- หน้าแรก
- ยอดตระกูลไร้พ่าย เบื้องหลังคือชายผู้แอบซ่อนความเทพ
- บทที่ 560 โสมน้ำลายมังกรเก้าใบ
บทที่ 560 โสมน้ำลายมังกรเก้าใบ
บทที่ 560 โสมน้ำลายมังกรเก้าใบ
ไม่นานนัก หลินฝานและเซียวจื่อเหยียนก็มาถึงเบื้องหน้าศาลาเก้าชั้นแห่งหนึ่ง
เหนือศาลามีตัวอักษรจารึกไว้ว่า "สมาคมการค้าซิงเหอ"
หลินฝานและเซียวจื่อเหยียนไม่รอช้า พวกเขาเดินตรงเข้าไปด้านในทันที
ทันทีที่ก้าวเข้าไป ศิษย์รับใช้ผู้หนึ่งก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ
"ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติสู่สมาคมการค้าซิงเหอ ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ?"
เพียงปราดตามอง ศิษย์รับใช้ก็รู้ได้ทันทีว่าหลินฝานและเซียวจื่อเหยียนไม่ธรรมดา ท่าทีของเขาจึงนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง
การใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่เช่นนี้มานานหลายปี ย่อมทำให้เขามีสายตาที่เฉียบแหลม
เซียวจื่อเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง นางหยิบป้ายคำสั่งสีม่วงออกมาโดยตรง
เมื่อเห็นป้ายคำสั่งนั้น ศิษย์รับใช้ก็ตื่นตระหนกสุดขีด
มีเพียงสมาชิกระดับแกนนำของศูนย์บัญชาการสมาคมการค้าซิงเหอเท่านั้น จึงจะครอบครองป้ายคำสั่งเช่นนี้ได้
ศิษย์รับใช้ไม่กล้าชักช้า เขารีบโค้งคำนับหลินฝานและเซียวจื่อเหยียนด้วยความเคารพ "คารวะท่านทูตพิเศษขอรับ!"
เขาไม่อาจล่วงเกินบุคคลสำคัญระดับนี้ได้
เซียวจื่อเหยียนโบกมือ "ลุกขึ้นเถอะ พาพวกเราไปที่ห้องส่วนตัวก่อน แล้วเรียกผู้ดูแลของเจ้ามาพบข้า"
"ขอรับ ท่านทูตพิเศษ โปรดตามข้าน้อยมาทางนี้!"
ไม่นาน ศิษย์รับใช้วิ่งก็นำทางหลินฝานและเซียวจื่อเหยียนมายังห้องส่วนตัว
จากนั้นเขาก็รีบปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานเขาก็พบตัวผู้ดูแลสมาคมการค้าซิงเหอสาขานี้
เมื่อเห็นศิษย์รับใช้วิ่งหน้าตื่นเข้ามา ผู้ดูแลก็ขมวดคิ้ว "เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เหตุใดเจ้าถึงรีบร้อนปานนี้?"
"ท่านผู้ดูแล ท่านทูตพิเศษจากศูนย์บัญชาการเดินทางมาถึงสมาคมการค้าซิงเหอของพวกเราแล้วขอรับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของผู้ดูแลก็แปรเปลี่ยนไป "เจ้าแน่ใจนะว่าอีกฝ่ายคือท่านทูตพิเศษจากศูนย์บัญชาการ? เหตุใดข้าถึงไม่ได้รับข่าวสารใดๆ เลยเล่า?"
ตามหลักการแล้ว หากมีคนจากศูนย์บัญชาการเดินทางมา เขาควรจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า
ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมาปรากฏตัวที่นี่อย่างกะทันหันเช่นนี้
"ท่านผู้ดูแล ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจขอรับ แต่อีกฝ่ายหยิบป้ายคำสั่งสีม่วงที่มีสลักอักษรคำว่า 'เซียว' ออกมา ข้าน้อยจึงยืนยันตัวตนของพวกเขาได้"
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายมีป้ายคำสั่งสีม่วงสลักอักษรคำว่า 'เซียว' ผู้ดูแลก็สิ้นความกังขาในทันที
ในฐานะผู้ดูแลของสมาคมการค้าซิงเหอ เขาย่อมคุ้นเคยกับป้ายคำสั่งของเบื้องบนเป็นอย่างดี
ในเมื่ออีกฝ่ายครอบครองป้ายคำสั่งเช่นนั้น ย่อมต้องเป็นสายเลือดตรงของตระกูลเซียวอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้เขาจะยังคงรู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง ว่าเหตุใดคนสายเลือดตรงของตระกูลเซียวถึงมาปรากฏตัวที่นี่อย่างกะทันหัน
แต่เขาไม่คิดว่าจะมีผู้ใดกล้าแอบอ้างเป็นคนของตระกูลเซียวในสมาคมการค้าซิงเหอ
แม้ตัวเขาจะอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่ได้พิเศษอันใดในเมืองซวนหยวน ทว่าที่นี่ยังมีบรรพบุรุษขอบเขตกึ่งจักรพรรดิคอยเฝ้าระวังอยู่
หนำซ้ำเขายังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกมากมาย
มิฉะนั้น สมาคมการค้าซิงเหอคงไม่อาจหยัดยืนอยู่ที่นี่ได้อย่างมั่นคง
ยิ่งไปกว่านั้น ขุมกำลังอื่นๆ ต่างก็ต้องการให้มีสมาคมการค้าข้ามทวีปอย่างสมาคมการค้าซิงเหอดำรงอยู่เช่นกัน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้พวกเขาสามารถจัดซื้อทรัพยากรที่หายากบางอย่างได้
"เอาล่ะ เจ้าออกไปก่อน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"
หลังจากศิษย์รับใช้ถอยออกไป ผู้ดูแลก็มุ่งหน้าไปยังห้องส่วนตัวที่หลินฝานและเซียวจื่อเหยียนอยู่
เมื่อมาถึงหน้าห้อง ผู้ดูแลก็เคาะประตูเบาๆ "ขออภัย ข้าคือผู้ดูแลของที่นี่ ขอเข้าไปได้หรือไม่ขอรับ?"
ไม่นาน เสียงของเซียวจื่อเหยียนก็ดังมาจากด้านใน "เข้ามาสิ!"
เมื่อได้ยินเสียงของเซียวจื่อเหยียน ผู้ดูแลก็ไม่ลังเลที่จะผลักประตูเข้าไป
เมื่อเห็นหลินฝานและเซียวจื่อเหยียน ผู้ดูแลก็รีบปรี่เข้าไปทักทายพร้อมรอยยิ้มทันที
"คารวะแขกผู้มีเกียรติ ข้าน้อยคือผู้ดูแลของที่นี่ นามว่าหลี่ฟู่กุ้ย ข้าน้อยขอดูป้ายคำสั่งนั้นสักหน่อยจะได้หรือไม่ขอรับ?"
แม้เขาจะมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดกล้าแอบอ้าง แต่ก็ยังจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัด
บางทีศิษย์รับใช้อาจจะตาฝาดมองผิดไปก็เป็นได้
เซียวจื่อเหยียนรู้ดีว่านี่คือขั้นตอนปกติตามระเบียบ นางจึงไม่ได้จงใจสร้างความลำบากให้เขา
ถัดจากนั้น เซียวจื่อเหยียนจึงหยิบป้ายคำสั่งออกมาอีกครั้ง
หลี่ฟู่กุ้ยใช้เวลาเพียงปราดตามอง ก็สามารถยืนยันของแท้ได้ในทันที
"คารวะท่านทูตพิเศษ ท่านมีคำสั่งใดจะชี้แนะข้าน้อยหรือไม่ขอรับ?" ท่าทีของหลี่ฟู่กุ้ยนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง
เขาไม่อาจล่วงเกินคนสายเลือดตรงของตระกูลเซียวได้
"ไม่มีเรื่องใหญ่อันใดหรอก ข้าต้องการเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณจำนวนมาก และข้าก็ต้องการสมุนไพรวิญญาณที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย"
"โดยไม่ให้กระทบต่อกิจการของที่นี่ จงนำพวกมันทั้งหมดมาให้ข้า"
"แน่นอน ข้าจะไม่สร้างความลำบากใจให้เจ้า พวกเราจะจ่ายหินปราณให้เจ้าอย่างครบถ้วนทุกก้อน"
"จริงสิ สิ่งใดที่อยู่ต่ำกว่าระดับปฐพี ข้าไม่ต้องการ"
หลี่ฟู่กุ้ยรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินความต้องการของเซียวจื่อเหยียน
เขาไม่รู้เลยว่าเซียวจื่อเหยียนต้องการเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้ไปทำไม
อย่างไรก็ตาม เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรสอดรู้สอดเห็น
ยิ่งไปกว่านั้น เซียวจื่อเหยียนยังบอกให้นำเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณส่วนเกินมาโดยไม่ให้กระทบต่อกิจการของเขา ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอันใดสำหรับเขาเลย
หนำซ้ำ ในเมื่อเซียวจื่อเหยียนเป็นผู้จ่ายเงิน เขาก็ยิ่งไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ
"ท่านทูตพิเศษ โปรดพักผ่อนอยู่ที่นี่สักครู่ ข้าน้อยจะไปสั่งคนให้จัดเตรียมสิ่งเหล่านี้มาให้ขอรับ" หลี่ฟู่กุ้ยไม่ลังเลและรับปากทันที!
"ไปเถิด!"
เมื่อได้รับคำสั่งจากหลี่ฟู่กุ้ย พนักงานของสมาคมการค้าซิงเหอกก็เริ่มวุ่นวายกันขึ้นมาทันที
ด้วยจำนวนสิ่งของที่มากมายมหาศาล พวกเขาจึงจำเป็นต้องตรวจนับอย่างระมัดระวัง
โชคดีที่พนักงานเหล่านี้ล้วนมีพลังบ่มเพาะ ดังนั้นความเร็วในการตรวจนับจึงรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน หลี่ฟู่กุ้ยก็นำแหวนมิติหลายวงเข้ามาในห้องส่วนตัว
"ท่านทูตพิเศษ โปรดตรวจสอบด้วยขอรับ เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่นี่คิดเป็นมูลค่ารวมห้าหมื่นล้านหินปราณระดับศักดิ์สิทธิ์ บวกกับแปดหมื่นล้านหินปราณระดับสวรรค์ขอรับ"
สมุนไพรวิญญาณระดับสวรรค์และสมุนไพรวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ถูกคิดแยกจากกัน เพราะถึงอย่างไร ก็คงไม่มีผู้ใดนำหินปราณระดับศักดิ์สิทธิ์มาใช้ซื้อทรัพยากรการบ่มเพาะระดับสวรรค์
เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะขาดแคลนหินปราณระดับสวรรค์จริงๆ จึงจำเป็นต้องชำระด้วยหินปราณระดับศักดิ์สิทธิ์
เซียวจื่อเหยียนเพียงแค่มองดูของในแหวนคร่าวๆ เท่านั้น
นางรู้ดีว่าหลี่ฟู่กุ้ยคำนวณราคาเหล่านี้ตามราคาภายในของสมาคม
หากคำนวณตามราคาขายปลีกในท้องตลาด มันย่อมต้องแพงกว่านี้อีกอย่างน้อยสี่สิบส่วน
"เอาล่ะ จำนวนถูกต้องดี ลำบากเจ้าแล้ว!"
ในเมื่ออีกฝ่ายช่วยเหลือดูแลนางเป็นอย่างดี นางย่อมต้องรักษามารยาท
"ท่านทูตพิเศษเกรงใจเกินไปแล้วขอรับ นี่คือสิ่งที่ข้าน้อยพึงกระทำ อีกอย่างเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นผลงานของข้าน้อยด้วย ข้าน้อยจึงยินดีทำเป็นอย่างยิ่งขอรับ!"
"จริงสิ ท่านทูตพิเศษ ที่นี่มีเมล็ดพันธุ์โสมน้ำลายมังกรเก้าใบระดับกลางอยู่สิบเมล็ด มันเป็นสิ่งที่ข้าน้อยได้มาด้วยความบังเอิญ ข้าน้อยจึงขอมอบมันให้ท่านเป็นของกำนัลขอรับ"
การที่หลี่ฟู่กุ้ยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ดูแลที่นี่ได้ ก็เป็นเพราะเขารู้จักวิธีเอาอกเอาใจและเข้าหาผู้คน
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้พูดปด เมล็ดพันธุ์ทั้งสิบเมล็ดนี้เป็นสิ่งที่เขาได้มาโดยบังเอิญจริงๆ
ในเวลานั้น มีผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่รู้คุณค่าของสิ่งของนำเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มาฝากขาย
ว่ากันว่าเมล็ดพันธุ์ทั้งสิบเมล็ดนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษของชายผู้นั้น
แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาเนิ่นนาน ทว่าพวกมันกลับถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
น่าเสียดายที่ตระกูลของชายผู้นั้นตกต่ำลง และพวกเขาก็ไม่มีปัญญาซื้อหาทรัพยากรการบ่มเพาะจริงๆ
ท้ายที่สุด เขาจึงต้องยอมจำใจขายสมบัติประจำตระกูล เพื่อแลกกับทรัพยากรการบ่มเพาะบางส่วน
ในตอนนั้น หลี่ฟู่กุ้ยใช้หินปราณระดับศักดิ์สิทธิ์เพียงก้อนเดียวเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ทั้งสิบเมล็ดนี้มา
นั่นเป็นเพียงเพราะเขารู้สึกสงสารและไม่อาจทำใจเอาเปรียบอีกฝ่ายได้ลงคอ
มิฉะนั้น ต่อให้เขาเสนอหินปราณระดับสวรรค์เพียงก้อนเดียว เขาก็เชื่อว่าอีกฝ่ายย่อมต้องยอมขายมันอย่างแน่นอน
ในเวลานั้น เมื่อชายผู้นั้นเห็นว่าเขาเสนอหินปราณระดับศักดิ์สิทธิ์ให้หนึ่งก้อน เขาก็ซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
เพราะถึงอย่างไร หินปราณระดับศักดิ์สิทธิ์เพียงก้อนเดียว ก็มากพอที่จะให้ชายผู้นั้นนำไปซื้อทรัพยากรการบ่มเพาะระดับปฐพีได้มากมายมหาศาลแล้ว