เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1520 ดูแค่ผลลัพธ์ (ฟรี)

บทที่ 1520 ดูแค่ผลลัพธ์ (ฟรี)

บทที่ 1520 ดูแค่ผลลัพธ์ (ฟรี)


“ฉันดูแค่ผลลัพธ์ ไม่ดูขั้นตอน หากใครทำภารกิจที่ฉันมอบหมายไม่สำเร็จ ถึงเวลานั้นต้องโดนเอาความทั้งหมด!

หมวดไหนเกิดเรื่องผิดพลาด ฉันจะเอาความกับผู้บัญชาการกองร้อย

กองร้อยไหนเกิดเรื่องผิดพลาด ฉันจะเอาความกับผู้บัญชาการกองพัน

ถ้าเกิดภารกิจครั้งนี้ทำออกมาได้ไม่ดีจริงๆ ฉันจะเป็นคนเดินไปยื่นใบลาออกกับฝ่าบาทด้วยตัวเอง!

ทุกคนเข้าใจชัดเจนแล้วใช่ไหม!”

“เข้าใจชัดเจนค่ะ!” ภายในช่องสัญญาณการประชุม ผู้บัญชาการกองพันทั้งหมดต่างส่งเสียงขานรับเป็นเสียงเดียวกัน

ถึงแม้ข้อเรียกร้องแบบนี้จะดูเผด็จการและไร้เหตุผลไปบ้าง แต่พวกเธอรู้ดีว่ามีเพียงการทำแบบนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถบีบเค้นตัวเองให้ทะลุขีดจำกัดได้

เพราะในปฏิบัติการครั้งนี้ กองทัพภูตล่องหนของพวกเธอมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และเกี่ยวพันถึงความพ่ายแพ้และชัยชนะของสงครามทั้งหมด!

“ฉันจะรอฉลองชัยชนะให้พวกคุณ” น้ำเสียงของจงเสี่ยวเซี่ยอ่อนลง พลางทำความเคารพเป็นครั้งสุดท้ายให้แก่ทุกคน

การประชุมรอบสุดท้ายสิ้นสุดลงตรงนี้

หลังจากนี้ คือห้วงเวลาแห่งการรอคอยในชั่วโมงสุดท้าย

เวลาหนึ่งชั่วโมงอาจดูเหมือนไม่นานนัก แต่สำหรับผู้บัญชาการแต่ละระดับของกองทัพหลงเซี่ยว กลับรู้สึกราวกับยาวนานเป็นปี

ผู้บัญชาการในแต่ละระดับต่างตรวจเช็กงานในส่วนของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อรับประกันว่าปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้จะไม่เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้น

ยังไงซะ นี่ก็เป็นการรบข้ามจักรวาลครั้งแรกของพวกเธอ

“เหลือสิบนาทีสุดท้ายแล้ว” จงเสี่ยวเซี่ยปรายตาดูเวลา ก่อนที่เธอจะเอ่ยเสียงเข้มว่า “กระจายคำสั่งลงไป ให้ยานสอดแนมล่องหนทั้งหมดเริ่มเดินเครื่อง เตรียมพร้อมเปิดใช้งานอุปกรณ์ข้ามจักรวาล รอคอยคำสั่งเคลื่อนทัพ!”

เลขานุการรีบกระจายคำสั่งลงไปทันที

ท่ามกลางห้วงอวกาศที่เคยเงียบสงัดก่อนหน้านี้ วงแสงเริ่มทยอยสว่างวาบขึ้นมาทีละวง

นั่นคือประกายแสงจากเครื่องยนต์ของยานอวกาศแต่ละลำ

ในเวลาเดียวกัน อุปกรณ์ข้ามมิติอวกาศก็ถูกปล่อยออกไปเรียบร้อย พร้อมที่จะเริ่มเดินเครื่อง!

และหลังจากนี้ ก็คือการนั่งรอคอยอย่างเงียบเชียบ รอคอยเสียงหาที่ดังมาจากจักรวาลอันห่างไกล

จงเสี่ยวเซี่ยกำหมัดแน่น

ในขณะนี้ ในใจของเธอเริ่มเกิดความตึงเครียดขึ้นมาแล้ว

เพราะนี่คือหน้าที่และสิ่งที่กองทัพภูตล่องหนของพวกเธอต้องแบกรับไว้ ส่วนเรื่องสัญญาณความถี่สูงที่ส่งผ่านจักรวาลนั้น แท้จริงแล้วเป็นอุปกรณ์ที่วิจัยและพัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากคลื่นความผันผวนที่อุปกรณ์สำรวจจักรวาลส่งออกมา

บททาทของมันคือการเปิดใช้งานในจักรวาลแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ทำหน้าที่ราวกับแสงไฟนำทางให้แก่กองทัพ!

------------------------

จักรวาลอารยธรรมผู้กลืนกิน

ภายในกาแล็กซีอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง

ที่นี่มีโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งอยู่หลายแห่ง จัดเป็นฐานอุตสาหกรรมที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของอารยธรรมผู้กลืนกิน และเป็นแหล่งป้อนทรัพยากรทางทหาร รวมถึงยานรบให้แก่กองทัพของอารยธรรมผู้กลืนกินมากกว่า 10%

ในช่วงเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา ฐานอุตสาหกรรมแห่งนี้ เรียกได้ว่าต้องทำงานล่วงเวลาแบบหามรุ่งหามค่ำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

“เร่งมือกันหน่อย! อย่าประมาท ถ้าใครทำงานในส่วนของตัวเองไม่เสร็จตามเวลาละก็ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจพวกแก!” ผู้ดูแลคนหนึ่งตะโกนใส่พวกแรงงานที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในแต่ละตำแหน่ง โดยถือกระบองไฟฟ้าอยู่ในมือ

พอได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบ ร่างกายของแรงงานเหล่านั้นต่างพากันสั่นเทิ้ม

จากนั้น ผู้ดูแลคนนี้ก็เดินไปนั่งในตำแหน่งของตัวเอง และล้อมวงกินดื่มกับพวกคนสนิทไม่กี่คน

“รายงาน มีแรงงานตรงตำแหน่ง B81 ล้มพับเพราะความเหนื่อยล้าครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสาร

ผู้ดูแลขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยอย่างรำคาญใจว่า “ไอ้พวกนี้ร่างกายมันจะอ่อนแอเกินไปแล้ว ล้มพับไปก็ลากตัวออกไปซะ แล้วรีบหาคนเข้ามาทำงานแทน ห้ามทำให้กำหนดการของพวกเราล่าช้าเด็ดขาด”

“รับทราบ”

ในสายตาของเขา แรงงานพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับชิ้นส่วนบนสายการผลิต ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

“ท่านครับ ช่วงนี้แรงงานเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดแคลนแล้ว เฉลี่ยแล้วในแต่ละวันมีคนเหนื่อยตายตั้งสิบกว่าคน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เราคงหาคนมาทำงานเพิ่มได้ยากแล้วล่ะครับ”

พูดถึงตรงนี้ ลูกน้องคนหนึ่งก็กล่าวด้วยความกังวลว่า “เมื่อถึงเวลา หากมันกระทบต่อภารกิจของพวกเรา จนเบื้องบนส่งบทลงโทษลงมา...”

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงและสีหน้าของเขาแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้กังวลเรื่องสุขภาพของแรงงานเลยสักนิด แต่กำลังกังวลว่าภารกิจของพวกตนจะได้รับกระทบต่างหาก

ผู้ดูแลลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “ฉันจะไปมีปัญญาทำอะไรได้? ช่วงครึ่งปีมานี้ เบื้องบนสั่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของพวกเรา เฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้นเดือนละ 5% ทุกเดือน!

นี่ถ้าเทียบกับเมื่อครึ่งปีก่อน เท่ากับเพิ่มขึ้นมาเกือบ 40% แล้ว

เทคโนโลยีอุตสาหกรรมของพวกเราไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้ขนาดนี้ มันก็มีแต่ต้องสั่งทำงานล่วงเวลาหามรุ่งหามค่ำ เร่งความเร็วในการทำงานให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่ใช่หรือไง”

“เฮ้อ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะการบุกโจมตีจักรวาลหลงเซี่ยวเมื่อครึ่งปีก่อนนั่นแหละ

ใครจะไปนึกละว่า อารยธรรมที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอะไรเลยแห่งหนึ่ง กลับสามารถกวาดล้างยานรบของพวกเราไปได้เกือบครึ่งหนึ่งภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน แถมยังระเบิดทำลายกาแล็กซีของพวกเราไปถึงแปดแห่งอีกต่างหาก

ดังนั้น พวกอารยธรรมอื่นๆ ที่เคยหวาดกลัวพวกเรา ช่วงเวลาครึ่งปีมานี้ ท่าทีที่มีต่อพวกเราต่างก็เริ่มเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ตอนค้าขายกับเรา พวกมันยังกล้าโก่งราคาขึ้นมาแล้วด้วยซ้ำ” เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการจัดซื้อวัตถุดิบที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างจนปัญญา

หากมีคนมาได้ยินคำพูดประโยคนี้ คงหนีไม่พ้นต้องรู้สึกประหลาดใจแน่

มีคนกล้าทำมาค้าขายกับอารยธรรมผู้กลืนกินด้วยงั้นเหรอ?

แน่นอนว่าต้องมี ขอเพียงให้ผลประโยชน์มากพอ การค้าขายประเภทไหนก็สามารถตกลงกันได้ทั้งนั้น

ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อวัตถุดิบบางส่วน หรือแม้กระทั่งการค้าทาส

และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ว่า ผู้บริหารระดับสูงของอารยธรรมบางแห่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง

ตราบใดที่พวกเขาได้รับผลประโยชน์มากพอ พวกเขาก็กล้าที่จะรับความเสี่ยง

ในจำนวนนี้ เรื่องที่ค่อนข้างจะส่งผลกระทบต่อดุลยภาพทางการค้า มันมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของจักรวาลในเวลานี้โดยตรง

ในยามที่อารยธรรมผู้กลืนกินยังรุ่งเรืองเกรียงไกร เวลาอารยธรรมแห่งอื่นๆ ทำธุรกิจกับพวกเขาย่อมไม่กล้าเปิดราคาสูงเกินไป

แต่ทว่าในยามที่อารยธรรมผู้กลืนกินเริ่มเสื่อมถอยลง อารยธรรมเหล่านั้นย่อมมีความมั่นใจพอที่จะเปิดราคาสูงขึ้นมาได้

ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานี้ ความต้องการในการผลิตยานรบของอารยธรรมผู้กลืนกินพุ่งสูงขึ้นมหาศาล ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบภายในเขตแดนอารยธรรมผู้กลืนกินพุ่งทะยานขึ้นอย่างหนักภายในเวลาสั้นๆ

วัตถุดิบพิเศษบางประเภท ถึงขั้นพุ่งสูงขึ้นจากเดิมตั้งหลายเท่าตัว!

แต่ต่อให้ต้นทุนการสร้างจะพุ่งสูงขึ้นขนาดไหน สำหรับอารยธรรมสายสงครามอย่างอารยธรรมผู้กลืนกินแล้ว การสร้างยานรบย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

“เออจริงด้วย พวกแกคิดว่า นี่ก็ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว สามราชาจะเปิดฉากบุกโจมตีจักรวาลหลงเซี่ยวอีกรอบไหม?” มีคนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“การบุกโจมตีจักรวาลหลงเซี่ยวเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ อยู่แล้ว

จักรวรรดิหลงเซี่ยวทำให้พวกเราต้องสูญเสียมากมายขนาดนั้น อย่าว่าแต่อารมณ์ของพวกระดับกลางและระดับล่างอย่างพวกเราเลย นับแค่นิสัยของสามราชาก็ไม่มีทางกลืนความอัปยศนี้ลงคอแน่

แต่ก็นั่นแหละ เรื่องจังหวะเวลาในการบุกโจมตีมันยังไม่แน่นอน

หากประเมินจากการบุกโจมตีจักรวรรดิหลงเซี่ยวคราวก่อน ขีดความสามารถในการรบของจักรวรรดิหลงเซี่ยวยังถือว่าน่าตกใจอยู่มาก แถมช่วงเวลาครึ่งปีมานี้ ฝั่งโน้นก็คงไม่นั่งอยู่เฉยๆ หรอก พวกมันคงจัดกองทัพเตรียมพร้อมทำศึกแน่

และเพื่อให้การโจมตีระลอกที่สองเป็นไปอย่างราบรื่น จำนวนยานรบที่ถูกส่งไปจะต้องมากกว่าที่ส่งไปในระลอกแรก

ในขณะเดียวกัน เรายังต้องระวังลูกไม้ที่จักรวรรดิหลงเซี่ยวใช้ลอบโจมตีตลบหลังพวกเราคราวก่อนด้วย

อาวุธลึกลับที่สามารถระเบิดทำลายกาแล็กซีได้ในพริบตานั่นน่ะ จำเป็นต้องยกระดับการป้องกันให้เข้มงวดขึ้น

เราต้องไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด

ดังนั้น ยานรบที่พวกเราต้องส่งไป อย่างน้อยต้องเป็นสองเท่าของคราวก่อน หรือถ้าเป็นไปได้ก็สามเท่า!”

“สามเท่า? ถ้าสามเท่านี่ ไม่เท่ากับว่าอย่างน้อยที่สุดต้องส่งยานรบไปเกือบ 60 ล้านลำเลยไม่ใช่เหรอ?

หากนับรวมยานรบที่ยังไม่ได้ถูกส่งไปยังจักรวาลของศัตรูด้วยแล้ว ก็ต้องมีถึง 100 ล้านลำ

ต่อให้รวมเอาอารยธรรมทั้งหมดที่เราควบคุมได้เข้ามา ก็ยังไปไม่ถึงระดับ 100 ล้านลำเลยนะ” มีคนอุทานด้วยความตกใจ

“เพราะงั้น ฉันถึงได้คาดการณ์ว่าในระยะเวลาอันสั้นนี้ คงยังไม่เปิดฉากบุกโจมตีจักรวรรดิหลงเซี่ยวระลอกที่สองหรอก

ต่อให้ไวที่สุด ยังไงซะก็ต้องรอจนถึงช่วงสิ้นปีโน่นแหละ”

ตอนนั้นเอง มีคนเปิดปากพูดขึ้นว่า “พวกแกคิดว่า... ช่วงเวลานี้ ทางฝั่งจักรวรรดิหลงเซี่ยวกำลังทำอะไรกันอยู่?

ผู้นำของพวกมัน ซึ่งสามารถตีโต้การบุกโจมตีระลอกแรกของสามราชาได้ ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาแน่ มันต้องคิดได้อยู่แล้วว่าอารยธรรมผู้กลืนกินของเราย่อมต้องเปิดฉากบุกโจมตีระลอกที่สองแน่”

พอได้ยินคำถามข้อนี้ ทุกคนต่างก็พากันขบคิด พลางเอ่ยปากบอกเล่าแนวคิดของตัวเองออกมาทีละคน

“พวกมันก็ต้องจัดเตรียมกองทัพ เตรียมพร้อมทำสงครามครั้งใหญ่น่ะสิ พวกมันคงคิดหาทุกวิถีทางเพื่อสร้างยานรบออกมาให้มากที่สุด เหมือนกับพวกเรานั่นแหละ

ก่อนหน้านี้ไม่ใช่มีข่าวลือหลุดออกมาหรือว่า ทางฝั่งจักรวรรดิหลงเซี่ยวเพิ่งมียานสงครามระดับกึ่ง T7 เข้าประจำการในกองทัพน่ะ

ไม่รู้ว่าเป็นข่าวจริงหรือมั่วนิ่ม จะถึงระดับกึ่ง T7 จริงๆ หรือเปล่า”

“คราวก่อนที่เป็นแบบนั้น เป็นเพราะพวกเรามีข้อมูลเกี่ยวกับจักรวรรดิหลงเซี่ยวน้อยเกินไป ถึงได้ทำให้กองทัพของอารยธรรมผู้กลืนกินต้องเสียท่า

การบุกระลอกที่สอง ทางฝั่งเราพ้นต้องระแวดระวังถ้วนถี่แน่

เพราะงั้นถ้านับแค่ลำพังตัวพวกมันเอง ย่อมไม่มีทางต้านทานการบุกโจมตีของพวกเราได้หรอก

ถ้าฉันเป็นผู้นำของพวกมันนะ ช่วงเวลานี้ควรจะคิดหาทางลากพวกพ้องมาตั้งกลุ่มพันธมิตรซะ

ตอนสงครามครั้งแรกพวกมันยังอุตส่าห์ไปลากเอากองหนุนจากจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์มาช่วยเลย จัดส่งยานรบมาตั้งเกือบ 15 ล้านลำ ถือว่าสร้างแรงกดดันให้แก่พวกเราได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ถ้าไม่มีกองทัพของจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์มาสนับสนุนละก็ ผลลัพธ์สุดท้ายเกรงว่าคงไม่ออกมาในลักษณะนี้หรอก”

“พวกแกคิดว่า... จักรวรรดิหลงเซี่ยวจะใช้วิธีลงมือก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบ เป็นฝ่ายเปิดฉากบุกโจมตีเข้ามาในจักรวาลอารยธรรมผู้กลืนกินของเราก่อนไหม?” ไม่รู้เป็นใครที่โพล่งแนวคิดนี้ออกมา

หลังจากความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ชั่วครู่ จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

ผู้ดูแลใช้นิ้วเขกหัวเจ้าหน้าที่หนุ่มคนนั้นไปทีหนึ่ง พลางเอ่ยเย้ยหยันว่า “ในสมองแกคิดบ้าอะไรอยู่ เรื่องแบบนั้นมันจะเป็นไปได้ยังไง ต่อให้ยัดเยียดความกล้าหาญให้พวกมันมากขนาดไหน ก็ไม่มีทางกล้าเปิดฉากบุกโจมตีเข้ามาในจักรวาลอารยธรรมผู้กลืนกินของเราหรอก”

เจ้าหน้าที่หนุ่มที่โดนเขกหัวยกมือกุมหัวตัวเอง พลางเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “แต่ก่อนหน้านี้พวกมันก็เคยเปิดฉากบุกโจมตีเข้ามาในจักรวาลของเราแล้วไม่ใช่เหรอครับ แถมยังระเบิดทำลายยานรบของพวกเราไปตั้ง 10 ล้านลำ และทำลายกาแล็กซีของเราไปแปดแห่งเลยด้วย”

“นั่นมันเป็นเพราะพวกเรามีข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันน้อยเกินไปต่างหาก ถึงได้เกิดเหตุเการณ์ในลักษณะนั้นขึ้น

ถ้าได้เปิดศึกกันอีกรอบ มีหรือที่พวกแม่ทัพนายกองของเราจะทำพลาดแบบเดิมอีก?

เพราะงั้น ถ้าเกิดจักรวรรดิหลงเซี่ยวกล้าเสนอหน้ามาบุกโจมตีพวกเราก่อนจริง ก็เท่ากับกำลังหาเรื่องตาย

ตอนสงครามครั้งแรก ข้อได้เปรียบประการหนึ่งของพวกมันก็คือการปักหลักรบในบ้านตัวเอง สามารถระดมกองทัพ รวมถึงจัดวางทรัพยากรการรบได้อย่างรวดเร็ว

หากพวกมันยอมสลัดข้อได้เปรียบเหล่านั้นทิ้ง แล้วเลือกมาปักหลักรบในจักรวาลของพวกเรา พวกมันจะยังมีข้อได้เปรียบอะไรอีก?

นั่นเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ!”

จบบทที่ บทที่ 1520 ดูแค่ผลลัพธ์ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว