- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 976 ของขวัญล้ำค่าแด่คุณนายชิว
บทที่ 976 ของขวัญล้ำค่าแด่คุณนายชิว
บทที่ 976 ของขวัญล้ำค่าแด่คุณนายชิว
“ในสายตาของผม ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องดีนะ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพวาดดอกไม้และนกในหัวข้อทะเลสาบซีหูอีกต่อไปแล้ว” จวงหวาอวี่บอก
“คุณลุงจวง ถ้าอย่างนั้นคุณก็ยังมีความรู้ความเข้าใจในตัวปรมาจารย์เมิ่งจือหลานน้อยเกินไปแล้วล่ะ ผลงานของเธอไม่ได้มีแค่ภาพวาดดอกไม้และนกในหัวข้อทะเลสาบซีหูหรอกนะ ผลงานชิ้นใหม่มีความก้าวหน้าก็จริง แต่ก็ไม่ได้หลุดโลกอย่างที่คุณพูดเสียหน่อย” ต้วนอวี่เยียนแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขา ก่อนจะเอ่ยโต้แย้งโดยตรง
“ลุงก็ซื้อมาไม่ได้เยอะจริง ๆ นั่นแหละ” จวงหวาอวี่หัวเราะเบา ๆ และก็ไม่ได้โต้เถียงอะไร
“คุณนายชิวคะ นี่ของคุณค่ะ” เซี่ยเหยาหยิบม้วนกระดาษคราฟต์ทรงกระบอกอีกม้วนออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้ชิวฉี่
สายตาของต้วนอวี่เยียนและจวงหวาอวี่ตวัดมองมาทันที บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความคาดหวัง
“ของฉันเหรอ?” ชิวฉี่รับมาด้วยความรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เซี่ยเหยาพยักหน้ารับ “ภาพนี้โจวเยี่ยนฝากฉันมามอบให้คุณค่ะ ก่อนที่ของในคฤหาสน์เก่าตระกูลชิวจะถูกขนย้ายออกไป โจวเยี่ยนเชิญพวกเราไปเยี่ยมชมมาหนึ่งรอบ คุณตาของฉันเห็นดอกเหมยนอกหน้าต่างในห้องหนังสือของคุณก็เลยเกิดความรู้สึกประทับใจจนวาดภาพนี้ขึ้นมา แล้วมอบให้โจวเยี่ยนน่ะค่ะ หลังจากโจวเยี่ยนขออนุญาตจากคุณตาแล้ว เขาก็นำภาพวาดภาพนี้มามอบต่อให้คุณ หวังว่ามันจะช่วยปลอบประโลมจิตใจของคุณได้บ้างนะคะ”
“เสี่ยวโจวช่างมีน้ำใจจริง ๆ” ชิวฉี่รับภาพวาดมา พอเห็นทุกคนต่างก็มีสีหน้าคาดหวังเต็มเปี่ยม จึงค่อย ๆ แกะม้วนกระดาษคราฟต์ทรงกระบอกออกอย่างระมัดระวัง แล้วดึงภาพวาดที่ม้วนอยู่ด้านในออกมา กระดาษเซวียนจื่อที่ม้วนอยู่ถูกคลี่ออกอย่างช้า ๆ ภาพวาดดอกเหมยที่ถูกตีกรอบด้วยกรอบหน้าต่างไม้แบบโบราณปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน
“สวยจังเลย!” ต้วนอวี่เยียนกระซิบเสียงเบา
ดวงตาของจวงหวาอวี่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เอ่ยพึมพำด้วยความตื่นตะลึง “ภาพดอกเหมยของท่านผู้อาวุโสเมิ่ง ยังคงยอดเยี่ยมไร้ที่ติเหมือนเดิมเลย! ภาพนี้ เหนือชั้นกว่าพวกที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดเยอะเลยล่ะ”
ชิวฉี่จ้องมองภาพวาดในมือ นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ขอบตาค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นมา
“ดี ดีมากเลย” ผ่านไปเนิ่นนาน ชิวฉี่ลูบไล้กรอบหน้าต่างบนภาพวาดเบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “นี่คือทิวทัศน์ฤดูหนาวนอกหน้าต่างห้องหนังสือที่ไม่เคยเปลี่ยนแปรไปเลยตลอดสิบปี ต้นเหมยต้นนี้พ่อฉันเป็นคนปลูกเอาไว้เองในตอนนั้น มันคอยอยู่เป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา จนกลายเป็นหญิงชราผมหงอกขาว เดิมทียังคิดว่าพอบ้านเก่าถูกทุบทิ้งก็คงจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกเก็บรักษาเอาไว้ด้วยรูปแบบนี้”
เซี่ยเหยาเม้มริมฝีปากเบา ๆ รู้สึกแสบจมูกขึ้นมาเล็กน้อย ในวินาทีนี้ จู่ ๆ เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมโจวเยี่ยนถึงได้ดึงดันจะมอบภาพวาดที่แม้แต่คุณตาของเขายังรู้สึกพึงพอใจมากภาพนี้ให้แก่คุณนายชิว เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีใครเข้าใจภาพวาดภาพนี้ได้ดีไปกว่าเธออีกแล้ว รวมถึงคุณตาผู้เป็นคนวาดภาพนี้ด้วย
เมื่ออยู่ในมือของเธอ มันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพวาดมูลค่าหลายหมื่นหยวนอีกต่อไป แต่ยังเป็นตัวแทนของความคิดถึงบ้านและผู้เป็นพ่อด้วย
ต้วนอวี่เยียนเองก็ถูกห้วงอารมณ์ของชิวฉี่ดึงดูดเข้าไปด้วย เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คุณย่าคะ...”
“ย่าไม่เป็นไร ย่าดีใจมากเลยล่ะ” ชิวฉี่ค่อย ๆ ม้วนภาพวาดเก็บอย่างระมัดระวัง กุมมือเซี่ยเหยาเอาไว้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหยาเหยา ขอบใจเธอและเสี่ยวโจวมากนะ แล้วก็ฝากขอบคุณคุณตาของเธอด้วย นี่คือของขวัญที่จริงใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้รับมาเลย แต่ของชิ้นนี้มันล้ำค่าเกินไปจริง ๆ คราวหน้าถ้าเธอเขียนจดหมายถึงเสี่ยวโจว ฝากขอบคุณเขาแทนฉันด้วยนะ”
เซี่ยเหยาบอกว่า “คุณนายชิวคะ โจวเยี่ยนเคยบอกกับคุณตาของฉันว่า คุณเกิดที่คฤหาสน์ตระกูลชิว และแต่งงานออกจากคฤหาสน์ตระกูลชิว หลายสิบปีต่อมาก็กลับมาที่นี่ ซ่อมแซมและอาศัยอยู่มาเกือบสิบปี จนในที่สุดก็ได้พบกับคนที่อยากพบ บ้านเก่าหลังนี้เป็นพยานของช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณมากมาย สำหรับคุณแล้ว มันมีความหมายลึกซึ้งมากค่ะ
ภาพวาดภาพนี้หยุดเวลาของทิวทัศน์นอกหน้าต่างมุมนี้เอาไว้ บางทีนี่อาจจะเป็นของที่ระลึกชิ้นสุดท้ายของคฤหาสน์ตระกูลชิว ดังนั้นเขาจึงอยากจะมอบมันให้แก่คุณเพื่อเป็นที่ระลึก ซึ่งมันมีความหมายมากกว่าการนำไปแขวนไว้ในห้องหนังสือของเขาเป็นไหน ๆ บุญคุณที่คุณยกข้าวของในคฤหาสน์ตระกูลชิวให้เขาทั้งหมดนั้น เขาจดจำไว้เสมอ หวังว่าคุณจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะคะ”
ชิวฉี่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน รอยยิ้มเบ่งบานขึ้นบนใบหน้า “เสี่ยวโจวคนนี้ ช่างใจกว้างและตรงไปตรงมาจริง ๆ!”
จวงหวาอวี่ชอบภาพวาด ‘เงาเหมยหน้าต่างเก่า’ ภาพนี้มาก แต่หลังจากรินน้ำผลไม้เสร็จ ก็ยังคงอดกลั้นไม่เอ่ยปากถามคุณนายชิวว่าขายหรือเปล่า ก่อนจะเดินออกจากห้องส่วนตัวไป
เขามองออกว่าภาพวาดภาพนี้มีความหมายต่อคุณนายท่านนี้เป็นอย่างมาก
“จริงสิ คุณปู่วังยังฝากฉันนำสมุดเทียบตัวอักษรจารึกศิลาของเหยียนเจินชิงมาให้คุณด้วยนะคะ” เซี่ยเหยาหยิบสมุดคัดลายมือออกมาจากกระเป๋าอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งก็ถูกห่อด้วยกระดาษคราฟต์เช่นเดียวกัน
“ไหนขอดูหน่อยสิ” ชิวฉี่รับมาด้วยความดีอกดีใจ ค่อย ๆ ฉีกซองกระดาษคราฟต์ที่ห่ออยู่ออกอย่างระมัดระวัง เปิดพลิกดูสองสามหน้า แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เมื่อเช้านี้ฉันเพิ่งจะได้รับจดหมายจากเขาเองนะ บอกว่าเมื่อวานเขาไปได้สมุดคัดลายมือของเหยียนเจินชิงมาจากตลาดในเจียโจวเล่มหนึ่ง สภาพยังถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะได้รับจากมือเธอเสียแล้ว ความรู้สึกแบบนี้... มันช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน”
“อย่างนั้นเหรอคะ! มิน่าล่ะวันที่มอบสมุดคัดลายมือให้ฉัน คุณปู่วังถึงได้ยิ้มอย่างมีความสุขขนาดนั้น” เซี่ยเหยาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาเช่นกัน พอคิดถึงตอนที่มอบสมุดคัดลายมือให้เธอในวันนั้น รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณปู่วังหลังจากที่คอยสอบถามเวลายืนยันกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงตอนที่จะเดินทางถึงฮ่องกง เธอก็พอจะเข้าใจแล้วล่ะ
ช่างเป็นคนที่เอาใจใส่อะไรขนาดนี้นะ
ความชราและประสบการณ์ไม่ได้ทำให้เขาร่วงหล่นลงสู่ธุลีดิน ยังคงรักษาหัวใจอันบริสุทธิ์เอาไว้เสมอ อ่อนโยนต่อโลกใบนี้และต่อเธอ
“ดีจังเลย ตอนเย็นฉันจะลองฝึกคัดลายมือจากสมุดเล่มนี้ดูสักหน่อย” ชิวฉี่เก็บสมุดคัดลายมือลงในกระเป๋า ดูออกเลยว่าเธอมีความสุขมาก
ต้วนอวี่เยียนมอบสร้อยคอเส้นงามที่ออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดังให้เซี่ยเหยาเพื่อเป็นของขวัญแรกพบ
เซี่ยเหยาเปิดกล่องผ้าต่วนหยิบสร้อยคอออกมาพินิจพิจารณาดูแล้วดูอีก ก่อนจะรับไว้ด้วยความดีอกดีใจ “สวยจังเลย ถ้าอย่างนั้นฉันขอรับไว้เลยนะคะ ขอบใจมากนะอวี่เยียน”
ทั้งคนให้และคนรับต่างก็มีความสุขกันถ้วนหน้า
เถ้าแก่เป็นคนรินเครื่องดื่ม อาหารก็เริ่มทยอยนำมาขึ้นโต๊ะ
อาหารกวางตุ้งเน้นใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ รสชาติดั้งเดิมที่สดใหม่และกลมกล่อม รวมถึงการจัดจานที่ประณีตงดงามเป็นหลัก ร้านอาหารกวางตุ้งระดับหรูหราที่เปิดอยู่ในย่านเซ็นทรัลฮ่องกงแห่งนี้ ได้ยกระดับเอกลักษณ์เหล่านี้ให้ถึงขีดสุด ทั้งหอยเป๋าฮื้อแห้งไส้หยาดเยิ้ม หอยสังข์ลวก ปลากะรังจุดฟ้านึ่งซีอิ๊ว นกพิราบทอดกรอบ ไก่แก่ตุ๋นกระเพาะปลา... อาหารอันประณีตงดงามแต่ละจานถูกทยอยนำมาจัดวางบนโต๊ะอาหาร ทั้งสามคนกินไปคุยไปอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ
“เหยาเหยา เธอคบกับโจวเยี่ยนแล้วจริง ๆ เหรอ? เขาบอกรักเธอที่ห้องสมุดจริง ๆ เหรอ?” พอกินกันจนใกล้จะอิ่มแล้ว ต้วนอวี่เยียนที่กำลังพักครึ่งก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น แม้แต่ชิวฉี่ที่กำลังซดน้ำซุปอยู่ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะค่อย ๆ ลดความเร็วลง
เซี่ยเหยาวางช้อนลง เงยหน้ามองต้วนอวี่เยียนพลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “เธอ... รู้ได้ยังไงว่าเขาบอกรักฉันที่ห้องสมุด?”
เรื่องที่เธอคบหากับโจวเยี่ยนไม่ได้ปิดบังใครก็จริง แต่เรื่องที่เขาบอกรักที่ห้องสมุดเธอกลับแทบจะไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย วันนี้ยิ่งไม่ได้เป็นฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนี้กับต้วนอวี่เยียนก่อนด้วยซ้ำ
ต้วนอวี่เยียนยิ้มบาง ๆ “เธอก็รู้ ถึงแม้พวกเราจะอยู่ไกลถึงฮ่องกง แต่ก็ไม่เคยขาดการติดต่อกับซูจีเลยนี่นา”
“อ้อ! คุณปู่วังนี่เอง!” เซี่ยเหยาเข้าใจได้ในพริบตา คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มากนัก แต่คุณปู่วังคือหนึ่งในนั้น
ก็ถูกนะ เรื่องราวที่น่าสนใจแบบนี้ คุณปู่วังจะไม่เล่าให้คุณหนูชิวของเขาฟังได้ยังไงกันล่ะ
ก็เหมือนกับในตอนนั้นที่โจวเยี่ยนอดใจรอไม่ไหวที่จะเขียนจดหมายเล่าเรื่องราวความรักอันงดงามของชิวฉี่ให้เธอฟังนั่นแหละ
ใบหน้าของเซี่ยเหยาแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่ภายในใจกลับรู้สึกหอมหวาน พยักหน้ารับเบา ๆ พลางบอก “ใช่ เขาบอกรักฉันที่ห้องสมุด ถ้าเขาไม่ยอมพูดสักที ฉันก็อาจจะทนไม่ไหวเป็นฝ่ายบอกรักเขาเองแล้วล่ะค่ะ”
“จุ๊ ๆ... แหม!” ต้วนอวี่เยียนรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมานิด ๆ แต่ก็รู้สึกหอมหวานอยู่หน่อย ๆ มันคือกลิ่นความรักที่ชวนให้รู้สึกอิจฉาตาร้อนเสียจริง!!
“ฮึ โชคดีนะที่เหยาเหยามาทำงานที่ฮ่องกง ปล่อยให้โจวเยี่ยนลิ้มรสความทุกข์ทรมานจากความคิดถึงเสียบ้างเถอะ!”
“แต่ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วน่ะสิ คิดถึงเขาจะแย่แล้ว”
“ไม่อนุญาต! ตอนนี้เธอกำลังกินข้าวอยู่กับฉันนะ! เหยาเหยาห้ามคิดถึงเขาเด็ดขาดเลย ฉันไม่อยากกลายเป็นส่วนหนึ่งในความรักของพวกเธอนะ! โจวเยี่ยนคนน่ารังเกียจคนนั้น เล่นของใส่เธอหรือเปล่าเนี่ย!”
…
“ฮัดเช่ย”
โจวเยี่ยนเพิ่งจะจอดรถมอเตอร์ไซค์เสร็จ ก็อดไม่ได้ที่จะจามออกมาหนึ่งครั้ง
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ใครกำลังนินทาฉันอยู่หรือเปล่า?” โจวเยี่ยนลูบจมูกตัวเอง เดินเข้าไปในร้านอาหารด้วยความรู้สึกงุนงง
พรุ่งนี้เป็นวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนอ้าย ซึ่งก็คือเทศกาลหยวนเซียว ในเสฉวนยังถูกเรียกว่าเทศกาลปีใหม่ใหญ่หรือเทศกาลโคมไฟ ได้รับความสำคัญเป็นอย่างมาก
แค่คำว่า ‘คึกคัก’ เพียงคำเดียว ก็สามารถอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว
พรุ่งนี้โรงงานทอผ้าจะหยุดงานหนึ่งวัน แต่ร้านอาหารของโจวเยี่ยนมีลูกค้าจองงานจัดเลี้ยงเข้ามาแล้วกว่ายี่สิบโต๊ะ ซึ่งล้วนกระจุกตัวอยู่ในช่วงเที่ยงทั้งสิ้น
ตอนเย็นทุกคนต้องไปเดินดูความครึกครื้นและเฉลิมฉลองเทศกาลหยวนเซียวที่เจียโจวกันทั้งนั้น
เดิมทีตอนเย็นยังมีการจองโต๊ะเข้ามาอีกหนึ่งหรือสองโต๊ะ แต่ก็ถูกโจวเยี่ยนปฏิเสธไปจนหมด หากไม่เลื่อนมาเป็นช่วงเที่ยง ก็ต้องเปลี่ยนเป็นวันอื่น
เงินอาจจะหาได้น้อยลงสักหน่อย แต่เทศกาลหยวนเซียวจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ
โจวเยี่ยนแอบไปสอบถามข้อมูลจากอาเหว่ยมาล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เย็นที่เจียโจวจะคึกคักมาก มีทั้งขบวนแห่รถบุปผชาติ การเชิดมังกร แถมยังมีมังกรหญ้ามู่ชวนมาเปิดตัวด้วยนะ เชิดมังกรไฟเชียวล่ะ!
…
พอกินมื้อเที่ยงเสร็จ ต้วนอวี่เยียนก็พาเซี่ยเหยาไปเดินเที่ยวเล่นในเดอะแลนด์มาร์คพลาซ่าหนึ่งรอบ จากนั้นก็ขับรถไปส่งเซี่ยเหยาที่หอพักของลี่เฉิงกรุ๊ป
ระหว่างทางกลับ ต้วนอวี่เยียนเห็นชิวฉี่ใช้นิ้วลูบไล้ภาพวาดภาพนั้นเบา ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ “คุณย่าคะ โจวเยี่ยนใจป้ำมากเลยนะคะ นี่เป็นภาพวาดของปรมาจารย์เมิ่งฮั่นเหวินเชียวนะ ทั้งคำลงท้ายและตราประทับครบถ้วนสมบูรณ์ ในงานประมูลที่ฮ่องกงอย่างน้อย ๆ ก็ต้องเริ่มต้นที่ห้าหมื่นหยวนเลยนะ หากพิจารณาจากเนื้อหาของภาพวาดภาพนี้แล้ว ราคาประมูลก็น่าจะพุ่งสูงกว่านี้อีกเยอะเลยล่ะ”
“แพงขนาดนั้นเชียวเหรอ?” ชิวฉี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เธอเพียงแค่มองเห็นคุณค่าอันล้ำลึกของภาพวาดภาพนี้เท่านั้น
“ใช่ค่ะ ผลงานภาพวาดของปรมาจารย์เมิ่งหมุนเวียนอยู่ในตลาดน้อยมาก”
ชิวฉี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง “เสี่ยวโจวคนนี้... ไม่มีอะไรจะติเลยจริง ๆ มีน้ำใจมากเกินไปแล้ว วันข้างหน้าหากมีโอกาส ก็ค่อยชดเชยให้เขาสักหน่อยเถอะ”
ต้วนอวี่เยียนพยักหน้ารับ “อืม ได้ค่ะคุณย่า เดี๋ยวหาโอกาสหนูจะช่วยคุณย่าตอบแทนเขานะคะ”
…
ช่วงเที่ยงวันรุ่งขึ้น หลังจากงานจัดเลี้ยงกว่ายี่สิบโต๊ะทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเก็บกวาดถ้วยชามและเช็ดโต๊ะให้สะอาด ปิดร้านเลิกงานแต่หัววัน
วันนี้โจวโม่โม่สวมเสื้อกันหนาวลายดอกไม้ตัวน้อย สวมหมวกหัวเสือ และสวมรองเท้าหัวเสือ วิ่งเตาะแตะเข้ามาหา ดึงมือของโจวเยี่ยนพลางเอ่ยถาม “เกอเกอ บ่ายนี้พวกเราจะไปฉลองเทศกาลหยวนเซียวในตัวเมืองกันใช่ไหมคะ?”
“ถูกต้องแล้วล่ะ พวกเรานัดกับคุณตาไว้ว่าจะไปกินข้าวในเมือง แล้วก็ไปฉลองเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน” โจวเยี่ยนพยักหน้ารับยิ้ม ๆ ช่วยจัดหมวกของเธอให้เข้าที่ “ไปกันเถอะ”
โจวโม่โมวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยความดีใจ พลางตะโกนบอก “แม่จ๋า แม่เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์สิคะ หนูชอบนั่งรถที่แม่ขี่น้า”
“ได้เลย!” จ้าวเถี่ยอิงสวมเสื้อหนังเดินออกมา ดึงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ไปจากมือของโจวเยี่ยน
“อ่ะ...” โจวเยี่ยนยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ในมือก็มีแฮนด์รถจักรยานคันใหญ่เพิ่มเข้ามาเสียแล้ว
“ลูกเป็นคนขี่นะ คนหนุ่มสาวปั่นได้เร็วกว่า พ่อขอนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของแม่เขาดีกว่า ยกโอกาสในการออกกำลังกายให้ลูกเลย” สหายเหล่าโจวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลยสักนิด
โจวเยี่ยน: “...”
“เกอเกอ งั้นพวกเราไปก่อนนะค้า เดี๋ยวเจอกันที่เจียโจวน้า” โจวโม่โม่เอียงคอ โบกมือเล็ก ๆ ให้โจวเยี่ยน “ขี่รถระวัง ๆ น้า”