- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 13 ราชันสูงสุดหารือลับ? ล่าสังหารจักรพรรดิมนุษย์ในวัยชรา?
บทที่ 13 ราชันสูงสุดหารือลับ? ล่าสังหารจักรพรรดิมนุษย์ในวัยชรา?
บทที่ 13 ราชันสูงสุดหารือลับ? ล่าสังหารจักรพรรดิมนุษย์ในวัยชรา?
“ตู้ม——”
พลานุภาพแห่งมรรคาอันสูงสุดที่น่าสะพรึงกลัวม้วนกวาดไปทั่วใต้หล้า
มหาเต๋าหุนตุ้นอันสูงสุดสอดประสานกับฟ้าดิน ก่อเกิดเป็นนิมิตประหลาดมากมาย สัตว์เทวะทั้งสี่อย่างมังกรเขียวและพยัคฆ์ขาวคอยติดตามรับใช้อยู่ซ้ายขวา ดอกไม้สวรรค์ร่วงหล่นราวดับสายฝน บงกชทองคำผุดขึ้นจากผืนดิน กฎเกณฑ์นับหมื่นพันก่อตัวเป็นโซ่ตรวนแห่งระเบียบเทวะทิ้งตัวลงมา...
หลินเจานำพาทั้งสองคนอย่างหั่วหลินเอ๋อร์จุติลงมายังทะเลสังสารวัฏ
ในวินาทีนี้
ผู้คนทั่วทั้งใต้หล้าต่างก็สั่นสะท้านไปตามๆ กัน
“จักรพรรดิมนุษย์เข้าไปในทะเลสังสารวัฏจริงๆ!”
“เขาต้องการลาดตระเวนเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ?”
“สวรรค์!”
“สมแล้วที่เป็นจักรพรรดิมนุษย์!”
สรรพชีวิตทั่วจักรวาลต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
พวกเขาได้เห็นกับตาว่าจักรพรรดิมนุษย์เดินออกมาจากภูเขาอมตะอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน จากนั้นก็เข้าไปในทะเลสังสารวัฏอีกครั้ง ท่าทีที่มองเขตหวงห้ามราวกับเป็นสวนหลังบ้านเช่นนี้ ทำให้ผู้คนไม่น้อยสั่นสะท้านอย่างแท้จริง...
ภายในกลุ่มแชต
เจียงเหิงอวี่และเยี่ยฝานตกตะลึงจนตาค้างไปแล้ว
พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลานุภาพของจักรพรรดิแห่งยุคไท่กู่ด้วยตนเองผ่านภาพฉายในห้องถ่ายทอดสด กลิ่นอายอันแข็งแกร่งและดุดันนั้นไร้ผู้เทียมทานทั้งบนฟ้าและใต้ดิน
ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียงได้
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: นี่คือจักรพรรดิแห่งยุคไท่กู่ที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ? ช่างน่าโหยหาเสียจริง...]
[เยี่ยเฮย: อยากจะเป็นตัวตนอย่างจักรพรรดิมนุษย์จริงๆ!]
ในวินาทีนี้
ภายในใจของเจียงเหิงอวี่และเยี่ยฝานเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความโหยหา' ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว พวกเขาก็อยากจะกลายเป็นตัวตนที่เทียบเคียงกับจักรพรรดิมนุษย์เช่นกัน ทว่าก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะสามารถทำให้เป็นจริงได้หรือไม่...
...
...
ทะเลสังสารวัฏ
นี่คือเขตหวงห้ามที่ลึกลับเป็นอย่างมากแห่งหนึ่ง
ผู้ปกครองคือเจ้าแห่งสังสารวัฏที่บรรลุมรรคาในช่วงต้นของยุคไท่กู่
หลินเจายืนหยัดอยู่บนท้องฟ้า
เขาก้มมองทะเลสังสารวัฏที่อยู่เบื้องหน้า
ในน่านน้ำอันกว้างใหญ่มีวิญญาณเร่ร่อนมารวมตัวกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ท่ามกลางความมืดมิดมีสัมผัสเทวะอันแข็งแกร่งหลายสายปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
ภายในทะเลสังสารวัฏมีราชันสูงสุดอยู่ทั้งหมดสี่คน
พวกเขามองหลินเจาที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเย็นชา ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา กลับปล่อยให้เขาลาดตระเวนไปทั่วฟ้าดิน อย่างไรเสียพวกเขาก็เคยผ่านจุดนี้มาแล้วเช่นกัน
ผู้บรรลุมรรคาในวัยหนุ่ม:
ทั้งบนฟ้าและใต้ดิน! ข้าคือผู้ไร้เทียมทาน!
ผู้บรรลุมรรคาในวัยชรา:
สหายในเขตหวงห้ามยังมีที่ว่างไหม? ขอที่ให้ข้าสักที่สิ...
วันนี้
พวกเขาปล่อยให้จักรพรรดิมนุษย์หยิ่งผยองไปก่อน
แต่เมื่อจักรพรรดิมนุษย์เข้าสู่วัยชราก็จะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หลินเจาลาดตระเวนรอบทะเลสังสารวัฏไปหนึ่งรอบ สายตาของเขาทะลวงผ่านการกีดขวางเป็นชั้นๆ ในที่สุดก็หยุดลงที่จักรพรรดิโบราณเผ่ามนุษย์ผู้หนึ่งที่ผนึกตัวเองอยู่ภายในต้นกำเนิดเซียน
“จวินเกิ้น?”
“หรือจะเรียกเขาว่าเซียวเหยาเทียนจุน?”
แววตาของหลินเจาทอประกายวูบไหวเล็กน้อย
เซียวเหยาเทียนจุนในฐานะหนึ่งในเก้ามหาเทียนจุนในอดีต
ความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย เขายังเกือบจะเทียบได้กับระดับเทียนตี้ที่แท้จริงเสียด้วยซ้ำ ในเรื่องราวต้นฉบับเขาอยู่ในสภาพของวัยชราแต่ยังสามารถโจมตีจนแม่น้ำแห่งกาลเวลาปรากฏออกมา เกือบจะทุบตีเยี่ยฝานที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์จนตาย...
พลังต่อสู้ระดับนี้เป็นเรื่องยากที่จะมองข้าม
น่าเสียดายเพียงอย่างเดียว
เซียวเหยาเทียนจุนเดินผิดทางแล้ว
หลินเจาส่ายหน้าอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
ทันใดนั้น เขาก็หันหลังแล้วจากทะเลสังสารวัฏไป
“จักรพรรดิมนุษย์...”
เซียวเหยาเทียนจุนจ้องมองแผ่นหลังของหลินเจาที่จากไป เขาถอนหายใจด้วยความเสียดายเล็กน้อย “หากเจ้าบรรลุมรรคาให้เร็วกว่านี้สักหลายหมื่นปีก็คงจะดี”
เมื่อถึงตอนนั้น
ไม่แน่ว่าเขาอาจจะสามารถแย่งชิงร่างของหลินเจาได้
...
...
“ตู้ม——”
มหาเต๋าหุนตุ้นทอดยาวไปถึงห้วงนพเก้า
พลานุภาพแห่งจักรพรรดิมรรคาอันสูงสุดที่น่าสะพรึงกลัวสั่นสะเทือนไปทั่วจักรวาล
ภายใต้สายตาจับจ้องของคนนับหมื่น หลินเจาได้มุ่งหน้าไปยังสุสานเซียน ซากเทวะ และเกาะฝังฟ้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การจับจ้องอย่างเย็นชาของราชันเร้นลับมากมาย เขาได้ลาดตระเวนเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตที่เงียบสงัดราวกับตายไปแล้วทีละแห่ง
ในท้ายที่สุด
เขาก็มุ่งหน้าไปยังเหมืองโบราณไท่ชู
“วิ้ง——”
สัมผัสเทวะนับไม่ถ้วนถักทอเข้าด้วยกันอยู่ระหว่างฟ้าดิน
ราชันเร้นลับมากมายจับจ้องไปยังแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของหลินเจาอย่างเย็นชา เสียงการสนทนาของพวกเขาดังสนั่นฟ้าดินและดังก้องไปทั่วห้วงนพเก้าอันกว้างใหญ่
“พวกเราจะปล่อยให้เขาหยิ่งผยองเช่นนี้ต่อไปงั้นหรือ?”
“หึ——”
“รอให้เขาถึงวัยชราก่อนเถอะ!”
“ไม่มีใครสามารถต้านทานความเย้ายวนของการกลายเป็นเซียนได้ หลังจากเข้าสู่วัยชราแล้ว เขาย่อมจะเข้าร่วมกับพวกเรา หรือไม่ก็ตั้งตนเป็นเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตไปเอง”
“สหายเต๋าทุกท่าน”
“มีใครอยากจะลิ้มรสชาติของเลือดหุนตุ้นดูสักหน่อยหรือไม่?”
แววตาของฉางเซิงเทียนจุนทอประกายวูบไหวเล็กน้อย พลางเอ่ยว่า: “แม้ว่ากายหุนตุ้นที่วิวัฒนาการขึ้นมาเองจะด้อยกว่ากายหุนตุ้นปฐมภูมิ แต่โลหิตบริสุทธิ์ในร่างก็ยังคงไม่ด้อยไปกว่ายาล้ำค่าอันสูงสุดใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นถึงเลือดของจักรพรรดิผู้หนึ่ง...”
“หากสามารถอาบโลหิตของจักรพรรดิมนุษย์ได้”
“ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้พวกเราได้มีชีวิตอีกครั้ง และหวนคืนสู่จุดสูงสุด!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา
แววตาของราชันสูงสุดหลายคนก็ทอประกายวูบไหวเล็กน้อย
สัมผัสเทวะของพวกเขาสอดประสานเข้าด้วยกัน ต่างก็เริ่มหวั่นไหว แต่ท้ายที่สุดกลับไม่มีใครเอ่ยปากออกมา
อย่างไรเสีย
จักรพรรดิมนุษย์นั้นแข็งแกร่งเกินไป
เขาไม่เพียงแต่ทำลายคำสาปที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
เขายังใช้แรงมนุษย์เพื่อวิวัฒนาการกายหุนตุ้นออกมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์ แต่การกระทำที่โดดเด่นสะท้านฟ้าเช่นนี้ก็ยังคงดึงดูดความประหลาดใจจากราชันสูงสุดในเขตหวงห้ามไม่น้อย...
ตัวตนเช่นนี้
ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เป็นศัตรูกับเขางั้นหรือ?
ไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดเลยจริงๆ!
อายุขัยของพวกเขายังถือว่าอุดมสมบูรณ์ ไม่เหมือนกับฉางเซิงเทียนจุนที่บั่นทอนตบะตนเองมานานนับล้านปีแล้ว พวกเขายังสามารถอดทนรอไปได้อีกนานแสนนาน...
“ค่อยดูกันอีกทีเถอะ”
มีราชันสูงสุดในเขตหวงห้ามเอ่ยปากขึ้นอย่างช้าๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ฉางเซิงเทียนจุนก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
อายุขัยของเขาเหลือไม่มากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกไปปรากฏตัวเพื่อก่อความวุ่นวายเร้นลับ หรือจะเป็นการล่าสังหารจักรพรรดิสักองค์เพื่ออาบโลหิตบริสุทธิ์แล้วมีชีวิตใหม่อีกหน แต่เขาก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถล่าสังหารจักรพรรดิมนุษย์ในยุคปัจจุบันได้ด้วยตัวคนเดียว...
ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเอ่ยปากเพื่อเย้ายวนราชันสูงสุดคนอื่นๆ
แต่น่าเสียดาย
ราชันสูงสุดคนอื่นๆ ไม่หลงกลเลย
“บางที”
“คนของปรโลกอาจจะสนใจ”
แววตาของฉางเซิงเทียนจุนทอประกายวูบไหวเล็กน้อย
...
...
เหมืองโบราณไท่ชู
มหาเต๋าหุนตุ้นทอดยาวมาถึง
พลานุภาพแห่งจักรพรรดิมรรคาอันสูงสุดที่น่าสะพรึงกลัวปกครองใต้หล้า
หลินเจานำพาทั้งสองคนอย่างหั่วหลินเอ๋อร์เข้าไปด้านใน
“วิ้ง——”
สัมผัสเทวะอันเย็นชาสอดประสานเข้าด้วยกัน
ราชันสูงสุดมากมายในเหมืองโบราณไท่ชูฟื้นตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล
พวกเขาสังเกตเห็นหั่วหลินเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายหลินเจา และจำได้ว่านางคือบุตรสาวของจักรพรรดิโบราณกิเลน ในตอนนั้นพวกเขาจึงเก็บซ่อนกลิ่นอายลงเล็กน้อย พร้อมกันนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นศัตรูกับหลินเจาแต่อย่างใด
ราชันสูงสุดของเหมืองโบราณไท่ชูค่อนข้างที่จะอ่อนโยน
ในบรรดาพวกเขา มีราชันสูงสุดไม่น้อยที่จวบจนถึงยุคหลังก็ยังไม่เคยก่อความวุ่นวายเร้นลับเลย ยกตัวอย่างเช่น —— จักรพรรดิหมื่นมังกร, จักรพรรดิโบราณหวงจิน, จักรพรรดิโบราณกิเลน และยังมีจักรพรรดิโบราณหงส์โลหิตที่ยังไม่ออกมาปรากฏตัว
ในขณะเดียวกัน
จำนวนของราชันสูงสุดที่นี่ก็ยังมีมากที่สุดอีกด้วย
หลินเจากวาดสายตามองคร่าวๆ ก็พบว่าราชันสูงสุดที่ฟื้นตื่นขึ้นมานั้นมีไม่ต่ำกว่าสิบคน ในหมู่พวกเขายังมีราชันสูงสุดอีกไม่น้อยที่กำลังหลับใหลอย่างลึกล้ำ...
เมื่อเดินเข้าไปในเหมืองโบราณไท่ชู
ก็เห็นเพียงชายวัยกลางคนผู้ห้าวหาญปรากฏตัวขึ้นอยู่เบื้องหน้า รูปร่างของเขาสูงใหญ่กำยำ ท่วงท่าไม่ธรรมดา ดวงตาอันลึกล้ำทั้งสองข้างเปล่งประกายกลิ่นอายที่บ่งบอกถึงการเป็นจักรพรรดิแห่งยุคสมัยออกมา
“ท่านพ่อ!”
เรือนร่างอรชรของหั่วหลินเอ๋อร์สั่นสะท้านเล็กน้อย
นางจำชายวัยกลางคนตรงหน้าได้ เขาคือจักรพรรดิโบราณกิเลนนั่นเอง
ในวินาทีนี้
นางไม่สามารถอดกลั้นอารมณ์ในใจเอาไว้ได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาอันใสกระจ่างหยดลงมาจากดวงตา นางพุ่งตัวเข้าหาชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่ลังเล ระบายความคิดถึงที่ถูกกดทับมาอย่างยาวนานในใจออกมาอย่างเต็มที่...
“ท่านพ่อ!”
หั่วฉีจื่อสั่นสะท้านเล็กน้อย
ในดวงตาของเขาก็มีหยาดน้ำตาไหลผ่านเช่นกัน
“ไม่ร้องนะ...” จักรพรรดิโบราณกิเลนปลอบโยนบุตรสาวในอ้อมอกอย่างอ่อนโยน แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็เย็นชาลง แล้วตวาดใส่หั่วฉีจื่อที่อยู่ด้านข้างว่า:
“ร้องไห้ทำไม?”
“พ่อยังไม่ตายเสียหน่อย!”
สำหรับจักรพรรดิโบราณกิเลนแล้ว
บุตรสาวมีไว้ให้ทะนุถนอม ส่วนบุตรชายมีไว้สืบทอดเจตนารมณ์ ย่อมต้องปฏิบัติแตกต่างกันอยู่แล้ว จะปล่อยให้หั่วฉีจื่อมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนพวกผู้หญิงได้อย่างไรกัน?
...
...