เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 655 : เจียงเฉินคนนี้ไม่ใช่มหาเศรษฐีอย่างแน่นอน!

ตอนที่ 655 : เจียงเฉินคนนี้ไม่ใช่มหาเศรษฐีอย่างแน่นอน!

ตอนที่ 655 : เจียงเฉินคนนี้ไม่ใช่มหาเศรษฐีอย่างแน่นอน!


ตอนที่ 655 : เจียงเฉินคนนี้ไม่ใช่มหาเศรษฐีอย่างแน่นอน!

เกิดอะไรขึ้น?

เจียงเฉินไม่เพียงแต่จะทำงานเป็นคนขับรถเท่านั้นแต่เขายังทำงานเป็นคนส่งพัสดุมาก่อนงั้นเหรอ?

ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงไม่มีทางเป็นเจียงเฉินมหาเศรษฐีในตำนานอย่างแน่นอน!

(ประวัติการทำงานก่อนหน้านี้ของเจียงเฉินถูกซ่อนเอาไว้จึงมีน้อยคนมากที่จะรู้)

มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยเป็นล้านๆจะมาเป็นคนส่งพัสดุมาก่อนได้ยังไงกัน?

เจียงเฉินมองไปที่ไป่หยู่ฉีที่กำลังทำใบหน้าสับสนก่อนจะหัวเราะออกมาดีใจ

ซิวซวนเฟิงมาได้เวลาพอดี!

ในตอนนี้เจียงเฉินสามารถจำทุกอย่างเกี่ยวกับซิวซวนเฟิงได้แล้ว....

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณครึ่งปีหลังจากที่เจียงเฉินได้ร่วมงานกับบริษัทส่งพัสดุ.....

ในตอนนั้นเจียงเฉินเป็นคนส่งพัสดุที่มีประสบการณ์แล้วส่วนซิวซวนเฟิงนั้นเพิ่งจะได้เข้าทำงาน

ดังนั้นหัวหน้าในตอนนั้นจึงขอให้จียงเฉินเป็นคนฝึกสอนซิวซวนเฟิง

ในตอนแรกซิวซวนเฟิงก็ดูจะเชื่อฟังเจียงเฉินดี

แต่ไม่นานเจียงเฉินก็ค้นพบว่าเด็กคนนี้ไม่ปกติ

เขาแอบเปิดพัสดุของลูกค้าก่อนจะขโมยของมีค่าจากพัสดุของลูกค้าไป!

ครั้งหนึ่งเจียงเฉินยังเคยได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าโดยบอกว่าเครื่องประดับล้ำค่าที่ถูกส่งมานั้นหายไปจนเหลือเพียงแค่สองชิ้นเท่านั้น!

และพัสดุชิ้นนั้นก็อยู่ในความรับผิดชอบของซิวซวนเฟิง

เจียงเฉินไปหาซิวซวนเฟิงแต่เด็กคนนี้ก็ปฏิเสธที่จะยอมรับ เขาบอกว่าลูกค้าน่าจะจำผิดเองเพราะมันไม่มีข้อมีค่าในพัสดุนั้นและเขาก็ไม่เคยเปิดมัน

ส่วนลูกค้าในตอนนั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะว่าเธอนั้นก็ไม่ได้ระบุว่าในพัสดุนั้นมีอะไรส่งมาบ้างและทางบริษัทเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าพัสดุนั้นมีอะไรที่ผิดปกติไป

แต่ว่าหลังจากนั้นเจียงเฉินก็ได้แอบสะกดรอยตามซิวซวนเฟิง

และเขาก็ได้ติดตามซิวซวนเฟิงไปจนพบว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไปที่โรงรับจำนำเครื่องประดับจริงๆและได้ทำการจำนำเครื่องประดับทองคำล้ำค่าชิ้นหนึ่ง

หลังจากนั้นเจียงเฉินก็ได้แอบถ่ายรูปของเขา

ก่อนจะนำไปเปิดโปงกับบริษัททันทีว่าซิวซวนเฟิงนั้นได้ทำความผิดฐานลักขโมย

ซิวซวนเฟิงจึงถูกไล่ออกจากบริษัทในทันทีส่วนเครื่องประดับก็ถูกส่งมอบคืนให้กับลูกค้า

ด้วยเหตุนี้ซิวซวนเฟิงจึงเกลียดเจียงเฉินเป็นอย่างมากก่อนที่เขาจะออกไปเขาก็เคยชี้หน้าและด่าสาบแช่งเจียงเฉิน

แต่น่าเสียดายหลังจากการกระทำในครั้งนั้นของเขาเขาก็ถูกบรรดาน้องชายของเจียงเฉินรุมทุบตีจนใบหน้าบวมกลายเป็นหัวหมู

ซิวซวนเฟิงหัวเราะแล้วพูดออกมาว่า “เจียงเฉิน! ในตอนนั้นนายทำกับฉันได้แย่มาก! นายคงนึกภาพไม่ออกเลยสินะว่ามันจะมีวันนี้!”

“วันนี้มีอะไรงั้นเหรอ?”

เจียงเฉินยิ้ม

ซิวซวนเฟิงชี้ไปที่ป้ายที่ห้อยอยู่บนหน้าอกของเจียงเฉิน “นั่นมันป้ายชื่อคนขับรถไม่ใช่หรอ? ตอนนี้นายเป็นคนขับรถงั้นหรอ?”

เจียงเฉินก้มหน้าและมองดูมัน “ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันทำงานเป็นคนขับรถจริงๆแต่แล้วมันยังไง? นายคงไม่ได้เปลี่ยนงานมาเป็นคนขับรถด้วยหรอกใช่ไหม?”

“ขอโทษนะ!”

จู่ๆซิวซวนเฟิงก็ตะโกนออกมาว่า “นี่! นายคงคิดไม่ออกเลยสินะว่ามันจะมีวันนี้!”

ซิวซวนเฟิงเดินไปรอบๆเจียงเฉินสองครั้ง

เจียงเฉินในตอนนี้ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของเขาให้กลายเป็นเครื่องแบบของคนขับรถไปแล้ว (เพื่อให้สามารถหนีออกจากโรงแรมเลเจนเดลโดยไม่ดึงดูดความสนใจของคนอื่น) และเขาก็สวมป้ายชื่อของคนขับรถเอาไว้อยู่ด้วยทำให้เขาดูเหมือนเป็นเพียงแค่คนขับรถธรรมดาเท่านั้น

เจียงเฉิน “ใช่แล้ว สายตาของนายดีไม่น้อยเลยนะ”

“แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องขอบคุณสำหรับการกระทำของนาย!”

“ฉันต้องขอบคุณนายที่ทำให้ฉันถูกไล่ออกเพราะมันทำให้ฉันได้มาทำงานนี้และได้รับการจัดอันดับให้เป็นพนักงานระดับห้าดาวในย่านนี้เป็นเวลาสิบเดือนติดต่อกัน!”

ชิวซวนเฟิง "และรับประกันได้เลยว่า เดือนนี้มันก็จะยังต้องเป็นของฉัน!"

เจียงเฉินพูดอย่างเฉยเมย "คราวนี้อาจจะไม่ใช่อีกต่อไปก็ได้!"

ชิวซวนเฟิงเยาะเย้ยออกมา “นายยังคิดว่านายยังเป็นรุ่นพี่ที่หยิ่งผยองอยู่อีกหรอ? ในเวลานั้น นายมีน้องชายหลายคนและฉันยอมรับว่าฉันไม่สามารถทำให้นายขุ่นเคืองได้! แต่ตอนนี้ นายก็เป็นเพียงแค่คนขับรถ!”

เจียงเฉิน "ฉันอยากจะพูดอะไรหน่อย"

ชิวซวนเฟิงก็พูดขัดขึ้นมาทันทีและยิ้มออกมาอย่างเคร่งขรึม "นายจะบอกว่า อาชีพการงานของฉันจบลงแล้ว ชีวิตของฉันไม่มีความหวัง ฉันในตอนนี้ก็เป็นได้แค่คนส่งพัสดุ! ใช่ไหม?"

เจียงเฉินส่ายหัว "ไม่!"

ซิวซวนเฟิงพูดต่อทันที "มันจะไม่เป็นแบบนั้นอย่างแน่นอน! เพราะในความเป็นจริงฉันกำลังจะได้เข้าร่วมทีมผู้บริหารและกลายเป็นผู้จัดการประจำสาขาของบริษัทในเดือนหน้าแล้ว!"

เขาพูดออกมาไม่หยุด

เจียงเฉินดูหมดหนทาง เขาชี้ไปที่ไป่หยู่ฉีที่กำลังตกตะลึงอยู่ข้างเขา “บอกเขาหน่อย!”

ไป่หยู่ฉีมองออกไปและถอนหายใจ “ฉันจะบอกให้แทนก็แล้วกันนะน้องชาย ฉันเดาว่าเจียงเฉินกำลังจะหมายความว่า ถ้านายยังไม่รีบตามส่งพัสดุของนาย ฉันเกรงว่าวันนี้นายคงจะถูกไล่ออกแล้ว แล้วก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกนี้เลย เพราะมันจะไม่มีความหมายอะไร เพราะนายจะไม่มีโอกาศได้กลายเป็นพนักงานสิบอันดับแรกหรือเป็นสมาชิกของทีมบริหาร!”

ชิวซวนเฟิง "???"

เขามองย้อนกลับไป!

เวรแล้ว!

凸(艹皿艹)!

เพราะในตอนนี้เขากำลังเห็นรถขนพัสดุของเขากำลังถูกหัวขโมยขับหนีออกไป!

รถกำลังจะหายไป!

“รถของฉัน!”

ซิวซวนเฟิงพยายามวิ่งไล่ตามสุดกำลัง!

เจียงเฉินกับไป่หยู่ฉี “…”

เป็นไปได้ไหมว่าแท้จริงแล้วนายเป็นคนโง่?

แต่อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของซิวซวนเฟิงนั้นก็ได้ช่วยแก้ปัญหาของเจียงเฉินได้อย่างมาก เพราะเมื่อไป่หยู่ฉีได้ยินจากซิวซวนเฟิงว่าเจียงเฉินนั้นเคยเป็นคนส่งพัสดุมาก่อนเธอก็เลยมั่นใจว่าเจียงเฉินนั้นจะต้องไม่ใช่คนใหญ่คนโตอย่างแน่นอนและเจียงเฉินคนนี้ก็ไม่มีทางเป็นบอสเจียงผู้มีทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ได้!

ทั้งสองจึงกลับมาคุยกันอย่างผ่อนคลายอีกครั้ง

“นั่นเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของนายหรอ?”

“ใช่”

เจียงเฉินยิ้มออกมา “คุณไม่ได้ยินที่เขาพูดหรอ? แต่ฉันจะบอกให้เลยนะว่าคนๆนี้น่ะมีนิสัยที่แย่มากๆ เขาขโมยพัสดุของลูกค้าแล้วเอาไปขายแต่พอถูกฉันจับได้และรายงานเขาก็เลยโดนไล่ออก”

“อา? แย่จริงๆ”

ไป่หยู่ฉีก็ขมวดคิ้ว

ในเวลานี้เองซิวซวนเฟิงก็หายใจไม่ออกเขาวิ่งกลับมาพร้อมกับเหงื่อที่ท่วมตัว

“นายเจอรถของนายรึยัง?”

เจียงเฉินพูดติดตลกออกมา

“นายกล้าทำให้ฉันโกรธงั้นหรอ?!”

ซิวซวนเฟิงกัดฟันของเขา “ฉันไม่ใช่คนเดิมในอดีตอีกต่อไปแล้ว! ตอนนี้ฉันเป็นพี่ใหญ่ของคนส่งพัสดุฉันมีน้องชายอยู่รอบตัวฉันมากมาย! นายรอก่อนเถอะ!”

ซิวซวนเฟิงพูดออกมาอย่างเย่อหยิ่ง

หลังจากพูดจบเขาก็กดโทรออกทันที

ไม่นานก็มีเสียงดังออกมา

“พี่ครับ มีอะไรรึเปล่า?”

“มีใครกล้าทำร้ายพี่ชายของผมหรอ?”

“พี่ซิว ใครกล้าทำให้พี่โกรธผมจะหักขามัน!”

ซิวซวนเฟิงมองไปที่เจียงเฉินอย่างเยาะเย้ย “หึหึ เป็นยังไงบ้างล่ะ?! นายเห็นไหม?!”

เจียงเฉินมองไปที่ซิวซวนเฟิงและน้องชายของเขาด้วยความสนใจก่อนจะพูดออกมาว่า “อะไรกัน? นายให้ผลประโยชน์อะไรกับพวกเขา พวกเขาถึงได้เชื่อฟังนายขนาดนี้?”

ซิวซวนเฟิงหัวเราะแล้วพูดออกมาว่า “ไม่มีอะไรทั้งนั้น! ฉันที่กำลังจะเป็นถึงผู้จัดการของเขตนี้มันก็มากเพียงพอแล้วไม่ใช่หรอที่จะให้โบนัสกับพวกเขา?”

เจียงเฉินก็ตระหนักได้ในทันทีและก็พยักหน้า “พลังเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ”

“ก็แค่เฉยๆ”

ซิวซวนเฟิงเยาะเย้ยออกมาและกำลังจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาเข้าไปจัดการกับเจียงเฉิน

แต่ใครจะคิด

เจียงเฉินกลับสังเกตเครื่องแบบของพวกเขาอย่างละเอียดก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าของเขา

“อ๋อ คุณใช่บริษัทขนส่งจิงถงรึเปล่า?”

“สวัสดี ผมชื่อเจียงเฉิน ผมอยากจะถามว่า [บริษัทขนส่งจิงถง] ของพวกคุณมีฝ่ายขายไหม บริษัทของพวกคุณราคาเท่าไหร่แล้วก็ให้ประธานของพวกคุณโทรกลับมาหาผมด้วย”

เมื่อเจียงเฉินพูดออกมาแบบนั้นซิวซวนเฟิงและลูกน้องก็พากันตกตะลึง

ใบหน้าของคนทั้งสิบอึ้ง!

พระเจ้า!

ในเวลานี้เองน้องชายคนหนึ่งก็ตัวสั่น “พี่เฟิง เขาต้องการที่จะซื้อบริษัทของเราจริงๆงั้นเหรอ?”

ซิวซวนเฟิงก็ตกตะลึงเช่นกัน

ตอนที่เจียงเฉินจัดการกับเขาในตอนนั้น เจียงเฉินเองก็ยังเป็นแค่คนส่งพัสดุธรรมดายังไม่ทรงพลังขนาดนี้เลยไม่ใช่หรือยังไง?

แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงสามารถพูดออกมาได้ว่าตัวเองกำลังจะซื้อบริษัท?

เป็นไปได้ด้วยเหรอ?

ไม่สิ!

ฉันกำลังถูกหลอกแน่ๆ!

เขากัดฟันของเขา “ไม่ต้องไปกลัว! ผู้ชายคนนี้ก็เคยเป็นพนักงานส่งพัสดุเหมือนพวกเรา! เขาไม่มีทางมีความสามารถขนาดนั้นหรอก!”

หลังจากนั้นไม่นานเจ้าของบริษัทจิงถงก็โทรกลับมาหาเจียงเฉิน

“คุณคือเจ้าของบริษัทจิงถงใช่ไหม?”

อีกด้านหนึ่งเจ้าของบริษัท [จิงถง] ก็พูดออกมาอย่างสุภาพ “ใช่ครับ คุณเฉิน! ไม่ทราบว่าคุณยังจำชื่อของผมได้ไหมครับ ผมเชื่อว่าเจิ้งเฉิง!”

เจียงเฉิน “….”

ทำไมเขาถึงสุภาพกับฉันขนาดนี้?

เจียงเฉินถามกลับไป “ทำไมคุณถึงต้องสุภาพกับผมขนาดนี้ด้วย? ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไร ผมแค่ต้องการที่จะถามคุณว่าคุณจะขาย [บริษัทขนส่งจิงถง] ของคุณไหม? ราคาเท่าไหร่? บอกตัวเลขมาให้ผมได้ไหม?”

“อะไรนะ?”

บอสเจิ้งเฉิงตกตะลึง “คุณต้องการซื้อบริษัทของผมงั้นเหรอ?”

เจียงเฉินตอบกลับ “ใช่แล้ว”

เจิ้งเฉิงเต็มไปด้วยความดีใจในทันที “นี่.... ผมเกรงว่าคุณจะไม่สามารถซื้อได้!”

“ทำไม?”

เจียงเฉินไม่เข้าใจ “มีปัญหาเรื่องราคางั้นหรอ? นายสามารถเสนอมาสูงกว่าราคาจริงก็ได้”

“ไม่ใช่แบบนั้น!”

บอสเจิ้งเฉิงยิ้มออกมา “เพราะว่า…..[บริษัทจิ้งถง] คุณเคยซื้อมันไปแล้ว! ตอนนี้มันเป็นบริษัทของคุณอยู่แล้ว! คุณเจียงคุณลืมไปแล้วเหรอ?”

เจียงเฉินตกตะลึง….

มันเป็นบริษัทของฉัน?

ทำไมฉันถึงไม่คุ้นเลย?

จบบทที่ ตอนที่ 655 : เจียงเฉินคนนี้ไม่ใช่มหาเศรษฐีอย่างแน่นอน!

คัดลอกลิงก์แล้ว