อต้านฮะ ป๋มสามารถร้องเพลงให้ครูใหญ่ซีซีฟังเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายได้ด้วยนะฮะ” นี่คือสิ่งที่ดอริสเสริมขึ้นมา
“ไลโอพูดผิดแล้วล่ะฮะ ในเมื่อการบุกรุกของสิ่งแปลกปลอมมันส่งผลให้ร่างกายรู้สึกไม่สบายไปแล้ว ต่อให้มันจะเป็นประโยชน์กับครูใหญ่ซีซีก็ตาม ก็ต้องเลือกว่าจะลบล้างผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร่างกาย หรือไม่ก็ต้องเอามันออกมาเลยฮะ” นี่คือคำแย้งจากเฮยม่อผู้แสนจะรอบคอบและมีเหตุผล
...
พวกลูกสัตว์ตัวน้อยผลัดกันเสนอความคิดเห็นของตัวเองกันอย่างออกรสออกชาติ
“ถ้าเป็นผลกระทบที่เกิดกับร่างกายมนุษย์ หรือพูดง่าย ๆ ตามที่ครูใหญ่ซีซีชอบพูดก็คือ การได้รับบาดเจ็บหรือล้มป่วยนั่นแหละฮะ ถ้าเทียบกับปัญหาของครูอีอี ก็น่าจะจัดอยู่ในประเภทความเสียหายทางพลังจิตฮะ
“สำหรับอาการบาดเจ็บทางพลังจิต อันดับแรกเราสามารถให้ครูใหญ่ซีซีลองใช้พลังจิตของตัวเองขับไล่มันออกไปก่อน ในขั้นตอนนี้สามารถเสริมด้วยน้ำยารวบรวมปราณ ยาฟื้นฟูปราณ ฯลฯ เพื่อช่วยสนับสนุนพลังจิตได้ฮะ ซึ่งพวกนี้เราก็เรียนกันไปหมดแล้ว แถมทุกคนก็หลอมสร้างเป็นกันหมดแล้วด้วยฮะ
“แต่ถ้าไม่สามารถขับไล่ออกไปได้ด้วยตัวเอง ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากมนุษย์สัตว์ที่มีพลังจิตแข็งแกร่งกว่าครูใหญ่ซีซีมาช่วยกำจัดให้ฮะ
“แต่ดาวของเราไม่มีมนุษย์สัตว์คนไหนทำได้เลยฮะ ดังนั้นจึงต้องใช้ยาชำระล้างหรือยันต์ชำระล้าง เพื่อทำการชำระล้างโดยตรงไปเลยฮะ เรื่องยันต์ชำระล้างปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าห้องได้เลยฮะ ส่วนยาชำระล้าง จู๋เซี่ยมีอัตราความสำเร็จในการหลอมสูงที่สุดฮะ
“จากนั้นก็สามารถใช้โอสถเพื่อฟื้นฟูพลังจิตที่เสียหายต่อไปได้ฮะ โอสถที่ใช้สำหรับอ้างอิงได้ก็อย่างเช่น ยาหลอมวิญญาณ ยาสมานวิญญาณ ยาบำรุงปราณ แต่พวกเรายังหลอมโอสถพวกนี้ไม่ได้ฮะ มีแค่ครูใหญ่ซีซีคนเดียวที่หลอมได้ฮะ” สมกับที่ตั้งเป้าจะเป็นคุณหมอแห่งยุคดวงดาว เบอร์นีคนเก่งมีมุมมองที่ลึกซึ้งและแตกต่างไม่เหมือนใครจริง ๆ
“โอสถทั้งสามชนิดนี้ พวกเราสามารถเอาดอกไม้แดงไปกดแลกในตู้แลกของรางวัลได้นะฮะ ราคาอยู่ที่ 100 ดอก, 80 ดอก, แล้วก็ 50 ดอก ตามลำดับฮะ ถ้าเทียบจากสรรพคุณและความคุ้มค่าแล้ว การใช้ยาบำรุงปราณ 2 เม็ด + ยาหลอมวิญญาณ 1 เม็ด ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดฮะ รวมเป็นดอกไม้แดงทั้งหมด 200 ดอก ถ้าใช้เงินกองกลางของห้อง ก็สามารถจ่ายรวดเดียวได้เลยฮะ แต่ถ้าผมเป็นคนออกเอง ก็คงต้องขอผ่อนจ่ายเป็นสองงวดฮะ” นี่คือการคำนวณอย่างรอบคอบของหัวหน้าห้องเฮยม่อ
เงินกองกลางของห้อง ก็คือดอกไม้แดงจำลองที่เธอมอบให้เป็นรางวัลรวมของทั้งห้องนั่นแหละ ซึ่งจะถูกติดไว้ที่กระดานข้างโต๊ะครู ได้รับรางวัลหนึ่งดอกก็ประทับตราดอกไม้แดงลงไปหนึ่งที มองปุ๊บก็รู้ปั๊บเลย ตอนนี้สะสมได้ตั้ง 300 กว่าดอกแล้วนะ
พอได้ยินที่เฮยม่อพูด เธอก็ทั้งขำทั้งเอ็นดู “ขอบใจหัวหน้าห้องมากเลยนะจ๊ะ ที่อุตส่าห์คิดแผนผ่อนจ่ายค่ายาให้ครูใหญ่ซีซีด้วย
“วันนี้คำตอบของทุกคนยอดเยี่ยมมากเลยจ้ะ แสดงให้เห็นเลยว่า ลูกสัตว์ของครูทุกคนตั้งใจเรียนกันมากจริง ๆ
“โดยเฉพาะเบอร์นี สรุปประเด็นได้ดีมากเลยจ้ะ รับรางวัลไปเลยดอกไม้แดงสองดอก ส่วนคนอื่น ๆ ก็รับไปเลยคนละหนึ่งดอกจ้ะ”
ดอกไม้แดง! ดวงตาของพวกลูกสัตว์ลุกวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที
ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่ลูกสัตว์ตาดำ ๆ ที่เพิ่งเข้าเรียนเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ แต่เป็นนักเรียนตัวอย่างที่เรียนมาได้ตั้งหนึ่งเดือนเต็มแล้วต่างหาก! พวกเขารู้ดีว่า ดอกไม้แดงสามารถเอาไปแลกของได้ตั้งเยอะแยะ อยู่ที่ชั้นหนึ่งไง มีห้องใหญ่บึ้มอยู่ห้องนึง ของในนั้นสามารถเอาดอกไม้แดงไปแลกมาได้หมดเลย
เจียงอวี่ซีทำตามวิธีแก้ปัญหาที่เด็ก ๆ เสนอมา เธอเอาหน้าผากไปแนบกับหน้าผากของอีอี ส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปในชิปประมวลผลตรงส่วนหัว แล้วใช้พลังปราณวาดอักขระยันต์
ยันต์พันธนาการวิญญาณ ถูกใช้เพื่อต้อนหมอกดำให้มารวมตัวกัน
ค่ายกลใหญ่ห้าธาตุ ถูกใช้เพื่อห่อหุ้มยันต์พันธนาการวิญญาณและหมอกดำเอาไว้ ผนึกมันไว้ภายในค่ายกลเพื่อค่อย ๆ สังหารทำลายทิ้ง
ค่ายกลใหญ่ห้าธาตุ ก็คือค่ายกลแบบผสมผสานระหว่างค่ายกลพื้นฐานห้าธาตุกับค่ายกลสังหาร ตามที่เธอได้อธิบายไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ
สิบนาทีต่อมา ภายใต้การคุ้มกันของพวกลูกสัตว์ ในที่สุดเธอก็สามารถแก้ปัญหาของครูอีอีได้เป็นการชั่วคราว
“การเรียนรู้นอกตำราในครั้งนี้ เราจะใช้หัวข้อว่า 'แผนช่วยเหลือครูอีอี' ให้หัวหน้าห้องสรุปเนื้อหาที่พวกเราพูดคุยกัน แล้วเขียนเป็นรายงาน นำไปวางไว้บนชั้นหนังสือเล็ก ๆ ในห้องเรียน เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาและใช้เป็นแนวทางอ้างอิงนะจ๊ะ” นี่คือธรรมเนียมการเรียนรู้ระหว่างเธอกับเหล่านักเรียน
เมื่อเจออุปสรรค ก็ต้องขบคิดหาสาเหตุ วิเคราะห์ปัญหา เสนอแผนปฏิบัติการ แล้วลงมือแก้ไขในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับจัดทำเป็นรูปเล่มบันทึกไว้
หากในขณะนั้นยังไม่สามารถหาแผนการที่ลงมือทำได้จริง ก็ควรจดบันทึกและรวบรวมไว้ใน “สมุดบันทึกปัญหายาก” เพื่อรอการแก้ไขในวันข้างหน้า
ในเมื่อมีสมุดบันทึกปัญหายากได้ แน่นอนว่าก็ต้องมีสมุดบันทึกข้อผิดพลาดด้วยเหมือนกัน เพียงแต่สมุดบันทึกปัญหายากนั้นจะเป็นของส่วนรวมประจำห้อง ส่วนสมุดบันทึกข้อผิดพลาดจะเป็นของลูกสัตว์แต่ละคน
เฮยม่อยิงฟัน พยักหน้าหงึก ๆ อย่างแรง ใบหน้าขาวเนียนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เกล็ดงูปรากฏขึ้นลาง ๆ บนหน้าผาก “ครูใหญ่ซีซีฮะ วันหลังครูอย่าเอาตัวเองมาเป็นตัวอย่างอีกเลยนะฮะ ป๋มจะตั้งใจฝึกบำเพ็ญเพียร จะปกป้องครูให้ดี และจะไม่มีวันยอมให้ครูต้องเจ็บตัวเด็ดขาดเลยฮะ”
(จบบท)