- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 22 สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรุ่นแรก? สมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม!
บทที่ 22 สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรุ่นแรก? สมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม!
บทที่ 22 สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรุ่นแรก? สมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม!
สำหรับสถานการณ์ของเต้าเต๋อเทียนจุน ในใจของหลินเจาพอจะคาดเดาได้บ้าง
ปัจจุบันเต้าเต๋อเทียนจุนดูเหมือนจะตกอยู่ในสภาวะเสมือนตาย ภายในร่างกายของเขามีปราณมรณะอันเข้มข้น ทว่าในนั้นกลับมีพลังชีวิตสายหนึ่งที่ยังคงแขวนความหวังสุดท้ายเอาไว้ ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นและความตาย
เหมือนกับมหาจักรพรรดินีในต้นฉบับเดิม
มหาจักรพรรดินีเกิดอุบัติเหตุบางอย่างขึ้นในขณะที่ลอกคราบเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ในเวลาต่อมาตกอยู่ในสภาวะเลื่อนลอยไร้สติ
สภาวะเช่นนี้คล้ายคลึงกับสถานการณ์ในปัจจุบันของเต้าเต๋อเทียนจุนอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่า เต้าเต๋อเทียนจุนก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการลอกคราบเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพียงแต่เขาเกิดอุบัติเหตุในการลอกคราบเปลี่ยนแปลงของชาติภพใดภพหนึ่ง ท้ายที่สุดจึงกลายเป็นเช่นนี้
ในตอนนี้
เทวะในภาพไท่จี๋เมื่อเห็นว่าหลินเจาดูเหมือนจะไม่ได้แสดงความมุ่งร้ายใดๆ ออกมา มันจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"เทียนจุนเคยมีชีวิตอยู่มาถึงสามชาติภพ"
"ในช่วงบั้นปลายชีวิตของชาติภพแรก ท่านได้กินยาอมตะ ต่อมาในช่วงบั้นปลายของชาติภพที่สอง ท่านได้คิดค้นเคล็ดวิชาลอกคราบจินตันขึ้นมา โดยอาศัยวิถีนี้หลอมลวมตนเองให้กลายเป็นจินตันแห่งมรรคาใหญ่ ใช้พลังสร้างสรรค์ของฟ้าดินอันหาใดเปรียบ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปในชาติภพที่สาม..."
เทวะในภาพไท่จี๋กล่าวอย่างระมัดระวัง
มันเงยหน้าขึ้นมองหลินเจาแวบหนึ่ง พบว่าหลินเจาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการที่เต้าเต๋อเทียนจุนมีชีวิตอยู่ถึงสามชาติภพแต่อย่างใด ดังนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า
"ต่อมา"
"เทียนจุนท่านได้ทุ่มเทศึกษาในชาติภพที่สี่"
"ท่านเดินทางมายังดินแดนบรรลุเซียนแห่งนี้"
"ต้องการอาศัยชีพจรมังกรของดินแดนบรรลุเซียนเพื่อชะลอความเสื่อมถอยของตนเอง จากนั้นก็ทำความเข้าใจความเป็นและความตาย โดยมุ่งหวังที่จะมีชีวิตอยู่ในชาติภพที่สี่ท่ามกลางความเป็นและความตาย..."
"น่าเสียดายนัก"
"ท่านล้มเหลวแล้ว"
เมื่อกล่าวจบ เทวะในภาพไท่จี๋ก็รู้สึกเศร้าโศกเล็กน้อย
"ล้มเหลว?"
หลินเจาส่ายหน้าเบาๆ "ปัจจุบันเต้าเต๋อเทียนจุนยังไม่ล้มเหลว แต่ว่า..."
"ก็ใกล้แล้ว"
ในเวลานี้ เต้าเต๋อเทียนจุนกำลังอยู่ในสภาวะที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นและความตาย เขายังไม่ได้ล้มเหลวในการลอกคราบเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์
แต่มันก็ใกล้แล้ว
เมื่อพลังชีวิตสายสุดท้ายภายในร่างกายสลายหายไปจนหมดสิ้น เต้าเต๋อเทียนจุนก็จะจากไปอย่างแท้จริง
ในอนาคต ศพของเขาจะได้รับการหล่อเลี้ยงและสื่อวิญญาณต่อไป ณ ที่แห่งนี้ จนได้รับชีวิตใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็นเหล่าจื่อ และก้าวเข้าสู่แดนเซียน
ทว่าปัญหาคือ...
คนที่ศพจักรพรรดิสื่อวิญญาณขึ้นมายังคงเป็นคนคนเดิมในอดีตหรือไม่?
มันแตกต่างจากวิถีตราประทับสังสารวัฏอย่างไร?
แตกต่างกันมาก!
ศพจักรพรรดิสื่อวิญญาณกับวิถีตราประทับสังสารวัฏของตู้เจี๋ยเทียนจุนเป็นเส้นทางสองสายอย่างสิ้นเชิง
ศพจักรพรรดิสื่อวิญญาณเทียบเท่ากับร่างกายหนึ่งให้กำเนิดจิตสำนึกและความคิดใหม่ขึ้นมา เปรียบเสมือนขวดเก่าบรรจุน้ำใหม่ แต่วิถีตราประทับสังสารวัฏนั้นแตกต่างออกไป ร่างกายและจิตสำนึกไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
ยังคงเป็นคนคนเดิม
ทั้งสองสิ่งนี้ไม่อาจนำมาปะปนกันได้
"อะไรนะ!?"
เมื่อเทวะในภาพไท่จี๋ได้ยินว่าเต้าเต๋อเทียนจุนยังไม่ล้มเหลว ในใจของมันก็พลันเกิดความยินดีขึ้นมา รีบโค้งคำนับให้หลินเจาทันที
"ขอท่านโปรดลงมือช่วยเหลือด้วย!"
"ข้ายินดีจะมอบเคล็ดวิชาลอกคราบจินตันที่เทียนจุนเคยคิดค้นขึ้นในอดีตให้แก่ท่าน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น
หลินเจาพยักหน้าเล็กน้อย "ย่อมได้"
เขาค่อนข้างสนใจเคล็ดวิชาลอกคราบจินตันที่เต้าเต๋อเทียนจุนคิดค้นขึ้นมาไม่น้อย
แย่งชิงพลังสร้างสรรค์ของฟ้าดินมาหล่อเลี้ยงจินตัน?
จากนั้นก็ได้รับชีวิตใหม่!
ทำไมถึงรู้สึกว่ามันคล้ายกับเคล็ดวิชาลอกคราบเซิ่งหลิงจังเลยล่ะ?
'เคล็ดวิชาลอกคราบเซิ่งหลิง' ก็คือเคล็ดวิชาลอกคราบที่มหาจักรพรรดิอวี่ฮว่าใช้ในต้นฉบับเดิม
มหาจักรพรรดิอวี่ฮว่าเป็นผู้สืบทอดของศาลสวรรค์โบราณ สิ่งที่เขาใช้นั้นน่าจะเป็นเคล็ดวิชาเซิ่งหลิงที่ตี้จุนสืบทอดลงมา
เทวะในภาพไท่จี๋มองออกแล้วว่าหลินเจาที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้มีความมุ่งร้ายใดๆ
ดังนั้น
เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจ มันจึงเป็นฝ่ายถ่ายทอด 'เคล็ดวิชาลอกคราบจินตัน' ให้กับหลินเจาเสียก่อน
"ฟึ่บ!"
หลินเจาทำความเข้าใจเคล็ดวิชาลอกคราบจินตันภายในหัวอย่างละเอียด
ครู่ต่อมา เขาก็ค่อยๆ ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น
"เต้าเต๋อเทียนจุนสมแล้วที่เป็นถึงหนึ่งในเก้ามหาเทียนจุนในอดีต เคล็ดวิชาลอกคราบบทนี้สามารถแย่งชิงพลังสร้างสรรค์ของฟ้าดิน ปิดบังเบื้องบน และอาศัยโชคสร้างสรรค์อันไร้ที่สิ้นสุดเพื่อให้ได้รับชีวิตใหม่ได้อย่างแท้จริง"
หลินเจากล่าวด้วยความทอดถอนใจ
จากนั้น
ภายใต้สายตาอันคาดหวังของเทวะในภาพไท่จี๋ เขาก็ค่อยๆ เดินไปที่ข้างกายของเต้าเต๋อเทียนจุน สังเกตสถานการณ์ของเต้าเต๋อเทียนจุนอย่างละเอียด พลางครุ่นคิดว่าควรจะช่วยเหลือเขาให้ผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้อย่างไร...
เต้าเต๋อเทียนจุนแตกต่างจากอู๋เลี่ยงเทียนจุนและศพหญิงสาว
ปัจจุบันเขายังไม่ได้ตายจากไปอย่างแท้จริง
เพียงแค่ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นและความตายก็เท่านั้น
หากต้องการช่วยเหลือเขา เช่นนั้นก็ไม่อาจใช้วิธีการทั่วไปได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินเจาก็พลันนึกวิธีหนึ่งขึ้นมาได้
เขาลองขับเคลื่อนมุกหุนตุ้นที่อยู่ในหอวิญญาณ สกัดเอาปราณหุนตุ้นสายหนึ่งออกมาจากภายในนั้น และใช้ปราณหุนตุ้นของสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ปกป้องพลังชีวิตสายสุดท้ายของเต้าเต๋อเทียนจุนเอาไว้
ตราบใดที่มีปราณหุนตุ้นสายนี้
เช่นนั้นพลังชีวิตสายสุดท้ายของเต้าเต๋อเทียนจุนก็จะไม่สลายไป
ตราบใดที่พลังชีวิตยังคงอยู่
เช่นนั้นในอนาคตไม่ช้าก็เร็ว เต้าเต๋อเทียนจุนก็จะต้องฝืนลิขิตสวรรค์หวนกลับมา——และมีชีวิตอยู่ในชาติภพที่สี่ได้อย่างแน่นอน!
"เอาล่ะ"
หลินเจากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ข้าช่วยเต้าเต๋อเทียนจุนรักษาสภาพพลังชีวิตสายสุดท้ายภายในร่างกายเอาไว้แล้ว แต่ในอนาคตเขาจะสามารถทำความเข้าใจความเป็นและความตายได้ทะลุปรุโปร่งหรือไม่ นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้ว..."
เส้นทางแห่งการลอกคราบเปลี่ยนแปลง
ผู้อื่นไม่อาจสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว
หลินเจาคงไม่สามารถช่วยเต้าเต๋อเทียนจุนทำความเข้าใจความลึกล้ำของความเป็นและความตายได้หรอกกระมัง?
เรื่องแบบนี้ต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น
สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงการช่วยต่ออายุขัยให้เต้าเต๋อเทียนจุนได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
เมื่อได้ยินดังนั้น เทวะในภาพไท่จี๋ก็กล่าวขอบคุณว่า "ขอบคุณท่านที่ลงมือช่วยเหลือ"
"ไม่เป็นไร"
หลินเจาโบกมือเบาๆ
หากในอนาคตเต้าเต๋อเทียนจุนสามารถฝืนลิขิตสวรรค์มีชีวิตอยู่ในชาติภพที่สี่ได้จริงๆ สำหรับเขาแล้วนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง
อย่างไรเสีย การเดินบนเส้นทางเซียนธุลีแดงเพียงลำพังก็ช่างน่าเบื่อหน่ายเกินไป
สมาชิกไม่กี่คนในกลุ่มแชตต่างก็มีระดับการฝึกฝนที่ยังต่ำต้อย ไม่มีหัวข้อสนทนาใดให้คุยกับเขาได้มากนัก ในเวลานี้หากมีสหายเต๋าสักคนอยู่ข้างกายให้สามารถแลกเปลี่ยนมรรคาซึ่งกันและกันได้ นั่นย่อมต้องเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน
หลินเจาหันหลังเดินจากไปจากที่แห่งนี้
เขาตรวจสอบทั่วทั้งดินแดนบรรลุเซียนอย่างละเอียดรอบหนึ่ง เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติอีกแล้ว ในใจจึงได้ผ่อนคลายลง...
หลินเจาเดินทางมาถึงส่วนลึกของดินแดนบรรลุเซียน
ที่นี่มีสระเซียนอยู่สระหนึ่ง
น้ำวิญญาณภายในสระเทียบชั้นได้กับของเหลวเซียน ทว่ามันไม่ได้มีประโยชน์ใดๆ ต่อหลินเจาเลย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจเก็บมันมาส่วนหนึ่งเพื่อส่งเป็นอั่งเปาในกลุ่มแชตต่อไป——
[จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา: ก่อนหน้านี้ข้าเดินทางมาที่ดินแดนบรรลุเซียน ของดีภายในนี้มีไม่น้อยเลย แต่มันไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อข้า พวกเจ้าเอาไปใช้เถิด]
[ติ๊ง!]
[——จักรพรรดิมนุษย์หลินเจาส่งอั่งเปาหนึ่งซอง!]
['เยี่ยเฮย' รับอั่งเปาแล้ว!]
['แม่ของอู๋สือ' รับอั่งเปาแล้ว!]
['ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์' รับอั่งเปาแล้ว!]
[เยี่ยเฮย: ขอบคุณผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์! จะว่าไป ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์มาที่บ้านเกิดของข้าแล้วงั้นหรือ?]
[แม่ของอู๋สือ: ขอบคุณจักรพรรดิมนุษย์~]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ขอบคุณอั่งเปาของผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์!]
[จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา: อื้ม ก่อนหน้านี้ข้าเดินทางมายังดินแดนบรรลุเซียน บังเอิญพบว่ามีศพของเทียนจุนโบราณสองท่านถูกฝังเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ นอกจากนี้ยังพบเห็นเต้าเต๋อเทียนจุนอีกด้วย...]
[เยี่ยเฮย: ศพเทียนจุนโบราณ? เดี๋ยวก่อน... พบเห็นเต้าเต๋อเทียนจุน? ความหมายของผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์คือเต้าเต๋อเทียนจุนยังไม่ตายงั้นหรือ?]
[จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา: ปัจจุบันยังไม่ตาย]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ซี้ด! ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!]
[แม่ของอู๋สือ: เทียนจุน จักรพรรดิโบราณ และมหาจักรพรรดิในแต่ละยุคสมัยล้วนเป็นยอดอัจฉริยะระดับสูงสุดอย่างแท้จริง บางทีพวกเขาบางคนอาจจะค้นพบเส้นทางบรรลุเซียนของตนเองท่ามกลางธุลีแดงอันกว้างใหญ่แล้วก็เป็นได้!]
[จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา: ถูกต้อง! แท้จริงแล้วเส้นทางที่แต่ละคนก้าวเดิน ล้วนเป็นเส้นทางบรรลุเซียน...]
หลินเจารู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย
เส้นทางที่แต่ละคนก้าวเดิน ล้วนเป็นเส้นทางบรรลุเซียน ข้อแตกต่างเพียงประการเดียวก็แค่จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จเท่านั้น
[ติ๊ง!]
['สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรุ่นแรก' ขอเข้าร่วมกลุ่มแชต 'ครอบครัวรักใคร่ปรองดอง'!]
[คุณต้องการยอมรับหรือไม่?]