เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 เจ้าปีศาจกำเริบเสิบสาน! ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คน!

บทที่ 57 เจ้าปีศาจกำเริบเสิบสาน! ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คน!

บทที่ 57 เจ้าปีศาจกำเริบเสิบสาน! ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คน!


น้ำเสียงของจักรพรรดิมนุษย์ดังก้องไปทั่วสวรรค์หมื่นดินแดน

ชั่วขณะนั้น

ผู้คนทั่วทั้งใต้หล้าต่างล่วงรู้เรื่องที่เทียนหวงอมตะมีเคล็ดวิชาบรรลุเซียน ข่าวลือนี้ได้สร้างคลื่นลมลูกใหญ่ให้โหมกระหน่ำไปทั่วจักรวาลแดนมนุษย์

ภายในใจของผู้คนนับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"อะไรนะ?"

"ทวยเทพสูงสุดของเผ่าเรากลับเป็นสิ่งมีชีวิตจากแดนเซียน ทั้งยังมีเคล็ดวิชาบรรลุเซียนหรือ? แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ถ่ายทอดให้พวกเราล่ะ!"

"พวกเราเป็นสาวกที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเขาเชียวนะ!"

"ท่านเทพเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว!"

"เขาไม่รู้จักเอาอย่างตี้จุนในยุคตำนานบ้างเลยหรือ?"

"พาคนทั้งนิกายบรรลุเซียนทะยานฟ้าไงล่ะ!"

"นั่นเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่เพียงใดกัน!"

"หึ! เทียนหวงอมตะเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว! คนเช่นนี้ไม่คู่ควรให้พวกเราศรัทธาหรอก!"

สิ่งมีชีวิตไท่กู่ไม่น้อยต่างรู้สึกโกรธเคือง

ปีนั้น

เทียนหวงอมตะเคยทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของตี้จุน

ต่อมา หลังจากเขาบรรลุมรรคาก็ได้ก่อตั้งราชวงศ์เทวะขึ้นมายุคหนึ่ง เหตุที่สิ่งมีชีวิตไท่กู่เหล่านี้ยอมติดตาม ย่อมเป็นเพราะหวังว่าเทียนหวงอมตะจะทำซ้ำวีรกรรมของตี้จุนได้——

พาคนทั้งนิกายบรรลุเซียนทะยานฟ้า!

แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าเทียนหวงอมตะจะเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้?

ของดีอย่างเคล็ดวิชาบรรลุเซียนกลับไม่ยอมนำมาแบ่งปันให้สาวกผู้ซื่อสัตย์อย่างพวกเขางั้นหรือ?

หึ!

ช่างเป็นความผิดที่ร้ายแรงจนยากจะอภัย!

นี่มันเห็นแก่ตัวชัดๆ!

การที่พวกเราไม่สามารถเป็นจักรพรรดิหรือบรรลุเซียนได้ ล้วนเป็นความผิดของเทียนหวงอมตะทั้งสิ้น เทียนหวงอมตะสมควรฆ่าตัวตายเพื่อขอขมาต่อผู้ฝึกตนทั้งหมดในจักรวาลแดนมนุษย์!

ภูเขาจักรพรรดิมนุษย์

เทียนโฮ่วอมตะที่อยู่ในการผนึกตนก็มาได้ยินเสียงของจักรพรรดิมนุษย์เข้าเช่นกัน บนใบหน้าอันงดงามหาใดเปรียบของนางพลันเผยให้เห็นถึงความไม่อยากจะเชื่อ:

"อะไรนะ? ในมือของเทียนหวงอมตะมีเคล็ดวิชาบรรลุเซียนจริงๆ หรือ?"

"แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ถ่ายทอดให้ข้า!"

"ข้าเป็นเทียนโฮ่วของเขาเชียวนะ!"

ความฝันสูงสุดของเทียนโฮ่วอมตะก็คือการบรรลุมรรคา หากเทียนหวงอมตะถ่ายทอดเคล็ดวิชาบรรลุเซียนให้นางล่ะก็ อย่าว่าแต่บรรลุมรรคาเลย

แม้แต่การบรรลุเซียนก็ยังเป็นไปได้...

อะไรนะ?

เจ้าบอกว่าแท้จริงแล้วเทียนหวงอมตะไม่ได้มีเคล็ดวิชาบรรลุเซียนงั้นหรือ?

ทั้งหมดล้วนเป็นกลลวงของจักรพรรดิมนุษย์?

เป็นไปไม่ได้!

คนทั้งจักรวาลต่างก็บอกว่าเขามี เช่นนั้นเขาก็ต้องมีแน่!

เทียนหวงอมตะ!

เจ้ามันสมควรตายจริงๆ!

ภายในกลุ่มแชต

สมาชิกกลุ่มจำนวนมากต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: อุบายนี้ของผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์ช่างไร้ที่ติจริงๆ! ทำลายบารมีที่เทียนหวงอมตะทิ้งไว้บนโลกไปได้อย่างง่ายดาย!]

[จีซวีคงผู้แสนธรรมดา: จิตใจมนุษย์ล้วนละโมบโลภมากอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แรงดึงดูดของเคล็ดวิชาบรรลุเซียนนั้นยิ่งใหญ่กว่ายาอมตะเสียอีก ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธได้...]

[แม่ของอู๋สือ: ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์เก่งกาจจังเลย~]

[สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรุ่นแรก: นับจากนี้ไป ความศรัทธาของเทียนหวงอมตะเกรงว่าคงจะตกต่ำลงอย่างรวดเร็วแล้ว]

[เฮยหวง: โฮ่ง!]

[เยี่ยเฮย: นี่คือจุดเด่นอันทรงพลังของการปลุกปั่นกระแสสังคมงั้นหรือ? ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์จิตใจดำมืดจริงๆ!]

[ติ๊ง!]

[สมาชิกกลุ่ม 'เยี่ยเฮย' ยกเลิกข้อความแล้ว!]

[ต้าหนานหน่าน: ?]

[เฮยหวง: @เยี่ยเฮย——เจ้าจบเห่แน่! ข้าเห็นแล้วนะ!]

[แม่ของอู๋สือ: +1]

[สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรุ่นแรก: +1]

[...]

ภูเขาอมตะ

ยามนี้นักพรตอมตะกำลังตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน ภายในใจของเขาก็ยังคงรู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อ เมื่อครู่นี้ตอนที่เห็นจักรพรรดิมนุษย์ล้วงปีกไก่ออกมาหนึ่งชิ้น เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว

ร่างต้นไปลอบโจมตีจักรพรรดิมนุษย์

ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่านอกจากจะสู้ไม่ได้แล้ว ยังถูกฟันแขนขาดไปหนึ่งข้างอย่างโหดเหี้ยม มิหนำซ้ำยังเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงอีกด้วย

ภายในใจของนักพรตอมตะดิ่งวูบ

เขารู้ดีว่าหากตนตกไปอยู่ในเงื้อมมือของจักรพรรดิมนุษย์จะมีจุดจบเช่นไร——

ต่อให้ไม่ตายก็คงต้องเจ็บหนักเจียนตาย

เมื่อคิดได้ดังนี้

นักพรตอมตะก็เริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาบ้างแล้ว

เขามองดูจักรพรรดิมนุษย์เดินก้าวเข้ามาในภูเขาอมตะทีละก้าว ภายในใจยิ่งร้อนรนกระวนกระวาย ทว่าตอนนี้เขากลับไม่มีวิธีอื่นใดเลย

หนีหรือ?

นี่มันไม่ใช่การกินปูนร้อนท้องหรอกหรือ?

อีกอย่าง ภายใต้สายตาของจักรพรรดิมนุษย์และราชันสูงสุดแห่งเขตหวงห้ามทั้งหลาย เขาจะหนีไปที่ใดได้เล่า?!

ส่งมอบเคล็ดวิชาบรรลุเซียน?

ปัญหาคือเขาเองก็ไม่มีเคล็ดวิชาบรรลุเซียนนี่สิ!

เคล็ดวิชาบรรลุเซียนของเทียนหวงอมตะมาจากมรดกสายเลือดหงส์เซียนของเขา แม้ว่านักพรตอมตะจะมีความทรงจำส่วนหนึ่งของเทียนหวงอมตะ แต่เขากลับไม่มีมรดกสายเลือดส่วนนั้น

อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงแค่ร่างจำแลง

วินาทีนี้

นักพรตอมตะอดไม่ได้ที่จะสบถด่ามารดาออกมา

เขาพยายามติดต่อกับร่างต้นอยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจ ทว่าการส่งสารทั้งหมดกลับเงียบหายไปราวกับหินจมลงสู่ก้นทะเล เทียนหวงอมตะก็ไม่รู้ว่าไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดแล้ว...

"บัดซบ!"

นักพรตอมตะสบถด่าในใจ

เวลานี้

หลินเจาได้ก้าวเดินเข้าไปยังส่วนลึกของภูเขาอมตะทีละก้าว

เขาจ้องมองเจ็ดราชันสูงสุดแห่งภูเขาอมตะตรงหน้า ดวงตาอันลึกล้ำทอประกายหมอกหุนตุ้นอันเข้มข้น นี่คือวิชาเนตรชนิดหนึ่งที่เขาคิดค้นขึ้น สามารถทำลายการปกปิดของเคล็ดวิชาลับทั้งหมดและมองทะลุไปถึงแก่นแท้ได้

"ตูม!"

สายตาของหลินเจาทะลวงผ่านห้วงมิติเวลาอันยาวนาน

เขามองไปยังเจ็ดราชันสูงสุดแห่งภูเขาอมตะตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด มองทะลุไปถึงร่างต้นของพวกเขา ทั้งยังได้เห็นถึงชาติกำเนิดของพวกเขากับตา

"หึ!"

สือหวงแค่นเสียงเย็น

เขาพยายามสะกดกลั้นแรงกระตุ้นที่อยากจะลงมือสังหารจักรพรรดิมนุษย์ ปล่อยให้อีกฝ่ายสอดแนมทุกสิ่งอย่างไม่เกรงใจ

ไม่มีทางเลือก

ตอนนี้สถานการณ์ของอีกฝ่ายเหนือกว่า

เขาจึงทำได้เพียงยอมจำนน

ราชันสูงสุดอีกหลายคนรอบๆ ต่างก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ

ร่างกายของนักพรตอมตะตึงเครียด ตอนนี้เขาทำได้เพียงภาวนาให้จักรพรรดิมนุษย์ไม่สามารถมองทะลุถึงร่างต้นของเขาได้ มิเช่นนั้นล่ะก็...

"หืม!?"

หลินเจาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

เขาจ้องมองเจ็ดราชันสูงสุดตรงหน้า ทว่ากลับไม่พบความผิดปกติใดๆ

เห็นได้ชัดว่า

นักพรตอมตะซ่อนตัวอยู่ลึกมาก

การจะค้นหาร่องรอยของเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ทว่ายังดี

หลินเจาเตรียมตัวมาพร้อม

เพียงเห็นเขาแอบล้วงเอาพลังแห่งความศรัทธาสายหนึ่งออกมา นี่คือสิ่งที่เขาแอบดึงมาเมื่อครู่ ทั้งยังเป็นพลังแห่งความศรัทธาของเทียนหวงอมตะอีกด้วย

"วิ้ง!"

หลินเจาแอบชักนำพลังแห่งความศรัทธา เขาใช้พลังแห่งความศรัทธาเป็นสื่อกลาง ใช้วิชาเนตรขั้นสูงสุดอีกครั้ง มองไปยังเจ็ดราชันสูงสุดตรงหน้า

จากนั้น

เขาก็เห็นแสงแห่งความศรัทธาอันเลือนรางจางๆ บนร่างของหนึ่งในราชันสูงสุดได้ในทันที

"เอ๊ะ?"

หลินเจาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

เขาใช้น้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ราชันสูงสุดแห่งเขตหวงห้ามทั้งหมดต้องตกตะลึง: "ข้าก็หลงนึกว่าเป็นราชันสูงสุดคนใดที่แอบสมรู้ร่วมคิดกับเทียนหวงอมตะเสียอีก?"

"ที่แท้ก็ไม่ใช่นี่เอง!"

"จุ๊ๆๆ"

"ใครจะไปคิดล่ะว่าร่างจำแลงของเทียนหวงอมตะกลับซุกซ่อนอยู่ในภูเขาอมตะ!?"

กล่าวจบ

หลินเจาก็จ้องมองไปที่หนึ่งในราชันสูงสุดตรงหน้าเขม็ง

อีกฝ่ายก็คือนักพรตอมตะอย่างแท้จริง

เจ้าปีศาจกำเริบเสิบสาน!

ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คน!

เมื่อได้ยินดังนั้น

ราชันสูงสุดแห่งเขตหวงห้ามทั้งหมดต่างก็ตกตะลึง

ภายในใจของสือหวงสะดุ้งโหยง: "อะไรนะ? ร่างจำแลงของเทียนหวงอมตะซ่อนอยู่ข้างกายข้างั้นหรือ?"

"ตูม!"

นักพรตอมตะพลันลุกพรวดขึ้นในพริบตา

เขารู้ดีว่าตนเองถูกเปิดเผยแล้ว เวลานี้จึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทำลายผนึกพุ่งออกมาทันที จากนั้นก็เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่เหนือกว่ามหาจักรพรรดิไร้ตำหนิ แล้วรีบหลบหนีไปแดนไกลในเวลาแรกสุด

"บังอาจนัก!"

"จะหนีไปไหน!?"

"รีบส่งมอบเคล็ดวิชาบรรลุเซียนออกมาเดี๋ยวนี้!"

ราชันสูงสุดแห่งเขตหวงห้ามมากมายตอบสนองในทันที พวกเขาซัดอาวุธจักรพรรดิโบราณผ่านความว่างเปล่าพุ่งทะยานเข้าสังหารนักพรตอมตะอย่างดุดัน

หวังจะสกัดกั้นเขาเอาไว้

ชั่วพริบตา อาวุธจักรพรรดิโบราณอันหนาแน่นราวกับใยแมงมุมก็ปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขาอมตะในฉับพลัน เพียงมองผ่านๆ อย่างน้อยก็มีถึงยี่สิบสามสิบชิ้นเลยทีเดียว

นักพรตอมตะ: บัดซบเอ๊ย...

จบบทที่ บทที่ 57 เจ้าปีศาจกำเริบเสิบสาน! ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คน!

คัดลอกลิงก์แล้ว