- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 11 ราชันเยือนภูเขาอมตะ! จักรพรรดิมนุษย์! ท่านล้ำเส้นแล้ว!
บทที่ 11 ราชันเยือนภูเขาอมตะ! จักรพรรดิมนุษย์! ท่านล้ำเส้นแล้ว!
บทที่ 11 ราชันเยือนภูเขาอมตะ! จักรพรรดิมนุษย์! ท่านล้ำเส้นแล้ว!
ไปเดินเล่นตามเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ สักรอบงั้นหรือ!?
เจียงเหิงอวี่ลุกพรวดขึ้นมา
เขาไม่สนใจความตกตะลึงของเซียนสาวผู้งดงามเย้ายวนข้างกาย เอาแต่จ้องมองหน้าต่างกลุ่มแชตเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย ภายในแววตาประกายไปด้วยความตื่นเต้นอย่างเปี่ยมล้น เขาถูกความยิ่งใหญ่อลังการในประโยคนี้ทำให้สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจเข้าเสียแล้ว
นี่สิคือมหาจักรพรรดิโบราณ!
นี่สิคือมหาจักรพรรดิ!
ในสายตาของมหาจักรพรรดิโบราณที่แท้จริง
สิ่งที่เรียกว่าเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิต ก็เป็นเพียงสวนหลังบ้านที่นึกอยากจะไปเดินเล่นเมื่อใดก็ได้เท่านั้น
หลังจากมหาจักรพรรดิทุกยุคทุกสมัยบรรลุมรรคาแล้ว
โดยพื้นฐานล้วนต้องไปเดินเล่นตามเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ สักรอบ
นี่ได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว
ได้ยินมาว่า...
ของดีในเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตมีอยู่เยอะมากทีเดียว
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์จะไปลาดตระเวนตามเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ ในดาวเป่ยโต่วหรือ? เช่นนั้นวันนี้ข้ากับสหายเต๋าเยี่ยฝานก็คงได้เปิดหูเปิดตาแล้ว!]
[เยี่ยเฮย: เขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิต? นี่คือสถานที่ใดกัน?]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ดาวฝังจักรพรรดิเป่ยโต่วมีเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตใหญ่ทั้งหกแห่ง แบ่งเป็นภูเขาอมตะ ซากเทวะ เหมืองโบราณไท่ชู สุสานเซียน ทะเลสังสารวัฏ เกาะฝังฟ้า ทุกเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตล้วนเป็นดินแดนต้องห้ามอย่างแท้จริง เล่าลือกันว่าภายในนั้นมีราชันสูงสุดแต่โบราณกาลในอดีตหลับใหลอยู่...]
[ยุคสมัยที่ข้าอยู่มีนามว่ายุคฮวงกู่ อยู่ในช่วงเวลาต่อจากยุคไท่กู่ที่จักรพรรดิมนุษย์ดำรงอยู่ ในยุคสมัยของข้า มักจะมีราชันเร้นลับก่อความวุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง]
[เฮ้อ]
[โลกหล้าต้องทนทุกข์ทรมานเพราะพวกราชันสูงสุดมาเนิ่นนานแล้ว]
[หากในอนาคตข้าสามารถบรรลุมรรคากลายเป็นมหาจักรพรรดิได้ล่ะก็ จะต้องสยบเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ ทั้งหลาย! และปราบปรามความวุ่นวายให้จงได้!]
[เยี่ยเฮย: ราชันเร้นลับก่อความวุ่นวายงั้นหรือ?]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ราชันสูงสุดแต่โบราณกาลหลับใหลมาตั้งแต่ยุคสมัยอันไร้ที่สิ้นสุดจนถึงบัดนี้ เพียงเพื่อรอคอยการเปิดออกของเส้นทางสู่การเป็นเซียน หากในระหว่างนั้นอายุขัยไม่เพียงพอ พวกเขาจะเลือกปรากฏตัวออกมากลืนกินสรรพชีวิต เพื่อใช้ปราณวิญญาณของสรรพชีวิตมาทดแทนส่วนที่สูญเสียไปของตนเอง]
[เยี่ยเฮย: อะไรนะ? นี่มันกินคนชัดๆ ไม่ใช่หรือ?]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: กินคน? ใช่! คือการกินคนนั่นแหละ!]
เยี่ยฝานเงียบไปเล็กน้อย
เขาจ้องมองหน้าต่างกลุ่มแชตเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับด้านที่โหดร้ายของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร
...เพื่อที่จะเป็นเซียนถึงกับเลือกกินคนเลยงั้นหรือ?
เขาตระหนักดีว่าตนเองไม่อาจทำได้!
"ใครบอกกันว่าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรมีแต่บรรยากาศของความเป็นเซียนล่องลอยอยู่ทุกหนแห่ง? นี่มันโลกที่กินคนโดยไม่คายกระดูกชัดๆ!"
"โหดร้ายยิ่งนัก!"
"สิ้นหวังยิ่งนัก!"
"แต่ว่า... ก็น่าตื่นเต้นเร้าใจมากเช่นกัน!"
ดวงตาของเยี่ยฝานทอประกายวูบไหวเล็กน้อยครู่หนึ่ง
เขาลูบคลำหัวใจที่กำลังเต้นระรัวของตนเองเบาๆ สัมผัสได้ถึงเลือดลมที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกาย...
[จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา: ยุคหลังมีราชันเร้นลับก่อความวุ่นวายหรือ? เป็นเขตหวงห้ามใดล่ะ? เจ้าลองว่ามา ข้าจะไปเยือนเดี๋ยวนี้แหละ!]
[เยี่ยเฮย: บัดซบ! จักรพรรดิมนุษย์เริ่มเรียกชื่อแล้ว!]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ภูเขาอมตะ! ข้าเคยได้ยินมาว่าเมื่อหลายหมื่นปีก่อนมีราชันสูงสุดแต่โบราณกาลของภูเขาอมตะปรากฏตัวออกมาก่อความวุ่นวายเร้นลับ!]
[จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา: ได้]
[ติ๊ง!]
[ผู้ดูแล·จักรพรรดิมนุษย์หลินเจา (ราชันสูงสุดแห่งมรรคา) เปิดการถ่ายทอดสดกลุ่มแชต——เชิญชวนให้ท่านเข้าร่วมรับชม!]
…
…
ภูเขาจักรพรรดิมนุษย์
หลินเจาเอามือไพล่หลังยืนอยู่บนยอดเขา
เขามองดูข้อความในกลุ่มแชต นัยน์ตาอันลึกล้ำราบเรียบดุจบ่อน้ำไร้คลื่น ไม่อาจมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ได้เลย
"ความวุ่นวายเร้นลับ..."
หลินเจาพึมพำเสียงเบา
ความจริงแล้วความวุ่นวายเร้นลับในยุคไท่กู่นั้นมีไม่มากนัก
อย่างไรเสียราชันสูงสุดในเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็บรรลุมรรคาในยุคสมัยนี้ จนถึงบัดนี้พวกเขาก็เพิ่งจะบั่นทอนตบะของตนเองไปได้ไม่กี่ปี อายุขัยในร่างยังคงเปี่ยมล้น จึงไม่ถึงขั้นก่อความวุ่นวายเร้นลับ...
จวบจนกระทั่งถึงยุคฮวงกู่หลังจากช่วงเวลาอันไร้ที่สิ้นสุดผ่านไป
ถึงได้เป็นยุคสมัยที่ความวุ่นวายเร้นลับเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
"ฟุ่บ!"
หลินเจาค่อยๆ เดินออกจากภูเขาจักรพรรดิมนุษย์
พอดีกับเวลานี้
มีเงาร่างสองสายควบตะบึงมาจากแดนไกล
เป็นหั่วหลินเอ๋อร์และพี่ชายของนางหั่วฉีจื่อนั่นเอง
"หลินเจา!"
หั่วหลินเอ๋อร์โบกมือพร้อมกับรอยยิ้ม
"...จักรพรรดิมนุษย์"
หั่วฉีจื่อก้มหน้าลงเงียบๆ
"หึ——"
หลินเจาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
ในปีนั้นเขาไปมาหาสู่กับหั่วหลินเอ๋อร์ค่อนข้างสนิทสนม หั่วฉีจื่อจึงไม่ค่อยจะทำหน้าตาดีๆ ใส่เขาสักเท่าไรนัก สำหรับเรื่องนี้เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก...
เพียงแต่ยามนี้ที่ได้เห็นหั่วฉีจื่อเปลี่ยนสีหน้า
ก็รู้สึกตลกขบขันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"พวกเราไปกันเถอะ"
หลินเจาเอ่ยเสียงเบา: "ไปภูเขาอมตะกันก่อน สุดท้ายค่อยพาพวกเจ้าไปเหมืองโบราณไท่ชู"
"ดีเลยๆ!"
แววตาของหั่วหลินเอ๋อร์มีความตื่นเต้นอยู่บ้าง
ในปีนั้นตอนที่จักรพรรดิโบราณกิเลนบรรลุมรรคาก็ยังไม่เคยพาพวกเขาเข้าไปในเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตเลย อย่างไรเสียสถานที่แห่งนั้นก็อันตรายเกินไปจริงๆ คงจะมีเพียงหลินเจาที่มีความมั่นใจกล้าพาคนไปเดินเล่นในเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิต...
ไม่มีทางเลือก
พลังฝีมือก็ประจักษ์ชัดอยู่ตรงหน้า
ในดวงตาของหั่วฉีจื่อก็มีความตื่นเต้นเช่นกัน
นั่นมันเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตเชียวนะ สถานที่ที่บรรดามหาจักรพรรดิโบราณในอดีตเคยพักพิง...
หลินเจาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก
เขาพาหั่วหลินเอ๋อร์ทั้งสองคนก้าวเดินออกไป
ในขณะที่เดินออกจากภูเขาจักรพรรดิมนุษย์ก็ถือโอกาสเปิดการถ่ายทอดสดกลุ่มไปด้วย
[ติ๊ง!]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์เข้าร่วมการถ่ายทอดสดกลุ่มแชตแล้ว!]
[เยี่ยเฮยเข้าร่วมการถ่ายทอดสดกลุ่มแชตแล้ว!]
ภายในห้องถ่ายทอดสด——
ปรากฏให้เห็นมหาเต๋าหุนตุ้นอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งทอดยาวจากเบื้องบนผืนฟ้าไปจนสุดปลายทางของหมู่ดาว ในฟ้าดินมีนิมิตอันไร้ที่สิ้นสุดร่วงหล่นลงมา จตุรลักษณ์มังกรเขียวพยัคฆ์ขาวคอยติดตามรับใช้อยู่เคียงข้าง กฎเกณฑ์มหาเต๋านับหมื่นพันแปรเปลี่ยนเป็นโซ่เทวะแห่งระเบียบแต่ละเส้นพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า
จักรพรรดิมนุษย์ออกเดินทาง!
[เยี่ยเฮย: บัดซบ! นี่คือบารมีของผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์งั้นหรือ?]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ซี๊ด! เทพเจ้าไท่กู่! น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียว!]
…
…
"ตู้ม——"
กลิ่นอายหุนตุ้นร่วงหล่นผ่านหมื่นยุคสมัย
มหาเต๋าสายนี้ทอดยาวไปจนสุดขอบหมู่ดาว ฉีกกระชากความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด เพียงชั่วพริบตาก็มาปรากฏอยู่ที่รอบนอกของภูเขาอมตะ
ในชั่วพริบตา
พลานุภาพจักรพรรดิแห่งมรรคาอันสูงสุดก็ได้มาเยือนภูเขาอมตะ
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนทั้งใต้หล้าล้วนถูกทำให้ตกตะลึง
พวกเขาพากันทอดสายตามองมา ภายในแววตาประกายไปด้วยความตกตะลึงอย่างเปี่ยมล้น
"จักรพรรดิมนุษย์กำลังจะไปที่ใดกัน?"
"นั่นมัน..."
"ทิศทางของภูเขาอมตะ!"
"จักรพรรดิมนุษย์จะเดินทางไปยังภูเขาอมตะงั้นหรือ?"
"สวรรค์!"
"นี่จักรพรรดิมนุษย์กำลังจะไปลาดตระเวนเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตงั้นหรือ?"
"เล่าลือกันว่า——ในเขตหวงห้ามสิ่งมีชีวิตมีอดีตมหาจักรพรรดิผู้ไร้เทียมทานพักพิงอยู่!"
ในวินาทีนี้
สรรพชีวิตในจักรวาลต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
"ตู้ม!"
ท่ามกลางสายตาจับจ้องของมหาชน
มหาเต๋าหุนตุ้นอันน่าสะพรึงกลัวได้เข้าสู่ภูเขาอมตะ
แผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิมนุษย์ค่อยๆ หายไป หลงเหลือเพียงพลานุภาพจักรพรรดิแห่งมรรคาอันสูงสุดที่ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนสายหนึ่งลอยวนอยู่บนผืนฟ้า ไม่จางหายไปเป็นเวลานาน——
ภูเขาอมตะ
หลินเจาพาหั่วหลินเอ๋อร์ทั้งสองคนเดินเข้าไปภายใน
เบื้องหน้าปรากฏอัศวินไร้หัวผู้หนึ่ง ทว่าหลินเจาไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา พลานุภาพจักรพรรดิแห่งมรรคาอันสูงสุดอันน่าสะพรึงกลัวของเขาแผ่สยบภูเขาอมตะ กดดันลงมาทั่วหล้า บดขยี้จนร่างของอัศวินผู้นั้นแตกร้าวโดยตรง...
กระทั่งยืนก็ยังยืนไม่ขึ้น
"ตู้ม!"
และในตอนนี้นี่เอง
กลิ่นอายอันดุดันสายหนึ่งก็ฟื้นตื่นขึ้นมาจากส่วนลึก
นี่คืออดีตมหาจักรพรรดิโบราณผู้หนึ่งที่ฟื้นตื่นขึ้นมา เขาช่วยเหลืออัศวินไร้หัวโดยการต้านทานแรงกดดันจากตัวหลินเจาเอาไว้ น้ำเสียงอันเย็นชาไร้ความรู้สึกดังกล้องไปทั่วจักรวาล:
"จักรพรรดิมนุษย์"
"ท่านล้ำเส้นแล้ว"
อีกฝ่ายคือเจ้าแห่งภูเขาอมตะ
——สือหวง!
สือหวงบรรลุมรรคาเมื่อกว่าหนึ่งแสนปีก่อน
เขาคือเซิ่งหลิงครรภ์ศิลาที่ถือกำเนิดขึ้นจากฟ้าดิน หล่อเลี้ยงโดยธรรมชาติ มีพรแห่งสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด เกิดมากฎเกณฑ์มรรคาเทวะก็สมบูรณ์ไร้ที่ติ ถือกำเนิดขึ้นมาโดยสืบทอดเจตจำนงแห่งฟ้าดิน วิชาลับต้องห้ามและพลังวิเศษต่างๆ ล้วนบรรลุความสมบูรณ์แบบได้ด้วยตนเอง
…
…