- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 27: The Legend of Mir 2
บทที่ 27: The Legend of Mir 2
บทที่ 27: The Legend of Mir 2
บทที่ 27: The Legend of Mir 2
ลงเครื่องปุ๊บ หลี่เจ๋อก็ไปหาโรงแรมที่พักก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้น หลี่เจ๋อถึงได้พาล่ามไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท 'Wemade' ที่ว่านั่น
หลังจากสืบเสาะอยู่พักหนึ่ง หลี่เจ๋อถึงได้รู้ว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทลูกที่อยู่ภายใต้สังกัดของบริษัท Actoz และยังได้รู้อีกว่า เมื่อราวๆ สิบวันก่อน เกมที่บริษัทนี้พัฒนาขึ้นซึ่งมีชื่อว่า 'The Legend of Mir 2' เพิ่งจะเปิดให้บริการในช่วง Open Beta ไปหมาด ๆ
นอกเหนือจากเกมนี้แล้ว บริษัทนี้ก็ไม่ได้มีเกมออนไลน์อื่นใดที่เพิ่งพัฒนาเสร็จในช่วงนี้อีกเลย ในตอนแรกหลี่เจ๋อก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ถึงขั้นคิดไปว่า หรือข้อมูลจากเสียงในใจของลูกชายจะผิดพลาดกันแน่
แต่ไม่นานเขาก็ได้สติและคิดขึ้นมาได้ว่า ชื่อ 'Legend' ที่ลูกชายพูดถึงในใจมันเป็นชื่อภาษาจีนนี่นา เกมที่ประเทศกิมจิสร้างขึ้นมาจะใช้ชื่อเป็นภาษาจีนตรง ๆ ได้ยังไงกันล่ะ นี่มันต้องเป็นชื่อภาษาจีนที่ตั้งขึ้นมาใหม่หลังจากถูกนำเข้ามาเปิดให้บริการในประเทศเซี่ยแล้วแน่ ๆ คาดว่าไอ้เกม 'The Legend of Mir 2' อะไรนี่แหละ น่าจะเป็นเกม 'Legend' ที่ลูกชายพูดถึง !
อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัวร์ว่าจะไม่ผิดตัว หลี่เจ๋อจึงทำเพียงแค่เข้าไปเจรจาพูดคุยกับบริษัท Actoz ในเบื้องต้นอย่างระมัดระวังดูก่อน โดยแย้ม ๆ ถึงความสนใจที่อยากจะซื้อสิทธิ์การเป็นตัวแทนจำหน่ายเกม 'The Legend of Mir 2' ในประเทศเซี่ย แล้วก็ลองถามราคาดู
พออีกฝ่ายเห็นว่าหลี่เจ๋อเป็นคนประเทศเซี่ย ก็หน้าเลือดเปิดราคาขูดรีดมาแบบหูฉี่ เรียกราคาตั้ง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลี่เจ๋อไม่ได้ตอบปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ตอบตกลง เขาแค่บอกว่าจะขอเก็บไปพิจารณาดูเพื่อถ่วงเวลาไว้ก่อน จากนั้นก็บินตรงกลับประเทศทันที
ทว่า ก่อนจะเดินทางกลับประเทศเซี่ย หลี่เจ๋อก็ตั้งใจแวะไปซื้อของเล่นชิ้นเล็ก ๆ มาฝากหลี่ตงลูกชายของเขาด้วย
พอกลับมาถึงบ้านที่เซี่ยงไฮ้และเจอลูกชาย หลี่เจ๋อก็แกล้งทำเป็นหัวเราะอารมณ์ดี หยิบของเล่นออกมาแล้วพูดว่า "ลูกร้าก ดูนี่สิ นี่ของเล่นที่พ่อตั้งใจหอบหิ้วมาจากประเทศกิมจิเพื่อซื้อมาฝากลูกเลยนะ ! "
ก่อนหน้านี้หลี่ตงไม่รู้เลยว่าหลี่เจ๋อเดินทางไปประเทศกิมจิมา และนี่ก็เป็นความตั้งใจของหลี่เจ๋อที่จะใช้ของเล่นชิ้นนี้เป็นตัวเปิดบทสนทนา เพื่อคุยกับลูกชายเรื่องที่เขาไปประเทศกิมจิในครั้งนี้ จะได้หลอกดักฟังข้อมูลที่ต้องการจากเสียงในใจของลูกชายได้สะดวก ๆ
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่หลี่ตงได้ยินว่าหลี่เจ๋อเพิ่งไปประเทศกิมจิมา สีหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดใจออกมาทันที "พ่อฮะ พ่อหมายความว่า... ก่อนหน้านี้พ่อไปประเทศกิมจิมา แถมยังเพิ่งกลับมาจากประเทศกิมจิด้วยเหรอฮะ ? "
"อืม ใช่แล้วล่ะ" หลี่เจ๋อตอบรับ แล้วก็จงใจพูดถึงจุดประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้ "ที่พ่อไปประเทศกิมจิรอบนี้ ก็กะจะไปหาซื้อลิขสิทธิ์เกมออนไลน์มาเปิดให้บริการในประเทศน่ะ ตอนนี้ก็ลองเข้าไปคุยกับบริษัทเกมของประเทศกิมจิมาหลายเจ้าแล้ว พ่อค่อนข้างถูกใจเกมที่ชื่อ 'The Legend of Mir 2' เป็นพิเศษเลยล่ะ"
"แต่ว่านะ อีกฝ่ายเปิดราคามาไม่เบาเลยล่ะ อ้าปากปุ๊บก็เรียกตั้งหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ พ่อก็เลยยังไม่ได้ด่วนตกลงไป กะว่าจะกลับมาสืบดูตลาดในประเทศให้ละเอียดอีกที แล้วค่อยประเมินดูว่าเกมนี้มันมีค่าพอให้ซื้อลิขสิทธิ์มาเปิดไหม แล้วค่อยตัดสินใจอีกที..."
[The Legend of Mir 2 ? ] พอหลี่ตงได้ยินแบบนั้น ก็ชะงักอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด จากนั้น ก็ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน
[เฮ้ย นี่มันชื่อดั้งเดิมของเกม Legend ไม่ใช่เหรอเนี่ย ! พ่อฉันนี่จะบังเอิญเกินไปหน่อยแล้วมั้ง ถึงกับบินไปหาลิขสิทธิ์เกมถึงประเทศกิมจิด้วยตัวเอง แถมยังมองป๊าดเดียวก็ถูกใจเกม Legend เข้าอย่างจังเลยเนี่ยนะ ! ]
[ตอนแรกฉันยังกะไว้ว่า ลองคำนวณเวลาดู ช่วงนี้ก็น่าจะถึงเวลาที่เกม Legend เริ่มเปิด Open Beta ในประเทศกิมจิแล้วพอดี กำลังเตรียมตัวหาโอกาสยุยงพ่อในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอยู่เลย]
[นึกไม่ถึงเลยว่าพ่อจะชิงบินไปประเทศกิมจิซะก่อนแล้ว แถมยังบังเอิญเล็งเกม Legend ไว้ได้พอดีเป๊ะอีก ! ]
[แต่ว่านะ อีกฝ่ายก็หน้าเลือดเรียกราคาขูดรีดเอาเรื่องเหมือนกัน เกม Legend เพิ่งจะเริ่มเปิด Open Beta ในประเทศกิมจิแท้ ๆ กลับกล้าเปิดปากเรียกค่าลิขสิทธิ์ตั้ง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ]
[จำได้ว่าหลังจากเกมนี้เปิดให้บริการในประเทศกิมจิ ผลตอบรับมันไม่ได้เรื่องเลยนี่นา กว่าจะถึงปีหน้าที่บริษัท Shanda เข้าไปเจรจาขอซื้อสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายในประเทศเซี่ย ก็ใช้เงินไปแค่สามแสนดอลลาร์สหรัฐเอง...]
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ตงก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า "พ่อฮะ ผมว่านะ โบราณว่าไว้ 'คนขายตั้งราคาโก่งถึงฟ้า คนซื้อก็ต่อราคาติดดิน' ในเมื่อเขาเรียกมาตั้งหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ พ่อก็สวนกลับไปตรง ๆ เลยว่าให้แค่แสนดอลลาร์สหรัฐก็พอ แล้วค่อย ๆ ต่อรองกันไปสิฮะ ! "
หลี่เจ๋อที่ได้ยินเสียงในใจของลูกชาย ลอบยิ้มขำในใจ แล้วก็เล่นตามน้ำอย่างให้ความร่วมมือสุด ๆ ว่า "อืม ก็ไม่เลวนะ พ่อเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน พ่อกะจะยื้อทางนั้นไว้ก่อน แล้วค่อยต่อราคาลงมาให้เหลือสักหนึ่งในสาม"
"ยังไงซะเกมนี้มันก็เพิ่งจะพัฒนาเสร็จได้ไม่นาน แถมเพิ่งจะเปิด Open Beta ที่ประเทศกิมจิไปได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเองด้วย การที่อีกฝ่ายเปิดราคามาสูงลิ่วขนาดนี้ มันก็เห็นชัด ๆ อยู่แล้วว่าตั้งใจจะขูดรีด พ่อไม่ใช่คนโง่นะ จะไปหลงกลได้ยังไงล่ะ"
"อืม ๆ ฮะ" หลี่ตงพยักหน้ารัว ๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
เขารู้สึกว่าในเมื่อพ่อมีแผนรับมืออยู่ในใจแล้ว แถมยังบอกด้วยว่าจะต่อราคาให้เหลือแค่หนึ่งในสาม คำนวณดูแล้วก็ตกราว ๆ สามแสนกว่าดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็ราคาพอ ๆ กับที่บริษัท Shanda ไปซื้อมาในภายหลังนั่นแหละ จึงไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องพูดให้มากความอีก ขืนพูดไปเดี๋ยวจะทำให้พ่อสงสัยเอาได้ว่า ทำไมเด็กอย่างเขาถึงได้รู้เรื่องพวกนี้ดีนัก
อย่างที่เขาว่ากันว่า พูดมากก็ผิดมาก หลี่ตงไม่อยากทำให้พ่อของตัวเองต้องเกิดความสงสัยแคลงใจอะไร
แต่ทว่า จู่ ๆ ในใจของหลี่ตงก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เขาแอบบ่นพึมพำในใจว่า: [ทำไมฉันจำได้ลาง ๆ ว่า หลังจากนั้นดูเหมือนบริษัท Shanda จะมีเรื่องขัดแย้งกับบริษัทผู้พัฒนาเกม Legend ถึงขั้นโดนฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยนี่นา ดูเหมือนจะเป็นเพราะ Shanda ทำกำไรในประเทศไปได้มหาศาล แต่อีกฝ่ายกลับได้แค่ค่าลิขสิทธิ์ไม่กี่แสนดอลลาร์สหรัฐ ก็เลยรู้สึกไม่ยุติธรรม]
[แถมดูเหมือนอีกฝ่ายจะหยุดให้บริการอัปเดตและบำรุงรักษาตัวเกมไปดื้อ ๆ ด้วย จนทำให้ในเวลาต่อมาเกม Legend มีพวกโปรแกรมโกงระบาดเกลื่อนเต็มไปหมด ส่งผลให้อายุขัยของเกม Legend สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด...]
[อืม... ฉันต้องหาทางเตือนพ่อสักหน่อยแล้วล่ะ บอกให้พ่อกว้านซื้อบริษัทพัฒนาเกม Legend มันซะเลย จะได้ตัดปัญหาความยุ่งยากที่จะตามมาในภายหลัง]
[บริษัท Wemade ก็เป็นแค่บริษัทลูกที่อยู่ภายใต้สังกัดของบริษัท Actoz การจะเข้าซื้อกิจการบริษัทนี้ก็ไม่น่าจะใช้เงินเยอะเท่าไหร่ กะคร่าว ๆ ว่าสัก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็น่าจะเอาอยู่แล้วมั้ง]
[แค่ไม่รู้ว่าตอนนี้พ่อจะสามารถหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นมาได้หรือเปล่าเนี่ยสิ ถ้าเงินไม่พอ ตอนที่พ่อทำสัญญาเข้าซื้อกิจการกับอีกฝ่าย ก็อาจจะตกลงจ่ายเงินก้อนแรกไปก่อนส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ทำสัญญานัดชำระให้ครบภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแทน]
[ถ้าทำแบบนี้ได้ล่ะก็ ขอแค่เกม Legend เปิดให้บริการในประเทศได้สำเร็จ พ่อก็น่าจะกอบโกยกำไรได้มากพอที่จะเอาไปจ่ายเงินส่วนที่เหลือได้อย่างรวดเร็วแน่นอน...]