เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 670 : บางคนรู้จักแต่ตัวเลข!

ตอนที่ 670 : บางคนรู้จักแต่ตัวเลข!

ตอนที่ 670 : บางคนรู้จักแต่ตัวเลข!


ตอนที่ 670 : บางคนรู้จักแต่ตัวเลข!

วันรุ่งขึ้นเจียงเฉินไปรับไป่หยู่ฉีและขับรถพาเธอไปสนามบิน

ที่สนามบินเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 กำลังรอพวกเขาอยู่

เมื่อไปถึงไป่หยู่ฉีก็ต้องเบิกตากว้าง

เพราะถัดจากเครื่องบิน มีผู้หญิงที่แต่งตัวสดใสหลายคนล้อมรอบผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูหยิ่งผยองและกำลังชี้นิ้วสั่งคนอื่นอยู่

ผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางนั้นดูมีอายุไม่มากไปกว่าไป่หยู่ฉีมากนัก แต่เธอดูมีอำนาจไม่น้อยเลย

เจียงเฉินสังเกตเห็นว่าร่างกายของไป่หยู่ฉีสั่นเล็กน้อย

เจียงเฉินพูดออกมา “นี่ใครกัน ทำไมคุณถึงดูกลัวนิดหน่อย?”

ไป่หยู่ฉีพยักหน้า “ใช่ ฉันกลัวนิดหน่อย เพราะคนที่นำคนมาที่นี่คือแม่ของฉัน!”

เจียงเฉิน "???"

เห็นได้ชัดเจนว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แก่มากเกินไปกว่าไป่หยู่ฉีเลย....

แล้วเธอจะเป็น...แม่ได้ยังไงกัน?

ไป่หยู่ฉียิ้มอย่างขมขื่น "ไม่ใช่แม่แท้ๆของฉัน แต่จริงๆแล้วเธอเป็นป้าของฉันน่ะ แม่ของฉันไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะออกมาข้างนอกได้ด้วยซ้ำแล้วนับประสาอะไรกับการนั่งเครื่องบินส่วนตัวล่ะ"

"ป้า?"

เจียงเฉินตกตะลึงครู่หนึ่ง

“หรือจะให้พูดก็คือเธอคือแม่บุญธรรมของฉัน!”

ไป่หยู่ฉีพูดออกมา “ก็อย่างที่ฉันบอกนายไป ฉันมาจากตระกูลไป่ ตระกูลไป่เป็นตระกูลขนาดใหญ่ที่มีกฎระเบียบของตระกูลและยังเป็นตระกูลที่ยังคงรักษาระบบสังคมศักดินาไว้ จึงทำให้คนในตระกูลสามารถมีภรรยาหลายคนได้”

เจียงเฉิน “…..”

ไป่หยู่ฉีถอนหายใจออกมา “ฉันไม่ใช่ทายาทสายตรงหรือจะให้พูดก็คือเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาน้อย ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยมีสถานะที่บ้านมากนักและถ้าหากฉันไม่ได้นายช่วยเอาไว้เกรงว่าการแข่งขันกับไป่ซิงเหวินฉันก็คงไม่มีโอกาสได้ชนะเลยด้วยซ้ำ”

เจียงเฉินพูดออกมา “ดูเหมือนว่าแม่ของเธอจะหยิ่งไม่น้อยเลยนะ”

“ก็เธอมาจากตระกูลที่ไม่ธรรมดา”

ไป่หยู่ฉีพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เธอมาจากตระกูลฮัวซึ่งเป็นตระกูลชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นฮัวซินซินก็ถือว่าเป็นญาติกับเธอ”

“ป้าของฮัวซินซิน?”

จียงฉันนึกถึงคู่หมั้นของเธอไป่ซิงเหวินซึ่งถูกเขาฆ่าขึ้นมาทันที

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนั้นก็ไม่ได้สำคัญสักเท่าไร เพราะสิ่งที่เขากำลังสงสัยก็คือตระกูลฮัวนั้นเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในสิงคโปร์ได้อย่างไรกันทางที่ตระกูลไป่นั้นถือว่าเป็นตระกูลที่อยู่สูงที่สุด

“แล้วทำไมตระกูลฮัวถึงรวยที่สุดได้ล่ะ?’

เจียงเฉินถามออกมา

ไป่หยู่ฉีส่ายหัว “ถ้าพูดถึงในต่างประเทศตระกูลไป่ของฉันนับว่ามีสถานะสูงที่สุด แต่ถ้าจะให้พูดถึงความร่ำรวยก็จะต้องเป็นตระกูลฮัว! สมาชิกในตระกูลของพวกเขามีอยู่กระจายไปทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นในสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกาหรือว่าในประเทศจีน พวกเขาทำทางธุรกิจด้านโรงแรม สินค้าหรูหราและอื่นๆอีกมากมาย”

“โอ้ เจ๋งไม่น้อยเลยนะ”

ในขณะที่เจียงเฉินและไป่หยู่ฉีกำลังคุยกันอยู่ ในเวลานี้เองแม่บุญธรรมของไป่หยู่ฉีก็เดินเข้ามา

แม่บุญธรรมของไป่หยู่ฉีมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและจองหอง เธอมองเจียงเฉินและไป่หยู่ฉีอย่างเย็นชา ราวกับว่าเธอนั้นไม่ได้สนใจทั้งสองเลย

ไป่หยู่ฉีทักทายแม่ของเธอ “คุณแม่”

“อา! สวัสดี!”

น้ำเสียงของแม่บุญธรรมค่อนข้างที่จะเต็มไปด้วยความสุภาพ

ไป่หยู่ฉีที่ได้ยิก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ ในเวลานั้นเองเธอนั้นก็เต็มไปด้วยความยินดีและเธอก็ยื่นมือออกมา

แต่ใครจะรู้~~

แม่บุญธรรมของเธอกลับทำเป็นว่าไป่หยู่ฉีนั้นเป็นเพียงแค่อากาศ เธอยังคงพูดต่อไป

“เป็นเกียรติที่ได้คุยกับคุณค่ะ! ฉันแค่อยากจะบอกคุณว่า [โรงแรมวอนตัน] ที่อยู่ภายใต้ชื่อของคุณ โรงแรมอายุนับร้อยปีบนประเทศเยอรมัน ฉันได้ทำการตัดสินใจซื้อแล้ว! มันไม่สำคัญหรอกว่ามันจะทำเงินได้มากซักเท่าไหร่! แต่ราคา 1 พันล้านนับว่าถูกมากแล้ว”

เธอหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมา

ใบหน้าของไป่หยู่ฉีเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ปรากฏว่าเธอไม่ได้พูดกับฉันงั้นหรอ? เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่?

ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงพูดออกมาอย่างสุภาพ

เจียงเฉินที่อยู่ด้านข้างก็มองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ปรากฏว่าแม่บุญธรรมคนนี้จงใจทำให้ตัวเขาและไป่หยู่ฉีต้องอับอาย

แม่บุญธรรมใช้เวลาคุยโทรศัพท์ไปกว่า 30 นาที เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการมูลค่า 1 พันล้าน แล้ววันก็ใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถสรุปรายละเอียดได้สำเร็จจนสุดท้ายก็ต้องวางสายอย่างไม่เต็มใจ

ในเวลานี้เองแววตาของเธอก็กลับมาเต็มไปด้วยความดูถูกและเย็นชาอีกครั้ง

เธอหันไปมองที่ไป่หยู่ฉี

ไป่หยู่ฉี “….”

ในเวลานี้เองบรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด

แม่บุญธรรมเยาะเย้ยออกมา “สมกับเป็นผู้หญิงที่ไร้การศึกษาจริงๆ! แม่บุญธรรมของเธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่แต่ก็กล้าเข้ามาขัดจังหวะ! รู้หรือเปล่าว่าคนที่ฉันคุยด้วยคือใคร?! สาวน้อย! เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามารยาทขั้นพื้นฐานที่สุดคืออะไร! ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยจริงๆ!”

“….”

ไป่หยู่ฉีไม่รู้จะพูดหักล้างยังไงดีเลยจริงๆ~~

แล้วในขณะที่แม่บุญธรรมกำลังจะพูดต่อ~~

กลับมีเสียงที่ไม่คาดคิดดังขึ้นออกมา

“ยัยอ้วนนี่ จะพูดโอ้อวดไปถึงไหนกัน?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นแม่บุญธรรมก็โกรธจนหน้าซีดทันที!

เธอตะโกนออกมา “ใคร?! ใครกล้าเรียกฉันอ้วน?! ใครกล้าพูดว่าฉันโอ้อวด?!”

เจียงเฉิน!

เจียงเฉินพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขี้เกียจ “ผมพูดเองและผมก็หมายถึงคุณนั่นแหละ!”

“เจ้า เจ้า ไอ้เด็กบ้า~~”

แม่บุญธรรมพูดออกมาด้วยความโกรธ “แกเป็นใครกัน?! กล้าดียังไงถึงมาพูดแบบนี้กับฉัน!? ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วใช่ไหม?!”

“นี่คุณเป็นคุณจริงจากตระกูลใหญ่ในสิงคโปร์หรือว่าหัวหน้าแก๊งอันธพาลกันแน่? เปิดปากมาก็เอาแต่ขู่คนอื่นอย่างเดียว?”

เจียงเฉินพูดออกมาอย่างขี้เกียจ

“แก แก~~”

ในเวลานี้เองเธอก็พยายามควบคุมอารมณ์ของเธอ “ฉันกำลังพูดถึงธุรกิจมูลค่า 1 พันล้าน แกกล้าดียังไง….”

“ฮ่าๆๆๆ!”

เจียงเฉินยิ้มออกมาอย่างดูถูก “หนึ่งพันล้านเพื่อซื้อโรงแรม? นับว่าเป็นธุรกิจใหญ่ด้วยหรอ? ตระกูลยาจกของคุณก็ถือว่าเงินหนึ่งพันล้านเป็นเงินก้อนโตแล้วงั้นเหรอ? แถมยังต้องเปลืองน้ำลายเป็นเวลาสามสิบนาทีอีก! ถ้าเป็นผม ผมคงพูดเรื่องนี้ไม่เกินสิบวิเลยด้วยซ้ำ!”

“.….”

แม่บุญธรรมที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับต้องตกตะลึง~~~

เธอตกตะลึงระหว่างที่มองไปที่เจียงเฉิน “นายพูดว่าอะไรนะ? พูดออกมาอีกครั้ง!”

ไป่หยู่ฉีดึงแขนเสื้อของเจียงเฉิน “เจียงเฉิน นี่คือคนจากตระกูลฮัวนะ….”

เจียงเฉินที่ได้ยินนั้นก็พูดออกมา “สิ่งที่ฉันกำลังพูดก็คือธุรกิจมูลค่า 1 พันล้านสมควรนับว่าเป็นธุรกิจขนาดใหญ่แล้วหรอ? มันคุ้มค่าสำหรับการพูดคุยเป็นเวลาสามสิบนาทีไหม? ถ้าหากว่าเป็นฉัน ฉันคงรู้สึกอับอายที่ต้องมาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนอื่น เพราะว่าสำหรับธุรกิจมูลค่า 1 พันล้านหยวนสำหรับฉัน ฉันพูดเพียงแค่ไม่กี่คำก็วางสายแล้ว”

“แก แก~~”

แม่บุญธรรมชี้ไปที่เจียงเฉินด้วยความโกรธ

“แกเป็นใคร?!”

เจียงเฉินหันไปมองเธอ “ต้องเป็นคุณหญิงแบบไหนกันถึงเอาแต่ชี้หน้าด่าคนอื่น….”

“แกเป็นเพียงแค่คนขับรถกล้าดียังไงถึงมาต่อว่าฉันแบบนี้?!”

แม่บุญธรรมพูดออกมาด้วยความชั่วร้าย “ไป่หยู่ฉี! เธอกำลังดูถูกฉันใช่ไหม?!”

ไป่หยู่ฉี “ไม่ ไม่นะคะ....”

เจียงเฉินพูดออกมา “บนโลกนี้ ใบหน้าเป็นของตัวเองไม่ใช่ของคนอื่น! แก่จนขนาดนี้ยังไม่รู้อีกหรอ?! คุณที่แก่กว่าพวกเราก็ยังไม่เข้าใจความจริงข้อนี้อีกหรือยังไง?!”

“แก....”

แม่บุญธรรมโกรธจัดอีกครั้ง

ที่ด้านข้าง เพื่อนของแม่บุญธรรมก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาว่า “ในเมื่อนายบอกว่าเงิน 1 พันล้านเป็นธุรกิจขนาดเล็ก งั้นนายก็แสดงให้เห็นหน่อยสิว่าขนาดใหญ่มันเป็นยังไง…..”

ก่อนที่เธอจะพูดจบเสียงโทรศัพท์มือถือของเจียงเฉินก็ดังขึ้น

เจียงเฉินรับโทรศัพท์และพูดออกมาว่า “สวัสดี คุณโจว เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”

อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เสียงของโจวหมิงก็ดังขึ้น “น้องเฉิน มีคนต้องการซื้ออาคารบนถนนสายการเงินของเราในมูลค่า 2 หมื่นล้านหยวน นายอยากจะขายมันไหม?”

เจียงเฉินพูดออกมาอย่างขี้เกียจ “สองหมื่นล้าน? ผมเคยพูดไปแล้วไม่ใช่หรอพี่โจว อะไรที่มีมูลค่าต่ำกว่าแสนล้านก็ขึ้นอยู่กับพี่ได้เลย ผมจะไม่เข้าไปยุ่ง ถ้าผมต้องมาตัดสินใจธุรกิจที่มีมูลค่าแค่สองหมื่นล้านทุกวัน ผมคงไม่มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่นแล้ว”

เมื่อได้ยินแบบนั้นโจวหมิงก็รีบพูดออกมา “ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวอีกสักพักเงินจะเข้าบัญชีของนายนะ”

เจียงเฉินวางสายทันที

แม่บุญธรรมพูดออกมาอย่างเย็นชา “แสดงได้ดีนี่ คิดว่าแสดงแค่นี้แล้วฉันจะเชื่อกันหรอ?!”

เจียงเฉินยิ้มออกมา

หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที

โทรศัพท์มือถือของเจียงเฉินก็ส่งเสียงดังออกมา

“บัญชี American Express ของคุณที่มีหมายเลขสุดท้าย 6666 ได้รับเงินโอนเข้า 3.2 พันล้านดอลลาร์! หมายเหตุ : เงินจากการซื้ออาคารสำนักงานบนถนนสายการเงิน”

ในเวลานี้เองแม่บุญธรรมก็ต้องตกตะลึง

ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว…..

บรรดาคุณนายจากสิงคโปร์ที่อยู่หลายรอบต่างก็ต้องตกตะลึง!

3.2 พันล้านดอลลาร์?

ทุกคนเองก็คงเข้าใจคณิตศาสตร์ดี และแน่นอนว่าทุกคนก็ต้องรู้ดีว่าเงิน 3.2 พันล้านดอลลาร์ของเจียงเฉินนั้นมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านปอนด์อย่างแน่นอน!

“ฉัน ฉันไม่เชื่อ!”

แม่บุญธรรมกรีดร้องออกมา ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ

“นาย นายจะต้องแกล้งทำแน่ๆ?!”

แม่บุญธรรมตะโกนออกมา “ฉันไม่มีทางเชื่อหรอก!”

เจียงเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็เปิดแอพบัญชีธนาคารบนโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาเเล้วก็โชว์มันให้แม่บุญธรรมของไป่หยู่ฉีได้ดู….

และเมื่อแม่บุญธรรมได้มองดู…..

ในบัญชี….

มีเงินทั้งหมด 145.8 พันล้านดอลลาร์!

แม่บุญธรรมถึงกับขยี้ตาอย่างแรง~~

1458 ตามมาด้วย หนึ่ง สอง สาม~~~~

ใช่แล้ว ตามมาด้วยเลขศูนย์ทึ่ง 8 ตัว!

โอ้พระเจ้า!

สถานะแบบนี้มันคืออะไรกัน?!

แม่บุญธรรมถึงกับล้มลงกับพื้นพร้อมกับมีน้ำลายฟูมปาก!

แต่เจียงเฉินนั้นก็ไม่ได้สนใจเธออีกต่อไป เขาดึงไป่หยู่ฉีเดินผ่านแม่บุญธรรมของเธอที่กำลังมีน้ำลายฟูมปากไปขึ้นเครื่องบินทันที!

“จะตามมาไหม? ถ้าไม่มาจะไปแล้วนะ”

เจียงเฉินพูดออกมาโดยที่ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

แต่ด้วยความช่วยเหลือจากบรรดาคุณนายอีกหลายคน แม่บุญธรรมจึงเดินกะเผลกขึ้นมาบนเครื่องบิน

แต่ดวงตาที่มองไปที่เจียงเฉินในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!

ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะเข้าใจเพียงแค่ภาษาเดียวเท่านั้น!

ภาษาคณิตศาสตร์!

หรือก็คือยอดเงินในบัญชี!

จบบทที่ ตอนที่ 670 : บางคนรู้จักแต่ตัวเลข!

คัดลอกลิงก์แล้ว