เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: League of Legends

บทที่ 4: League of Legends

บทที่ 4: League of Legends


บทที่ 4: League of Legends

หลังจากเช่าร้านเสร็จ หลี่เจ๋อก็ไม่รอช้า รีบไปซื้อชุดโต๊ะเก้าอี้คอมพิวเตอร์มาทันที

ส่วนเรื่องตกแต่งร้านอะไรนั่น ไม่จำเป็นเลยสักนิด อีกอย่างเงินในมือเขาก็มีจำกัด ต้องเก็บไว้ซื้อคอมพิวเตอร์ เงินทองต้องใช้ให้ถูกจุด ไม่จำเป็นต้องไปสิ้นเปลืองกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ รอให้มีเงินก่อนค่อยกลับมาคิดเรื่องตกแต่งร้านก็ยังไม่สาย

กว่าจะซื้อโต๊ะเก้าอี้คอมเสร็จก็ปาเข้าไปตอนเที่ยงแล้ว "เอาล่ะ กลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้พอซื้อคอมกลับมา ก็น่าจะเปิดร้านได้เลย"

ระหว่างทางกลับ หลี่เจ๋อก็แวะซื้อข้าวกล่องกลับมาสองกล่องด้วย

แม้ปากลูกชายจะบอกว่าจะไปบ้านเพื่อนเพื่อถามเรื่องใบจัดสเปคคอมจากพ่อเพื่อน แต่หลี่เจ๋อก็รู้อยู่เต็มอกว่าไอ้ 'พ่อเพื่อน' ที่ว่านั่นมันไม่มีอยู่จริง ลูกชายตัวดีต้องหมกตัวอยู่บ้านแหง ๆ

และก็เป็นไปตามคาด พอหลี่เจ๋อกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นลูกชายนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่นด้วยท่าทางเบื่อโลก

"พ่อฮะ กลับมาเร็วจัง ? " พอเห็นหลี่เจ๋อกลับมา หลี่ตงก็กระโดดลงจากโซฟาทันที

"อืม" หลี่เจ๋อรับคำ "แล้วลูกไปขอใบจัดสเปคคอมจากพ่อเพื่อนมาหรือยังล่ะ ? "

หลี่ตงรีบพยักหน้ารัว ๆ "ขอมาแล้วฮะ ! นี่ไง อยู่ตรงนี้ ! " พูดจบ หลี่ตงก็รีบหยิบกระดาษจากสมุดโน้ตบนโต๊ะยื่นให้หลี่เจ๋อ

หลี่เจ๋อรับมาดูแล้วก็ต้องประหลาดใจนิด ๆ เพราะลายมือบนกระดาษนั่นไม่เหมือนลายมือเด็กเขียนเลยสักนิด แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ลูกชายย้อนเวลามาจากอนาคต ลายมือจะเปลี่ยนไปก็ไม่แปลกอะไร

"พ่อฮะ ในใบจัดสเปคนี่ไม่ได้เขียนราคาแบบเป๊ะ ๆ ไว้นะฮะ แต่พ่อของเพื่อนบอกว่า ญาติเขาฝากบอกมาอีกทีว่า สเปคคอมชุดนี้รวมครบเซ็ตแล้ว ราคาจะอยู่ระหว่าง 9,000 ถึง 9,500 หยวนฮะ"

"ถ้าแพงกว่านี้ก็ถือว่าโดนฟันแล้วล่ะฮะ" หลี่ตงอธิบาย

"โอเค พ่อรู้แล้ว งั้นพรุ่งนี้เราค่อยไปซื้อคอมกัน"

"พ่อฮะ แล้วพ่อเช่าหน้าร้านเสร็จหรือยังฮะ ? ถ้าเช่าเสร็จแล้ว ตอนบ่ายเราก็ไปซื้อคอมกันเลยสิฮะ ไม่เห็นต้องรอพรุ่งนี้เลย" จู่ ๆ หลี่ตงก็เสนอขึ้นมา

หลี่เจ๋อลองคิดดู "ก็ดีเหมือนกัน ยังไงตอนบ่ายก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว รีบไปซื้อคอมกลับมาเร็ว ๆ ก็ดี"

"เอาล่ะ ลูกยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงใช่ไหม ? พ่อซื้อข้าวกล่องกลับมาให้แล้ว มากินข้าวก่อนเถอะ"

หลังจากสองพ่อลูกกินข้าวเที่ยงเสร็จ ก็รีบตรงดิ่งไปที่ตึกคอมพิวเตอร์เพื่อซื้ออุปกรณ์ทันที คนขายคอมยุคนี้บอกเลยว่าไม่มีใครไม่หน้าเลือดสักคน

แต่ทว่า ถึงแม้หลี่เจ๋อจะไม่รู้เรื่องคอม แต่เขารู้ว่าลูกชายของตัวเองรู้ดี ดังนั้นตอนที่ต่อรองราคา เขาจึงกัดไม่ปล่อย และไม่ยอมหลงกลพวกคนขายที่พยายามเป่าหูให้เปลี่ยนไปใช้สเปคอื่น เขาเอาแค่สเปคตามใบสั่งที่ลูกชายจดมาให้เท่านั้น

ตื๊อต่อราคากันอยู่หลายร้าน ในที่สุดก็ตกลงกันได้ หลี่เจ๋อซื้อคอมพิวเตอร์มาทั้งหมดหกเครื่อง ในราคาเครื่องละ 9,200 หยวน คิดเป็นเงินทั้งหมด 55,200 หยวน !

พอบวกรวมกับค่าเช่าร้านที่จ่ายมัดจำหนึ่งล่วงหน้าหนึ่งไป 2,200 หยวน และค่าโต๊ะเก้าอี้อีกหลายร้อย ตอนนี้เงินเก็บของหลี่เจ๋อเหลือไม่ถึงสี่หลักด้วยซ้ำ

เมื่อขนคอมพิวเตอร์กลับมาถึงหน้าร้านที่เช่าไว้ หลี่เจ๋อก็ให้ช่างจากร้านคอมช่วยติดตั้งและเซ็ตระบบจนเสร็จสรรพ พอเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร และได้มองดูคอมพิวเตอร์ทั้งหกเครื่องที่ตั้งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

ตอนนั้นเอง จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงบ่นในใจของลูกชายหลี่ตงดังขึ้นมา

[ร้านมันก็ใหญ่ดีอยู่หรอกนะ แต่พอมองดูแล้วโคตรจะซอมซ่อเลย โล่งโจ้งมีคอมแค่หกเครื่อง แถมยังไม่ได้ตกแต่งอะไรสักนิด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแอร์เลย]

[แต่ก็นะ ยุคนี้มันก็แบบนี้แหละ เอาเป็นว่าไม่ต้องสนหรอกว่าสภาพร้านจะเป็นยังไง ขอแค่มีคอมพิวเตอร์ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีลูกค้าหรอก ตลาดผูกขาดโดยผู้ขายชัด ๆ ]

[แถมยังไงซะ ที่นี่ก็กว้างขวางพอตัว อากาศถ่ายเทสะดวก แสงสว่างก็ส่องถึง ไม่เหมือนพวกร้านเน็ตเถื่อน ๆ บางร้านที่ทั้งแคบทั้งอับ พอคนเยอะหน่อยก็แทบไม่มีที่ให้ยืน ร้อนก็ร้อนชิบหาย แถมอากาศก็โคตรเหม็นอับ มีแต่กลิ่นเต่ากลิ่นเหงื่อ แล้วถ้ามีคนดูดบุหรี่ในนั้นอีกนะ รสชาตินั้นมัน... จึ๊ ๆ สุดจะบรรยาย...]

หลี่เจ๋อเมินเสียงบ่นในใจของลูกชายไปดื้อ ๆ แต่พอได้ยินที่ลูกชายบ่นเรื่องสภาพแวดล้อมของร้านเน็ตเถื่อน ๆ หลี่เจ๋อก็ลองคิดตาม แอร์น่ะไม่มีปัญญาซื้อหรอก แต่ถ้าซื้อพัดลมตัวใหญ่ ๆ สักสองตัวมาเปิดแทนก็น่าจะพอไหว

ดังนั้น หลี่เจ๋อจึงพูดขึ้นว่า "ไปกันเถอะเสี่ยวตง ไปซื้อพัดลมตัวใหญ่ ๆ มาสักสองตัวดีกว่า ช่วงนี้อากาศยังร้อนอยู่ ถ้ามีพัดลมตัวใหญ่ ๆ สองตัวคอยเป่า ลูกค้าที่มาเล่นเน็ตที่ร้านเราจะได้เย็นสบายขึ้นเยอะ"

"อื้อ ๆ ได้ฮะ ! " หลี่ตงรับคำ

[ดูเหมือนพ่อจะมีหัวการค้าอยู่นะเนี่ย คิดเองได้ด้วยว่าต้องไปซื้อพัดลมมาสองตัว คนที่มาร้านเน็ตจะได้ไม่ร้อนจนเหงื่อแตกพลั่ก เสียอรรถรสหมด]

[แต่ว่านะ ร้านเน็ตยุคนี้หลัก ๆ ก็ต้องพึ่งพวกเกมคอมพิวเตอร์ไว้ดึงดูดลูกค้านั่นแหละ อย่างพวก Red Alert, Age of Empires, StarCraft... อะไรพวกนี้]

[ก็ไม่รู้ว่าพ่อจะรู้จักเรื่องพวกนี้หรือเปล่า เดี๋ยวต้องหาเรื่องเนียน ๆ เตือนพ่อซะหน่อยแล้ว อีกอย่าง ในร้านเน็ตมันเอาตู้แช่มาตั้งขายพวกน้ำอัดลม ขนม แล้วก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้สบาย ๆ เลยนี่นา อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มรายได้พิเศษได้อีกทาง...]

หลี่ตงนั่งคิดทบทวนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของร้านเน็ตในยุคอนาคต โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่คิดทั้งหมดนั้นกำลังหลั่งไหลเข้าสู่สมองของหลี่เจ๋ออย่างชัดเจน ซึ่งมันทำให้หลี่เจ๋อหูตาสว่างขึ้นมาทันที

ใช่แล้ว ! ในร้านเน็ตมันขายน้ำขายขนมได้สบาย ๆ เลยนี่ ! หรือแม้แต่ไปดิวกับร้านอาหารตามสั่งแถวนี้ก็ยังได้ ถ้ามีลูกค้าอยากกินข้าวแต่ขี้เกียจเดินไปซื้อ ก็สามารถสั่งอาหารที่ร้านเน็ตได้เลย แล้วฉันก็แค่โทรไปกริ๊งเดียว ให้ทางร้านข้าวมาส่งก็จบเรื่อง

แถมยังหักค่าหัวคิวจากค่าอาหารได้อีกสักหยวนสองหยวน ขาเล็ก ๆ ของยุงมันก็ยังมีเนื้อล่ะวะ !

แต่เรื่องนี้คงต้องรอให้ที่ร้านมีคอมเยอะกว่านี้หน่อยค่อยว่ากัน ขืนมีคอมแค่หกเครื่อง วัน ๆ นึงคงมีคนสั่งข้าวไม่กี่กล่องหรอก...ส่วนพวกเกมคอมพิวเตอร์ที่เสี่ยวตงพูดถึงนั่น ยังไงก็ต้องลงเครื่องไว้ให้ครบ !

หลี่เจ๋อคิดในใจ ถือว่าเป็นคนที่รู้จักพลิกแพลงและต่อยอดไอเดียได้ดีทีเดียว

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็ไปซื้อพัดลมตัวใหญ่มาสองตัวจากร้านค้าใกล้ ๆ แล้วหลี่เจ๋อก็วิ่งไปหาซื้อแผ่นเกม แน่นอนว่าต้องเป็นแผ่นผี !

ส่วนหลี่ตง พอเห็นหลี่เจ๋อเป็นฝ่ายริเริ่มไปหาซื้อแผ่นเกมคอมที่ฮิตที่สุดในตลาดตอนนี้กลับมาเอง โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากเตือนสักคำ ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

[ดูเหมือนพ่อจะเซียนอยู่นะเนี่ย ! รู้ด้วยว่าต้องไปซื้อแผ่นเกมสุดฮิตพวกนี้กลับมา]

พอได้ยินเสียงในใจของหลี่ตง หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าภาคภูมิใจออกมานิด ๆ ไอ้ลูกหมาเอ๊ย ยังไงซะฉันก็เป็นพ่อแกนะเว้ย !

ทว่า พอถึงตอนที่จะต้องติดตั้งเกม หลี่เจ๋อก็เริ่มไปไม่เป็น โชคดีที่บนแผ่นเกมมีคู่มือแนบมาด้วย ประกอบกับหลี่เจ๋อคอยเงี่ยหูฟังเสียงในใจของลูกชายอยู่ตลอดเวลา

ปลุกปล้ำอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็เรียนรู้วิธีลงเกมพวกนั้นจนได้ ในระหว่างนั้น เขาถึงกับแอบเห็นหลายครั้งว่าลูกชายหลี่ตงแทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะพุ่งเข้ามาลงเกมให้เองด้วยซ้ำ

"จริงสิพ่อ พ่อคิดไว้หรือยังว่าจะตั้งชื่อร้านเน็ตของเราว่าอะไร ? " หลังจากหลี่เจ๋อลงเกมเสร็จ หลี่ตงก็โพล่งถามขึ้นมา

หลี่เจ๋อชะงักไปนิด เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า เขายังไม่ได้ตั้งชื่อร้านเลยนี่นา ป้ายร้านก็ยังไม่ได้ทำ

เขาจึงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามกลับไปว่า "ลูกคิดว่าชื่ออะไรดีล่ะ ? "

"เอาชื่อร้านเน็ต 'League of Legends' ดีมั้ยฮะ ? "

หลี่เจ๋อรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่า ตอนที่ลูกชายพูดชื่อ 'League of Legends' ออกมา มุมปากของเจ้านั่นมันมีรอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์พิลึก ๆ อยู่

[หึ ๆ League of Legends ไงล่ะ LOL อะ ฮ่า ๆ ๆ ]

หลี่เจ๋อไม่ค่อยเข้าใจว่าไอ้สิ่งที่ลูกชายคิดในใจมันหมายความว่าอะไรกันแน่ แต่เขาก็ขี้เกียจจะคิดให้ปวดหัว

"งั้นก็เอาชื่อ League of Legends นี่แหละ!" ชื่อร้านถูกเคาะอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น หลี่เจ๋อก็วิ่งไปหาช่างทำป้ายมาแขวนไว้ที่หน้าร้าน เรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แถมยังใช้เงินแค่ไม่กี่หยวนด้วย

จบบทที่ บทที่ 4: League of Legends

คัดลอกลิงก์แล้ว