เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 786 : คนๆ นี้ไม่ใช่เจียงซิว!

ตอนที่ 786 : คนๆ นี้ไม่ใช่เจียงซิว!

ตอนที่ 786 : คนๆ นี้ไม่ใช่เจียงซิว!


ตอนที่ 786 : คนๆ นี้ไม่ใช่เจียงซิว!

เจียงซิวรู้สึกสับสนทำไมฉันถึงต้องเป็นคนเจ็บอยู่เสมอ?

ฉันอุตส่าห์จัดให้เจียงเฉินนั่งแทนที่ฉันไปแล้วนะ!

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วโจรก็ตัดสินใจที่จะมาทุบตีคนขับรถแทน?

ไอ้สารเลว!

กลุ่มโจรทุบตีเจียงซิวเสร็จก็จากไป

เจียงเฉินเดินขึ้นไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล "นายน้อยซิว คุณสบายดีไหม? ให้ผมโทรหา 120 ให้คุณดีไหม?"

เจียงซิว "..."

ร้องไห้!

เขากอดตัวเองอย่างเศร้าใจเป็นเวลาสามนาที!

ทำไมฉันถึงต้องมาทนทุกข์ทรมานแทนเจียงเฉิน?

หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วเจียงเฉินก็มองไปที่ตำแหน่งของตระกูลเจียงที่ถูกส่งมาและก่อนจะเข้าไปในรถ

ในที่สุดฉันก็กลับมาแล้วตระกูลเจียง

บ้านตระกูลเจียงตั้งอยู่ในพื้นที่วิลล่าริมทะเลสาบ

มันเนียนไปกับพื้นที่รอบๆมาก

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นว่ามีบ้านแอบซ่อนอยู่ในบริเวณนี้

แต่หลังจากเข้าสู่พื้นที่วิลล่า เจียงเฉินก็ต้องตกตะลึง

ที่นี่มันสุดยอดมาก!

นี่คือทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำที่น่าอัศจรรย์และมีขนาดที่กว้างมาก!

ไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดได้

ที่พื้นผิวของน้ำมีหมอกหนาทึบและไม่มีใครสามารถมองเห็นฝั่งตรงข้ามได้

เจียงเฉินใช้โทรศัพท์มือถือของเจียงซิวเพื่อโทรหาตระกูลเจียง

บ้านตระกูลเจียงเปิดประตู

เจียงเฉินขับรถเข้าไป

หลังจากจอดรถเสร็จเจียงเฉินก็เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของตระกูลเจียง

ชายชราคนหนึ่งกำลังรำไทเก็กอยู่ที่สนามหญ้าโดยหันหลังให้เจียงเฉิน

ทุกการเคลื่อนไหวมีเอกลักษณ์ของมันเอง!

มองจากระยะไกลก็รู้ได้ทันทีว่าชายชราคนนี้มีความเชี่ยวชาญจนไม่มีใครเทียบได้

ดวงตาของเจียงเฉินเป็นประกาย

ชายชราคนนี้อายุ 50 ต้นๆ สายตาของเขาเฉียบคมราวกับนกเหยี่ยวและเขาดูเหมือนปรมาจารย์ด้านการฝึกฝนทั้งภายในและภายนอก

หลังจากรำมวยไทเก็กเสร็จแล้ว ชายชราก็ค่อยๆวางท่าและหายใจออก

เขาพูดอย่างใจเย็นโดยไม่หันศีรษะมามอง "เจียงซิวกลับมาแล้วหรอ"

ตัวตนของเจียงเฉินในเวลานี้คือเจียงซิว

ในเวลานี้ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ห้องนั่งเล่น เพื่อค้นหาเบาะแสทุกอย่าง พยายามค้นหาว่ามีร่องรอยของเขาในตระกูลเจียงหรือไม่

เมื่อมองไปแวบแรก บ้านตระกูลเจียงไม่ได้มีการจัดแสดงที่ยอดเยี่ยมและมันก็ไม่เหมือนกับบ้านของเขา แต่ดวงตาของเจียงเฉินนั้นก็เหมือนกับเหยี่ยว เขาได้ค้นพบสิ่งของบางอย่างที่ค่อนข้างพิเศษจำนวนมากพวกมันต่างมีประวัติศาสตร์และควรค่าแก่การเก็บไว้อย่างยิ่ง

ชั่วขณะหนึ่ง เจียงเฉินไม่สามารถควบคุมหัวใจที่เต้นแรงของเขาได้

ชายชราคนนี้เป็นพ่อของเขางั้นหรอ?

ที่มาของสายเลือดของฉันมาจากตระกูลนี้อย่างนั้นหรอ?

เจียงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงของเจียงซิว "ผมกลับมาแล้ว"

เจียงเฉินได้ถามเจียงซิวเกี่ยวกับตัวตนของชายชราคนนี้แล้ว หลังจากนั้นเจียงซิวก็ส่งแผนที่บ้านตระกูลเจียงให้เขาพร้อมกับสั่งให้เขาพยายามชิงตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลเจียงคนต่อไปมาให้ได้

เจียงซิวบอกเจียงเฉินว่าปัจจุบันเขาเป็นผู้ท้าชิงอันดับต้นๆสำหรับว่าที่ผู้นำตระกูลเจียงคนต่อไป แต่เขานั้นไม่ใช่คนเดียวอย่างแน่นอน

ตระกูลที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ย่อมต้องมีลูกหลานมากมาย ดังนั้นการได้รับตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปมันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไง?

ทุกครั้งที่มีการเลือกว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปจะมีการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน มีแม้กระทั่งพายุนองเลือด

เจียงซิวคนนี้เป็นลูกชายของลูกชายคนที่สองของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน

หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือชายชราที่อยู่ข้างหน้าคือบิดาผู้ให้กำเนิดของเจียงซิว เจียงไห่หยา!

เจียงเฉินจ้องไปที่เจียงไห่หยา

เจียงไห่หยาก็มองดูเจียงเฉินเช่นกัน

ในความเป็นจริงเจียงเฉินก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะสามารถหลอกลวงเจียงไห่หยาได้ เนื่องจากเจียงซิวเป็นลูกชายโดยกำเนิดของเจียงไห่หยา ดังนั้นจะมีพ่อที่ไหนที่จะจำลูกชายของตัวเองไม่ได้?

แต่เจียงซิวก็บอกกับเขาว่าไม่ต้องกังวล

เนื่องจากความเชื่อประจำตระกูลของตระกูลเจียงที่ว่า "เสือมีลูกสามตัวต้องมีลูกหนึ่งตัวที่ถูกทิ้ง" ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกจึงไม่ลึกซึ้ง

เพื่อปลูกฝังธรรมชาติของเสือและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและลูกหลาน ตระกูลเจียงจึงไม่เคยมีความรักที่อ่อนโยนระหว่างพ่อแม่และลูกเหมือนครอบครัวทั่วไป

เจียงซิวบอกว่าตั้งแต่เขาเรียนชั้นประถม เขาก็ถูกส่งไปโรงเรียนประจำและเขาแทบไม่เคยเห็นพ่อแม่ของเขาเลยตลอดทั้งปี

หลังจากที่เขาโตเขาก็ไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ เขาไปที่นั่น 6 ปี และเขาไม่ได้เจอเจียงไห่หยาเลยแม้แต่ครั้งเดียวในช่วงเวลานั้น

หลังเขาเรียนจบ เจียงไห่หยาก็ไม่ค่อยได้ใช้เวลากับเจียงซิวมากนัก เจียงไห่หยามักจะบินไปทั่วโลก ยุ่งกับการดูแลธุรกิจของตระกูลและจะพบเขาที่งานสังสรรค์ในตระกูลเป็นครั้งคราวเท่านั้น และทุกครั้งเขาก็จะตำหนิและแทบจะไม่สนใจอะไรเขาเลย

เจียงซิวบอกว่าด้วยเหตุผลพวกนี้เจียงเฉินจึงอาจจะหลอกเจียงไห่หยาได้จริงๆ

ก่อนที่เจียงเฉินจะมา เขายังฝึกฝนทุกท่วงท่าของเจียงซิวเป็นพิเศษ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สมจริงมากที่สุด เพื่อที่จะสามารถหลอกลวงเจียงไห่หยาได้

เจียงไห่หยาพูดอย่างเฉยเมย "นายกลับมาทำอะไร"

เจียงเฉินพูดสั้นๆ "ผมอยากเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป! ผมต้องการเข้ารับการทดสอบ!"

ราวกับว่าเจียงไห่หยาไม่รู้จักเจียงเฉิน เขาเย้ยหยันและพูดว่า "การทดสอบ? อย่างนายน่ะหรอ? นายรู้ไหม การทดสอบเพื่อที่จะเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลนั้นเข้มงวดมากแค่ไหน จนถึงตอนนี้ก็มีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถผ่านได้ แล้วนายคิดว่าตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปจะตกอยู่ในมือนายงั้นหรอ"

เจียงเฉินได้ยินจากเจียงซิวว่าตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปของตระกูลเจียงนั้นเป็นตำแหน่งที่เป็นที่ปรารถนาของทุกฝ่าย และผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็ใฝ่ฝันถึงตำแหน่งนี้

แต่เนื่องจากตระกูลเจียงเชื่อมั่นในคำสอนของบรรพบุรุษที่ไม่เหมือนใคร พวกเขาจะเลือกทายาทได้อย่างง่ายดายได้ยังไงกัน?

การทดสอบหาว่าที่ผู้นำตระกูลเจียงคนต่อไปมีความยากระดับเป็นตาย

ในตระกูลขนาดใหญ่เช่นนี้ ตำแหน่งของว่าที่ผู้นำตระกูลอาจกล่าวได้ว่าเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทั้งตระกูลในอนาคต

หากเลือกทายาทไม่ถูกต้อง ในไม่ช้าตระกูลเจียงก็จะเสื่อมถอยเหมือนตระกูลใหญ่อื่น ๆ

เจียงไห่หยาจ้องไปที่เจียงเฉิน "นายต้องการจะเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปงั้นหรอ อย่างแรก นายต้องผ่านการทดสอบของฉันก่อน! ฉันสามารถส่งทายาทไปท้าชิงได้แค่คนเดียวเท่านั้น! ถ้าฉันไม่ส่งนายไป นายก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการทดสอบ!"

เจียงเฉินยิ้ม "เอาล่ะ งั้นก็ลองทดสอบผมดูว่าผมจะผ่านการทดสอบนี้มั้ย!"

เจียงไห่หยาพูดด้วยเสียงทุ้ม "ฉันต้องการให้นายไปที่บริษัทอินเทอร์เน็ตเล็กๆและนายไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยตัวตนของนาย  นายจะต้องเริ่มงานจากการเป็รพนักงานระดับล่างสุดและภายใน 3 เดือน นายจะกลายเป็นซีอีโอของบริษัทนั้นให้ได้ ถ้านายทำได้ ฉันจะตกลงให้นายเป็นผู้ท้าชิง!"

เจียงเฉินยิ้ม "ง่ายจัง?"

"ฮึ่ม! ไปได้แล้ว" เจียงไห่หยาตะคอกอย่างเย็นชาและไม่ใส่ใจ

เจียงเฉินหันหน้าและจากไปทันที

เจียงไห่หยาที่อยู่ข้างหลัง มองไปที่ด้านหลังของเจียงเฉินและเยาะเย้ยอย่างแผ่วเบา ก็แค่วัยรุ่นที่ยังขาดประสบการณ์!

ตามที่เจียงเฉินคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้ เจียงไห่หยานั้นไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างเขากับเจียงซิวจริงๆ

แต่ตอนนี้มันก็ไม่สำคัญแล้วว่าเขาจะเป็นคนเดิมหรือไม่~~

ในขณะที่เจียงเฉินกำลังเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องออกมา

“เจียงซิว?”

เจียงเฉินหันกลับมา

เขาเห็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งกำลังจ้องมองลงมาที่เขา

เจียงเฉินจำได้ทันที "ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเจียงซิวภรรยาของเจียงไห่หยา เจียงซิวเคยเอารูปถ่ายให้ฉันดู"

หยุนชาง!

หยุนชางเธอน่าจะอายุ 40 ปีแล้ว แต่ใบหน้าของเธอนั้นกลับไม่สามารถบอกอายุของเธอได้เลย เธอดูเหมือนสาวน้อยอายุ 20 ต้นๆอยู่เลยด้วยซ้ำ

สตรีผู้มั่งคั่ง ใจดีและยังดูอายุยังน้อย

หยุนชางเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล "ซิวเอ๋อ กลับมาแล้วเหรอ? ทำไมไม่มาหาแม่ล่ะ? หือ?"

เธอจ้องไปที่ใบหน้าของเจียงเฉินแต่ดวงตาของเธอนั้นกลับกำลังสั่นไหว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเห็นหินหยกบนคอของเจียงเฉิน ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านมากยิ่งขึ้น!

“หินก้อนนั้น? ลูกไปเอาหินก้อนนั้นมาจากไหน?”

หยุนชางเกือบจะเป็นลมหมดสติ

เจียงเฉินยังสังเกตเห็นความสนใจของหยุนชางต่อหินของเขาอย่างชัดเจนและเขาก็กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะเห็นความผิดปกติ เพราะท้ายที่สุดแล้วแม่ก็ไม่ใช่พ่อ ผู้หญิงนั้นจะมีความละเอียดรอบคอบมากกว่าผู้ชายและรับรู้ถึงความผิดปกติของลูกตัวเองได้มากกว่าผู้ชาย

เจียงเฉินไม่ต้องการสร้างปัญหาเพิ่มเติม "แม่ เพื่อนของผมให้สิ่งนี้กับผมมา เขาบอกว่ามันเป็นของเล็กๆน้อยๆที่พบได้ตามตลาด ผมยังมีเรื่องเร่งด่วนอยู่ ผมต้องไปแล้ว"

เขาขับรถและจากไปทันที

เหลือเพียงหยุนชางที่ลานหน้าบ้าน เธอจ้องมองไปที่ด้านหลังของโรลส์-รอยซ์ที่กำลังห่างออกไป ทันใดนั้น น้ำตาที่ใสราวคริสตัลก็หยดเอ่อล้นที่หางตาของหยุนชาง

หยุนชางกำหมัดแน่น

"คนๆนี้ไม่ใช่เจียงซิว! แม้ว่าเขาจะหน้าตาเกือบเหมือนกับเจียงซิวแต่เขาหลอกฉันที่เป็นแม่ไม่ได้หรอก แต่จะมีคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกันแบบนี้ได้ยังไงกัน? เป็นไปได้ไหมที่มันจะเป็นหยกที่ฉันมอบให้กับเด็กที่น่าสงสารในตอนนั้นเป็นของส่วนตัวและเป็นไปได้ไหมว่าคนๆนี้จะเป็น~~"

ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน

นี่คือลูกชายของเธอที่ต้องถูกขับไล่ตามกฎของตระกูลเมื่อกว่า 20 ปีก่อน?

ฉันไม่มีโอกาสได้ดูหยกก้อนนั้นใกล้ๆ ในวันนั้นที่ฉันต้องแยกทางกับลูกชายคนเล็ก ฉันรีบเอาหยกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของฉันใส่ไว้กับลูกของฉันมันคงจะไม่บังเอิญคล้ายกันหรอกถูกมั้ย?

หรือเขาอาจจะเป็นลูกชายคนเล็กของฉันที่พลัดพรากจากกันไปมานานกว่า 20 ปี?

จบบทที่ ตอนที่ 786 : คนๆ นี้ไม่ใช่เจียงซิว!

คัดลอกลิงก์แล้ว