เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 : วิญญาณหลังความตาย

ตอนที่ 1 : วิญญาณหลังความตาย

ตอนที่ 1 : วิญญาณหลังความตาย


หลิงหลานตายแล้ว!!

ทันทีที่หลิงหลานพบว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่บนอากาศ เธอก็ได้มองลงไปด้านล่าง ทันใดนั้นเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเธอนั้นได้ตายไปแล้ว

หลิงหลานพบว่าเธอสามารถทะลุผ่านกำแพงที่หนาทึบได้ เธอเห็นพ่อแม่กำลังร้องไห้และเห็นสีหน้าของน้องชายที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่เมื่อไม่มีใครมองเห็นเขากลับถอนหายใจแสดงความโล่งอกที่พี่สาวของเขานั้นได้ตายไป

หลิงหลานกลับไม่โกรธน้องชายของเธอ เพราะเธอรู้ตัวว่าเธอเป็นภาระให้กับครอบครัวมาตลอด 24 ปี และเกือบจะทำลายครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะมากของเธอ เนื่องมาจากอาการป่วยอันแปลกประหลาดของเธอนั้นไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ถ้าเธอไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเธออาจจะจากโลกนี้ไปตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้วก็ได้

แต่ถึงแม้เธอจะยื้อชีวิตได้นานขนาดไหน สุดท้ายเธอก็หลีกหนีจากความตายไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจนั้นคือ มนุษย์นั้นก็มีวิญญานเช่นกัน

หลิงหลานมองไปบนท้องฟ้าที่มืดมิดและกว้างไกล เธอจินตนาการว่าบนโลกนี้จะมียมทูตที่จะพาเราไปสู่โลกหลังความตายเหมือนในการ์ตูนหรือเปล่านะ?

ทันใดนั้นเธอก็ได้หัวเราะขึ้นมาทันที หลิงหลานได้เสียเวลากับการดูการ์ตูน อ่านหนังสือเทพมรณะอะไรพวกนี้แต่การ์ตูนมันมาจากญี่ปุ่นไม่ใช่หรอมันมาอยู่ที่จีนได้ยังไงกัน? หรือบางทีอาจจะได้เจอเหล่าสมุนของยมบาลของจีนที่มีหัวเป็นวัวและมีหน้าเป็นม้า หรือไม่ก็คนที่ใส่ชุดจีนโบราณ โผล่ออกมาก็ได้

“เธอเป็นบ้าอะไรน่ะ!!! วิญญานไม่มีจริงหรอกนะเธอคิดไปเองทั้งนั้น ถ้าเธอไม่กลับมาตอนนี้ เดี๋ยวเธอก็สลายไปในอากาศและกลายเป็นพลังงานของโลกใบนี้หรอก” เสียงของเด็กดังขึ้นในหูของหลิงหลานด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกังวล

ก่อนที่หลิงหลานจะได้ตอบโต้อะไรไป เธอรู้สึกว่าตัวเธอนั้นถูกครอบงำ และค่อยๆหมดสติไป แต่ก่อนที่สติจะจางหายไปนั้นเธอเหมือนจะได้ยินเสียงร้องไห้ออกมาอย่างกับมีความสุขของใครบางคน “สำเร็จจ!! ฉันเกือบคิดว่าโฮสของฉันจะหายไปซะแล้วว” TT

ในขณะนั้นโรงบาลที่หลิงหลานรักษาตัวอยู่นั้นความมืดได้เข้ามาครอบงำ หลังจากนั้นไม่นานทั้งเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียงก็ได้เข้าสู่ความมืด

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้นส่งผลให้ทั้งเมืองเกิดความวุ่นวายในค่ำคืนที่เงียบสงบสงบ

แต่โชคดีที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแค่ 3 นาที ภายในเมืองก็กลับสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว แต่ใน 3 นาทีที่ไฟดับนั้น ไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าแห่งชาติที่ส่งให้กับให้กับเมืองก็ได้หายไปอย่างลึกลับ เหมือนกับว่าไม่เคยมีจำนวนไฟฟ้าเหล่านั้นมาก่อน แต่ในความเป็นจริงได้มีการตรวจสอบข้อมูลตัวเลขกลับพบว่าพวกเค้าได้ผลิตกระแสไฟฟ้ามากถึง 1 ล้านล้านกิโลวัตต์ภายใน 3 นาทีที่ผ่านมาซึ่งเป็นปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เรื่องนี้ถูกส่งไปยังสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเพื่อตรวจสอบอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปหลายเดือน    ก็มีคำตอบสู่สาธรณชนว่าระบบของบริษัทนั้นได้ถูกแฮกเกอร์บุกเข้าทำลายข้อมูลทำให้เกิดไฟดับขึ้น

และเรื่องข่าวไฟฟ้าดับก็ได้จบลงเพียงแค่นี้ อย่างไรก็ตาม ผลการสืบสวนนั้นกลับถูกปิดผนึกเป็นความลับระดับสูงสุด เนื่องจากมันเป็นอะไรที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดนั้นอยู่ๆก็หายไปในอากาศได้อย่างไรหรือนี้จะเป็นฝีมือของเทพเจ้าองค์ใดกัน!!

*********

ปฏิทินดวงดาวปี 4731 :

ณ สถานีอวกาศของดาวแลนตา นักรบทุกคนต่างมุ่งหน้าไปที่แนวหน้าที่เรียงรายไปด้วยเรือรบจำนวนมาก ข้างหน้ายานแม่ ท่ามกลางฝูงชนที่คับคั่งนั้น มีคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังจับมือและกล่าวร่ำลากันด้วยเสียงที่นุ่มนวล "หลิงเซียว คุณต้องมีชีวิตกลับมาให้ได้นะ" หลานหลัวเฟิง กล่าวออกมาในขณะที่ตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา หลิงเซียว พยักหน้าชีวิตของเขานั้นไม่เคยคิดว่าต้องเข้าสู่สนามรบทั้งๆที่พึ่งแต่งงานได้แค่เพียง 2 เดือนแต่ศัตรูนั้นไม่เคยมีความเมตตาและประเทศของเขาก็ไม่ได้มีความยุติธรรมขนาดนั้น ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีก "ผมฝากคุณดูแลครอบครัวด้วยนะ" หลิงเซียวรู้สึกเสียใจกับภรรยาของเขา เพราะว่าเมื่อเขาจากไปแล้วปัญหาต่างๆของครอบครัวเธอจะต้องรับมือเพียงคนเดียว เธอจะสามารถรับมือกับผู้คนที่ไม่หวังดีต่อตัวเธอได้หรือไม่? จากใจของหลิงเซียว เขาเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน

ถึงแม้ขอบตาจะแดงจากการร้องไห้ หลานหลัวเฟิง กล่าวคำพูดด้วยน้ำเสียงที่มันคง “ฉันจะดูแลครอบครัวของเราให้ดีที่สุด” และเธอก็ได้นำมือของหลิงเซียวมาวางไว้ที่ท้องของเธอและพูดด้วยความเขินว่า “อีกแค่ 8 เดือนข้างหน้า คุณจะกลายเป็นพ่อแล้วนะ”

“เรากำลังจะมีลูกงั้นหรอ!!” หลิงเซียวหัวเราะด้วยความดีใจพร้อมโอบกอดภรรยาของเขา หลังผ่านช่วงเวลาของความยินดี หลิงเซียวก็ได้ดึงเธอเข้ามากอดอย่างใกล้ชิดพร้อมกล่าวว่า “หลัวเฟิง ขอบคุณมากนะ”

“คุณกำลังพูดอะไรนะ? ฉันเป็นภรรยาของคุณ……..และลูกของเราก็เป็นสิ่งที่ฉันรอคอย”

หลานหลัวเฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยนและเอามือไปกุมไว้ที่หน้าท้องของด้วยความสุขที่เอ่อล้น “แล้วเราจะตั้งชื่อเขาว่าอะไรดี”

เพราะคำพูดของ หลัวเฟิง ทำให้หลิงเซียวเริ่มคิดอย่างจริงพร้อมมองไปที่หน้าของภรรยาที่เต็มไปด้วยความสุข "ฉันได้ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง ลูกของเราจะมีชื่อว่าหลิงหลาน! เป็นชื่อที่มาจากทั้งนามสกุลของผมและของคุณ” นอกจากนี้ หลาน หลัวเฟิง ยังเป็นลูกคนเดียวดังนั้นบางทีชื่อนี้จะทำให้ภรรยาของเขามีความสุข

หลานหลัวเฟิงรู้สึกดีใจมาก “ฉันจะทำตามที่คุณบอก” ในขณะที่เธอไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป

ในเวลานี้ ชานชลาได้ประกาศเรียกให้ขึ้นเครื่องเป็นครั้งสุดท้าย หลานหลัวเฟิงปาดน้ำตาพร้อมทั้งกล่าวว่า “หลิงเซียว คุณต้องทำตามคำสัญญาแล้วฉันจะรอคุณกลับมาอยู่ด้วยกัน”

หลิงเซียวพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ผมจะทำตามคำสํญญา” เขากล่าวพร้อมเดินขึ้นไปบนเรือรบหลักด้วยความคาดหวังเกี่ยวกับลูกของเขา ในขณะที่หลานหลัวเฟิงจ้องมองจนประตูของเรือรบนั้นปิดลง ยานนั้นค่อยๆลอยตัวขึ้นไปบนอากาศจนออกจากชั้นบรรยากศของดาว แอนตา พร้อมกับเรือรบลำอื่นๆที่ค่อยๆบินตามไปในอวกาศที่กว้างใหญ่

ในขณะเดียวกัน ที่ผู้คนกำลังมุงความสนใจไปที่การออกเดินทางของเรือรบทางอากาศนั้นได้เกิดพลังงานจำนวนมหาศาลจากเรืออากาศจำนวนมากส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับเส้นทางที่เรือนั้นเดินทางผ่าน ทันได้นั้นมีบางอย่างที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ปรากฎขึ้น และมุ่งตรงยังดาว แอนตาอย่างรวดเร็ว

หลาน หลัวเฟิงที่ยังคงเศร้าอยู่กับการจากไปของหลิวเซียว แต่ทันใดนั้นเธอรู้สึกว่าท้องของเธอนั้นร้อนสลับกับเย็น เธอกรีดร้องด้วยความตกใจเรียกความสนใจของหลิง ฉินผู้ที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างๆอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เริ่มแรก “เป็นอะไรหรือไม่ นายหญิง” เขาได้กล่าวถาม

หลาน หลัวเฟิงปิดตาของเธอลงและค่อยๆหายใจอย่างระมัดระวัง “ลุงฉินฉันไม่เป็นไร ฉันอาจจะอารมณ์แปรปรวนนิดหน่อย”

หลิงฉินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “ตั้งแต่นายน้อยได้เดินทางออกไป ข้าคิดว่าเราควรจะเดินทางกลับบ้านได้แล้วข้างนอกนี้เริ่มจะวุ่นวายแล้ว เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่าน”

หลาน หลัวเฟิงไม่ใช่คนดื้อรั้นจึงพยักหน้าอย่างว่าง่าย “นำทางไปลุงฉิน”

ในช่วงเวลาสั้นๆทั้งคู่ก็นั่งอยู่บนรถม้าที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากชานชลามุ่งหน้ากลับสู่บ้านของหลานหลัวเฟิง...

********

ติดตามได้ที่  >>> Facebook

จบบทที่ ตอนที่ 1 : วิญญาณหลังความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว