เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สามก๊กเซียนยุทธ์ ตอนที่ 29

สามก๊กเซียนยุทธ์ ตอนที่ 29

สามก๊กเซียนยุทธ์ ตอนที่ 29


สามก๊กเซียนยุทธ์ ตอนที่ 29

บทที่ 29 จ้าวอวี่ผู้อยากเป็นพี่สาว

จ้าวหยุนมีความตั้งใจที่จะติดตามลิเจาอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อสามารถร่วมสาบานเป็นพี่น้องต่างแซ่กับลิเจาได้ ย่อมเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาอย่างยิ่ง

เขากล่าวออกมาทันทีว่า "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าและข้าสองพี่น้องก็จงทำสัตย์ปฏิญาณต่อฟ้าดิน ร่วมสาบานเป็นพี่น้องต่างแซ่กัน ณ ที่แห่งนี้เถิด"

เมื่อพูดจบ จ้าวหยุนก็คุกเข่าลงทั้งสองข้าง ประสานมือขึ้นเหนือศีรษะกล่าวต่อสรวงสวรรค์ว่า "วันนี้ข้า จ้าวหยุน แห่งฉางซาน ขอให้สัตย์สาบานต่อฟ้าดิน ยินดีร่วมสาบานเป็นพี่น้องต่างแซ่กับน้องชายลิเจา ร่วมเป็นร่วมตายกันตลอดไป ไม่ขอเกิดวัน เดือน ปีเดียวกัน แต่ขอตายวัน เดือน ปีเดียวกัน"

ลิเจาทำตามอย่างด้วยการคุกเข่าลง ประสานมือกล่าวต่อสรวงสวรรค์เช่นกันว่า "วันนี้ข้า ลิเจา แห่งจิ้นหยาง ขอให้สัตย์สาบานต่อฟ้าดิน ยินดีร่วมสาบานเป็นพี่น้องต่างแซ่กับพี่ใหญ่จ้าวหยุน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตลอดไป ไม่ขอเกิดวัน เดือน ปีเดียวกัน แต่ขอตายวัน เดือน ปีเดียวกัน"

เมื่อทั้งคู่กล่าวสัตย์ปฏิญาณจบ ก็คำนับไหว้ฟ้าดินสามครั้ง แม้จะไม่มีเครื่องเซ่นสังเวยเทพยดา ไม่มีพิธีดื่มน้ำร่วมสาบาน หรือแม้แต่ธูปสามดอกก็ไม่ได้จุด แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่อาจขัดขวางให้จ้าวหยุนและลิเจา กลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่พร้อมจะมอบชีวิตให้แก่กันตั้งแต่นี้สืบไป

ลิเจาทำความเคารพจ้าวหยุนด้วยท่าทีนอบน้อม เอ่ยเรียกจ้าวหยุนอย่างเป็นทางการว่า "ลิเจาขอคารวะพี่ใหญ่ขอรับ"

จ้าวหยุนรีบยื่นมือมาประคองลิเจาให้ลุกขึ้นพลางกล่าวว่า "เจ้าและข้าเป็นพี่น้องกันแล้ว ไยต้องมากพิธีเช่นนี้ น่าเสียดายที่วันนี้ไม่มีสุรา วันหน้าพวกเราต้องร่ำสุรากันให้เมามายสักครา"

เมื่อเห็นจ้าวหยุนและลิเจาแสดงความรักใคร่พี่น้องเช่นนั้น จ้าวอวี่ที่ยืนรออยู่ก็เริ่มร้อนรน นางรีบยื่นมือมาดึงแขนลิเจาพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

"ในเมื่อเจ้าสาบานกับพี่รองของข้าแล้ว และเจ้าอายุน้อยกว่าข้า ต่อไปเจ้าก็คือลูกน้องของข้าแล้วนะ ไม่รีบทำความเคารพและเรียกข้าว่าพี่สาวอีกรึ"

เมื่อเห็นจ้าวอวี่เริ่มเผยหางสุนัขจิ้งจอกออกมา ลิเจาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วกล่าวว่า "พี่สาวอวี่อยู่บน โปรดรับการคารวะจากผู้น้องด้วยขอรับ"

นี่ไม่ใช่เพียงการพูดประจบเพื่อให้จ้าวอวี่ดีใจ แต่ในเมื่อเขาสาบานเป็นพี่น้องกับจูล่งแล้ว เขาควรจะเรียกจ้าวอวี่ว่าพี่สาวตามมารยาทจริงๆ

ทว่าเรื่องที่ควรจะเป็นไปตามครรลองนี้ กลับถูกจูล่งขัดขวางไว้ "น้องรอง อย่าไปฟังเสี่ยวอวี่เหลวไหล พวกเราสาบานกันแล้ว เกี่ยวอะไรกับนางด้วยเล่า"

ขณะพูด จูล่งก็ไม่ลืมที่จะถลึงตาใส่จ้าวอวี่ไปทีหนึ่ง ทำให้จ้าวอวี่โกรธจนกระทืบเท้าซ้ำๆ สุดท้ายก็น้อยใจควบม้าจากไปทันที

เมื่อเห็นน้องสาววิ่งหนีไป จูล่งย่อมเป็นห่วงอยู่ลึกๆ เขาและลิเจาจึงรีบขึ้นม้าและควบตามไปทางทิศเดิมที่จากมา

ด้วยเหตุนี้ ลิเจาจึงเสียเวลาไปไม่น้อย ทำเอาลิโป้ที่รออยู่ในสนามรบเริ่มกระวนกระวายใจราวกับมดบนกระทะร้อน

ในขณะเดียวกัน จ้าวเฟิงก็ได้นำกลุ่มชาวบ้านอาสาแห่งหมู่บ้านตระกูลจ้าวมาสมทบกับลิโป้แล้ว เพราะไม่เพียงแต่ลิเจาที่หายไป น้องชายและน้องสาวของเขาก็หายไปเช่นกัน

ในจังหวะที่ลิโป้และจ้าวเฟิงกำลังวิตกกังวล ทั้งสามคนก็ขี่ม้ากลับมาจากที่ไกลๆ ในที่สุด สิ่งนี้ทำให้ก้อนหินที่หนักอึ้งในใจของลิโป้และจ้าวเฟิงร่วงหล่นลงพื้นทันที ทั้งคู่รีบควบม้าเข้าไปหาทั้งสามคนในทันควัน

หลังจากพบหน้ากัน ทั้งสามคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตำหนิไปยกใหญ่ ทว่านั่นก็เป็นการตำหนิที่เกิดจากความห่วงใยจนเกินเหตุ ทั้งสามคนจึงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ

ลิเจาชูศีรษะของหลันเหย่ขึ้นมาจากหลังม้า พลางกล่าวกับลิโป้ด้วยรอยยิ้มว่า "ท่านพ่อดูสิขอรับ นี่คือหัวของหลันเหย่หัวหน้าเผ่าซยงหนู ลิเจาและพี่สาวอวี่ช่วยกันสังหารมันลงได้สำเร็จขอรับ"

จากนั้นลิเจาก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ลิโป้และจ้าวเฟิงฟังอย่างละเอียด แน่นอนว่ารวมถึงเรื่องที่เขาสาบานเป็นพี่น้องกับจูล่งด้วย

เมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ใบหน้าของลิโป้ก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา เขาเอ่ยกับจูล่งว่า "ขอบใจจูล่งมากที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ มิเช่นนั้นลูกชายของข้าคงต้องตายท่ามกลางทัพศัตรูเป็นแน่"

จูล่งรีบส่ายหน้ากล่าวว่า "ท่านอาพูดเกินไปแล้ว วรยุทธ์ของน้องรองนั้นสูงส่งกว่าจูล่งมากนัก ต่อให้ไม่มีจูล่งช่วยเหลือ ทหารม้าซยงหนูพวกนั้นก็ไม่อาจทำอะไรน้องรองได้แม้แต่น้อย"

ฝ่ายจ้าวเฟิงที่อยู่ด้านข้างก็หัวเราะร่าพลางกล่าวว่า "ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไยต้องเกรงใจกันขนาดนี้เล่า"

หลังจากที่ทุกคนทักทายปราศรัยกันแล้ว ลิโป้ก็สั่งให้ทหารรวบรวมศพของพวกซยงหนูทั้งหมดมากองรวมกัน เพื่อสร้างเป็นพะเนินศีรษะไว้ที่รอยต่อระหว่างเขตฉางซานและเขตไท่หยวน

ถึงตอนนี้ ศึกที่พวกซยงหนูลงใต้มาปล้นชิงก็ถือเป็นการกวาดล้างจนสิ้นซาก เตียวเลี้ยวจึงได้เอ่ยปากขอลาเพื่อนำกำลังทหารกลับไปยังเขตเยี่ยนเหมิน

ลิโป้กล่าวขอบคุณเตียวเลี้ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไปส่งเตียวเลี้ยวด้วยตนเอง แน่นอนว่าก่อนจะจากกัน เขาได้ให้เตียวเลี้ยวนำทรัพย์สงครามจำนวนมหาศาลกลับไปยังเยี่ยนเหมินด้วย

ในเมื่ออีกฝ่ายมาช่วยเหลือ จะปล่อยให้กลับมือเปล่าได้อย่างไร หากทำเช่นนั้น ในภายภาคหน้าจะมีใครอยากมายื่นมือช่วยเหลือตนอีก

เมื่อส่งเตียวเลี้ยวไปแล้ว ลิเจาก็เอ่ยถามจูล่งตรงๆ ว่า "พี่ใหญ่ ข้ามีข้อเสนอหนึ่ง ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่ยินดีจะรับฟังหรือไม่ขอรับ"

จูล่งตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเล "มีอะไรก็ว่ามาเถิด ระหว่างพี่น้องเรา ไม่ต้องเกรงใจกัน"

ลิเจาพยักหน้า "งั้นข้าขอพูดตรงๆ นะขอรับ ข้าคิดว่าพี่ใหญ่รั้งอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลจ้าว ย่อมเป็นการฝังฝีมือวรยุทธ์ให้เสียเปล่า สู้ติดตามข้าไปยังจิ้นหยางจะดีกว่า เมื่อท่านพ่อของข้าได้เป็นเจ้าเมืองจิ้นหยาง อย่างน้อยที่สุดท่านต้องได้ตำแหน่งจวินซือหม่าแน่นอน"

"ส่วนชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลจ้าว พี่ใหญ่ก็สามารถนำพาพวกเขามาที่เขตไท่หยวนได้พร้อมกัน ถึงตอนนั้นก็เลือกหาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ พี่ใหญ่จะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้กังวลใจอีก"

จูล่งฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหว เขาหันไปมองจ้าวเฟิงพี่ชายของเขา เพราะความคิดเห็นของจ้าวเฟิงคือสิ่งสำคัญที่สุด

ด้วยความที่จูล่งและลิเจาสาบานเป็นพี่น้องต่างแซ่กันแล้ว ประกอบกับลิเจาบอกว่าลิโป้จะกลายเป็นเจ้าเมืองไท่หยวนในอีกไม่นาน

ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่จูล่งติดตามอยู่ข้างกายลิโป้ ย่อมดีกว่าติดตามตนไปพึ่งพากองซุนจ้านแน่นอน เพราะยามนี้กองซุนจ้านเองก็เป็นเพียงเจ้าเมืองเขตหนึ่งเท่านั้น

หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว จ้าวเฟิงก็พยักหน้าให้จูล่ง "ในเมื่อน้องชายลิเจาชักชวน เจ้าก็อย่าได้ปฏิเสธเลย เมื่อเจ้าและเสี่ยวอวี่ไปอยู่ที่จิ้นหยางแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วง สามารถไปพึ่งพาเจ้าเมืองกองซุนที่อิวจิ๋วได้อย่างสบายใจ"

เมื่อจ้าวเฟิงพูดจบ ลิเจาก็เดินเข้าไปหาเขาโดยตรงแล้วกล่าวว่า "พี่ชาย เหตุใดจึงไม่มาที่เขตไท่หยวนพร้อมกับพี่ใหญ่เล่าขอรับ กลับต้องดั้นด้นเดินทางไกลเป็นพันลี้ไปพึ่งพากองซุนจ้านทำไมกัน หรือว่าพี่น้องทั้งสามอยู่ด้วยกันไม่ดีกว่ารึ"

"หรือพี่ชายคิดว่าการอยู่ข้างกายท่านพ่อของข้า จะไม่มีอนาคตเท่ากับการอยู่ข้างกายกองซุนจ้าน หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่ขัดขวางพี่ชายเลย เพราะนกที่ดีย่อมเลือกไม้ใหญ่เพื่อทำรัง ขุนพลที่ดีย่อมเลือกนายที่คู่ควรเพื่อรับใช้"

เมื่อเห็นลูกชายตั้งใจจะรั้งพี่น้องตระกูลจ้าวไว้ให้ได้ ลิโป้ย่อมไม่อาจนิ่งเฉย เขาจึงกล่าวเสริมขึ้นทันทีว่า "ลิเจาพูดถูก หากเจ้าเห็นแก่หน้าข้าลิโป้ ก็จงมาที่เขตไท่หยวนเพื่อช่วยข้าปกป้องบ้านเมืองและราษฎรเถิด"

จบบทที่ สามก๊กเซียนยุทธ์ ตอนที่ 29

คัดลอกลิงก์แล้ว